Digipedia Podcast

EP.7 - อ่านให้ขาด! Data จากแคมเปญบอกอะไรเราบ้าง?


Listen Later

Episode ที่เจ็ดของ Digipedia Podcast จะพาคุณรู้ในสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการอ่าน Data ของแคมเปญโฆษณาออนไลน์เบื้องต้น


มองให้ลึกถึงจุดที่กระทบกับ Campaign Performance ที่สุดก่อนเสมอ

การอ่านและวิเคราะห์ Data ผิดจุดอาจจะทำให้การ Optimize แคมเปญผิดเพี้ยนไปได้ การอ่าน Data เบื้องต้นมักจะเริ่มจากปัญหาและการตั้งคำถามก่อนเช่น เรามีแคมเปญที่มี Objective เพื่อการ Drive Traffic เข้าเว็บไซต์ของเราให้ได้เยอะที่สุดแล้วปรากฏว่า CPC ของเราแพงเกินจากแพลนที่วางไว้ เราอาจจะต้องหยิบ Metrics ต่าง ๆ ออกมากางดูเพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาจริง ๆ นอกจากนี้การที่แคมเปญ Performance ออกมาไม่เป็นไปตามที่เราแพลนไว้ เราอาจจะต้องเข้าไปดูกลุ่ม Target หรือโฆษณาที่ใช้เงินมากที่สุดก่อนว่า Perform เป็นยังไงเพราะกลุ่ม Target หรือโฆษณาที่ได้ใช้เงินที่สุดย่อมเป็นตัวบ่งชี้ Performance ภาพรวมของแคมเปญ เพราะฉะนั้นการมอง Data เมื่อแคมเปญเกิดปัญหาขึ้นจึงควรมองให้ลึกถึงส่วนที่กระทบกับ Campaign Performance ที่สุดจริง ๆ และต้องตั้งคำถามและสมมุติฐานกับ Data ที่มีอยู่เสมอ


Sample Size เป็นเรื่องสำคัญ!

การวิเคราะห์ Data และหาต้นตอของปัญหาในแคมเปญนั้น ๆ มีอีกสิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลยนั่นก็คือขนาด Sample Size ของ Data ที่เราจะเอามาวิเคราะห์นั่นเอง การตัดสินว่าแคมเปญนี้หรือกลุ่มเป้าหมายนี้ไม่มีประสิทธิภาพและควรปิดแคมเปญไปเวลาที่ Data มี Sample Size น้อย อาจจะเป็นการด่วนตัดสินใจไปหน่อย เพราะระบบเองก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้สักช่วงเวลาหนึ่งกว่าที่จะได้ผลลัพธ์ที่มากพอเพื่อ Optimize แคมเปญของเราให้มีประสิทธิภาพ การที่เราด่วนตัดสินใจและปิดแคมเปญไปทั้ง ๆ ที่ยังได้ Sample Size ไม่เพียงพอให้เราวิเคราะห์ อาจจะเป็นการตัดโอกาสตัวเองก็เป็นได้


หยิบทุก Metric ขึ้นมาวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลอย่างสม่ำเสมอ

การทำโฆษณาออนไลน์อย่างแรกที่เราต้องคำนึงถึงคือ Objective ของแคมเปญว่าเราอยากได้ผลลัพธ์ในเชิงไหนมากที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถเลือกได้โดยตรงในระบบหลังบ้านของ Platform ต่าง ๆ เพื่อเป็นการบอกระบบว่า Result ใดที่เราอยากได้และให้ไปหาคนที่มีแนวโน้มจะเกิด Result เหล่านั้นมา ถ้าอ้างอิงจาก Objective ของแคมเปญแล้วการแพลนส่วนใหญ่มักจะมอง KPI ไปที่ผลลัพธ์ของ Objective แคมเปญนั้น ๆ เป็นหลักเช่น แต่ถ้าเรามองดู Data ที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ดี ๆ แล้วจะเห็นว่าระบบยังมี Metrics อื่น ๆ อีกมากมายซึ่งเป็นตัวช่วยบ่งบอกคุณภาพและประสิทธิภาพของแคมเปญเราในแง่มุมอื่น ๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น เราตั้ง KPI และ Objective แคมเปญของเราเป็น Engagement เพื่อต้องการให้คนมา Engage กับโฆษณาของเรามากที่สุด แต่พอรันแคมเปญไปแล้ว เราพบว่าคนมา Like โฆษณาของเราเยอะจริง ๆ แต่เมื่อดู Metric Post Comment หรือ Post Share แล้วกลับไม่มีใคร Comment หรือ Share Content ของเราเลย เพราะฉะนั้นเราอาจจะวิเคราะห์ต่อไปได้ว่า Post Like ที่เราได้มานั้นเกิดประโยชน์จริง ๆ กับธุรกิจของเราหรือเปล่า หรือ Content ของเรานั้นจริง ๆ น่าสนใจมากน้อยขนาดไหนและต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร การวิเคราะห์ Metrics อื่น ๆ และตั้ง Secondary KPI เอาไว้จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย และยังอาจทำให้เรา Optimize แคมเปญให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย


ถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง!

หลาย ๆ คนคงมีปัญหาที่คิดว่า Cost per Result แพงเกินไปหรือทำไมแคมเปญอื่น ๆ ในธุรกิจ Industry เดียวกันถึงได้ Cost per Result ที่ถูกกว่า จริง ๆ แล้วคำว่า Result ถูกหรือแพงนั้นมีหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไป ต่อให้จะเป็นธุรกิจใน Industry เดียวกันก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกลุ่มเป้าหมาย, Content, Placement ที่โฆษณาไปโชว์ หรือแม้แต่การใช้ Bidding Strategy ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการเทียบตัวเองกับคู่แข่งอาจจะไม่ใช่วิธีชี้วัดความถูกแพงของผลลัพธ์โฆษณาที่ยุติธรรมนัก การที่จะวิเคราะห์ว่า Cost per Result ถูกหรือแพงนั้น เราควรที่จะสร้าง Benchmark ขึ้นมาจากแคมเปญที่เราเคยยิงไปแล้วในอดีต

__


แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


Website: https://digipedia.studio/

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

Digipedia PodcastBy Digipedia Studio