ไขปัญหาแรงงาน

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 1 มกราคม 2568


Listen Later

1. ลองใช้หรือยัง? ก. แรงงานไต้หวันจัดทำแผนที่สถานพยาบาลหลากภาษา แนะนำขั้นตอนการหาหมอและแปลภาษาไทย-จีนแบบเรียลไทม์

          แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปัญหาต่าง ๆ ก็มากตามไปด้วย และเนื่องจากพูดภาษาจีนไม่ได้ บุคคลที่ต้องพึ่งพามากที่สุดได้แก่ล่าม แต่จำนวนล่ามไม่ได้เพิ่มขึ้นมากตามจำนวนแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะล่ามไทย เคยลาออกจากบริษัทจัดหางานเพื่อกลับไทยไปทำงานเป็นไกด์ ช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนไปท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมากเมื่อหลายปีที่แล้ว หลังจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ลุกลามไปทั่วโลก ธุรกิจการท่องเที่ยวซบเซาหนัก ล่ามไทยตกงานไปตาม ๆ กัน แต่ที่เดินทางกลับมาทำงานเป็นล่ามดูแลและให้บริการแรงงานไทยในไต้หวันกันต่อมีจำนวนน้อยมาก บริษัทจัดหางานเปิดรับสมัคร แต่แทบไม่มีคนมาสมัครทำหน้าที่เป็นล่ามเหมือนในอดีต เป็นเหตุให้บริษัทจัดหางานขาดแคลนล่ามไทยเป็นอย่างมาก จำต้องจ้างล่ามฟรีแลนซ์หรือล่ามอิสระ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มาตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน แต่ก็น้อยอยู่ดี ส่งผลต่อการให้บริการดูแลแรงงานไทยค่อนข้างมาก ดังจะเห็นได้จากเวลาที่แรงงานไทยมีปัญหาอยากขอความช่วยเหลือ หากไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ล่ามจะบอกว่ากำลังยุ่งไม่ว่าง คนกำลังเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งไม่ได้ใช้ฟรี มีการจ่ายค่าบริการประจำทุกเดือน แต่ไม่ค่อยได้รับบริการเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่แรงงานต่างชาติ รวมถึงแรงงานไทยด้วย เรื่องอย่างอื่นพอทนได้ แต่ไม่สบายมีอาการป่วยต้องการไปหาหมอ เจอคำตอบยังไม่ว่าง ทำให้เซ็งไปเลย และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้แรงงานไทยบางคน หากอาการไม่หนักหนาสาหัสจริง จะใช้วิธีอดทนหรือหาซื้อยาสำเร็จรูปมากิน เพราะไม่สามารถไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลได้ อุปสรรคสำคัญที่สุดคือ สื่อสารกับพยาบาลและแพทย์ไม่ได้ ที่ผ่านมา เราจึงแนะนำให้แรงงานไทยต้องเรียนรู้ภาษาจีน จะได้ช่วยตัวเองได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งจะช่วยทำให้สื่อสารกับนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาได้ ส่งผลให้เข้าใจคำสั่งการทำงาน ทำให้เสร็จสิ้นภารกิจหรือหน้าที่การงานตามที่นายจ้างสั่งได้อย่างราบรื่น แต่คนงานไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยถนัดหรืออยากเรียนรู้ภาษา ทำให้ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาบุคคลอื่น โดยเฉพาะเรื่องการไปหาหมอ

เนื่องจากมีปัญหาด้านการสื่อสาร ทำให้แรงงานต่างชาติที่ต้องการไปรับการรักษายังสถานพยาบาลต้องพึ่งพาล่ามหรือเพื่อนชาวไต้หวันเท่านั้น

          เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน แก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาล กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดทำแอปพลิเคชันแผนที่สถานพยาบาลใกล้ตัว โดยรวมคำแนะนำขั้นตอนในการไปพบแพทย์และแปลภาษาที่จะสื่อกับแพทย์หรือพยาบาลทางออนไลน์แบบเรียลไทม์หลากหลายภาษา รวมทั้งมีฉบับภาษาไทยด้วย เพื่อให้แรงงานต่างชาติสามารถค้นหาสถานพยาบาลใกล้ตัวและรู้ขั้นตอนการไปพบแพทย์ด้วยตนเองโดยไม่ต้องกังวลอุปสรรคด้านการสื่อสาร เพราะสามารถพิมพ์ภาษาไทยผ่านแอปและแปลออกมาเป็นภาษาจีนให้แพทย์และพยาบาลดูได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องพึ่งพาล่ามก็ได้ ฉบับภาษาไทยเปิดให้บริการแล้ว ในโซนการรักษาพยาบาลในกลุ่มไลน์ 1955

          กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า ปัญหาพูดภาษาจีนไม่ได้ เป็นอุปสรรคการสื่อสารที่สำคัญมากของแรงงานต่างชาติที่ประสงค์ไปรับการรักษาพยาบาลหรือพบแพทย์ ที่ผ่านมาจึงต้องพึ่งพาล่ามอย่างเดียว แต่บางครั้งล่ามอาจไม่ว่างส่งผลให้อาการหนักขึ้นและบานปลาย จึงมีการจัดทำแผนที่สถานพยาบาลใกล้ตัว วิธีใช้แบบง่าย ๆ นอกจากค้นหาพิกัดคลินิกและสถานพยาบาลใกล้ตัว ทำให้รู้ข้อมูลการรักษา เช่นเวลาเปิดทำการและแผนกโรคที่เปิดให้บริการ ช่วยให้ค้นหาสถานพยาบาลที่เหมาะสมและไม่ต้องเสียเวลา เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการรักษาพยาบาล ยังรวมระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ด้วย เช่น แนะนำขั้นตอนในการใช้บริการสถานพยาบาล ตั้งแต่ลงทะเบียน พบแพทย์ รับยา ข้อควรระวังในการรับการรักษาพยาบาล ฯลฯ ที่น่าสนใจมีระบบแปลภาษาไทยเป็นภาษาจีนออนไลน์แบบเรียลไทม์ แรงงานไทยเพียงแค่พิมพ์หรือพูดความประสงค์หรืออาการลงในแอป จะแปลเป็นข้อความภาษาจีนที่แม่นยำให้แพทย์หรือพยาบาลดูได้แบบเรียลไทม์ แก้ปัญหาสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติไม่ค่อยกล้าไปพบแพทย์หากไม่มีล่ามพาไป

          กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการที่หลากหลาย นอกจากทางโทรศัพท์แล้ว ยังให้บริการสอบถามข้อมูล ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องทุกข์หรือขอความช่วยเหลือผ่านข้อความของกลุ่ม Line OA 1955 แบบเรียลไทม์เป็นภาษาจีน ภาษาไทย เวียดนาม อังกฤษและอินโดนีเซียตลอด 24 ชั่วโมง และแผนที่สถานพยาบาลใกล้ตัวฉบับหลายภาษาดังกล่าว อยู่ในแอปของไลน์ 1955 ซึ่งแรงงานต่างชาติมาใหม่ ส่วนใหญ่มีการดาวน์โหลดและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานและเข้ารับการอบรมก่อนไปรายงานตัวยังสถานที่ทำงาน ใครที่ยังไม่ได้ติดตั้ง เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode คลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc หรือคลิกลิงก์เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารสำหรับแรงงานต่างชาติที่ https://fw.wda.gov.tw/wda-employer/home/index?locale=th จะสามารถเข้าร่วมกลุ่มไลน์ 1955 เข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านแรงงานและสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ รวมถึงใช้บริการแผนที่สถานพยาบาลใกล้ตัวได้แบบเรียลไทม์ทันที

เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode หรือคลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc

2. ปี 2566 มีแรงงานต่างชาติเพศหญิงขอรับค่าคลอดบุตรแล้ว 5,687 ราย แต่ไม่รวมผู้อนุบาล สส. เรียกร้องให้สิทธิ์แก่ผู้อนุบาลในครัวเรือน กระทรวงแรงงานรับจะหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

          แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 มียอดจำนวน 811,457 คน ในจำนวนนี้เป็นเพศชาย 418,464 คน เพศหญิง 392,993 คน อัตราส่วนของแรงงานต่างชาติเพศชายและหญิง 51.6% ต่อ 48.4% ในจำนวนนี้ ชาติที่แรงงานเพศหญิงทำงานในไต้หวันมากที่สุดได้แก่ อินโดนีเซีย มีจำนวนสูงถึง 201,857 คน ขณะที่เพศชายมีเพียง 1 ใน 3 แต่แรงงานหญิงอินโดนีเซียซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน กล่าวคือในจำนวน 201,857 คน มีถึง 192,082 คน ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล ตามมาด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ มีแรงงานหญิง 91,707 คน ขณะที่เป็นแรงงานเพศชาย 67,179 คน แรงงานหญิงฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ทำงานในภาคการผลิต ได้แก่โรงงาน ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล 25,835 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานเวียดนาม มีแรงงานเพศหญิง 88,214 คน ขณะที่แรงงานเพศชายมีมากกว่าประมาณ 2 เท่าหรือ 192,497 คน แรงงานเวียดนามเพศหญิงส่วนใหญ่หรือ 61,166 คนทำงานในภาคการผลิต มี 27,048 คนทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล ส่วนแรงงานไทย ซึ่งมีทั้งหมด 72,502 คน เป็นแรงงานไทยเพศชาย 61,601 คน เพศหญิง 10,901 คน อัตราส่วนแรงงานไทยเพศชายและหญิง 84.6% ต่อ 15.4% หรือ 8.5 ต่อ 1 แต่แรงงานหญิงไทยส่วนใหญ่ทำงานในโรงงานหรือภาคการผลิต คือ 10,901 คน ที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลมีเพียง 313 คน

          ที่ยกเอาข้อมูลมาตัวเลขของแรงงานเพศชายและหญิงของชาติต่าง ๆ มาเกริ่นก่อน เพราะเรื่องที่นำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่กลายมาเป็นประเด็นถกเถียงกันในสังคมไต้หวันเมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา มีผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งเดินทางมาทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนที่เมืองซินจู๋ ดูแลอาม่าที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก แต่ทำงานได้ประมาณ 5 เดือน จู่ ๆ คลอดลูกบนเตียงนอนของอาม่า ภาพการคลอดลูกของผู้อนุบาลรายนี้ ถูกกล้องวงจรปิดที่นายจ้างติดตั้งบันทึกไว้ทั้งหมด ทำเอาอาม่าตกใจ และผู้อนุบาลรายนี้ ซึ่งเดินทางทำงานดูแลอาม่าก็กลายมาเป็นผู้ถูกดูแล ทำเอานายจ้างวุ่นวายพอสมควร ต้องดูแลอาม่าแทนคนงานและยังต้องดูแลผู้อนุบาลหลังคลอด รวมทั้งเด็ก ยังดีที่นายจ้างพบเห็นรีบนำส่งโรงพยาบาล แม่ลูกปลอดภัย ปัญหาที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายและใครจะมาช่วยดูแลอาม่า เพราะผู้อนุบาลรายนี้ ดูแลตัวเองและลูกเล็กก็ชุลมุนแล้ว นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเด็กจะอยู่ในไต้หวันอย่างไร นายจ้างบอกว่า ผู้อนุบาลที่ตนว่าจ้างรายนี้ เพิ่งเดินทางมาทำงานได้เพียง 5 เดือน แสดงว่าตั้งท้องก่อนเดือนทาง 4-5 เดือน แต่เจ้าตัวไม่ยอมบอกความจริง ประกอบกับอำพรางการตั้งครรภ์ด้วยการใส่เสื้อผ้าหลวม ทำให้ดูไม่ออกว่าตั้งครรภ์

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งเดินทางมาทำงานที่เมืองซินจู๋ ดูแลอาม่าที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกได้เพียง 5 เดือน จู่ ๆ คลอดลูกบนเตียงนอนของอาม่า (ภาพจาก udn.com)

          สภาพการณ์ที่แรงงานหญิงตั้งครรภ์โดยไม่บอกนายจ้าง จู่ ๆ ก็คลอดลูกในห้องรับแขกหรือในห้องน้ำ เป็นข่าวให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ มีที่คลอดแล้วใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องกระดาษ นำไปทิ้งถังขยะถูกจับดำเนินคดีไปแล้วหลายราย ขณะที่มีจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานผิดกฎหมายคลอดลูกที่โรงพยาบาลแล้วหนี เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าทำคลอด โรงพยาบาลต้องขอความช่วยเหลือจากกองสังคมสงเคราะห์รัฐบาลท้องถิ่น จากนั้นส่งไปอยู่ตามสถานดูแลเด็กไร้สัญชาติหรือมูลนิธิการกุศล กลายเป็นภาระของสังคมต่อไป

          ไต้หวันได้ยกเลิกตรวจการตั้งครรภ์ในแรงงานต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน ปี 2545 กรณีที่แรงงานต่างชาติตั้งครรภ์ระหว่างทำงานอยู่ในไต้หวัน นายจ้างจะใช้เป็นข้ออ้างยกเลิกสัญญา ส่งแรงงานต่างชาติกลับประเทศไม่ได้ มิเช่นนั้น จะมีโทษปรับตั้งแต่ 60,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ไม่เกิน 300,000 เหรียญไต้หวัน และจะไม่อนุญาตให้ว่าจ้างแรงงานต่างชาติอีกต่อไป กรณีที่อนุญาตไปแล้ว จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตและห้ามนำเข้าแรงงานต่างชาติอีกต่อไป

เอกสารที่ต้องแนกขณะยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดย สำนักงานแรงงานไทย ไทเป)

          ทั้งนี้ แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและผู้อนุบาลในองค์กร หากตั้งครรภ์หรือคลอดบุตรในไต้หวัน จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น คือตรวจและฝากครรภ์ตามระเบียบของประกันสุขภาพ โดยสามารถดาวน์โหลดคู่มือสำหรับสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งมีฉบับภาษาต่างๆ รวมทั้งภาษาไทยด้วย จากเว็บกระทรวงสาธารณรัฐสุขและสวัสดิการสังคม เมื่อคลอดบุตรแล้ว จะได้รับเงินทดแทนคลอดบุตรเท่ากับ 2 เท่าของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน และลาคลอดบุตรได้โดยมีค่าจ้างเป็นเวลา 56 วัน ฯลฯ กรณีตั้งครรภ์เกิน 3 เดือนแล้วแท้ง ให้วันหยุดพักผ่อนโดยมีค่าจ้าง 4 สัปดาห์ เกิน 2 เดือนแต่ไม่ถึง 3 เดือนให้วันหยุดพัก 1 สัปดาห์ สำหรับบุตรที่เกิดใหม่ สามารถแจ้งขอออกใบถิ่นที่อยู่ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องที่ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ให้กำเนิดบุตร แต่มีเงื่อนไขว่า แรงงานต่างชาติผู้ให้กำเนิดบุตร จะต้องเป็นแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย

เอกสารที่ต้องแนกขณะยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดย สำนักงานแรงงานไทย ไทเป)

          แรงงานในภาคการผลิตได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานจึงไม่ค่อยมีปัญหา จะมีก็ในเรื่องการทำงานหลังคลอดใครจะดูแลเด็ก ดังนั้น แรงงานหญิงจำนวนมากจึงเลือกวิธียกเลิกสัญญากลับไปคลอดที่บ้าน จะได้ไม่มีปัญหาการดูแลในระหว่างคลอดและหลังคลอด และสามารถขอรับค่าคลอดบุตรได้ตามกฎหมายเท่ากับ 2 เท่าของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน ยื่นขอได้ภายในเวลา 5 ปี นับจากวันที่คลอด จากข้อมูลของสำนักงานประกันภัยแรงงาน ระหว่างปี 2561-2564 มีแรงงานต่างชาติเพศหญิงในภาคการผลิต ยื่นขอค่าคลอดบุตร 15,648 ราย ในจำนวนนี้เดินทางกลับไปคลอดบุตรที่บ้านเกิด 13,300 ราย และแรงงานหญิงที่กลับไปคลอดบุตรที่บ้านเกิดเหล่านี้ มีจำนวน 8,010 ราย ยกเลิกสัญญาก่อนเดินทางกลับบ้าน แสดงว่าที่เหลือประมาณ 5,000 คน หลังคลอดบุตรแล้ว ยังเดินทางกลับมาทำงานต่อ เนื่องจากแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนขึ้นเฉลี่ยปีละ 50,000 คน ปัจจุบันมีกว่า 810,000 คน แน่นอนแรงงานหญิงที่ตั้งครรภ์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างในปี 2566 มีแรงงานหญิงยื่นขอค่าคลอดบุตรสูงถึง 5,687 ราย เจ้าหน้าที่กองทุนประกันภัยแรงงานเปิดเผย แรงงานต่างชาติที่ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตร อันดับหนึ่งเป็นแรงงานหญิงฟิลิปปินส์ ตามด้วยเวียดนามนาม และอินโดนีเซีย ส่วนแรงงานหญิงไทยยื่นขอน้อยสุด อาจเป็นเพราะแรงงานหญิงไทยในภาคการผลิตมีสัดส่วนน้อย และส่วนใหญ่ไม่ทราบมีสวัสดิการนี้ ส่วนปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าหน้าที่กองทุนฯ มากที่สุดคือ พบมีสูติบัตรหรือใบเกิดปลอม สำหรับยื่นขอรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตรในสัดส่วนสูง ทำให้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

          ขณะที่แรงงานหญิงที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งมีจำนวนกว่า 200,000 คน กฎหมายอนุญาตให้ตั้งครรภ์คลอดบุตรได้ แต่เนื่องจากไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ทำให้ไม่มีสวัสดิการด้านการคลอดบุตร เมื่อเกิดมีการตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร จะมีปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย และนายจ้างจำต้องมาดูแล ทั้ง ๆ ที่ว่าจ้างมาดูแลคนป่วย แต่กลับกลายเป็นผู้ถูกดูแล  ด้วยเหตุนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานแก้กฎหมาย อนุญาตให้ผู้อนุบาลในครัวเรือนมีสิทธิ์รับสวัสดิการการคลอดบุตรเหมือนกับแรงงานในภาคการผลิต เรื่องนี้ กระทรวงแรงงานรับว่า จะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

          อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานเคยแนะนำว่า แรงงานต่างชาติที่รู้ตัวว่า ตั้งครรภ์แล้ว ก่อนเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ควรจะแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้า หลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดกับตัวเองและลูกในครรภ์ รวมถึงป้องกันเกิดข้อพิพาทในภายหลัง

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ไขปัญหาแรงงานBy อโศก ศรีจันทร์, อัญชัน ทรงพุทธิ์, Rti