ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพล แรงงานไทย - 2022-10-14


Listen Later

1. เตือน! รับแจกซิมฟรีอาจติดคุก แรงงานต่างชาติบางรายยังไม่ทันเดินทางถึงไต้หวัน ตกเป็นผู้ต้องหาเสียแล้ว สื่อเผยตลาดมืดซิมมือถือ มูลค่าสูงถึง 3,300 ล้านเหรียญไต้หวัน

      แม้จะมีการปราบปรามกวาดล้างอย่างหนัก แต่ขบวนการนอกกฎหมาย โดยเฉพาะแก๊งคอลเซนเตอร์ ยังคงเหิมหนัก โดยมักอาศัยซิมโทรศัพท์มือถือของแรงงานต่างชาติเป็นเครื่องมือหลัก แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการเปิดเผยว่า ขณะนี้ ในตลาดมืดมีซิมมือถือแรงงานต่างชาติกว่า 2 ล้านเบอร์ เร่ขายหรือถูกขบวนการอาชญากรรมนำไปใช้ก่อคดี ประมาณการว่า ซิม 1 เบอร์ขายได้ประมาณ 1,500 เหรียญ มูลค่าการซื้อขายซิมม้าหรือซิมโทรศัพท์มือถือที่นำไปใช้ในการกระทำความผิดในตลาดมืดสูงถึง 3,300 ล้านเหรียญไต้หวัน

ตำรวจทลายแก๊งหลอกเอาข้อมูลแรงงานต่างชาติจากการแจกซิมฟรี หัวโจกเป็นอดีตแรงงานเวียดนาม ยึดของกลางเป็นซิมการ์ดและบัตรเติมเงินของค่ายโทรศัพท์ในไต้หวันเกือบทุกค่าย

      หนังสือพิมพ์ไชน่าไทม์ 1 ในสื่อยักษ์ใหญ่ของไต้หวันรายงานว่า ต่อประเด็นแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งเป็นผลพวงจากปัญหาซิมโทรศัพท์มือถือที่ถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดหรือที่เรียกกันว่าซิมม้า ยังเป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมสอบสวนคดีอาญา กระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการซิมโทรศัพท์มือถือรายหลัก ๆ 5 รายและกลุ่มผู้ประกอบการที่ให้บริการส่งข้อความสั้นกว่า 10 ราย เพื่อหารือวิธีสกัดกั้นการหลอกลวงผ่านซิมมือถือของแก๊งคอลเซนเตอร์ ในที่ประชุมมีผู้ประกอบการเสนอให้ตรวจเข้มข้อมูลของผู้ใช้รายใหม่ แนะนำใช้ระบบยืนยันตัวบุคคลผ่านฝ่ายที่ 3 เหมือนอย่างการเข้าถึงสื่อโซเชียล เช่น ใช้ระบบ Mobile ID หรือดิจิทัลไอดีที่ใช้ระบุตัวบุคคลและเชื่อมโยงกับเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มือถือ แม้จะทำให้ผู้ใช้ยุ่งยากขึ้น แต่สามารถกลั่นกรองซิมม้าได้ค่อนข้างดี

ทลายแก๊งหลอกคนงานต่างชาติเปิดซิมแบบเติมเงินฟรี แต่แจกเบอร์เดียว เบอร์จากอีก 4 ค่ายนำไปขายต่อให้แก๊งคอลเซนเตอร์ในราคาเบอร์ละ 1,500 เหรียญ แรงงานต่างชาตินับพันอาจตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

      ส่วนปัญหาซิมโทรศัพท์มือถือที่ถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดหรือซิมม้าในตลาดมืดรุนแรงขนาดไหน? สามารถดูจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของไต้หวัน (NCC) ในไตรมาสแรกของปี 2565 มีผู้ใช้ซิมโทรศัพท์มือถือสูงถึง 29,530,000 เลขหมาย ขณะที่ยอดจำนวนประชากรในไต้หวันมีเพียง 23,190,000 คน นอกจากผู้ใช้บางรายอาจมีซิมมือถือหลายเบอร์แล้ว นอกนั้นส่วนใหญ่เป็นซิมมือถือที่ถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดหรือซิมม้ากันทั้งนั้น สถิติของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารยังระบุว่า ในจำนวนซิมมือถือที่ใช้กันในไต้หวัน เป็นซิมมือถือแบบจ่ายเงินล่วงหน้าหรือเติมเงินได้ที่เรียกทับศัพท์ว่าพรีเพดการ์ด 5,226,000 เลขหมาย ลดลงกว่าไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว 114,000 เลขหมาย สาเหตุสำคัญมาจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การเดินทางเข้าไต้หวันของแรงงานลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แรงงานต่างชาติเริ่มเดินทางเข้าไต้หวันได้เกือบปกติ คาดตัวเลขซิมมือถือแบบพรีเพดการ์ดจะมีจำนวนพุ่งสูงขึ้น แน่นอนซิมมือถือที่จะถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมายจะเพิ่มมากขึ้น

ตำรวจตรวจสอบร้านเปิดซิมหลอกเอาข้อมูลแรงงานต่างชาติในศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ ในนครไทจง

      จากการเปิดเผยของผู้ประกอบการกล่าวว่า แรงงานต่างชาติก่อนการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน จะมีตัวแทนของซิมมือถือที่ไร้คุณธรรมบางราย ช่วยแรงงานต่างชาติยื่นขอซิมมือถือ โดยเอกสารสำคัญแต่ละชุด สามารถยื่นขอซิมโทรศัพท์มือถือได้ 5 ค่าย ค่ายละ 1ซิม แต่จะแจกให้แรงงานต่างชาติเพียงซิมเดียว ที่เหลืออีก 4 ซิมจะถูกนำไปขายในตลาดมืดให้ขบวนการนอกกฎหมายนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ในราคา 2,000-3,000 เหรียญต่อ 1 ซิม สำหรับในไต้หวันเองก็มีการแจกซิมฟรีให้แรงงานต่างชาติในลักษณะเดียวกัน แหล่งใหญ่จะอยู่ที่หน้าและหลังสถานีรถไฟเถาหยวน จงลี่และที่นครไทจง นอกนี้ ยังพบมากในโรงพยาบาลตรวจโรคสำหรับแรงงานต่างชาติ แต่ในไต้หวัน แรงงานต่างชาติบางรายรู้ทัน คนแจกจึงใช้วิธีแจกให้เจ้าของ 1 ซิม ที่เหลืออีก 3-4 ซิมใช้วิธีจ่ายเงินซื้อคืนในราคาซิมละ 500-1,000 เหรียญ ซิมที่ถูกนำไปขายในตลาดมืดให้ขบวนการนอกกฎหมายนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ซื้อไปใช้หลอกลวงเหยื่อ นำไปใช้ประกอบการเปิดระบบธนาคารออนไลน์หรือเปิดกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรอรับเงินโอนจากการหลอกลวงเหยื่อหรือรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ใช้ผูกกับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์แล้วนำไปใช้กระทำความผิด เป็นต้น มีบ้างที่ถูกนำไปใช้โฆษณาขายสินค้าหรือติดในสถานที่ห้าม เพื่อหลีกเลี่ยงถูกปรับ

โฆษกกรมสอบสวนคดีอาญาแถลงข่าวชี้แจงกลโกงของร้านเปิดซิมแต่หลอกเอาข้อมูลส่วนตัวของแรงงานต่างชาติไปเปิดซิมขายต่อให้แก๊งคอลเซนเตอร์

       ส่วนสาเหตุที่อาชญากรพยายามหาบุคคลอื่นมาจดทะเบียนเปิดหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว ก็เพื่อต้องการปิดบังตัวตน และป้องกันไม่ให้มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงมาถึงตัวได้ อีกทั้งเป็นการผลักภาระในการถูกดำเนินคดีในเบื้องต้นให้เจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อถูกจับ เจ้าของหมายเลขโทรศัพท์จะถูกจับก่อน และส่วนใหญ่จะตกเป็นผู้ต้องหาในหลายคดี

แรงงานต่างชาติในไต้หวันเกือบทั้งหมดใช้ซิมแบบพรีเพดการ์ด

       จึงขอเตือนว่า การรับแจกซิมฟรีตามแหล่งที่กล่าวมา มีความเสี่ยงสูงที่เอกสารจะถูกนำไปใช้เปิดซิมใหม่หรือใช้ในทางผิดกฎหมาย หากต้องการเปิดซิมมือถือ ต้องไปที่ร้านหรือศูนย์ให้บริการของค่ายโทรศัพท์มือถือโดยตรง ซึ่งตั้งอยู่ทั่วไป และนอกจากไม่รับแจกซิมฟรีแล้ว ยังต้องเก็บรักษาซิมมือถือของตนไว้ให้ดี ไม่ให้คนอื่นนำไปใช้ เพราะที่ผ่านมา เคยมีแรงงานไทยจำนวนไม่น้อยถูกตำรวจออกหมายเรียกไปสอบปากคำ ข้อหาขู่กรรโชกทรัพย์ หรือหลอกลวงต้มตุ๋นชาวไต้หวัน ทั้งๆ ที่พูดภาษาจีนไม่ได้สักคำ เพราะขายซิมมือถือที่ไม่ใช้แล้วให้แก่ผู้รับซื้อในราคา 200-500 เหรียญ หรือบางคนครบสัญญาเดินทางกลับบ้านทิ้งซิมมือถือให้เพื่อนใช้ เมื่อกลับเข้ามารอบใหม่ถูกจับทันที เจ้าตัวปฏิเสธก่อคดี แต่ไม่สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตน อาจถูกดำเนินคดีในฐานะเป็นตัวการร่วม หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด แม้ว่าท้ายที่สุดคนงานไทยที่ตกเป็นเหยื่อเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะไม่ถูกสั่งฟ้อง แต่กว่าคดีจะสิ้นสุด ก็ต้องเสียเวลาทำงาน และเสียสุขภาพจิตเป็นปี ขณะที่บางคนโชคร้าย ให้การกลับไปกลับมา ถูกพิพากษาจำคุก ต้องไปรับโทษในคดีที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น

สื่อประชาสัมพันธ์จัดทำโดยกระทรวงแรงงาน เตือนภัยการขายซิมให้คนอื่นหรือรับแจกซิมฟรี ระวังตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

2. สาวไทยในนครนิวไทเปตั้งบ่อนไฮโล คนบ้านเดียวกันแห่เล่น ตำรวจจู่โจมรวบเจ้ามือและ 20 นักพนันคนไทยข้อหาเล่นการพนัน

      สถานีตำรวจซู่หลิน นครนิวไทเป ได้รับแจ้งความมีคนตั้งบ่อนชักชวนคนต่างชาติเล่นการพนัน หลังจากใช้เวลาตรวจสอบหลายวัน เมื่อกลางดึกวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา กำลังตำรวจหลายสิบนายจู่โจมบ้านเช่าหลังหนึ่งในเขตซู่หลิน นครนิวไทเป จับนางโหล สาวไทยที่มาแต่งงานได้สัญชาติไต้หวันและเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาจีน ซึ่งเป็นเจ้าของบ่อนและเจ้ามือไฮโล พร้อมนักการพนันคนไทยอีก 20 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานไทยผิดกฎหมาย 1 ราย และหญิงไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด นอกจากนี้ ยังยึดของกลางเป็นเงินสด ทั้งเงินเดิมพันพนันและค่าต๋งรวม 570,000 เหรียญ อุปกรณ์เล่นไฮโล อย่างจานรองพร้อมฝาเปิด ลูกเต๋าและเครื่องนับธนบัตรเป็นต้น ตำรวจส่งดำเนินคดีข้อหาลักลอบเล่นการพนันและฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความเป็นระเบียบของสังคม

สาวไทยในเขตซู่หลิน นครนิวไทเปตั้งบ่อนไฮโล คนบ้านเดียวกันแห่เล่น ตำรวจรวบเจ้ามือและ 20 นักพนันคนไทยข้อหาเล่นการพนัน

      โฆษกสถานีตำรวจซู่หลินแถลงว่า นางโหลเป็นหญิงไทยที่มาแต่งงานกับชาวไต้หวันและต่อมาสละสัญชาติกลายเป็นพลเมืองไต้หวัน โดยยึดอาชีพตั้งบ่อนการพนัน ดึงดูดคนชาติเดียวกันมาเล่น มีการเปลี่ยนสถานที่ตั้งของบ่อนบ่อย ครั้งนี้มาเช่าห้องตั้งบ่อนในชั้น 2 ของอะพาร์ตเมนต์หลังหนึ่งในเขตซู่หลิน หน้าประตูยังติดตั้งกล้องวงจรปิดคอยสอดส่องสถานการณ์ถึง 4 ตัว หากมีสถานการณ์ผิดสังเกต ก็จะกระจายนักพนันหนีออกทางบันไดหลังบ้าน แต่ถึงแม้จะระวังเพียงใดก็ตาม ก็ยังมีพลเมืองดีแจ้งความ ตำรวจนอกเครื่องแบบไปตรวจสอบที่ตั้งบ่อน เห็นมีคนงานไทยเข้าออกเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการสนธิกำลังจากหลายฝ่าย ตำรวจหลายสิบนายเข้าปิดล้อมอะพาร์ตเมนต์หลังดังกล่าว จากนั้นบุกจู่โจม จับนางโหลเจ้าของบ่อนและนักพนันชาวไทยได้ 20 ราย ทั้งหมดถูกส่งดำเนินคดีข้อหาลักลอบเล่นการพนันและฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความเป็นระเบียบของสังคม

ตำรวจยึดของกลางเป็นเงินสด 570,000 เหรียญ อุปกรณ์เล่นไฮโล อย่างจานรองพร้อมฝาเปิด ลูกเต๋าและเครื่องนับธนบัตรเป็นต้น

      โฆษกสถานีตำรวจซู่หลินเตือนว่า การพนันทำให้เสียการเสียงาน เสียสุขภาพและเสียอนาคต ครอบครัวแตกแยก กลายเป็นบุคคลล้มละลาย และนำไปสู่การก่ออาชญากรรม การทวงหนี้ ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคม ไม่ว่าจะชาวไต้หวันหรือต่างชาติ หากกระทำผิดกฎหมาย จะกวาดล้างอย่างเด็ดขาด เตือนอย่าท้าทายกฎหมาย

ตั้งต้นผ้าป่าไปด้วย เล่นการพนันไปด้วย

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti