
Sign up to save your podcasts
Or


ในไต้หวันมีรถจักรยานยนต์มากถึง 14.43 ล้านคัน จากจำนวนประชากร 23.34 ล้านคน มีความหนาแน่นสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 2 คันต่อ 3 คน จักรยานยนต์ถือเป็นพาหนะที่สำคัญที่สุดในไต้หวัน กระแสเรียกร้องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ทั่วโลก ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของอุตสาหกรรมของไต้หวันด้วย "อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า" กำลังก่อให้เกิดโอกาสและความเป็นไปได้ทางธุรกิจมหาศาล เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าล้านล้านเหรียญไต้หวัน
กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจึงสั่งห้ามการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง สภาพัฒนาแห่งชาติของไต้หวันยังได้กำหนดโรดแม็พปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์(Roadmap Net Zero) ระยะแรกจะบรรลุเป้าหมาย 35% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ต้องเป็นรถไฟฟ้าในปี 2030 และในปี 2040 ยานยนต์ทั้งหมดรวมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบเช่นกัน
ในสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก และสวีเดน ตั้งเป้าหมายห้ามขายรถยนต์น้ำมันในปี 2030 ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไทย ฯลฯ มีแผนห้ามขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในปี 2035 แนวโน้มเช่นนี้ จะช่วยส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าตลาดจะเติบโตต่อไปในอนาคต
รัฐบาลไต้หวันกำหนดเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมของยานยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะขับเคลื่อนการลงทุนของภาคเอกชนประมาณ 37,500 ล้านเหรียญไต้หวัน และสร้างมูลค่าผลผลิตประมาณ 900,000 ล้านเหรียญไต้หวัน รัฐบาลส่วนกลางและท้องถิ่นในไต้หวันให้การอุดหนุนเพื่อซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง มาตรการต่างๆ เหล่านี้กระตุ้นให้การใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้ ในส่วนของผู้ประกอบการต่างพยายามทุกวิถีทางในการปรับปรุงเตรียมการผลักดันสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง มีการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุครถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของไต้หวันที่ประสบความสำเร็จจะเป็นตัวอย่างของโลกได้ด้วย
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, Rtiในไต้หวันมีรถจักรยานยนต์มากถึง 14.43 ล้านคัน จากจำนวนประชากร 23.34 ล้านคน มีความหนาแน่นสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 2 คันต่อ 3 คน จักรยานยนต์ถือเป็นพาหนะที่สำคัญที่สุดในไต้หวัน กระแสเรียกร้องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ทั่วโลก ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของอุตสาหกรรมของไต้หวันด้วย "อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า" กำลังก่อให้เกิดโอกาสและความเป็นไปได้ทางธุรกิจมหาศาล เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าล้านล้านเหรียญไต้หวัน
กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจึงสั่งห้ามการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง สภาพัฒนาแห่งชาติของไต้หวันยังได้กำหนดโรดแม็พปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์(Roadmap Net Zero) ระยะแรกจะบรรลุเป้าหมาย 35% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ต้องเป็นรถไฟฟ้าในปี 2030 และในปี 2040 ยานยนต์ทั้งหมดรวมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบเช่นกัน
ในสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก และสวีเดน ตั้งเป้าหมายห้ามขายรถยนต์น้ำมันในปี 2030 ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไทย ฯลฯ มีแผนห้ามขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในปี 2035 แนวโน้มเช่นนี้ จะช่วยส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าตลาดจะเติบโตต่อไปในอนาคต
รัฐบาลไต้หวันกำหนดเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมของยานยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะขับเคลื่อนการลงทุนของภาคเอกชนประมาณ 37,500 ล้านเหรียญไต้หวัน และสร้างมูลค่าผลผลิตประมาณ 900,000 ล้านเหรียญไต้หวัน รัฐบาลส่วนกลางและท้องถิ่นในไต้หวันให้การอุดหนุนเพื่อซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง มาตรการต่างๆ เหล่านี้กระตุ้นให้การใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้ ในส่วนของผู้ประกอบการต่างพยายามทุกวิถีทางในการปรับปรุงเตรียมการผลักดันสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง มีการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุครถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของไต้หวันที่ประสบความสำเร็จจะเป็นตัวอย่างของโลกได้ด้วย