COJ Podcast

ฎีกา InTrend ep.5 - ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน


Listen Later

ฎีกา InTrend - ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
สรวิศ ลิมปรังษี
          ถ้าบอกว่าไปฆ่าแกงใคร เราต่างก็รู้กันดีว่าเป็นความผิดแน่ ๆ ไม่ได้ผิดเพียงแค่กฎหมาย แต่ผิดทั้งศีลธรรมและหลักศาสนาที่ทุกศาสนาล้วนกำหนดไว้ไม่แตกต่างกันว่าการไปฆ่าคนอื่นเป็นการทำผิดด้วยกันทั้งสิ้น แต่การฆ่าในทางกฎหมายนั้นมีหลายแบบ บางแบบอาจจะมีโทษหนักกว่าแบบอื่น การฆ่าที่มีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตลักษณะหนึ่งคือที่เรียกว่าการ “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” แต่คำถามที่หลายคนอาจจะสงสัยคือแล้วการฆ่าแบบไหนที่จะเข้าข่ายเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองที่สมควรได้รับการลงโทษลงทัณฑ์ที่รุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต ในตอนนี้เราจึงจะนำคดีเรื่องหนึ่งมาเล่าสู่กันฟังว่าทำไมพฤติกรรมอย่างหนึ่งถึงจะเป็นมากกว่าการฆ่าธรรมดา
          เรื่องราวคดีนี้สมมติว่ามีนายมีนากับนายเมษาเกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นลงไม้ลงมือชกต่อยกัน แต่โชคดีที่มีคนมาห้ามปรามแยกทั้งสองคนออกจากกัน ก่อนจากกันนายมีนาพูดตะคอกใส่หน้านายเมษาว่า “รอไว้ก่อนเถอะมึง เดี๋ยวกูจะไปเอาปืนมายิง” นายมีนาก็หายไปร่วมครึ่งชั่วโมงก็ขับรถจักรยานยนต์กลับมาจนตามไปพบกับนายเมษากับพวกที่จอดรถกระบะอยู่ พอเห็นนายมีนาขับรถจักรยานยนต์มาบริเวณนั้น เพื่อนของนายเมษาเห็นก็รีบลงจากรถกระบะไปห้ามปรามเพราะรู้ดีว่านายมีนาคงไม่ได้มาด้วยเจตนาที่ดีแน่ แต่นายมีนาก็ไม่ฟังเสียงใช้อาวุธปืนยิงไปถูกนายเมษาที่นั่งอยู่ในรถกระบะ จนนายเมษาเสียชีวิต
          กรณีจากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ถ้าหากเราสมมติเสียใหม่ว่าตอนที่นายมีนากับนายเมษาทะเลาะจนถึงขั้นชกต่อยกันในตอนแรก ระหว่างที่กำลังมีเรื่องกันอยู่นั้น นายมีนาก็ชักปืนที่ติดตัวมาด้วยออกมายิงนายเมษาจนนายเมษาตายไปในตอนนั้น การกระทำของนายมีนาในตอนนี้แม้จะมีเรื่องกันแต่ยังไม่มีข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์อะไรที่มาบอกได้ว่านายมีนามีเจตนาที่จะมาฆ่านายเมษามาตั้งแต่แรก บางคนอาจจะบอกว่าก็นายมีนาพกปืนมาด้วยก็แสดงว่าต้องมีเจตนาไม่ดีอยู่แล้ว ซึ่งความจริงอาจจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ใช่ก็ได้ แต่เมื่อไม่มีข้อเท็จจริงอื่นก็คงยังไม่สามารถบอกได้ว่านายมีนาเตรียมการที่จะมาฆ่านายเมษาตั้งแต่แรกถึงได้พกปืนมา เพราะนายมีนาอาจมีเรื่องกับคนอื่นอีกหลายคนจนต้องพกปืนกันคู่อริคนอื่นก็ได้เช่นกัน การที่นายมีนาชักปืนมายิงไประหว่างที่ทะเลาะชกต่อยกันแน่นอนว่าเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นแน่ แต่เป็นการฆ่าผู้อื่นแบบธรรมดาที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึงประหารชีวิตซึ่งจะแตกต่างจากกรณีที่เรากำลังพูดถึงที่โทษมีแต่ประหารชีวิตสถานเดียว
          คราวนี้กลับมาถึงกรณีในคดีที่ยกมาข้างต้นที่หลังจากทะเลาะกันแล้วมีการแยกจากกัน นายมีนากลับไปเอาปืนมา ขับรถจักรยานยนต์กลับมาหลังเหตุการณ์ตอนแรกอีกร่วมครึ่งชั่วโมง เมื่อพบนายเมษาจึงได้ใช้ปืนยิงนายเมษจนเสียชีวิต ข้อแตกต่างคือการที่นายมีนากลับไปเอาปืนมาแยกต่างหากจากการทะเลาะในตอนแรกไปแล้ว แม้จะมีเรื่องมีราวกันมา แต่ช่วงเวลาที่แยกจากกันก็ร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว แม้จะโกรธจะเคืองกันอยู่แต่ก็ไม่เหมือนกับการอยู่ระหว่างชกต่อยทะเลาะกันในตอนแรก การใช้ปืนยิงนายเมษาจึงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนที่อยู่ ๆ ทะเลาะกันก็ชักปืนมายิง
          นอกจากนั้น การที่นายมีนากลับไปเอาปืนมาหลังจากเพิ่งทะเลาะกับนายเมษามาย่อมแสดงให้เห็นว่านายมีนามีเจตนาที่คิดร้ายอยู่จึงได้กลับไปเอาปืนของตัวเองมาแล้วขับรถจักรยานยนต์ตามหานายเมษาจนพบ แล้วพอเจอนายเมษา นายมีนาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีก เอาปืนที่เตรียมมาไปยิงนายเมษาทันที โดยการพบกันครั้งหลังก็ไม่ได้มีเรื่องมีราวอะไรใหม่ พฤติการณ์ลักษณะนี้ย่อมแสดงให้เห็นในตัวว่าการที่ไปเอาปืนมาเป็นการคิดเตรียมการของนายมีนาที่จะมาฆ่านายเมษา เมื่อนายมีนาใช้ปืนยิงนายเมษาจึงทำให้เป็นความผิดฐานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามที่กฎหมายกำหนด
          การฆ่าไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วย่อมเป็นเรื่องผิดด้วยกันทั้งสิ้น เพราะทุกคนย่อมรักชีวิตของตนเองและมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ เมื่อคนหนึ่งไปฆ่าอีกคนหนึ่งจึงต้องสมควรที่จะรับโทษ แต่สำหรับคนที่คิดร้ายถึงขนาดมีการคิดเตรียมการเพื่อจะไปฆ่าคนอื่นโดยเฉพาะย่อมแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่อำมหิตเพียงพอที่จะคิดไปฆ่าคนอื่น คนที่ทำแบบนี้จึงสมควรที่จะต้องรับโทษให้เหมาะสมกับความผิดที่ “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6663/2562)
_______________________
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

COJ PodcastBy COJ Podcast


More shows like COJ Podcast

View all
Kaihuaror Studio Podcast by Kaihuaror Studio Podcast

Kaihuaror Studio Podcast

0 Listeners