Digipedia Podcast

EP.6 - Optimize แคมเปญง่าย ๆ ด้วย 3 วิธีนี้!


Listen Later

Episode ที่หกของ Digipedia Podcast จะพาคุณไปเข้าใจหลักการ Optimization เบื้องต้นด้วย 3 วิธีง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้


การ Optimize แคมเปญคืออะไร แล้วมันสำคัญยังไง?

อย่างที่ได้กล่าวไปใน Episode ก่อนหน้านี้ การทำแคมเปญโฆษณาออนไลน์อิงอยู่กับการประมูล (Auction) เป็นหลัก ซึ่งแน่นอนหมายถึงการแข่งขันในการแสดงโฆษณาของเราให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการย่อมเกิดขึ้นตลอดเวลา คู่แข่งก็มีเข้าออกในตลาดและการประมูลได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ได้ตรงกับแพลนแคมเปญโฆษณาออนไลน์ที่เราวางไว้ในตอนแรกเสมอไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง Cost หรือ Result Rate ต่าง ๆ การ Optimize จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้แคมเปญของเราได้ผลลัพธ์ตามแพลนที่เราวางไว้


1. การ Bidding หรือเปลี่ยนแปลงราคาการประมูล

วิธีแรกเป็นวิธีที่ถือว่าเบสิกและรวดเร็วที่สุดในการปรับเปลี่ยน หรือ Optimize Campaign ของเราให้มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ในทันที ถ้ายังจำกันได้ การทำโฆษณาออนไลน์คือการที่นักโฆษณาหลาย ๆ คนมายกป้ายชูราคาประมูลกันในระบบเพื่อหาผู้ชนะที่จะทำให้โฆษณาได้ไปแสดงผลบนหน้าจอของกลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกไว้ ยกตัวอย่างเช่นตอนแรกเราอาจจะชูป้ายราคาไว้ที่ CPM ละ 60 บาท (ใส่เงินลงไปในระบบเพื่อบอกว่าเราเต็มใจจะจ่ายเงินเมื่อโฆษณาของเราได้แสดงผล 1,000 ครั้ง ที่ 60 บาท) แต่หากเราพบว่าจริง ๆ แล้วผลลัพธ์ที่เราได้จากระบบ CPM เหลือเพียง 50 บาท เราอาจจะทำการเปลี่ยนแปลงราคาที่เรายอมจ่ายในระบบให้เหลือ 50 บาทดู เราอาจจะมีโอกาศได้ราคา CPM ที่ถูกลงได้


2. การปิดแคมเปญ กลุ่มเป้าหมาย หรือ โฆษณาที่มีราคาแพงหรือมี Performance ที่ไม่ดี

วิธีที่สองเป็นอีกวิธีนึงที่สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ และทำได้ทันทีเช่นเดียวกัน นั่นก็คือการลอง Test และเปรียบเทียบ Performance ระหว่างกลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาแต่ละตัวและทำการปิดหรือ Pause กลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาที่มี Performance ไม่ดี เพื่อให้งบประมาณโฆษณาที่เหลือเทไปใช้กับตัวที่ Perform ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น เรากำหนดกลุ่มเป้าหมายหลัก ๆ ไว้ 2 กลุ่มซึ่งมีความสนใจและช่วงอายุที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละกลุ่มเป้าหมายเราก็มีโฆษณารูปภาพ 2 รูป และโฆษณาวีดีโอ 1 ชิ้น เพื่อที่จะทำการ Test ว่ากลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาชิ้นไหนที่สามารถที่จะให้ Cost per Result ที่ถูกกว่ากัน เมื่อเราลองรันโฆษณาไป 4-5 วันแล้วมาดู Performance แล้วเราเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายที่หนึ่งมี Result Rate ที่สูงกว่า และ Cost per Result ที่ถูกกว่า และโฆษณารูปภาพทั้ง 2 รูปก็ Perform ดีกว่าโฆษณาวีดีโอ ในเคสนี้เราอาจจะเลือก Pause กลุ่มเป้าหมายที่สองและโฆษณาวีดีโอออกไปจากแคมเปญ เพื่อให้งบประมาณโฆษณาของเราเทไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่หนึ่งและโฆษณารูปภาพมากขึ้น


3. การใช้เงินให้ถูกที่และคุ้มค่าโดยการโยกงบประมาณไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาที่มี Performance ที่ดีกว่า

ในบางกรณีนั้น บางกลุ่มเป้าหมายและโฆษณาอาจจะต้องใช้เวลาในการให้ระบบเรียนรู้เพื่อการแสดงผลโฆษณาที่แม่นยำมากขึ้น ซึ่งถ้าหากเราทำการปิดกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ โดยไม่ให้เวลาระบบในการเรียนรู้มากพอ อาจจะเป็นการตัดโอกาสตัวเองเมื่อกลุ่มทาร์เก็ตนั้นอาจจะ Perform ได้ดีขึ้นในภายหลัง วิธีที่สามจึงเป็นวิธีในการ Test ง่าย ๆ โดยที่เรายังไม่มีความจำเป็นต้อง Pause หรือปิดกลุ่มเป้าหมายที่ Perform ไม่ดีทิ้งไปตั้งแต่แรก แต่ใช้การโยกงบประมาณจากตัวที่ Perform ไม่ดีไปให้กลุ่มเป้าหมายที่ Perform ดีกว่าแทนและ Observe Performance จนแน่ใจแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราลดงบประมาณโฆษณาไปไม่ Perform จริง ๆ จึงทำการปิดในภายหลังเพื่อไปหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่อาจจะมี Performance ที่ดีขึ้น

__


แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


Website: https://digipedia.studio/

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

Digipedia PodcastBy Digipedia Studio