ไขปัญหาแรงงาน

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 22 มกราคม 2568


Listen Later

1. แนะวิธีอยู่หอไม่เบื่อ ดีต่อใจสบายต่อกาย หรือจะออกไปเที่ยวพักผ่อนคลายเครียด ให้รางวัลชีวิต พิชิตซึมเศร้าในช่วงหยุดยาว

          เทศกาลตรุษจีนปีนี้ เริ่มจากวันเสาร์ที่ 25 มกราคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ หยุดยาวรวมเวลา 9 วัน แต่ต้องทำงานชดเชย 1 วัน คือวันที่วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อสลับกับวันหยุดในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม โดยวันก่อนวันตรุษจีนหรือ 除夕 ตรงกับวันอังคารที่ 28 มกราคม และวันพุธที่ 29 เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน หรือวันตรุษจีน ในโอกาสหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน บางคนไม่อยากออกไปเที่ยว อยากนอนพักผ่อน ชดเชยอาการเหนื่อยเพลียตลอดปีที่ผ่านมา บางคนอยากออกไปเที่ยวซึ่งเป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่สามารถคลายเครียดได้ โดยเฉพาะสถานท่องเที่ยวที่ทิวทัศน์สวย ๆ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในหอ อยู่ในโรงงาน หรือออกไปเที่ยว เราสามารถที่จะใช้วันหยุดให้เป็นประโยชน์ที่ดีต่อใจสบายต่อกายและคลายเครียดได้ทั้งนั้น เพียงแต่เราหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกินปริมาณ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เครียดมากขึ้นหลังจากสร่างเมา และเป็นภัยต่อสุขภาพ

          ใครที่ไม่อยากออกไปเที่ยว อยากนอนพักผ่อนอยู่ในหอหรืออยู่ในโรงงาน ข้อดีคือ ปลอดภัยทั้งจากผู้คนและโรคภัยต่าง ๆ ยิ่งช่วงนี้ อากาศหนาว โรคติดต่อทางระบบหายใจ อย่างไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก หรือกรณีเดินทางไกลหน่อย อาจต้องไปแย่งขึ้นรถลงรถ บางที่อยากไปคนก็เยอะต้องต่อแถวยาว นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ และการอยู่ในหอพัก ควรจัดห้องพักหรือที่นอนให้เป็นระเบียบน่าอยู่ นอนอ่านหนังสือ ดูซีรีส์ เล่นมือถือ ก็ดี แต่อย่างเล่นนานเพราะส่งผลเสียต่อสายตา เล่นหรือดูแต่พอควร การได้ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มและนอนหลับพักผ่อน ช่างเป็นอะไรที่ช่วยให้เราหายเหนื่อยคลายเครียดจากการทำงาน ช่วยฮีลใจได้ดีทีเดียว

แรงงานต่างชาติที่ไทจง นั่งพักผ่อนพูดคุยกันริมในสวนสาธารณะริมน้ำ ใกล้ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ (ภาพจาก event.gvm.com.tw)

          ส่วนใครที่อยากออกไปเดินเล่นหรือไปเที่ยว ควรวางแผนไว้ก่อน ไปแบบง่าย ๆ ปั่นจักรยาน นั่งรถโดยสารประจำทาง หรือรถไฟ ทำให้เราได้สัมผัสกับไต้หวันดียิ่งขึ้น ถ้าไม่กล้าไปที่ไกล ๆ บริเวณเมืองที่อาศัยอยู่ก็ได้ อย่างคนอยู่เถาหยวน มีสถานที่ให้ไปหลายแห่ง หรือไปเดินตามห้างขายส่งต่าง ๆ ก็ได้ มีหลายห้าง แต่อย่าลืม เมื่อออกไปเที่ยวนอกโรงงานควรใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ขณะที่มีผู้คนแออัด และต้องพกบัตร ARC ติดตัวไปด้วย แอดไลน์หรือมีเบอร์โทรติดต่อของนายจ้าง หัวหน้างาน หรือล่าม ฯลฯ เพื่อป้องกันเกิดเหตุฉุกเฉิน ควรหลีกเลี่ยงดื่มสุราหรือไปยังสถานที่มีแรงงานต่างชาติชุมนุมกันจำนวนมาก ป้องกันโดนลูกหลงจากการทะเลาะวิวาทหรือเกิดอุบัติเหตุหลังจากการดื่มสุรา

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 สนามบินเถาหยวน เล่นตะกร้อภายในหอพัก (ภาพจาก Rti)

2. 8 เดือนแรกปี 2567 มีคนไทยถูกจับในไต้หวัน 597 คน ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสุรา ตามด้วยฉ้อโกงและยาเสพติด...สุรา ยังเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของแรงงานไทย

          สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างของแรงงานไทยในไต้หวัน คือค่านิยมในการดื่มเครื่องดื่มสุรา บางคนดื่มจัดเป็นประจำ ยิ่งในช่วงวันหยุดยิ่งหนัก จากสถิติของสำนักงานตำรวจไต้หวันพบว่า 8 เดือนแรกของปี 2567 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่ออาชญากรรมและถูกจับกุม 3,650 คน ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ ชาติที่ก่ออาชญากรรมมากที่สุดได้แก่เวียดนามมีจำนวน 1,898 คน ครองสัดส่วน 52% ตามด้วยชาวไทย 597 คน ครองสัดส่วน 19.56% อินโดนีเซีย 387 คนหรือ 10.60% แม้ว่าคนไทยจะถูกจับน้อยกว่า แต่อย่าลืมว่า จำนวนแรงงานไทยน้อยกว่าเวียดนามถึง 4 เท่าตัว หากเทียบดูอัตราส่วนแล้ว คนไทยก่อคดีไม้แพ้แรงงานเวียดนามเลย โดยคดีที่แรงงานต่างชาติก่อมากที่สุดอันดับ 1 คือ ข้อหาเป็นภัยต่อสาธารณะมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ ถูกจับ 1,009 คน ตามด้วยคดีฉ้อโกงและยาเสพติด

          พูดถึงเมาแล้วขับหรือพิษภัยจากการดื่มสุรานั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ของแรงงานไทย ถูกจับจำนวนมาก นอกจากต้องเสียค่าปรับแพงแล้ว ยังถูกเนรเทศกลับประเทศ และเตือนด้วยว่า ใครที่ถูกเนรเทศเพราะคดีเมาแล้วขับ โอกาสจะกลับเข้าสู่ไต้หวันน้อยมาก ไม่เหมือนกับแรงงานหลบหนีถูกจับถูกส่งกลับบ้าน ถูกแบล็กลิสต์ห้ามเข้าไต้หวันสูงสุด 7 ปี เมาแล้วขับจะถูกห้ามถาวรเลย สำหรับโทษเมาแล้วขับ ตามกฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรของไต้หวัน ฉบับล่าสุดในปี 2024 แบ่งความรุนแรงพฤติกรรมเมาแล้วขับออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่

ชาวต่างชาติในไต้หวันก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้น ในภาพเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายถูกตำรวจเถาหยวนจับข้อหาฉ้อโกงจากการเข้าร่วมแก๊งคอลเซนเตอร์

          1. โทษปรับ 15,000-90,000 เหรียญไต้หวัน สำหรับผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ ถูกตรวจพบและเป่าลม มีระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ 0.15 มิลลิกรัม/ลิตร แต่ถ้าขับรถยนต์ ค่าปรับ 30,000-120,000 เหรียญ ถูกยึดใบขับขี่ 1-4 ปี และหากทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่สอง รถจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์เริ่มต้นปรับที่ 90,000 เหรียญ รถยนต์ปรับที่ 120,000 เหรียญ ทำผิดซ้ำซากครั้งที่ 3 ขึ้นไป จะเพิ่มค่าปรับอีกครั้งละ 90,000 เหรียญ ยึดใบขับขี่ตลอดไป กรณีปฏิเสธเป่าลม ค่าปรับเริ่มต้นที่ 180,000 เหรียญ ยึดใบขับขี่ตลอดชีพ คนที่ซ้อนท้ายหรือนั่งร่วมไปในรถคันเดียวกันก็มีโทษปรับเช่นกัน 6,000-15,000 เหรียญ ฐานไม่ห้ามปราม

สองแรงงานไทยถูกจับข้อหาเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์

          2. โทษอาญา วัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจได้ 0.25 มิลลิกรัม/ลิตร เมาแล้วขับอย่างเดียวไม่ได้เกิดอุบัติหรือชนคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จำคุกไม่เกิน 3 ปีและปรับไม่เกิน 300,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากเมาแล้วขับชนคนบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุก 1 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 7 ปี ปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน ชนคนเสียชีวิต มีโทษจำคุก 3 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 10 ปี ปรับ 2,000,000 เหรียญไต้หวัน กรณีทำผิดซ้ำชนคนบาดเจ็บสาหัส จำคุก 3 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 10 ปี ปรับ 2,000,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากชนคนเสียชีวิตจำคุก 5 ปีขึ้นไป ปรับ 3,000,000 เหรียญไต้หวัน

ตำรวจที่เมืองจางฮั่วตรวจบัตรแรงงานต่างชาติในร้านอาหาร ป้องกันอาชญากรรม

          นอกจากรับโทษรุนแรงแล้ว การดื่มสุรา ยังเป็นบ่อเกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่น คุกคามสุขภาพ โดยแต่ละปี มีแรงงานไทยที่ดื่มจัด โดยเฉพาะสุราราคาถูก ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เป็นโรคตับแข็ง เส้นเลือดสมองแตก กลายเป็นอัมพาตและเสียชีวิตหลายสิบราย และยังเป็นสาเหตุเกิดการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายหรือฆ่าแทงกัน เพราะน้ำเมาเข้าปาก มักจะสูญเสียสติสัมปชัญญะได้ง่าย สุดท้ายจบลงด้วยเรื่องเศร้า

นายเรวัฒน์ พรมแว่น แรงงานไทยที่หนานโถวถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ข้อหาฆ่าปล้นทรัพย์ชายชาวไต้หวัน

3. ส่องตลาดแรงงานในต่างประเทศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแรงงานไทยในปีใหม่ ผู้เชี่ยวชาญยังคงยกให้ไต้หวัน เพราะเหตุใด?

          ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจในประเทศไทย ค่าครองชีพพุ่ง รายได้หดและหางานทำลำบาก หลายคนอยากไปทำงานต่างประเทศ แต่ที่ไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับแรงงานไทย มาฟังการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของตลาดแรงงานไทยในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิสราเอลและไต้หวัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการตัดสินใจเลือกไปทำงานในต่างประเทศ และทำให้แรงงานไทยในไต้หวันได้ทราบถึงสถานการณ์ตลาดแรงงานไทยในประเทศต่าง ๆ ว่ามีจุดเด่นและข้อด้อยประการใด ผู้เชี่ยวชาญที่เราเชิญมาพูดคุยในวันนี้ ได้แก่ คุณรังสรรค์ อนันต์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมการจัดหางานไทยไปทำงานต่างประเทศ คลิกฟังรายการได้ที่นี่!!

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ไขปัญหาแรงงานBy อโศก ศรีจันทร์, อัญชัน ทรงพุทธิ์, Rti