
Sign up to save your podcasts
Or


อุบัติเหตุตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้างพุ่งต่อเนื่อง 9 เดือนแรกปีนี้ตายแล้ว 66 คน สัดส่วนแรงงานต่างชาติกับแรงงานท้องถิ่น 8:5 กระทรวงแรงงานยอมรับพลาดเป้า
ในช่วงหลายปีมานี้ อุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอุบัติเหตุร่วงตกลงจากที่สูง กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงตั้งเป้าหมายให้ปี 2567 เป็นปีแห่งการลดอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้าง โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะลดอุบัติเหตุร่วงตกลงจากที่สูงในไซต์งานไม่ให้เกิน 68 คน แต่ ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา หรือ 9 เดือนแรกในปีนี้ มีแรงงานในไซต์งานก่อสร้างร่วงตกลงจากที่สูงและเสียชีวิตแล้ว 66 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติมากกว่า กล่าวคืออัตราส่วนผู้เสียชีวิตระหว่างแรงงานต่างชาติและแรงงานท้องถิ่นอยู่ที่ 8:5 แม้ว่าตัวเลขการเสียชีวิตจะน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ต่ำกว่าเป้าหมายตั้งไว้ กระทรวงแรงงานยอมรับว่าการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวมีความยากลำบากพอสมควร
เหอเพ่ยซาน รมว. กระทรวงแรงงาน ขณะรายงานและตอบกระทู้ถามในที่ประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมสภานิติบัญญัติยอมรับว่า พบอุปสรรคในการลดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการตกจากที่สูงจริง และที่น่าเสียใจคือ แรงงานที่โชคร้ายเหล่านี้ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยฉกรรจ์ เป็นเสาหลักของครอบครัว ด้านอธิบดีกรมป้องกันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน กระทรวงแรงงานก็กล่าวว่า นอกจากภาคการก่อสร้างแล้ว ภาคการผลิตและภาคบริการขนาดกลางและขนาดเล็กก็มีปัญหาเช่นกัน ยกตัวอย่าง พนักงานที่ทำงานในที่สูง เช่นการติดตั้งเครื่องปรับอากาศหรืออุปกรณ์บนหลังคาหรือในที่สูง จะต้องเป็นพนักงานที่ผ่านการอบรมมาก่อนจึงจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ในส่วนนี้ ผู้ประกอบการไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ข่าวอุบัติเหตุตกจากที่สูงเกิดขึ้นอย่างไม่ขาดระยะ จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ปี 2566 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีแรงงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกจากที่สูง 97 ราย ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่หรือ 70% เกิดขึ้นในไซต์งานก่อสร้าง ปีนี้ตั้งเป้าหมายจะไม่ให้เกิน 68 คน แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว เพียง 9 เดือนที่ผ่านไป ก็มีสูงถึง 66 รายแล้ว คงจะยากที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ และยอมรับว่า สาเหตุที่ลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ยาก เกิดจากรูปแบบวัฒนธรรมและความเคยชินในไซต์งานก่อสร้าง กระทรวงแรงงานจึงหวังว่าจะผลักดันกระบวนการแก้กฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในที่ทำงาน ลดปัญหานี้อย่างถาวร
เหตุที่นำข่าวนี้มาเล่าตั้งแต่ต้น เป็นเพราะว่าแรงงานไทยเป็นกลุ่มเสี่ยงของอุบัติเหตุตกจากที่สูง เนื่องจากแรงงานไทยเป็นแรงงานต่างชาติกลุ่มหลักในไซต์งานก่อสร้าง แม้ว่าส่วนใหญ่จะทำงานในไซต์งานขนาดใหญ่ อย่างโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐ มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานค่อนข้างสูงกว่าในไซต์งานก่อสร้างของเอกชนหรือโครงการก่อสร้างขนาดกลางและเล็ก แต่ข่าวคราวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร่วงตกลงจากที่สูง ยังคงมีให้ได้ยินเสมอ และนอกจากไซต์งานก่อสร้างแล้ว ในโรงงาน ก็มีแรงงานตกจากที่สูงเสียชีวิตด้วยเช่นกัน
แน่นอน นายจ้างหรือผู้ประกอบการ ผู้รับเหมาจะต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยให้แก่ลูกจ้าง ต้องให้การอบรมก่อนเข้าทำงานและต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่ตัวแรงงานเองก็ต้องระมัดระวัง ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน จะเห็นว่า เป็นงานที่ถนัด ทำอยู่ทุกวัน ไม่น่ามีปัญหา จะคิดเช่นนี้ไม่ได้ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุชีวิตหรือพิการ ตัวแรงงานและครอบครัวของเราหลีกหนีไม่พ้นที่ต้องรับความเดือดร้อนไปเต็ม ๆ
การตกจากที่สูงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บที่เกิดจากการทำงาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรมการผลิต การก่อสร้างและภาคบริการ จึงต้องให้ความสำคัญกับมาตรการการจัดการความเสี่ยงในการทำงานจากการตกจากที่สูง แนวทางการปฏิบัติ ข้อควรระวัง และข้อห้ามในการใช้งานอุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง รวมไปถึงวิธีการตรวจสอบและบำรุงรักษา การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมตามลักษณะงาน ฯลฯ
การปฏิบัติงานใด ๆ ก็ตามในบริเวณที่มีความต่างระดับของพื้นที่ทำงาน และมีโอกาสที่บุคคลหรือวัสดุจะตกจากที่สูงจากระดับหนึ่งสู่ระดับที่ต่ำกว่า เช่น บ่อ หลุม ช่องเปิด หลังคา บริเวณที่มีทางขึ้น-ลง หรือบันได บริเวณลาดชัน พื้นที่สูงที่มีพื้นผิวไม่แข็งแรงมั่นคง หรือลื่น เป็นต้น
อันตรายจากการตกจากที่สูง แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ลื่น สะดุด ตกจากบันได ตกจากที่สูง การตกกระทบจากวัสดุ
เราจะป้องกันการตกจากที่สูงและวัสดุร่วงหล่นได้อย่างไร?
1. การป้องกันที่ตัวผู้ปฏิบัติงาน
- ฝึกอบรมให้กับผู้ที่ต้องขึ้นไปปฏิบัติงานบนที่สูง
- จัดเก็บทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง
- ใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน
- สุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
2. การป้องกันในสถานที่ทำงาน
- จัดระบบงาน เพื่อจำกัดการทำงานบนที่สูง
- ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการตก เพื่อลดความเสี่ยง
- พื้นที่ทำงานปราศจากปัจจัยที่ทำให้สะดุด ลื่น
- กั้น หรือปิดช่องเปิดบนพื้นให้แข็งแรง พร้อมป้ายเตือนอันตราย
- ติดตั้งหลังคาบริเวณทางเข้า-ออกอาคาร เพื่อป้องกันการร่วงตกของวัสดุ
- วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดจะต้องไม่วางกีดขวางทางเดิน
- พื้นที่ทำงานต้องมีราวกันตก และแผ่นกันของตก
- พื้นที่ทำงานต้องไม่เปียกแฉะ
ก่อนขึ้นทำงานในที่สูงจากระดับพื้น 2 เมตรขึ้นไป ต้องเตรียมพร้อมอย่างไร? ต้องเตรียมพร้อมและสวมใส่อุปกรณ์ต่อไปตามแต่ประเภทงานที่ทำและกฎระเบียบของไซต์งาน ได้แก่ หมวกนิรภัย สายรัดคาง แว่นตานิรภัย สายรัดเต็มตัว แต่งกายรัดกุม ถุงมือ ถุงใส่อุปกรณ์ เชือกผูกรัดเครื่องมือ รองเท้านิรภัย
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนความบกพร่องของฝ่ายนายจ้างหรือสถานประกอบการ แต่อุบัติเหตุในที่ทำงานยังมักจะเกิดขึ้นได้ง่ายจากความบกพร่อง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือจากการกระทำที่ไม่ปลอดภัยของตัวแรงงานเองด้วย ได้แก่ :
การทำงานที่ไม่ถูกวิธี ไม่ถูกขั้นตอนหรือลัดขั้นตอน
เกิดจากความประมาทเลินเล่อ ขาดสมาธิ ไม่ตั้งใจ เหม่อลอย
เกิดจากการมีนิสัยชอบเสี่ยง
การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยในการทำงาน
การทำงานโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
การแต่งกายไม่เหมาะสม เช่นสวมใส่เสื้อผ้าที่รุ่มร่าม ไม่รวบผมให้รัดกุม ป้องกันถูกเครื่องจักรม้วนเข้าไปในเครื่อง
การทำงานโดยสภาพร่างกายและจิตใจไม่พร้อมหรือไม่ปกติ เช่น เมาค้าง ป่วย พักผ่อนนอนหลับไม่เต็มที่
ที่ต้องระวัง หากอุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงมีสภาพการณ์ดังนี้ : เกิดการแตกร้าว บิดเบี้ยว ผิดรูป เปื่อย ฉีกขาด การสวมใส่รุ่มร่าม
อย่างไรก็ตาม หากโชคร้ายประสบอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะตกจากที่สูงหรืออุบัติเหตุอื่น ๆ ในไต้หวันก็มีระบบประกันที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ไว้รองรับ
By อโศก ศรีจันทร์, อัญชัน ทรงพุทธิ์, Rtiอุบัติเหตุตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้างพุ่งต่อเนื่อง 9 เดือนแรกปีนี้ตายแล้ว 66 คน สัดส่วนแรงงานต่างชาติกับแรงงานท้องถิ่น 8:5 กระทรวงแรงงานยอมรับพลาดเป้า
ในช่วงหลายปีมานี้ อุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอุบัติเหตุร่วงตกลงจากที่สูง กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงตั้งเป้าหมายให้ปี 2567 เป็นปีแห่งการลดอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้าง โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะลดอุบัติเหตุร่วงตกลงจากที่สูงในไซต์งานไม่ให้เกิน 68 คน แต่ ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา หรือ 9 เดือนแรกในปีนี้ มีแรงงานในไซต์งานก่อสร้างร่วงตกลงจากที่สูงและเสียชีวิตแล้ว 66 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติมากกว่า กล่าวคืออัตราส่วนผู้เสียชีวิตระหว่างแรงงานต่างชาติและแรงงานท้องถิ่นอยู่ที่ 8:5 แม้ว่าตัวเลขการเสียชีวิตจะน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ต่ำกว่าเป้าหมายตั้งไว้ กระทรวงแรงงานยอมรับว่าการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวมีความยากลำบากพอสมควร
เหอเพ่ยซาน รมว. กระทรวงแรงงาน ขณะรายงานและตอบกระทู้ถามในที่ประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมสภานิติบัญญัติยอมรับว่า พบอุปสรรคในการลดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการตกจากที่สูงจริง และที่น่าเสียใจคือ แรงงานที่โชคร้ายเหล่านี้ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยฉกรรจ์ เป็นเสาหลักของครอบครัว ด้านอธิบดีกรมป้องกันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน กระทรวงแรงงานก็กล่าวว่า นอกจากภาคการก่อสร้างแล้ว ภาคการผลิตและภาคบริการขนาดกลางและขนาดเล็กก็มีปัญหาเช่นกัน ยกตัวอย่าง พนักงานที่ทำงานในที่สูง เช่นการติดตั้งเครื่องปรับอากาศหรืออุปกรณ์บนหลังคาหรือในที่สูง จะต้องเป็นพนักงานที่ผ่านการอบรมมาก่อนจึงจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ในส่วนนี้ ผู้ประกอบการไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ข่าวอุบัติเหตุตกจากที่สูงเกิดขึ้นอย่างไม่ขาดระยะ จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ปี 2566 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีแรงงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกจากที่สูง 97 ราย ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่หรือ 70% เกิดขึ้นในไซต์งานก่อสร้าง ปีนี้ตั้งเป้าหมายจะไม่ให้เกิน 68 คน แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว เพียง 9 เดือนที่ผ่านไป ก็มีสูงถึง 66 รายแล้ว คงจะยากที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ และยอมรับว่า สาเหตุที่ลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ยาก เกิดจากรูปแบบวัฒนธรรมและความเคยชินในไซต์งานก่อสร้าง กระทรวงแรงงานจึงหวังว่าจะผลักดันกระบวนการแก้กฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในที่ทำงาน ลดปัญหานี้อย่างถาวร
เหตุที่นำข่าวนี้มาเล่าตั้งแต่ต้น เป็นเพราะว่าแรงงานไทยเป็นกลุ่มเสี่ยงของอุบัติเหตุตกจากที่สูง เนื่องจากแรงงานไทยเป็นแรงงานต่างชาติกลุ่มหลักในไซต์งานก่อสร้าง แม้ว่าส่วนใหญ่จะทำงานในไซต์งานขนาดใหญ่ อย่างโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐ มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานค่อนข้างสูงกว่าในไซต์งานก่อสร้างของเอกชนหรือโครงการก่อสร้างขนาดกลางและเล็ก แต่ข่าวคราวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร่วงตกลงจากที่สูง ยังคงมีให้ได้ยินเสมอ และนอกจากไซต์งานก่อสร้างแล้ว ในโรงงาน ก็มีแรงงานตกจากที่สูงเสียชีวิตด้วยเช่นกัน
แน่นอน นายจ้างหรือผู้ประกอบการ ผู้รับเหมาจะต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยให้แก่ลูกจ้าง ต้องให้การอบรมก่อนเข้าทำงานและต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่ตัวแรงงานเองก็ต้องระมัดระวัง ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน จะเห็นว่า เป็นงานที่ถนัด ทำอยู่ทุกวัน ไม่น่ามีปัญหา จะคิดเช่นนี้ไม่ได้ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุชีวิตหรือพิการ ตัวแรงงานและครอบครัวของเราหลีกหนีไม่พ้นที่ต้องรับความเดือดร้อนไปเต็ม ๆ
การตกจากที่สูงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บที่เกิดจากการทำงาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรมการผลิต การก่อสร้างและภาคบริการ จึงต้องให้ความสำคัญกับมาตรการการจัดการความเสี่ยงในการทำงานจากการตกจากที่สูง แนวทางการปฏิบัติ ข้อควรระวัง และข้อห้ามในการใช้งานอุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง รวมไปถึงวิธีการตรวจสอบและบำรุงรักษา การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมตามลักษณะงาน ฯลฯ
การปฏิบัติงานใด ๆ ก็ตามในบริเวณที่มีความต่างระดับของพื้นที่ทำงาน และมีโอกาสที่บุคคลหรือวัสดุจะตกจากที่สูงจากระดับหนึ่งสู่ระดับที่ต่ำกว่า เช่น บ่อ หลุม ช่องเปิด หลังคา บริเวณที่มีทางขึ้น-ลง หรือบันได บริเวณลาดชัน พื้นที่สูงที่มีพื้นผิวไม่แข็งแรงมั่นคง หรือลื่น เป็นต้น
อันตรายจากการตกจากที่สูง แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ลื่น สะดุด ตกจากบันได ตกจากที่สูง การตกกระทบจากวัสดุ
เราจะป้องกันการตกจากที่สูงและวัสดุร่วงหล่นได้อย่างไร?
1. การป้องกันที่ตัวผู้ปฏิบัติงาน
- ฝึกอบรมให้กับผู้ที่ต้องขึ้นไปปฏิบัติงานบนที่สูง
- จัดเก็บทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง
- ใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน
- สุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
2. การป้องกันในสถานที่ทำงาน
- จัดระบบงาน เพื่อจำกัดการทำงานบนที่สูง
- ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการตก เพื่อลดความเสี่ยง
- พื้นที่ทำงานปราศจากปัจจัยที่ทำให้สะดุด ลื่น
- กั้น หรือปิดช่องเปิดบนพื้นให้แข็งแรง พร้อมป้ายเตือนอันตราย
- ติดตั้งหลังคาบริเวณทางเข้า-ออกอาคาร เพื่อป้องกันการร่วงตกของวัสดุ
- วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดจะต้องไม่วางกีดขวางทางเดิน
- พื้นที่ทำงานต้องมีราวกันตก และแผ่นกันของตก
- พื้นที่ทำงานต้องไม่เปียกแฉะ
ก่อนขึ้นทำงานในที่สูงจากระดับพื้น 2 เมตรขึ้นไป ต้องเตรียมพร้อมอย่างไร? ต้องเตรียมพร้อมและสวมใส่อุปกรณ์ต่อไปตามแต่ประเภทงานที่ทำและกฎระเบียบของไซต์งาน ได้แก่ หมวกนิรภัย สายรัดคาง แว่นตานิรภัย สายรัดเต็มตัว แต่งกายรัดกุม ถุงมือ ถุงใส่อุปกรณ์ เชือกผูกรัดเครื่องมือ รองเท้านิรภัย
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนความบกพร่องของฝ่ายนายจ้างหรือสถานประกอบการ แต่อุบัติเหตุในที่ทำงานยังมักจะเกิดขึ้นได้ง่ายจากความบกพร่อง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือจากการกระทำที่ไม่ปลอดภัยของตัวแรงงานเองด้วย ได้แก่ :
การทำงานที่ไม่ถูกวิธี ไม่ถูกขั้นตอนหรือลัดขั้นตอน
เกิดจากความประมาทเลินเล่อ ขาดสมาธิ ไม่ตั้งใจ เหม่อลอย
เกิดจากการมีนิสัยชอบเสี่ยง
การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยในการทำงาน
การทำงานโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
การแต่งกายไม่เหมาะสม เช่นสวมใส่เสื้อผ้าที่รุ่มร่าม ไม่รวบผมให้รัดกุม ป้องกันถูกเครื่องจักรม้วนเข้าไปในเครื่อง
การทำงานโดยสภาพร่างกายและจิตใจไม่พร้อมหรือไม่ปกติ เช่น เมาค้าง ป่วย พักผ่อนนอนหลับไม่เต็มที่
ที่ต้องระวัง หากอุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงมีสภาพการณ์ดังนี้ : เกิดการแตกร้าว บิดเบี้ยว ผิดรูป เปื่อย ฉีกขาด การสวมใส่รุ่มร่าม
อย่างไรก็ตาม หากโชคร้ายประสบอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะตกจากที่สูงหรืออุบัติเหตุอื่น ๆ ในไต้หวันก็มีระบบประกันที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ไว้รองรับ