
Sign up to save your podcasts
Or


1. แรงงานไทยในไต้หวันมีธุระจำเป็นต้องกลับบ้าน บอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้ไหม? ต้องทำอย่างไร์
แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน หากมีธุระจำเป็นที่บ้าน ต้องเดินทางกลับไปแก้ปัญหาด้วยตนเอง สามารถขอยกเลิกสัญญาได้ แต่ต้องแจ้งหรือรายงานกับหัวหน้างานหรือนายจ้างก่อน หากมีเหตุผลนายจ้างจะยินยอมและอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านก่อนกำหนดได้ และตามกฎหมายของไต้หวัน การยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดมากกว่า 14 วัน จะต้องผ่านขั้นตอนการรับรองยุติสัญญาก่อนกำหนดจากกองแรงงานท้องที่ เจ้าหน้าที่กองแรงงานจะสอบถามความสมัครใจและตรวจสอบติดค้างค่าจ้างหรือมีข้อพิพาทใด ๆ หรือไม่ ป้องกันแรงงานต่างชาติถูกส่งกลับโดยไม่สมัครใจ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จึงจะเดินทางกลับบ้านตามกำหนดเวลาที่ระบุในหนังสือรับรองการยุติสัญญาจ้างได้ กรณีที่แรงงานมีความจำเป็นจริง ๆ แต่นายจ้างไม่อนุญาตให้ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด สามารถขอความช่วยเหลือจากสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือจากสำนักงานแรงงานไทย ไทเป หรือเกาสงได้
อย่างไรก็ตาม มีแรงงานไทยจำนวนหนึ่ง เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ในช่วงแรกอาจไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ไม่เหมือนกับที่ตนคิดไว้ หรือเป็นงานหนักสู้ไม่ไหว หรือมีคนงานไทยรุ่นพี่ในโรงงานเดียวกันยุให้เดินทางกลับบ้านโดยบอกว่า โรงงานนี้ไม่ดี ไม่มีโอที สวัสดิการแย่ ซึ่งก็แปลกคนที่บอกว่าแย่ แต่ยังคงทำงานต่อไป ส่อเจตนาไม่อยากให้คนอื่นมาทำงาน เพราะอาจแย่งงานแย่งโอทีได้ แต่จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทำให้แรงงานไทยบางคนที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เกิดอาการลังเล อยากกลับบ้านหรือไปประเทศอื่นดีกว่า ก็ต้องบอกว่า การทำงานนั้น ไม่ว่าจะที่ไหน ประเทศไหน แม้แต่อยู่ที่บ้านก็เหมือนกัน ไม่มีที่ใดสบายหรอก ในเมื่อจ่ายค่าหัวคิวแพงเดินทางมาแล้วก็ต้องสู้ ความสำเร็จจะเป็นของคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นไม่หวั่นไหวต่อคำยุแย่หรือการเสี้ยมของคนอื่น เพราะกลับบ้านต้องไปเผชิญหนี้สินที่กู้ยืมมาเป็นค่าหัวคิว และหากจะไปประเทศอื่นต่อ ยังต้องไปกู้หนี้ใหม่ นอกจากต้องแบกรับภาระหนี้สินที่พอกพูนแล้ว คนที่ไม่สู้งาน ขาดความเชื่อมั่นและมีจิตใจอ่อนไหวไปตามคำพูดคนอื่น ไปไหนก็ตาม คงทำงานได้ไม่นาน
จึงแนะนำว่า ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปทำงานประเทศไหน อันดับแรกเลยต้องตรวจสอบบริษัทจัดหางานที่จัดส่ง รวมทั้งตำแหน่งงานว่า ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยตรวจสอบจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ นอกจากนี้ ยังควรหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามจากคนที่เคยไปแล้วผ่านทางเฟซบุ๊ก ดูคอมเมนต์ต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวสมเหตุสมผล พอที่เราจะแบกรับภาระหนี้สินได้หรือไม่ ที่สำคัญเวลาจ่ายเงินต้องจ่ายกับพนักงานในบริษัทจัดหางานและต้องมีหลักฐานการจ่ายเงิน อย่าโอนเข้าบัญชีที่ส่งมาให้ทางสื่อออนไลน์ เพราะสมัยนี้ ถูกหลอกได้โดยง่าย อย่าเห็นแค่โฆษณาทางสื่อโดยไม่รู้ว่าเป็นบริษัทจัดหางานจริงและพนักงานติดต่อมีตัวตนถูกกฎหมายหรือไม่ และเท่าที่ทราบ กฎหมายคุ้มครองคนหางานของไทย แม้จะอนุญาตให้มีการโฆษณาหรือรับสมัครงานผ่านสื่อโซเชียลได้ แต่ต้องส่งข้อความที่จะโพสต์ให้กรมการจัดหางานตรวจสอบก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะโพสต์ข้อความตามที่อนุญาตได้ หากไม่ได้รับอนุญาตหรือข้อความแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาต เมื่อถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษจำคุก 3 ปี กระนั้นก็ตาม ยังมีการหลอกลวงกันเต็มไปหมด เตือนต้องระมัดระวัง!
2. ระวัง! กลับบ้านเองโดยไม่ผ่านการรับรองการยุติสัญญาจากกองแรงงาน จะเข้าไต้หวันใหม่ไม่ได้ เพราะชื่อยังอยู่ในฐานข้อมูลกระทรวงแรงงาน
เรื่องของการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด มีแรงงานไทยหลายรายถามเข้าสู่รายการ อย่างคุณปิงปิงถามว่า ผมมาถูกกฎหมาย มีบัตร ARC อยากกลับบ้าน สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเลยได้ไหม โดยที่ไม่บอกนายแจ้ง เพราะเกลียดมัน!...คุณ Tada Inthong แรงงานไทยถามมาจากที่บ้านว่า ผมได้ลากลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้าน แล้วตอนนี้คุณแม่ป่วยช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีใครดูแล จึงขอปรึกษาเรื่องการยกเลิกสัญญาจ้างระหว่างอยู่ในประเทศไทยได้ไหม? ต้องทำอย่างไร?
เตือน! กลับบ้านเองโดยไม่ผ่านการรับรองการยุติสัญญาจากกองแรงงาน จะเข้าไต้หวันใหม่ไม่ได้ เพราะชื่อยังอยู่ในฐานข้อมูลกระทรวงแรงงาน
เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ไม่ให้เกิดสภาพการณ์ที่ถูกนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานบังคับส่งกลับประเทศโดยไม่สมัครใจเหมือนในอดีต ไต้หวันมีการแก้กฎหมาย กำหนดให้นายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด 14 วันขึ้นไป ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบและรับรองความสมัครใจในการยกเลิกสัญญาของทั้งสองฝ่ายจากกองแรงงานท้องที่ก่อน เมื่อผ่านการยืนยันและรับรองแล้วว่า เกิดจากความสมัครใจและไม่มีข้อพิพาทหรือติดค้างค่าจ้างใด ๆ กองแรงงานท้องที่จะออกใบรับรองและบันทึกในระบบฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน นายจ้างจะต้องแนบหลักฐานดังกล่าว ขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทน และแรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลาที่ระบุในใบรับรอง เมื่อจะเดินทางกลับเข้ามาทำงานรอบใหม่ จึงจะไม่มีปัญหาใด ๆ
หากมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านก่อนครบสัญญาเกินกว่า 14 วัน จะต้องแจ้งนายจ้างและไปทำกใบรับรองารยุติสัญญาจ้างก่อนกำหนดที่กองแรงงานท้องที่ จึงจะเดินทางกลับบ้านได้
แต่เริ่มจากปี 2566 เป็นต้นมา มีแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะแรงงานไทย จู่ ๆ หายตัวไปติดต่อไม่ได้ ทีแรกนายจ้างคิดว่าหลบหนี เตรียมไปแจ้งความตามกฎระเบียบ แต่มารู้จากเพื่อนแรงงานไทยรายอื่นว่า เดินทางกลับประเทศไทยไปแล้ว โดยไม่มีการแจ้งให้นายจ้างหรือล่ามทราบและไม่ได้ไปยกเลิกสัญญาที่กองแรงงานท้องที่ ขณะที่มีแรงงานไทยหลายรายลากลับบ้านไปพักร้อน แต่ถึงกำหนดเดินทางกลับเข้าไต้หวัน ไม่ได้กลับตามกำหนด ทั้งที่ระบบฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ยังมีรายชื่อแรงงานไทยเหล่านี้ทำงานอยู่กับนายจ้างเดิม สาเหตุที่แรงงานไทยเดินทางกลับโดยไม่บอกใคร หลายคนต้องการจะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ที่คิดว่าสวัสดิการดีกว่าหรือมีโอทีทำมากกว่า แต่พฤติกรรมที่กลับเองหรือลาพักไม่กลับมาตามกำหนดเวลาดังกล่าว ส่งผลให้นายจ้างเดิมไม่สามารถนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนได้ ส่วนแรงงานไทยที่ตั้งใจจะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ หรือบางรายที่ลากลับ เมื่อประสงค์จะเดินทางเข้าไต้หวันทำงานรอบใหม่ สำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำประเทศไทย จะไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้ เพราะในฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญา ยังคงทำงานอยู่ที่ไต้หวันกับนายจ้างรายเดิม
หากมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านก่อนครบสัญญาเกินกว่า 14 วัน จะต้องแจ้งนายจ้างและไปทำกใบรับรองารยุติสัญญาจ้างก่อนกำหนดที่กองแรงงานท้องที่ จึงจะเดินทางกลับบ้านได้
เพื่อที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 กระทรวงแรงงานมีหนังสือถึงนายจ้าง ชี้แจงวิธียื่นขอเพิกถอนการว่าจ้างจากกรณีที่กล่าวมาข้างต้นดังนี้ :
1. แรงงานต่างชาติที่ลากลับไปพักร้อน ไม่เดินทางกลับมาทำงานตามกำหนด หากยินยอมยกเลิกสัญญาย้อนหลังและผ่านกระบวนการรับรองเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ถือวันที่ยกเลิกสัญญาเป็นหลักเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงาน
2. หากไม่มีหลักฐานแสดงความยินยอมยกเลิกสัญญา และแรงงานไม่ประสงค์จะเดินทางกลับมาทำงาน นายจ้างสามารถใช้เหตุผลแรงงานต่างชาติขาดงานโดยไม่มีเหตุผล ยกเลิกสัญญาได้ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน
3. แรงงานต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านเองโดยไม่แจ้งให้นายจ้างทราบ ติดต่อไม่ได้หรือไม่ยอมทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาโดยความสมัครใจผ่านกระบวนการรับรองเอกสารจากประเทศต้นทางหรือสำนักงานตัวแทนไต้หวันในต่างประเทศ ให้นายจ้างยกเลิกสัญญาตามเหตุผลในข้อ 2 แนบเอกสารยืนยัน อาทิ หลักฐานบันทึกการทำงานประจำวัน ใบรับรองไม่ได้เดินทางกลับเข้าไต้หวันใหม่ออกโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น เพื่อยื่นขอเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงาน
ตัวอย่างใบรับรองการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ออกโดยกองแรงงานท้องที่ต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานเตือนว่า เอกสารที่ยื่นขอเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงานดังกล่าว หากตรวจพบว่านายจ้างหรือบริษัทจัดหางานทำปลอม ในส่วนขอนายจ้าง ต้องระวางโทษปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงานบางส่วนหรือทั้งหมด สำหรับบริษัทจัดหางานมีโทษปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวันเช่นกันและจะถูกพักใบอนุญาตจัดหางาน 1 ปี
ขอเตือนแรงงานไทยต้องระวัง ปัญหาของนายจ้างสามารถแก้ไขได้ตามที่กระทรวงแรงงานชี้แจง แต่ในส่วนของแรงงาน ไม่ว่าท่านจะซื้อตั๋วกลับบ้านเองโดยไม่ยกเลิกสัญญา หรือลาไปพักร้อนแล้วไม่กลับตามกำหนด เมื่อไปขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าไต้หวันทำงานรอบใหม่ จะได้รับการปฏิเสธ เพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดตามกฎระเบียบ ทำให้ชื่อยังติดอยู่ในฐานข้อมูลกระทรวงแรงงาน เท่ากับว่า ยังทำงานอยู่ในไต้หวัน จึงไม่สามารถออกวีซ่าใหม่ให้ได้
3. เตือนภัยมิจฉาชีพหลอกไปทำงานต่างประเทศ! ติดต่อผ่านโซเชียลแล้วให้โอนค่ามัดจำ แบบนี้ใช่แน่ มิจฉาชีพชัวร์!
ปัจจุบัน พบมีคนไทยถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงไต้หวันในจำนวนเยอะมาก โดยเฉพาะใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณารับสมัครไปทำงานต่างประเทศ และอาศัยความเดือดร้อนของคนหางานในช่วงภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ คนตกงานจำนวนมากอยากหางานทำ ชักชวนไปทำในต่างประเทศ โดยให้โอนเงินเงินค่ามัดจำผ่านบัญชีธนาคาร บางคนอ้างว่าทำงานในหน่วยงานรัฐ สามารถพาไปทำงานได้ หรือแอบอ้างบริษัทจัดหางานถูกกฎหมาย เตือนให้ระวัง จ่ายเงินแล้วหาย แจ้งความก็ไม่มีประโยชน์ แนะว่า การหางานต้องไปที่ทำการของบริษัทจัดหางานให้เห็นกันจะจะ ว่ามีตัวตนจริง และจ่ายค่ามัดจำโดยมีหลักฐานการจ่ายเงินจากบริษัทจัดหางาน
รายการไขปัญหาแรงงานในวันนี้ ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ คุณรังสรรค์ อนันต์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมการจัดหางานไทยไปทำงานต่างประเทศ ในประเด็นมิจฉาชีพรายล้อม จะระวังอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก คลิกฟังได้ที่นี่ !!
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนให้คนหางานระวังภัยมิจฉาชีพหลอกไปทำงานต่างประเทศ จากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
By อโศก ศรีจันทร์, อัญชัน ทรงพุทธิ์, Rti1. แรงงานไทยในไต้หวันมีธุระจำเป็นต้องกลับบ้าน บอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้ไหม? ต้องทำอย่างไร์
แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน หากมีธุระจำเป็นที่บ้าน ต้องเดินทางกลับไปแก้ปัญหาด้วยตนเอง สามารถขอยกเลิกสัญญาได้ แต่ต้องแจ้งหรือรายงานกับหัวหน้างานหรือนายจ้างก่อน หากมีเหตุผลนายจ้างจะยินยอมและอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านก่อนกำหนดได้ และตามกฎหมายของไต้หวัน การยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดมากกว่า 14 วัน จะต้องผ่านขั้นตอนการรับรองยุติสัญญาก่อนกำหนดจากกองแรงงานท้องที่ เจ้าหน้าที่กองแรงงานจะสอบถามความสมัครใจและตรวจสอบติดค้างค่าจ้างหรือมีข้อพิพาทใด ๆ หรือไม่ ป้องกันแรงงานต่างชาติถูกส่งกลับโดยไม่สมัครใจ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จึงจะเดินทางกลับบ้านตามกำหนดเวลาที่ระบุในหนังสือรับรองการยุติสัญญาจ้างได้ กรณีที่แรงงานมีความจำเป็นจริง ๆ แต่นายจ้างไม่อนุญาตให้ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด สามารถขอความช่วยเหลือจากสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือจากสำนักงานแรงงานไทย ไทเป หรือเกาสงได้
อย่างไรก็ตาม มีแรงงานไทยจำนวนหนึ่ง เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ในช่วงแรกอาจไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ไม่เหมือนกับที่ตนคิดไว้ หรือเป็นงานหนักสู้ไม่ไหว หรือมีคนงานไทยรุ่นพี่ในโรงงานเดียวกันยุให้เดินทางกลับบ้านโดยบอกว่า โรงงานนี้ไม่ดี ไม่มีโอที สวัสดิการแย่ ซึ่งก็แปลกคนที่บอกว่าแย่ แต่ยังคงทำงานต่อไป ส่อเจตนาไม่อยากให้คนอื่นมาทำงาน เพราะอาจแย่งงานแย่งโอทีได้ แต่จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทำให้แรงงานไทยบางคนที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เกิดอาการลังเล อยากกลับบ้านหรือไปประเทศอื่นดีกว่า ก็ต้องบอกว่า การทำงานนั้น ไม่ว่าจะที่ไหน ประเทศไหน แม้แต่อยู่ที่บ้านก็เหมือนกัน ไม่มีที่ใดสบายหรอก ในเมื่อจ่ายค่าหัวคิวแพงเดินทางมาแล้วก็ต้องสู้ ความสำเร็จจะเป็นของคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นไม่หวั่นไหวต่อคำยุแย่หรือการเสี้ยมของคนอื่น เพราะกลับบ้านต้องไปเผชิญหนี้สินที่กู้ยืมมาเป็นค่าหัวคิว และหากจะไปประเทศอื่นต่อ ยังต้องไปกู้หนี้ใหม่ นอกจากต้องแบกรับภาระหนี้สินที่พอกพูนแล้ว คนที่ไม่สู้งาน ขาดความเชื่อมั่นและมีจิตใจอ่อนไหวไปตามคำพูดคนอื่น ไปไหนก็ตาม คงทำงานได้ไม่นาน
จึงแนะนำว่า ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปทำงานประเทศไหน อันดับแรกเลยต้องตรวจสอบบริษัทจัดหางานที่จัดส่ง รวมทั้งตำแหน่งงานว่า ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยตรวจสอบจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ นอกจากนี้ ยังควรหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามจากคนที่เคยไปแล้วผ่านทางเฟซบุ๊ก ดูคอมเมนต์ต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวสมเหตุสมผล พอที่เราจะแบกรับภาระหนี้สินได้หรือไม่ ที่สำคัญเวลาจ่ายเงินต้องจ่ายกับพนักงานในบริษัทจัดหางานและต้องมีหลักฐานการจ่ายเงิน อย่าโอนเข้าบัญชีที่ส่งมาให้ทางสื่อออนไลน์ เพราะสมัยนี้ ถูกหลอกได้โดยง่าย อย่าเห็นแค่โฆษณาทางสื่อโดยไม่รู้ว่าเป็นบริษัทจัดหางานจริงและพนักงานติดต่อมีตัวตนถูกกฎหมายหรือไม่ และเท่าที่ทราบ กฎหมายคุ้มครองคนหางานของไทย แม้จะอนุญาตให้มีการโฆษณาหรือรับสมัครงานผ่านสื่อโซเชียลได้ แต่ต้องส่งข้อความที่จะโพสต์ให้กรมการจัดหางานตรวจสอบก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะโพสต์ข้อความตามที่อนุญาตได้ หากไม่ได้รับอนุญาตหรือข้อความแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาต เมื่อถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษจำคุก 3 ปี กระนั้นก็ตาม ยังมีการหลอกลวงกันเต็มไปหมด เตือนต้องระมัดระวัง!
2. ระวัง! กลับบ้านเองโดยไม่ผ่านการรับรองการยุติสัญญาจากกองแรงงาน จะเข้าไต้หวันใหม่ไม่ได้ เพราะชื่อยังอยู่ในฐานข้อมูลกระทรวงแรงงาน
เรื่องของการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด มีแรงงานไทยหลายรายถามเข้าสู่รายการ อย่างคุณปิงปิงถามว่า ผมมาถูกกฎหมาย มีบัตร ARC อยากกลับบ้าน สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเลยได้ไหม โดยที่ไม่บอกนายแจ้ง เพราะเกลียดมัน!...คุณ Tada Inthong แรงงานไทยถามมาจากที่บ้านว่า ผมได้ลากลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้าน แล้วตอนนี้คุณแม่ป่วยช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีใครดูแล จึงขอปรึกษาเรื่องการยกเลิกสัญญาจ้างระหว่างอยู่ในประเทศไทยได้ไหม? ต้องทำอย่างไร?
เตือน! กลับบ้านเองโดยไม่ผ่านการรับรองการยุติสัญญาจากกองแรงงาน จะเข้าไต้หวันใหม่ไม่ได้ เพราะชื่อยังอยู่ในฐานข้อมูลกระทรวงแรงงาน
เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ไม่ให้เกิดสภาพการณ์ที่ถูกนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานบังคับส่งกลับประเทศโดยไม่สมัครใจเหมือนในอดีต ไต้หวันมีการแก้กฎหมาย กำหนดให้นายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด 14 วันขึ้นไป ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบและรับรองความสมัครใจในการยกเลิกสัญญาของทั้งสองฝ่ายจากกองแรงงานท้องที่ก่อน เมื่อผ่านการยืนยันและรับรองแล้วว่า เกิดจากความสมัครใจและไม่มีข้อพิพาทหรือติดค้างค่าจ้างใด ๆ กองแรงงานท้องที่จะออกใบรับรองและบันทึกในระบบฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน นายจ้างจะต้องแนบหลักฐานดังกล่าว ขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทน และแรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลาที่ระบุในใบรับรอง เมื่อจะเดินทางกลับเข้ามาทำงานรอบใหม่ จึงจะไม่มีปัญหาใด ๆ
หากมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านก่อนครบสัญญาเกินกว่า 14 วัน จะต้องแจ้งนายจ้างและไปทำกใบรับรองารยุติสัญญาจ้างก่อนกำหนดที่กองแรงงานท้องที่ จึงจะเดินทางกลับบ้านได้
แต่เริ่มจากปี 2566 เป็นต้นมา มีแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะแรงงานไทย จู่ ๆ หายตัวไปติดต่อไม่ได้ ทีแรกนายจ้างคิดว่าหลบหนี เตรียมไปแจ้งความตามกฎระเบียบ แต่มารู้จากเพื่อนแรงงานไทยรายอื่นว่า เดินทางกลับประเทศไทยไปแล้ว โดยไม่มีการแจ้งให้นายจ้างหรือล่ามทราบและไม่ได้ไปยกเลิกสัญญาที่กองแรงงานท้องที่ ขณะที่มีแรงงานไทยหลายรายลากลับบ้านไปพักร้อน แต่ถึงกำหนดเดินทางกลับเข้าไต้หวัน ไม่ได้กลับตามกำหนด ทั้งที่ระบบฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ยังมีรายชื่อแรงงานไทยเหล่านี้ทำงานอยู่กับนายจ้างเดิม สาเหตุที่แรงงานไทยเดินทางกลับโดยไม่บอกใคร หลายคนต้องการจะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ที่คิดว่าสวัสดิการดีกว่าหรือมีโอทีทำมากกว่า แต่พฤติกรรมที่กลับเองหรือลาพักไม่กลับมาตามกำหนดเวลาดังกล่าว ส่งผลให้นายจ้างเดิมไม่สามารถนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนได้ ส่วนแรงงานไทยที่ตั้งใจจะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ หรือบางรายที่ลากลับ เมื่อประสงค์จะเดินทางเข้าไต้หวันทำงานรอบใหม่ สำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำประเทศไทย จะไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้ เพราะในฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญา ยังคงทำงานอยู่ที่ไต้หวันกับนายจ้างรายเดิม
หากมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านก่อนครบสัญญาเกินกว่า 14 วัน จะต้องแจ้งนายจ้างและไปทำกใบรับรองารยุติสัญญาจ้างก่อนกำหนดที่กองแรงงานท้องที่ จึงจะเดินทางกลับบ้านได้
เพื่อที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 กระทรวงแรงงานมีหนังสือถึงนายจ้าง ชี้แจงวิธียื่นขอเพิกถอนการว่าจ้างจากกรณีที่กล่าวมาข้างต้นดังนี้ :
1. แรงงานต่างชาติที่ลากลับไปพักร้อน ไม่เดินทางกลับมาทำงานตามกำหนด หากยินยอมยกเลิกสัญญาย้อนหลังและผ่านกระบวนการรับรองเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ถือวันที่ยกเลิกสัญญาเป็นหลักเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงาน
2. หากไม่มีหลักฐานแสดงความยินยอมยกเลิกสัญญา และแรงงานไม่ประสงค์จะเดินทางกลับมาทำงาน นายจ้างสามารถใช้เหตุผลแรงงานต่างชาติขาดงานโดยไม่มีเหตุผล ยกเลิกสัญญาได้ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน
3. แรงงานต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านเองโดยไม่แจ้งให้นายจ้างทราบ ติดต่อไม่ได้หรือไม่ยอมทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาโดยความสมัครใจผ่านกระบวนการรับรองเอกสารจากประเทศต้นทางหรือสำนักงานตัวแทนไต้หวันในต่างประเทศ ให้นายจ้างยกเลิกสัญญาตามเหตุผลในข้อ 2 แนบเอกสารยืนยัน อาทิ หลักฐานบันทึกการทำงานประจำวัน ใบรับรองไม่ได้เดินทางกลับเข้าไต้หวันใหม่ออกโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น เพื่อยื่นขอเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงาน
ตัวอย่างใบรับรองการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ออกโดยกองแรงงานท้องที่ต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานเตือนว่า เอกสารที่ยื่นขอเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงานดังกล่าว หากตรวจพบว่านายจ้างหรือบริษัทจัดหางานทำปลอม ในส่วนขอนายจ้าง ต้องระวางโทษปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงานบางส่วนหรือทั้งหมด สำหรับบริษัทจัดหางานมีโทษปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวันเช่นกันและจะถูกพักใบอนุญาตจัดหางาน 1 ปี
ขอเตือนแรงงานไทยต้องระวัง ปัญหาของนายจ้างสามารถแก้ไขได้ตามที่กระทรวงแรงงานชี้แจง แต่ในส่วนของแรงงาน ไม่ว่าท่านจะซื้อตั๋วกลับบ้านเองโดยไม่ยกเลิกสัญญา หรือลาไปพักร้อนแล้วไม่กลับตามกำหนด เมื่อไปขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าไต้หวันทำงานรอบใหม่ จะได้รับการปฏิเสธ เพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดตามกฎระเบียบ ทำให้ชื่อยังติดอยู่ในฐานข้อมูลกระทรวงแรงงาน เท่ากับว่า ยังทำงานอยู่ในไต้หวัน จึงไม่สามารถออกวีซ่าใหม่ให้ได้
3. เตือนภัยมิจฉาชีพหลอกไปทำงานต่างประเทศ! ติดต่อผ่านโซเชียลแล้วให้โอนค่ามัดจำ แบบนี้ใช่แน่ มิจฉาชีพชัวร์!
ปัจจุบัน พบมีคนไทยถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงไต้หวันในจำนวนเยอะมาก โดยเฉพาะใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณารับสมัครไปทำงานต่างประเทศ และอาศัยความเดือดร้อนของคนหางานในช่วงภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ คนตกงานจำนวนมากอยากหางานทำ ชักชวนไปทำในต่างประเทศ โดยให้โอนเงินเงินค่ามัดจำผ่านบัญชีธนาคาร บางคนอ้างว่าทำงานในหน่วยงานรัฐ สามารถพาไปทำงานได้ หรือแอบอ้างบริษัทจัดหางานถูกกฎหมาย เตือนให้ระวัง จ่ายเงินแล้วหาย แจ้งความก็ไม่มีประโยชน์ แนะว่า การหางานต้องไปที่ทำการของบริษัทจัดหางานให้เห็นกันจะจะ ว่ามีตัวตนจริง และจ่ายค่ามัดจำโดยมีหลักฐานการจ่ายเงินจากบริษัทจัดหางาน
รายการไขปัญหาแรงงานในวันนี้ ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ คุณรังสรรค์ อนันต์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมการจัดหางานไทยไปทำงานต่างประเทศ ในประเด็นมิจฉาชีพรายล้อม จะระวังอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก คลิกฟังได้ที่นี่ !!
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนให้คนหางานระวังภัยมิจฉาชีพหลอกไปทำงานต่างประเทศ จากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน