
Sign up to save your podcasts
Or


นายหวงฉี่เซวียน (黃啟軒) เกษตรกรหนุ่มในเขตฉีซานของนครเกาสง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ลงทุนปลูกบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) ด้วยวิธีการควบคุมคุณภาพและเข้มงวดในเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลง จนกลายเป็นบัวน้ำออร์แกนิคที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับขั้นตอนการปลูกตลอดจนแหล่งที่มาของการปลูกได้ และปลายปีนี้จะเป็นแหล่งปลูกแหล่งเดียวที่ผ่านใบรับรองมาตรฐานคู่ของนครเกาสงด้วย
บัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) พืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เพิ่มยอดขายให้กับเกษตรกรนครเกาสงอย่างรวดเร็วในขณะนี้ อยู่ใต้น้ำเก็บเกี่ยวตลอดปีและไม่ต้องกลัวภัยธรรมชาติ เช่นพายุไต้ฝุ่นหรือน้ำท่วม ฯลฯ
ผักบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียนของนายหวงฉี่เชวียน นอกจากส่งขายตลาดในประเทศแล้ว ยังได้ดึงดูดพ่อค้าค้าส่งของญี่ปุ่นด้วย โดยตั้งแต่เดือนก.ค.ปีนี้ ได้ส่งบัวน้ำโดยตรงด้วยสายการบินไปขายประเทศญี่ปุ่นสัปดาห์ละ 1,000-1,500 ชั่ง หรือประมาณ 600-900 กก.และหลังจากที่นำขึ้นหิ้งวางขายก็จะขายหมดเร็วมาก ซึ่งแสดงว่าคนญี่ปุ่นชอบรับประทานมาก เป็นผักที่แม่บ้านญี่ปุ่นชอบซื้อไปผัด และนายหวงฉี่เชวียนบอกว่า ช่วงแรกคนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับสุ่ยเหลียนเท่าไรนัก ตอนที่ขายไปที่ประเทศญี่ปุ่นแรกๆ ก็เป็นห่วงว่าผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นจะไม่รู้วิธีการผัด จึงมีการสอนวิธีการผัดอย่างละเอียดทางอินเตอร์เน็ต และหลังจากนำไปขายแล้วปรากฏว่าได้รับการตอบรับกดถูกใจ 5 ดาวทางอินเตอร์เน็ตไม่น้อย และยังมีแม่บ้านแบ่งปันประสบการณ์การผัดไว้ด้วย อย่างเช่นบอกว่า ผัดใส่กระเทียมและเบคอน เหยาะพริกไทยเล็กน้อยก็สุดแสนอร่อยแล้ว
บัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) แต่ละเส้นยาวประมาณ 100 ซม. อร่อยกรอบ มีสารอาหารและช่วยระบบขับถ่ายได้ดี
อู๋ฟางหมิง (吳芳銘) ผอ.กองการเกษตรเกาสงบอกว่า โครงสร้างการผลิตหรือการปลูกสุ่ยเหลียนค่อนข้างคงที่ และราคาที่ขายจะค่อนข้างคงที่ด้วย ไม่มีการปรับราคาขึ้นๆลงๆ นอกจากจะขายบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียนในตลาดภายในประเทศแล้ว ไม่กี่ปีนี้ทางรัฐบาลได้ขยายตลาดต่างประเทศด้วย ปัจจุบันประสบความสำเร็จในการขยายตลาดไปยังประเทศสิงคโปร์และแคนาดา และได้รับความนิยมสูงด้วย และนอกจากนี้ ไม่นานมานี้สามารถขยายตลาดไปยังประเทศญี่ปุ่นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ในอนาคตจะใช้เทคนิคการแพ็ครักษาความสด เพื่อขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันสุ่ยเหลียนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ทำรายได้เพิ่มยอดขายให้กับนครเกาสงอย่างรวดเร็วที่สุดในขณะนี้ ปริมาณการผลิตประมาณ 6 ล้านชั่งหรือประมาณ3,600,000 กก. ยอดขาย 300 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปี จนได้รับฉายาว่าเป็นธุรกิจ “ทองสีเขียว”ของเขตฉีเหม่ยไปแล้วค่ะ
นายหวงฉี่เซวียน (黃啟軒) เกษตรกรหนุ่มในเขตฉีซานของนครเกาสง ปลูกบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) ด้วยวิธีการควบคุมคุณภาพและเข้มงวดในเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลง จนกลายเป็นบัวน้ำออร์แกนิค
By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiนายหวงฉี่เซวียน (黃啟軒) เกษตรกรหนุ่มในเขตฉีซานของนครเกาสง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ลงทุนปลูกบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) ด้วยวิธีการควบคุมคุณภาพและเข้มงวดในเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลง จนกลายเป็นบัวน้ำออร์แกนิคที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับขั้นตอนการปลูกตลอดจนแหล่งที่มาของการปลูกได้ และปลายปีนี้จะเป็นแหล่งปลูกแหล่งเดียวที่ผ่านใบรับรองมาตรฐานคู่ของนครเกาสงด้วย
บัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) พืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เพิ่มยอดขายให้กับเกษตรกรนครเกาสงอย่างรวดเร็วในขณะนี้ อยู่ใต้น้ำเก็บเกี่ยวตลอดปีและไม่ต้องกลัวภัยธรรมชาติ เช่นพายุไต้ฝุ่นหรือน้ำท่วม ฯลฯ
ผักบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียนของนายหวงฉี่เชวียน นอกจากส่งขายตลาดในประเทศแล้ว ยังได้ดึงดูดพ่อค้าค้าส่งของญี่ปุ่นด้วย โดยตั้งแต่เดือนก.ค.ปีนี้ ได้ส่งบัวน้ำโดยตรงด้วยสายการบินไปขายประเทศญี่ปุ่นสัปดาห์ละ 1,000-1,500 ชั่ง หรือประมาณ 600-900 กก.และหลังจากที่นำขึ้นหิ้งวางขายก็จะขายหมดเร็วมาก ซึ่งแสดงว่าคนญี่ปุ่นชอบรับประทานมาก เป็นผักที่แม่บ้านญี่ปุ่นชอบซื้อไปผัด และนายหวงฉี่เชวียนบอกว่า ช่วงแรกคนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับสุ่ยเหลียนเท่าไรนัก ตอนที่ขายไปที่ประเทศญี่ปุ่นแรกๆ ก็เป็นห่วงว่าผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นจะไม่รู้วิธีการผัด จึงมีการสอนวิธีการผัดอย่างละเอียดทางอินเตอร์เน็ต และหลังจากนำไปขายแล้วปรากฏว่าได้รับการตอบรับกดถูกใจ 5 ดาวทางอินเตอร์เน็ตไม่น้อย และยังมีแม่บ้านแบ่งปันประสบการณ์การผัดไว้ด้วย อย่างเช่นบอกว่า ผัดใส่กระเทียมและเบคอน เหยาะพริกไทยเล็กน้อยก็สุดแสนอร่อยแล้ว
บัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) แต่ละเส้นยาวประมาณ 100 ซม. อร่อยกรอบ มีสารอาหารและช่วยระบบขับถ่ายได้ดี
อู๋ฟางหมิง (吳芳銘) ผอ.กองการเกษตรเกาสงบอกว่า โครงสร้างการผลิตหรือการปลูกสุ่ยเหลียนค่อนข้างคงที่ และราคาที่ขายจะค่อนข้างคงที่ด้วย ไม่มีการปรับราคาขึ้นๆลงๆ นอกจากจะขายบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียนในตลาดภายในประเทศแล้ว ไม่กี่ปีนี้ทางรัฐบาลได้ขยายตลาดต่างประเทศด้วย ปัจจุบันประสบความสำเร็จในการขยายตลาดไปยังประเทศสิงคโปร์และแคนาดา และได้รับความนิยมสูงด้วย และนอกจากนี้ ไม่นานมานี้สามารถขยายตลาดไปยังประเทศญี่ปุ่นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ในอนาคตจะใช้เทคนิคการแพ็ครักษาความสด เพื่อขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันสุ่ยเหลียนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ทำรายได้เพิ่มยอดขายให้กับนครเกาสงอย่างรวดเร็วที่สุดในขณะนี้ ปริมาณการผลิตประมาณ 6 ล้านชั่งหรือประมาณ3,600,000 กก. ยอดขาย 300 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปี จนได้รับฉายาว่าเป็นธุรกิจ “ทองสีเขียว”ของเขตฉีเหม่ยไปแล้วค่ะ
นายหวงฉี่เซวียน (黃啟軒) เกษตรกรหนุ่มในเขตฉีซานของนครเกาสง ปลูกบัวน้ำหรือสุ่ยเหลียน (水蓮) ด้วยวิธีการควบคุมคุณภาพและเข้มงวดในเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลง จนกลายเป็นบัวน้ำออร์แกนิค