
Sign up to save your podcasts
Or


ไต้หวันพัฒนาเทคนิครักษาคุณภาพสับปะรด
หลังจากจีนระงับการนำเข้าสับปะรดของไต้หวัน กระทรวงเกษตรได้ขยายการส่งออกไปยังญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ แต่ประสบปัญหาสับปะรดสุกงอมกลายเป็นสีน้ำตาล กรมการเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food Agency)ได้แถลงข่าวในวันที่ 17 เมษายน ว่าได้พัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า สามารรักษาความสดของสับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง ได้มีการป้อนสินค้าให้กับบริษัทโดมิโนส์ นำไปผลิตเป็นพิซซา ซึ่งผลสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ คาดว่าในปีนี้จะส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศทะลุ 20,000 ตัน หากเทียบกับปีที่แล้วมีการส่งออกอยู่ที่ 16,000-17,000 ตัน
ซูเติงจ้าว(蘇登照) ผู้อำนวยการกอง ภายใต้กรมการเกษตรและอาหาร กล่าวว่า ผลผลิตสับปะรดพันธุ์จินจ้วนในปีนี้อยู่ที่ 366,000 ตัน หักลบการส่งออก 20,000 ตัน จะเหลืออีก 340,000 ตัน ที่จำหน่ายในไต้หวัน โดย 10- 20% ถูกนำไปแปรรูป การใช้เทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยเพิ่มปริมาณการแปรรูปส่งออกผลไม้แช่แข็งหั่นเต๋า
Benjamin Oborne ซีอีโอบริษัทโดมิโน พิซซ่า บอกว่า สับปะรดจินจ้วนของไต้หวันมีรสชาติอร่อย ทางบริษัทไม่เพียงแต่ใช้สับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง ยังใช้เห็ดออรินจิ ผักโปยเล้ง มะเขือเทศ และหอมหัวใหญ่ที่ปลูกในไต้หวัน ตอนที่เขาเคยทำงานในญี่ปุ่นได้ให้เชฟท้องถิ่นชิมสับปะรดหั่นเต๋าของไต้หวันก็บอกว่าอร่อย เป็นวัตถุดิบคุณภาพดี
เซี่ยชางเว่ย(謝昌衛) ศ.พิเศษประจำภาควิชาอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพประยุกต์แห่งมหาวิทยาลัยจงซิง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ กล่าวว่า การแช่แข็งผลผลิตทางการเกษตรไม่ใช่ปัญหา กุญแจสำคัญคือจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีในการรักษาคุณภาพกล่าวคือต้องแน่ใจว่าเนื้อเยื่อผลไม้จะไม่ถูกทำลาย และรสชาติเหมือนเดิมหลังนำมาคลายฟรีซ การพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นเทคโนโลยีคุณสมบัติทางกายภาพ ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีนี้เช่นกัน หลักการของไต้หวันคือการทำให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดเล็กลง 40% และจัดเรียงให้เป็นระเบียบมากขึ้น ปัจจุบันผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อวัว เนื้อหมู และเป็ดในไต้หวันใช้เทคโนโลยีนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ประหยัดไฟ จึงทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% สามารถนำมาดัดแปลงเพื่อใช้ในเรือประมงน่านน้ำสากลได้
เทคโนโลยีการเก็บรักษาความสดด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า
By แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, Rtiไต้หวันพัฒนาเทคนิครักษาคุณภาพสับปะรด
หลังจากจีนระงับการนำเข้าสับปะรดของไต้หวัน กระทรวงเกษตรได้ขยายการส่งออกไปยังญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ แต่ประสบปัญหาสับปะรดสุกงอมกลายเป็นสีน้ำตาล กรมการเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food Agency)ได้แถลงข่าวในวันที่ 17 เมษายน ว่าได้พัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า สามารรักษาความสดของสับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง ได้มีการป้อนสินค้าให้กับบริษัทโดมิโนส์ นำไปผลิตเป็นพิซซา ซึ่งผลสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ คาดว่าในปีนี้จะส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศทะลุ 20,000 ตัน หากเทียบกับปีที่แล้วมีการส่งออกอยู่ที่ 16,000-17,000 ตัน
ซูเติงจ้าว(蘇登照) ผู้อำนวยการกอง ภายใต้กรมการเกษตรและอาหาร กล่าวว่า ผลผลิตสับปะรดพันธุ์จินจ้วนในปีนี้อยู่ที่ 366,000 ตัน หักลบการส่งออก 20,000 ตัน จะเหลืออีก 340,000 ตัน ที่จำหน่ายในไต้หวัน โดย 10- 20% ถูกนำไปแปรรูป การใช้เทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยเพิ่มปริมาณการแปรรูปส่งออกผลไม้แช่แข็งหั่นเต๋า
Benjamin Oborne ซีอีโอบริษัทโดมิโน พิซซ่า บอกว่า สับปะรดจินจ้วนของไต้หวันมีรสชาติอร่อย ทางบริษัทไม่เพียงแต่ใช้สับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง ยังใช้เห็ดออรินจิ ผักโปยเล้ง มะเขือเทศ และหอมหัวใหญ่ที่ปลูกในไต้หวัน ตอนที่เขาเคยทำงานในญี่ปุ่นได้ให้เชฟท้องถิ่นชิมสับปะรดหั่นเต๋าของไต้หวันก็บอกว่าอร่อย เป็นวัตถุดิบคุณภาพดี
เซี่ยชางเว่ย(謝昌衛) ศ.พิเศษประจำภาควิชาอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพประยุกต์แห่งมหาวิทยาลัยจงซิง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ กล่าวว่า การแช่แข็งผลผลิตทางการเกษตรไม่ใช่ปัญหา กุญแจสำคัญคือจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีในการรักษาคุณภาพกล่าวคือต้องแน่ใจว่าเนื้อเยื่อผลไม้จะไม่ถูกทำลาย และรสชาติเหมือนเดิมหลังนำมาคลายฟรีซ การพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นเทคโนโลยีคุณสมบัติทางกายภาพ ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีนี้เช่นกัน หลักการของไต้หวันคือการทำให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดเล็กลง 40% และจัดเรียงให้เป็นระเบียบมากขึ้น ปัจจุบันผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อวัว เนื้อหมู และเป็ดในไต้หวันใช้เทคโนโลยีนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ประหยัดไฟ จึงทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% สามารถนำมาดัดแปลงเพื่อใช้ในเรือประมงน่านน้ำสากลได้
เทคโนโลยีการเก็บรักษาความสดด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า