ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพล แรงงานไทย - 2024-03-22


Listen Later

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567

1. ไต้หวันเป็นตลาดแรงงานยอดนิยมของหลายประเทศ แรงงานอินโดนีเซีย 45% เลือกเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน สาเหตุหลักปลอดภัย มีกฎหมายคุ้มครองและค่าครองชีพถูกกว่าญี่ปุ่นและเกาหลี

          นอกจากแรงงานไทยและเวียดนามแล้ว ไต้หวันยังเป็นตลาดแรงงานอันดับหนึ่งของแรงงานอินโดนีเซียด้วย สำนักข่าว CNA ของไต้หวันรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อ้างอิงรายงานสำรวจฉบับล่าสุดของ GoodStats เว็บไซต์สำรวจของอินโดนีเซียระบุว่า เนื่องจากมีความปลอดภัย มีกฎหมายที่ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีความเป็นมิตร ไต้หวันกลายเป็นทางเลือกอันดับ 1 ของแรงงานอินโดนีเซียที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ตามมาด้วยญี่ปุ่นและซาอุดีอาระเบีย ฮ่องกงและเกาหลี

ผลการศึกษาของ Pew Research Center  สหรัฐอเมริการซึ่งเผยแพร่เมื่อปลายปี 2566 พบชาวอินโดนีเซีย 51% มีความคิดเห็นต่อไต้หวันในด้านบวก 20% มองในด้านลบ และ 29% ไม่แสดงความคิดเห็น (ภาพจาก CNA)

          GoodStats เว็บไซต์สำรวจชื่อดังอินโดนีเซีย ประกาศผลการสำรวจตลาดแรงงานในต่างประเทศที่ชาวอินโดนีเซียประสงค์จะเดินทางไปทำงานมากที่สุด 45% ของหนุ่มสาวอินโดนีเซียในวัยทำงานเลือกที่จะไปไต้หวัน ตามมาด้วยญี่ปุ่น 41% อันดับ 3 เป็นซาอุดีอาระเบีย 32% ฮ่องกง 29% เกาหลี 25% มาเลเซีย 19% ออสเตรเลีย 13% สิงคโปร์ 11% สหรัฐอเมริกา 8% และเยอรมนี 5%

ผลการสำรวจตลาดแรงงานในต่างประเทศที่ชาวอินโดนีเซียประสงค์จะเดินทางไปทำงานมากที่สุดจาก GoodStats เว็บไซต์สำรวจชื่อดังอินโดนีเซีย (ภาพจากเว็บไซต์ GoodStats)

          รายงานกล่าวว่า 5 ปัจจัยแรกที่แรงงานอินโดนีเซียคำนึงถึงมากที่สุดขณะตัดสินใจเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ได้แก่รายได้ ความปลอดภัย โอกาสทำงาน ความก้าวหน้าของอนาคตและภาพลักษณ์ที่มีต่อประเทศนั้น รายงานสัมภาษณ์แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันหลายราย 1 ในจำนวนนี้ได้แก่ นาย Dendi แรงงานหนุ่มอินโดนีเซียวัย 28 ปีกล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเลือกเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นประเทศแรก เพราะนโยบายด้านแรงงานต่างชาติของไต้หวันมีความเป็นมิตรต่อแรงงานต่างชาติ ไต้หวันอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการเดินทางมาทำงานง่ายและสะดวกกว่า หากทำงานดีและสอดคล้องกับเงื่อนไข ยังสามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ด้วย นาย Dendi กล่าวว่า ค่าจ้างทำงานในไต้หวันอาจต่ำกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่เมื่อเทียบกับ 2 ประเทศนี้แล้ว ไต้หวันมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่า สามารถเก็บเงินได้ง่ายและส่งเงินกลับบ้านในจำนวนที่ไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือมีความปลอดภัยสูงและประชาชนมีความเป็นมิตรมากกว่า

บรรยากาศในงานนัดพบผู้ฟัง Rti ภาคภาษาอินโดนีเซียและวันอีดิลฟิตรีที่สถานีรถไฟไทเปเมื่อปี 2566 (ภาพจาก CNA)

          ด้านสำนักข่าว CNA สัมภาษณ์ชาวอินโดนีเซียทั่วไปว่า ประเทศที่อยากไปทำงานมากที่สุดคือประเทศไหน มีชาวอินโดนีเซียจำนวนหนึ่งกล่าวว่า ตนมีความฝันแบบอเมริกันชนหรืออเมริกันดรีม อยากไปทำงานที่อเมริกา แต่มีชาวอินโดนีเซียจำนวนที่มากกว่าบอกว่า ไต้หวันและญี่ปุ่นเป็นเป้าหมายการเดินทางไปทำงานของตน เพราะทั้งสองประเทศนี้ประชาชนมีความเป็นมิตรมากกว่า

ผลสำรวจพบ ชาวอินโดนีเซีย 45% เลือกเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นอันดับแรก สาเหตุหลักปลอดภัย มีกฎหมายคุ้มครองและค่าครองชีพถูกกว่าญี่ปุ่นและเกาหลี  (ภาพจาก CNA)

          นายเฉินจง ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศอินโดนีเซียกล่าวว่า ไต้หวันเป็น 1 ใน 3 ตลาดแรงงานยอดนิยมของชาวอินโดนีเซีย สาเหตุสำคัญเพราะไต้หวันมีมาตรการและกฎหมายที่ให้ความเป็นธรรม ปกป้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ โดยใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับเดียวกันกับแรงงานท้องถิ่น ส่วน M. Ridho Amrullah อธิบดีกรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานอินโดนีเซียในต่างประเทศกล่าวว่า ในบรรดาประเทศต่าง ๆ ที่แรงงานอินโดนีเซียเดินทางไปทำงาน ไต้หวันมีระบบการคุ้มครองแรงงานต่างชาติดีและสมบูรณ์ที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่าง 2 ประเทศมีการร่วมมืออย่างใกล้ชิด จัดการประชุมหารือเพื่อปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์ของแรงงานอินโดนีเซียเป็นประจำทุกปี

M. Ridho Amrullah อธิบดีกรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานอินโดนีเซียในต่างประเทศกล่าวว่า ในบรรดาประเทศต่าง ๆ ที่แรงงานอินโดนีเซียเดินทางไปทำงาน ไต้หวันมีระบบการคุ้มครองแรงงานต่างชาติดีและสมบูรณ์ที่สุด (ภาพจาก CNA)

          จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ณ สิ้นเดือนมกราคม 2567 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมี 756,419 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานอินโดนีเซีย 276,233 คน คิดเป็นอัตราส่วน 36.5% มากที่สุดในบรรดา 4 ชาติ ทำงานในภาคสวัสดิการสังคมได้แก่ตำแหน่งผู้อนุบาลมากที่สุดจำนวน 181,530 คน ภาคการผลิตและลูกเรือประมง 94,693 คน อันดับสองได้แก่แรงงานเวียดนาม มีจำนวน 261,850 คน หรือ 34.6%  แรงงานเวียดนามส่วนใหญ่ทำงานในภาคการผลิตและก่อสร้าง 234,142 คน ตำแหน่งผู้อนุบาล 27,708 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ มี 150,161 คน หรือ 19.9% แรงงานฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่หรือ 122,727 คนทำงานในภาคการผลิต ส่วนที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลมีจำนวน 27,434 คน สำหรับแรงงานไทยยังคงรั้งท้าย มียอดจำนวน 68,183 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วนเพียง 9% โดยแรงงานไทยส่วนใหญ่หรือ 99.5% ทำงานในภาคการผลิตและก่อสร้าง ส่วนที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล มีเพียง 338 คน

วินมอเตอร์ไซค์ในอินโดนีเซียให้สัมภาษณ์นักข่าว CNA ว่า ตนอยากไปทำงานที่ไต้หวันและญี่ปุ่นมากที่สุด (ภาพจาก CNA)

2. จับ 3 แรงงานไทยหนีนายจ้าง 15 ปี ลักลอบปลูกกัญชา 1 ต้น อ้างไว้ใช้เอง แต่ไม่ยอมบอกที่มาเมล็ด ตำรวจสงสัยยังแอบปลูกที่อื่นด้วย

          ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดของนครไทจง ซึ่งใช้กำลังตำรวจกว่า 1,025 คน/ครั้ง ระหว่างวันที่ 4-18 มีนาคม เป็นเวลา 15 วัน สิ้นสุดลงไปแล้ว ตรวจพบยาเสพติด 137 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 193 คน เป็นผู้ผลิต จำหน่ายและลำเลียง 99 คน ยึดยาเสพติดประเภทต่าง ๆ ได้นับร้อยกิโลกรัม ยาเสพติดในซองกาแฟสำเร็จรูป 2,022 ซอง ต้นกัญชา 465 ต้น ในจำนวนนี้มี 1 ต้นเป็นของ 3 แรงงานไทย (หญิง 2 ชาย 1) แอบปลูกไว้ใกล้เพิงพักบนเขา

3 แรงงานไทยผิดกฎหมายหลบทำงานอยู่บนเขา ลักลอบปลูกกัญชา 1 ต้น อ้างไว้ใช้เอง แต่ไม่ยอมบอกที่มาเมล็ด ตำรวจสงสัยยังแอบปลูกที่อื่นด้วย (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)

          โฆษกสถานีตำรวจไทจงแถลงว่า ได้รับแจ้งข้อมูลมีแรงงานไทยผิดกฎหมายลักลอบปลูกกัญชาบนภูเขาในเขตเหอผิง นครไทจง หลังจากส่งตำรวจนอกเครื่องแบบไปตรวจสอบทราบที่อยู่ที่แน่นอนแล้ว เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจเดินทางไปบนเขา จู่โจมเพิงพักกลางป่าจับกุมแรงงานไทยได้ 3 คน เป็นหญิง 2 คน ชาย 1 คน ได้แก่นายสนธยา (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี นางสาวโยทกาญจน์ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี และนางสาวนิดา (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ทั้ง 3 เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันนานกว่า 10 ปีแล้วหลบหนีนายจ้าง ไปกบดานลักลอบทำงานเกษตรอยู่บนเขาเป็นเวลา 9-15 ปี ในจำนวนนี้ นางสาวนิดา ซึ่งหลบหนีนายจ้างมาเป็นเวลานานถึง 15 ปีกับนายสนธยา เป็นแฟนกัน ตำรวจค้นหาต้นกัญชาตามที่ได้รับแจ้ง พบปลูกไว้เพียงต้นเดียวสูงประมาณ 70 ซม. แรงงานไทยทั้ง 3 อ้างว่า ปลูกต้นกัญชาเพียงต้นเดียวเพื่อให้มีบรรยากาศคล้ายกับอยู่ที่บ้านในเมืองไทยและปลูกไว้ใช้เอง ไม่ได้ปลูกขาย แต่ไม่ยอมบอกที่มาของเมล็ดกัญชาว่ามาจากไหน ตำรวจจึงไม่เชื่อและสงสัยยังแอบปลูกไว้ที่อื่น จับแรงงานไทยทั้ง 3 ข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งอัยการดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกันมีการขยายผลตรวจสอบที่มาของเมล็ดกัญชาและแหล่งปลูกกัญชาที่อื่นต่อไป

3 แรงงานไทยผิดกฎหมายหลบทำงานอยู่บนเขา ลักลอบปลูกกัญชา 1 ต้น อ้างไว้ใช้เอง แต่ไม่ยอมบอกที่มาเมล็ด ตำรวจสงสัยยังแอบปลูกที่อื่นด้วย (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)

          กัญชาเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาท กดและหลอนประสาท ทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด หัวเราะตลอดเวลา นอกจากนี้ยังจะมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อน ๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้ ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใด ๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน รวมทั้งจะมีลักษณะ หมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉย ๆ ไปวัน ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานเป็นอย่างมาก จึงเตือนแรงงานไทยอย่าริลองเป็นอันขาด และแม้ประเทศไทยจะปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 เมื่อ 9 มิถุนายน 2565 ส่งผลให้ส่วนต่าง ๆ ของกัญชา ไม่มีสถานะเป็นยาเสพติดอีกต่อไป แต่ในไต้หวันยังจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทสอง เช่นเดียวกับเมล็ดฝิ่น แอมเฟตามีนและยาไอซ์ ผู้ใดปลูก ผลิต ลำเลียง นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 15 ล้านเหรียญไต้หวัน กรณีครอบครองเพื่อการจำหน่าย มีโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป ปรับไม่เกิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน แม้จะมีไว้ในครอบครองไม่ได้เสพ ก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 เหรียญไต้หวัน

จับ 3 แรงงานไทยผิดกฎหมายหลบทำงานบนภูเขา ตำรวจตรวจพบปลูกกัญชาไว้ 1 ต้น ทั้ง 3 อ้างว่า ปลูกไว้เพื่อให้มีบรรยากาศคล้ายกับอยู่ที่บ้านในเมืองไทยและปลูกไว้ใช้เอง ไม่ได้ปลูกขาย (ภาพจากสถานีตำรวจ)

3. จับอีก! ตำรวจเถาหยวนรวบหนุ่มไทยเจ้าของบ่อนไฮโลและนักพนันแรงงานไทยรวม 15 คน ยึดเงินพนันกว่า 200,000 เหรียญ

          ข่าวตำรวจทลายบ่อนไฮโลของคนไทยมีให้ได้ยินเป็นประจำ ล่าสุด ตำรวจเถาหยวนจู่โจมบ่อนไฮโลอาชีพของคนไทยในบ้านหลังคามุงแผ่นเหล็กแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในที่ลับตาในเขตหลูจู๋ นครเถาหยวน จับหนุ่มไทย ซึ่งเป็นเจ้าของบ่อน อดีตเคยเป็นแรงงานไทย แต่เดินทางมาแต่งงานกับหญิงไทยที่ได้รับสัญชาติไต้หวันแล้ว นักพนันแรงงานไทย 13 คนและชาวไต้หวันอีก 1 คน ยึดค่าต๋งและเงินพนันกว่า 200,000 เหรียญไต้หวัน ส่งดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจเถายหวนทลายบ่อนไฮโล รวบหนุ่มไทยเจ้าของบ่อนและนักพนันแรงงานไทยรวม 15 คน ยึดเงินพนันกว่า 200,000 เหรียญ

          โฆษกสถานีตำรวจหลูจู๋แถลงว่า ก่อนหน้านี้ ได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดีว่า มีการตั้งบ่อนการพนันในบ้านหลังคามุงแผ่นเหล็กหลังหนึ่งบนถนนฉางซิงตอนที่ 3 ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เปลี่ยวเขตหลูจู๋ สถานีตำรวจตั้งหน่วยเฉพาะกิจ จัดส่งตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางไปตรวจสอบและดักสอดส่องบริเวณสิ่งก่อสร้างหลังดังกล่าวหลายวัน พบมีคนงานต่างชาติเข้าออกจำนวนมากเป็นประจำ และบริเวณโดยรอบของบ้านหลังดังกล่าว ติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายตัว เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวรอบ ๆ บ้านได้ตลอดเวลา หลังจากได้ข้อมูลช่วงเวลาที่แรงงานต่างชาติมักจะเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวมากที่สุดแล้ว ตำรวจขอหมายค้นจากศาล เมื่อกลางดึกเวลา 23.00 น. เศษ วันเสาร์ที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจหลายสิบนายปฏิบัติการปิดล้อมและจู่โจมบุกเข้าไปในบ้านพักหลังดังกล่าว ตรวจพบแรงงานไทยจำนวนมากกำลังเล่นไฮโลอย่างหน้าดำคร่ำเครียด เมื่อเห็นตำรวจพังประตูห้องเข้ามา ตกใจแต่วิ่งหนีไม่ทัน ถูกรวบทั้งหมด ในจำนวนนี้ จับกุมหนุ่มไทยรายหนึ่ง ซึ่งอดีตเคยเดินทางมาทำงานและแต่งงานกับหญิงไทยที่รับได้สัญชาติไต้หวันแล้ว เดินทางเข้ามาตั้งรกรากในฐานะผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และยึดอาชีพตั้งบ่อนไฮโลหากินกับเพื่อนร่วมชาติ นอกจากนี้ยังจับกุมนักเล่นพนันซึ่งเป็นแรงงานไทย 13 คน ชาวไต้หวันอีก 1 คน ยึดของกลางเป็นเงินพนันกว่า 200,000 เหรียญไต้หวัน เงินไทย 26,000 บาท กล้องวงจรปิด อุปกรณ์เล่นไฮโล เช่น ลูกเต๋า จานรองและฝาครอบไฮโล เป็นต้น ตำรวจนำผู้ต้องหาทั้งหมดกลับโรงพักสอบปากคำ จากนั้นควบคุมหนุ่มไทยเจ้าบ่อนส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาตั้งบ่อนการพนัน ส่วนนักพนันทั้ง 14 คน มีความผิดฐานฝ่าฝืนความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม

ตำรวจหลายสิบนายปิดล้อมและบุกเข้าไปในบ้านหลังคามุงแผ่นเหล็กแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในที่ลับตาในเขตหลูจู๋ นครเถาหยวน จับกุมแรงงานไทยตั้งวงเล่นไฮโล

          กฎหมายว่าด้วยการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ลงโทษปรับเงินผู้เข้า-ออกแหล่งพนันหรือเล่นการพนันสูงสุดไม่เกิน 9,000 เหรียญ หากส่งเสียงดังรบกวนความสงบสุขของชาวบ้านปรับเพิ่ม 6,000 เหรียญ

ตำรวจทลายบ่อนไฮโล จับเจ้าของบ่อนและแรงงานไทยรวม 15 คน ยึดของกลางเป็นเงินพนันกว่า 200,000 เหรียญไต้หวัน เงินไทย 26,000 บาท กล้องวงจรปิด อุปกรณ์เล่นไฮโล เช่น ลูกเต๋า จานรองและฝาครอบไฮโล เป็นต้น

          เนื่องจากไฮโลเป็นการพนันยอดนิยมของคนไทย จึงมีนักเล่นไฮโลมืออาชีพ เดินทางมาหากินกับแรงงานไทยในไต้หวัน โดยมาในคราบแรงงานหรือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ในอดีตตำรวจไต้หวันเคยตรวจพบวงไฮโลของแรงงานไทย เจ้ามือใช้ลูกเต๋าอิเล็กทรอนิกส์ และยังเคยมีนักพนันฝังแม่เหล็กไว้ที่นิ้วมือ แต่เกิดการอักเสบนิ้วมือบวมเป่ง จนต้องไปหามือผ่าออก นายจ้างรู้รีบส่งกลับประเทศ ปัจจุบันการฝังแม่เหล็กทำได้ยากขึ้น เพราะจะไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาออกและขาเข้า แต่นักเล่นไฮโลมืออาชีพก็ยังมีกลโกงอีกมากมาย มีทั้งที่นำเอาอุปกรณ์ไฮเทค หรือน้ำยามาใช้ในกลโกงการพนัน สรุปแล้วก็คือ ผู้เล่นมักจะตกเป็นเหยื่อ โดยบางคนคิดว่าเล่นการพนันเพื่อการผ่อนคลาย แต่ที่ไหนได้ ยิ่งสร้างความเครียดให้มากขึ้นถ้าหากเล่นเสียและพยายามเอาคืน แรงงานไทยจำนวนมากหมดเนื้อหมดตัว ต้องไปกู้เงินก่อหนี้ใหม่ เงินเดือนแต่ละเดือนไม่พอใช้หนี้ เมื่อกลัวเจ้าหนีทวงก็ใช้วิธีหลบหนี ทำให้เสียอนาคตและครอบครัวแตกแยก จึงมีคำเปรียบเทียบของคนโบราณว่า ไฟไหม้สิบครั้งยังไม่เท่าผีการพนันเข้าสิง เพราะไฟไหม้อย่างไรก็ยังเหลือที่ดิน ส่วนผีการพนันเข้าสิงนั้นแม้แต่ที่ดินก็ไม่เหลือ

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti