ไขปัญหาแรงงาน

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2567


Listen Later

1. แรงงานไทยปลื้ม! นายจ้างไว้วางใจยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ก. แรงงานวอนนายจ้างควรว่าจ้างแรงงานต่างชาติดี ๆ อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป

          นายวีรพันธ์ เสนาะพิน อายุ 52 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดนครปฐม เดินทางมาทำงานที่ Cobra King Industry Co., Ltd.  บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โลหะแผ่นและโลหะขึ้นรูปสำหรับยานยนต์ที่ตำบลม่ายเหลียว เมืองหยุนหลินเป็นเวลา 12 ปีแล้ว ตามกฎหมายการจ้างงาน อนุญาตให้แรงงานต่างชาติแต่ละคนสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ รวมสะสมแล้วไม่เกิน 12 ปี เนื่องจากเป็นแรงงานไทยที่ทำงานขยันและมีความรับผิดชอบสูง ขณะที่แรงงานไทยรายนี้กำลังจะครบสัญญา 12 ปีและนายจ้างอยากให้อยู่ทำงานต่อไป จึงขอความช่วยเหลือและปรึกษาจากหน่วยงานภาครัฐ ศูนย์จัดหางานของกระทรวงแรงงานประจำตำบลหูเหว่ย เมืองหยุนหลินให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการในขั้นตอนว่าจ้างแรงงานไทยรายนี้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือ สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลา 12 ปีอีกต่อไป

นายวีรพันธ์ เสนาะพิน (คนกลาง) กับผู้บริหารของโรงงาน (ภาพจาก newstaiwan.net)

          สำหรับนายวีรพันธ์เอง รู้สึกดีใจที่ตนได้รับความไว้วางใจจากนายจ้าง นอกจากหมดกังวลเรื่องระยะเวลาการทำงานในไต้หวันต่อไปแล้ว ยังได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 35,000 เหรียญ รวมค่าทำงานล่วงเวลาตกประมาณเดือนละ 50,000 กว่าเหรียญ ด้านนายหลี่ต้าเสียง ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทกล่าวว่า นับเป็นนโยบายที่ดีทั้งต่อนายจ้างและตัวแรงงาน โดยบริษัทว่าจ้างแรงงานไทยมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ปัจจุบันมีแรงงานไทยประมาณ 20 คนและอินโดนีเซียอีก 20 คน ในอดีต แรงงานไทยทำงานครบ 12 ปี แม้จะทำงานดีมีฝีมือแค่ไหนก็ต้องเดินทางกลับประเทศ ไม่สามารถอยู่ทำงานต่อไปได้ แต่นโยบายของกระทรวงแรงงานที่อนุญาตให้ว่าจ้างแรงงานต่างชาติฝีมือดีสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือ ช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะของนายจ้างได้ แม้จะต้องจ่ายค่าจ้างที่แพงขึ้น แต่ก็คุ้มกว่าการนำเข้าแรงงานคนใหม่มาเริ่มต้นฝึกฝนกันใหม่

นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย  เมืองหยุนหลิน)

           นายเลี่ยวเจียเหว่ย ผอ. ศูนย์จัดหางานประจำตำบลหูเหว่ย หน่วยงานในสังกัดของกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า นายจ้างใดก็ตาม หากว่าจ้างแรงงานต่างชาติติดต่อกันเกิน 6 ปีและยินดีจ่ายเงินเดือนประจำ 33,000 เหรียญ สำหรับแรงงานภาคการผลิต 24,000 เหรียญ สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือนและ 29,000 เหรียญสำหรับผู้อนุบาลในองค์กร สามารถจะยื่นขอว่าจ้างผ่านศูนย์จัดหางานของรัฐเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ ไม่ถูกจำกัดระยะเวลาการทำงานอีกต่อไป และหากทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือครบ 5 ปี ยังสามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ตลอดไป

นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย  เมืองหยุนหลิน)

2. ทำอย่างไรถึงได้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือ...ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นทุกปี คาดนายจ้างจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น

          ไต้หวันประสบภาวะโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง เด็กเกิดใหม่ลดลง คนสูงอายุเพิ่มขึ้น ประชากรวัยทำงานอายุ 16-64 ปี ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไม่สามารถแก้กฎหมายการจ้างงานเพิ่มระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติจากปัจจุบันที่จำกัด 12 ปีสำหรับแรงงานภาคการผลิตและ 14 ปีสำหรับแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม กระทรวงแรงงานจึงผลักดันโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติที่ทำงานดี มีทักษะและอยู่ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป หากนายจ้างยินดีจ่ายค่าจ้างสูงขึ้นตามที่กำหนด สามารถจะว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ ตามคุณสมบัติและเงื่อนไขดังนี้ :

          1. เงื่อนไขด้านอายุงาน

           มีอายุการทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป

           แรงงานเก่าที่ทำงานครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว นายจ้างเก่ารายใดรายหนึ่งสามารถว่าจ้างและนำเข้าได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นงานประเภทเดิม

           นักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป

          2. เงื่อนไขด้านค่าจ้าง

           แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือนประจำ (รวมเบี้ยขยัน เบี้ยเลี้ยง ค่าเข้ากะ เงินรางวัลที่ได้รับเป็นประจำทุกอย่าง ยกเว้นค่าโอที) ไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอทีและเงินโบนัส) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน ด้านผู้อนุบาล หากทำงานในองค์กร ต้องมีเงินเดือนประจำไม่ต่ำกว่า 29,000 เหรียญต่อเดือน แต่หากเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน

           แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต หากได้รับเงินเดือนประจำเกิน 35,000 เหรียญขึ้นไป ไม่ต้องแสดงหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ สำหรับนักศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไป จ้างใหม่เงินเดือนประจำไม่ต่ำกว่า 30,000 เหรียญไต้หวัน กรณีต่อสัญญาใหม่ต้องไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวัน

          3. เงื่อนไขด้านทักษะฝีมือ

           แบ่งเป็นได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพไม่ต่ำกว่า 80 ชั่วโมง โดยกระทรวงแรงงานอนุญาตให้นายจ้างยื่นขออบรมกันเองในโรงงาน หรือจะใช้วิธีนายจ้างรับรองทักษะฝีมือ ซึ่งต้องแนบหลักฐานหรือคลิปวิดีโอแสดงทักษะฝีมือในการทำงาน อย่างใดอย่างหนึ่ง

           แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและก่อสร้าง หากได้รับค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน แสดงว่าฝีมือเป็นที่ยอมรับของนายจ้าง ไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบฝีมือหรือใบรับรองใด ๆ อีก

           ผู้อนุบาล ได้รับค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 26,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ผู้อนุบาลในองค์กรได้รับค่าจ้าง 31,000 เหรียญต่อเดือน ไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบฝีมือหรือใบรับรองใด ๆ อีก

คุณสมบัติและเงื่อนไขในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ จัดทำโดยกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

          4. มีการจำกัดโควตา

          เพื่อป้องกันส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น มีการจำกัดสัดส่วนที่ยื่นขอได้ไม่เกิน 25% ของโควตาแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตว่าจ้าง ยกตัวอย่างเช่น นายจ้างได้รับอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 100 คน สามารถยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ไม่เกิน 25 คน นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมกันแล้ว ต้องมีอัตราส่วนไม่เกิน 50% ของแรงงานท้องถิ่น เช่นนายจ้างที่มีแรงงานท้องถิ่น 100 คน สามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมแล้วไม่เกิน 50 คน

          อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา แม้กระทรวงแรงงานจะเชียร์เต็มที่ แต่ด้วยข้อจำกัดข้างต้น โดยเฉพาะเรื่องค่าจ้าง ทำให้นายจ้างจำนวนมากยังลังเล แต่ปัญหานี้กำลังจะหมดไป เนื่องจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับสูงขึ้นทุกปี อย่างในปี 2568 จะปรับขึ้นเดือนละ 1,120 เหรียญเป็น 28,590 เหรียญ ดังนั้นอีก 2-3 ปีข้างหน้า จวนจะไล่ทันอัตราค่าจ้างเริ่มต้นของแรงงานกึ่งฝีมือ ยกเว้นจะมีการปรับขึ้นเกณฑ์ค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ มิเช่นนั้น ปัญหาเรื่องค่าจ้างจะลดน้อยลง ความลังเลเรื่องการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือจากเรื่องค่าจ้างจะลดลง นายจ้างจะหันมาว่าจ้างแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือจะเพิ่มมากขึ้น

กฎระเบียบในการเปลี่ยนนายจ้างของแรงงานกึ่งฝีมือ จัดทำโดยกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

          นายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่ถูกจำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป สามารถเข้าร่วมประกันสุขภาพ ประกันภัยแรงงานและระบบเงินบำเหน็จ/บำนาญอย่างต่อเนื่อง (สำหรับกิจการที่อยู่ในขอบข่ายการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน) และทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือครบ 5 ปี มีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ (รวมถึงยื่นขอถิ่นที่อยู่ให้กับครอบครัวได้ด้วย)

          ส่วนผลดีต่อนายจ้างได้แก่ ลดต้นทุนในการฝึกฝนแรงงานใหม่ ไม่จำกัดระยะเวลาการจ้างงาน ไม่กระทบโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไป นายจ้างสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน

ข้อดีของการเป็นแรงงานกึ่งฝีมือที่มีต่อนายจ้างและลูกจ้าง จัดทำโดยกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

          ด้านกระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้นายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น กระทรวงแรงงานได้ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้นายจ้าง รีบดำเนินการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปของตนที่เห็นว่ามีทักษะฝีมือและมีคุณสมบัติตามกำหนดให้กลายเป็นแรงงานกึ่งฝีมือโดยเร็ว นอกจากช่วยให้แรงงานต่างชาติที่ได้รับการอนุมัติมีสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ไม่ถูกจำกัดระยะเวลาการทำงาน 12/14 ปีเหมือนอย่างแรงงานต่างชาติทั่วไปแล้ว ในส่วนของนายจ้างก็ได้รับประโยชน์อย่างที่กล่าวมา กระทรวงแรงงานกล่าวว่า โครงการนี้ กล่าวได้ว่า นายจ้างและลูกจ้างต่างได้รับประโยชน์แบบ win-win กันทั้งสองฝ่าย

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ไขปัญหาแรงงานBy อโศก ศรีจันทร์, อัญชัน ทรงพุทธิ์, Rti