
Sign up to save your podcasts
Or
คอร์สอานาปานสติ วันที่ 19-22 มิ.ย. 68 ณ วัดบุปผาราม กทม. โดย พระกิตติวิมลเมธี (พระอาจารย์สุชีพ สุธมฺโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบุปผาราม วรวิหาร
ฝึกจิตเพื่ออะไร? เพื่อให้มันพ้นจากทุกข์ แล้วพ้นจากทุกข์เมื่อไร? พ้นจากทุกข์ทันทีที่ฝึกนะ คนฝึกจิตมักจะมองผลของการฝึกไกลออกจากตนอยู่ระยะหนึ่งเสมอ มันจะเกิดเมืองแก้วเมืองฟ้าเมืองนิพพาน มันจะมองภาพของผลการฝึกจิตออกไปจากตนในระยะหนึ่งเสมอ เพราะฉะนั้นตัวเองปฏิบัติให้ตาย ปฏิบัติเท่าใดๆ เข้มงวดเท่าใดๆ มันก็ยังห่างระยะผลของการปฏิบัติเพราะตัวเองวางไว้อยู่เสมอ คือมันวางผลของการปฏิบัติไว้อยู่ห่างจากตัวเอง ทีนี้ตัวเองก็ลงมือปฏิบัติเพื่อไปให้ถึง ทุ่มเทเท่าใดๆๆ ระยะที่ตัวเองวางไว้มันยังห่างอยู่เท่าเดิม เพราะตอนที่เราไม่ลงมือปฏิบัติ เราต้องการพ้นทุกข์ และเราวางผลของการปฏิบัติอยู่ห่างจากเรา
แต่พระพุทธเจ้าบอกมันไม่ใช่ อย่างจับของมาตั้งนี่มันตรงมาตอนไหน? มันตรงทันทีที่ตั้ง เหมือนกันนะเมื่อมีสมาธิบริสุทธิ์สติบริสุทธิ์เกิด จิตจะอยู่ในจุดที่ว่างอิสระทันที เพราะฉะนั้นฝึกอย่างนี้บ่อยๆ เข้าใจหรือยัง? รายละเอียดปลีกย่อยที่พูดมาตั้งกี่ปี ๖ ปี ๗ ปี ๘ ปี ทั้งหมดทั้งสิ้นนะ อุปกิเลสในอานาฯ ลมกระทบ โผฏฐัพพารมณ์ นิมิต ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า อุปกิเลส พูดมาเยอะ พระพุทธเจ้าพูด ลมยาว ลมสั้น ลมทั้งปวง ลมหยุด ปีติ เวทนา ทั้งหมดเพื่อให้มันเกิดความบริสุทธิ์สิ้นเชิง ที่เราเรียกกันว่า “บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง” เท่านั้นเอง
ตลอด ๗ ปีที่ผ่านมาถ้าเราไม่รู้เรื่องเหล่านั้นเลย แค่มารู้วันนี้เฉยๆ แต่ถ้าสามารถเข้าสู่จุดจิตนิ่งอิสระ มีสติเกิดจากจิตที่นิ่งและอิสระ ณ ขณะนั้นมันตรง ตรงนั้นพระพุทธเจ้าเรียกว่า มันว่างแต่รู้อยู่ มันคือมัชฌิมาปฏิปทา มันคืออะไรไม่รู้ล่ะที่เรียกๆกันอยู่มันเป็นหมด ทุกคําที่ใช้เรียกเป็นหมด แล้วมันเป็นตอนไหน? ทันที และถ้าเราเข้าจุดนี้บ่อยๆจนมันเป็นจุดของชีวิตที่ตลอดไป อันนี้เรียกอมตะ เป็นอมตะเลย อมตะหมายความว่า ไม่ใช่ว่าไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายนะ แต่มันไม่ทุกข์เพราะการแก่ ไม่ทุกข์เพราะการเจ็บ ไม่ทุกข์เพราะการตาย ไม่ทุกข์เพราะการพลัดพราก มันยังตกใจอยู่เห็นงูน่ะแต่มันไม่ทุกข์เพราะการตกใจ
เพราะในกระบวนการฝึกจิตทั้งหมดผลมันคืออะไร ต้องการอะไร? ความพ้นทุกข์ มันไม่ใช่ว่าเรากระโดดข้ามให้มันพ้นทุกข์ วิมุตติ วิมุตติแปลว่าความหลุดพ้น มันไม่ใช่ว่ามันไม่มีทุกข์ มันมีทุกข์แต่มันไม่ทุกข์ มีทุกข์แต่มันไม่ทุกข์ เรียกว่า พ้นทุกข์ มันยังแก่อยู่ไหมถ้ายังไม่ตาย? มันยังป่วยไหม? มันต้องพลาดพลาดไหม? มีหมด แต่มันไม่ทุกข์
ที่มันไม่ทุกข์เพราะอะไร? เพราะมันรู้ความจริงในความทุกข์ มันรู้ความจริงของความทุกข์ ความจริงของความทุกข์มันรู้ในไหน? มันรู้ความจริงในรูปนาม รูปนามนี้คือความทุกข์ เกิดที่ไหน? เกิดที่รูปนาม มันรู้ความจริงในรูปนาม นั่นแหละคือรู้ความจริงของความทุกข์ พอรู้ความจริงของความทุกข์มันจึงไม่ทุกข์เมื่อมีความทุกข์ ไม่ใช่ว่ามันไม่มีความทุกข์เกิดนะ มีความทุกข์แต่มันไม่ทุกข์ ความทุกข์ที่เกิดไม่สามารถที่จะแทรกเข้าไปในจิตได้ จิตจะไม่เข้าไปเสวยความทุกข์นั้นเป็นอารมณ์ มันจึงพ้นทุกข์ เพราะฉะนั้นจิตจึงต้องมีประสบการณ์ที่อยู่ในจุดที่นิ่งรู้อยู่อย่างอิสระจนมีกําลังขึ้นมา มันจึงไม่ไปเสวยทุกข์มาเป็นอารมณ์ มันจึงแค่รู้ดูเห็นอยู่อย่างแจ่มแจ้ง เรียกว่ารู้ในทุกข์ แจ่มแจ้งในทุกข์ เห็นความจริงในทุกข์ มันจึงไม่ทุกข์ หรือเรียกว่าพ้นทุกข์ อันนี้แหละที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตั้งตรงทันที เราเป็นอื่นไม่ได้ คือ กระชากนิสัยสันดานที่ออกมาจากอวิชชาตัณหาอุปาทานที่มันบ่มเรามาตลอดเลย
รู้ตัวอย่างไรที่ให้จิตเป็นสติปัฏฐาน ก็คือดู นี่ของคนที่ฝึกเรื่องของอานาปานสติมาตลอด คือ ก็แค่ดู ดูสิ่งที่เกิดเฉพาะหน้า อะไรที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าดูสิ่งนั้น เมื่อใดก็ตามที่มันมีการดู จิตจะถูกแยกออกมาจากสิ่งที่ถูกดู สิ่งที่ถูกดู เน้นลงไปที่ไหน? ลงไปที่รูปนาม ที่กายที่ใจ อาการของกายอาการของใจ ดูมันให้เห็นบ่อยๆ เดินๆไปปวดขา อย่าไปนั่งเป็นทุกข์ บริหารขา บริหารไป แต่ให้ดูมัน เข้าใจไหม? มันไม่ใช่ว่าตั้งหน้าตั้งตาดูอย่างเดียวอย่างอื่นไม่ทํา ไม่ใช่ บริหารขาทายาหม่องอะไรต่างๆก็ทําไป หาหมอทํากายภาพหรือให้หมอนวดก็ทําไป แต่ความรู้สึกที่มันปวดที่มันเกิดอยู่นั้น ดูมัน เมื่อใดก็ตามที่มันมีการดู มันจะกั้นจิตออกมาจากความปวด และมันเห็นความปวดที่เกิด
#พระกิตติวิมลเมธี #วัดบุปผาราม #อานาปานสติ #สติปัฏฐาน #ปฏิบัติธรรม #สมาธิ #สมาธิภาวนา #นั่งสมาธิ #วิปัสสนา #วิปัสสนากรรมฐาน
#ปัญญา #ธรรมะในชีวิตประจำวัน #ธรรมะ #พระธรรมเทศนา #พุทธศาสนา #คำสอน #ความตั้งมั่น #จิตตสังขาร
คอร์สอานาปานสติ วันที่ 19-22 มิ.ย. 68 ณ วัดบุปผาราม กทม. โดย พระกิตติวิมลเมธี (พระอาจารย์สุชีพ สุธมฺโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบุปผาราม วรวิหาร
ฝึกจิตเพื่ออะไร? เพื่อให้มันพ้นจากทุกข์ แล้วพ้นจากทุกข์เมื่อไร? พ้นจากทุกข์ทันทีที่ฝึกนะ คนฝึกจิตมักจะมองผลของการฝึกไกลออกจากตนอยู่ระยะหนึ่งเสมอ มันจะเกิดเมืองแก้วเมืองฟ้าเมืองนิพพาน มันจะมองภาพของผลการฝึกจิตออกไปจากตนในระยะหนึ่งเสมอ เพราะฉะนั้นตัวเองปฏิบัติให้ตาย ปฏิบัติเท่าใดๆ เข้มงวดเท่าใดๆ มันก็ยังห่างระยะผลของการปฏิบัติเพราะตัวเองวางไว้อยู่เสมอ คือมันวางผลของการปฏิบัติไว้อยู่ห่างจากตัวเอง ทีนี้ตัวเองก็ลงมือปฏิบัติเพื่อไปให้ถึง ทุ่มเทเท่าใดๆๆ ระยะที่ตัวเองวางไว้มันยังห่างอยู่เท่าเดิม เพราะตอนที่เราไม่ลงมือปฏิบัติ เราต้องการพ้นทุกข์ และเราวางผลของการปฏิบัติอยู่ห่างจากเรา
แต่พระพุทธเจ้าบอกมันไม่ใช่ อย่างจับของมาตั้งนี่มันตรงมาตอนไหน? มันตรงทันทีที่ตั้ง เหมือนกันนะเมื่อมีสมาธิบริสุทธิ์สติบริสุทธิ์เกิด จิตจะอยู่ในจุดที่ว่างอิสระทันที เพราะฉะนั้นฝึกอย่างนี้บ่อยๆ เข้าใจหรือยัง? รายละเอียดปลีกย่อยที่พูดมาตั้งกี่ปี ๖ ปี ๗ ปี ๘ ปี ทั้งหมดทั้งสิ้นนะ อุปกิเลสในอานาฯ ลมกระทบ โผฏฐัพพารมณ์ นิมิต ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า อุปกิเลส พูดมาเยอะ พระพุทธเจ้าพูด ลมยาว ลมสั้น ลมทั้งปวง ลมหยุด ปีติ เวทนา ทั้งหมดเพื่อให้มันเกิดความบริสุทธิ์สิ้นเชิง ที่เราเรียกกันว่า “บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง” เท่านั้นเอง
ตลอด ๗ ปีที่ผ่านมาถ้าเราไม่รู้เรื่องเหล่านั้นเลย แค่มารู้วันนี้เฉยๆ แต่ถ้าสามารถเข้าสู่จุดจิตนิ่งอิสระ มีสติเกิดจากจิตที่นิ่งและอิสระ ณ ขณะนั้นมันตรง ตรงนั้นพระพุทธเจ้าเรียกว่า มันว่างแต่รู้อยู่ มันคือมัชฌิมาปฏิปทา มันคืออะไรไม่รู้ล่ะที่เรียกๆกันอยู่มันเป็นหมด ทุกคําที่ใช้เรียกเป็นหมด แล้วมันเป็นตอนไหน? ทันที และถ้าเราเข้าจุดนี้บ่อยๆจนมันเป็นจุดของชีวิตที่ตลอดไป อันนี้เรียกอมตะ เป็นอมตะเลย อมตะหมายความว่า ไม่ใช่ว่าไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายนะ แต่มันไม่ทุกข์เพราะการแก่ ไม่ทุกข์เพราะการเจ็บ ไม่ทุกข์เพราะการตาย ไม่ทุกข์เพราะการพลัดพราก มันยังตกใจอยู่เห็นงูน่ะแต่มันไม่ทุกข์เพราะการตกใจ
เพราะในกระบวนการฝึกจิตทั้งหมดผลมันคืออะไร ต้องการอะไร? ความพ้นทุกข์ มันไม่ใช่ว่าเรากระโดดข้ามให้มันพ้นทุกข์ วิมุตติ วิมุตติแปลว่าความหลุดพ้น มันไม่ใช่ว่ามันไม่มีทุกข์ มันมีทุกข์แต่มันไม่ทุกข์ มีทุกข์แต่มันไม่ทุกข์ เรียกว่า พ้นทุกข์ มันยังแก่อยู่ไหมถ้ายังไม่ตาย? มันยังป่วยไหม? มันต้องพลาดพลาดไหม? มีหมด แต่มันไม่ทุกข์
ที่มันไม่ทุกข์เพราะอะไร? เพราะมันรู้ความจริงในความทุกข์ มันรู้ความจริงของความทุกข์ ความจริงของความทุกข์มันรู้ในไหน? มันรู้ความจริงในรูปนาม รูปนามนี้คือความทุกข์ เกิดที่ไหน? เกิดที่รูปนาม มันรู้ความจริงในรูปนาม นั่นแหละคือรู้ความจริงของความทุกข์ พอรู้ความจริงของความทุกข์มันจึงไม่ทุกข์เมื่อมีความทุกข์ ไม่ใช่ว่ามันไม่มีความทุกข์เกิดนะ มีความทุกข์แต่มันไม่ทุกข์ ความทุกข์ที่เกิดไม่สามารถที่จะแทรกเข้าไปในจิตได้ จิตจะไม่เข้าไปเสวยความทุกข์นั้นเป็นอารมณ์ มันจึงพ้นทุกข์ เพราะฉะนั้นจิตจึงต้องมีประสบการณ์ที่อยู่ในจุดที่นิ่งรู้อยู่อย่างอิสระจนมีกําลังขึ้นมา มันจึงไม่ไปเสวยทุกข์มาเป็นอารมณ์ มันจึงแค่รู้ดูเห็นอยู่อย่างแจ่มแจ้ง เรียกว่ารู้ในทุกข์ แจ่มแจ้งในทุกข์ เห็นความจริงในทุกข์ มันจึงไม่ทุกข์ หรือเรียกว่าพ้นทุกข์ อันนี้แหละที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตั้งตรงทันที เราเป็นอื่นไม่ได้ คือ กระชากนิสัยสันดานที่ออกมาจากอวิชชาตัณหาอุปาทานที่มันบ่มเรามาตลอดเลย
รู้ตัวอย่างไรที่ให้จิตเป็นสติปัฏฐาน ก็คือดู นี่ของคนที่ฝึกเรื่องของอานาปานสติมาตลอด คือ ก็แค่ดู ดูสิ่งที่เกิดเฉพาะหน้า อะไรที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าดูสิ่งนั้น เมื่อใดก็ตามที่มันมีการดู จิตจะถูกแยกออกมาจากสิ่งที่ถูกดู สิ่งที่ถูกดู เน้นลงไปที่ไหน? ลงไปที่รูปนาม ที่กายที่ใจ อาการของกายอาการของใจ ดูมันให้เห็นบ่อยๆ เดินๆไปปวดขา อย่าไปนั่งเป็นทุกข์ บริหารขา บริหารไป แต่ให้ดูมัน เข้าใจไหม? มันไม่ใช่ว่าตั้งหน้าตั้งตาดูอย่างเดียวอย่างอื่นไม่ทํา ไม่ใช่ บริหารขาทายาหม่องอะไรต่างๆก็ทําไป หาหมอทํากายภาพหรือให้หมอนวดก็ทําไป แต่ความรู้สึกที่มันปวดที่มันเกิดอยู่นั้น ดูมัน เมื่อใดก็ตามที่มันมีการดู มันจะกั้นจิตออกมาจากความปวด และมันเห็นความปวดที่เกิด
#พระกิตติวิมลเมธี #วัดบุปผาราม #อานาปานสติ #สติปัฏฐาน #ปฏิบัติธรรม #สมาธิ #สมาธิภาวนา #นั่งสมาธิ #วิปัสสนา #วิปัสสนากรรมฐาน
#ปัญญา #ธรรมะในชีวิตประจำวัน #ธรรมะ #พระธรรมเทศนา #พุทธศาสนา #คำสอน #ความตั้งมั่น #จิตตสังขาร