
Sign up to save your podcasts
Or


1. ไต้หวันผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรค อนุญาตให้แรงงานต่างชาติกักตัวในหอพักที่ได้มาตรฐานได้ พร้อมเปิดให้นำเข้ากุ๊กและล่ามดูแลแรงงานต่างชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมพรมแดน ลดปัญหาโรงแรมและสถานกักตัวรวมของรัฐไม่เพียงพอ ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน ลดขั้นตอนการป้องกันโรคสำหรับการนำเข้าแรงงานต่างชาติ โรงแรมกักตัวไม่ต้องส่งให้กองแรงงานท้องที่ตรวจสอบและอนุมัติก่อนอีกต่อไป และนอกเหนือจากโรงแรมกักตัวและศูนย์กักตัวของรัฐแล้ว อนุญาตให้นายจ้างสามารถจัดหาหอพักที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นสถานที่กักตัวและสังเกตอาการตนเองของแรงงานต่างชาติได้ โดยกระทรวงแรงงานได้ประกาศแนวปฏิบัติการจัดหาและบริหารจัดการหอพักป้องกันโรคของแรงงานงานต่างชาติ เพื่อช่วยเหลือบริษัทจัดหางานและนายจ้างในการจัดหาและบริหารหอพักที่ได้มาตรฐานสำหรับการป้องกันโรคของแรงงานต่างชาติ
เจ้าหน้าที่กองแรงงาน นครนิวไทเป กำลังตรวจหอพักแรงงานต่างชาติในโรงงานแห่งหนึ่ง
ทั้งนี้ แนวปฏิบัติการจัดหาและบริหารจัดการหอพักที่จะใช้เป็นสถานที่กักตัวและสังเกตอาการตัวเองของแรงงานต่างชาติ ต้องสอดคล้องกับเงื่อนไข 4 ประการ ดังต่อไปนี้
1) ต้องได้มาตรฐานเดียวกับโรงแรมกักกันโรคและผ่านการตรวจสอบจากกองแรงงาน กองอนามัยและสำนักการโยธาในท้องที่
2) ต้องมีผู้บริหารจัดการด้านการป้องกันโรค และพนักงานที่ต้องสัมผัสกับแรงงานต่างชาติ ต้องผ่านการฝึกอบรมความรู้ด้านการป้องกันโรค
3) ต้องดูแลและควบคุมการตรวจ PCR และ ATK รวมถึงจำนวนวันกักตัวของแรงงานต่างชาติให้ครบตามที่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคกำหนด
4) ต้องผ่านการสุ่มตรวจสอบมาตรฐานด้านการกักกันโรคจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
โรงครัวของโรงงานแห่งหนึ่งในนครนิวไทเป นอกจากมีโรงอาหารแล้ว ยังได้เตรียมห้องครัวให้แรงงานไทยที่อยากทำอาหารกินเองโดยเฉพาะ
กระทรวงแรงงานไต้หวันได้พิจารณาถึงความต้องการล่ามที่ให้บริการแปลภาษาและดูแลแรงงานต่างชาติในสถานประกอบการ รวมถึงการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และอาหารการกินของแรงงานต่างชาติให้ดีขึ้น จึงเปิดให้นำเข้าล่ามและกุ๊กประจำหอพักแรงงานต่างชาติได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้ที่จะเดินทางมาทำงานในตำแหน่งล่ามและกุ๊กประจำหอพักแรงงานต่างชาติ ต้องปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคสำหรับแรงงานต่างชาติของไต้หวัน เช่นเดียวกับแรงงานต่างชาติทั่วไป
ทั้งนี้ ตามกฎหมาย อนุญาตให้บริษัทจัดหางาน สามารถยื่นขอนำเข้าล่ามชาวต่างชาติเพื่อให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติที่ช่วยนายจ้างนำเข้าหรือได้รับมอบหมายให้ดูแลจำนวนไม่เกิน 16 คน โดยแบ่งเป็นล่ามประจำบริษัทและล่ามประจำโรงงานดังนี้
- ล่ามประจำบริษัทจัดหางาน มีสิทธิ์ว่าจ้างได้ 1 คน ต่อพนักงานท้องถิ่น 5 คน โดยดูจากจำนวนพนักงานท้องถิ่นที่เข้าประกันภัยแรงงาน พนักงานท้องถิ่น 10 คน มีสิทธิ์ว่าจ้างได้ 2 คน สูงสุดห้ามเกิน 8 คน
- ล่ามประจำโรงงาน มีสิทธิ์ว่าจ้าง 1 คน ต่อแรงงานต่างชาติที่ได้รับมอบหมายดูแลในโรงงานเดียวกัน 30 คนขึ้นไป ไม่ถึง 99 คน 100-199 คน ว่าจ้างล่ามได้ 2 คน แรงงานต่างชาติที่ดูแลมีจำนวนมากกว่า 200 คน มีสิทธิ์ว่าจ้างล่ามได้ 3 คน และจำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นทุก 100 คน สามารถว่าจ้างล่ามได้ 1 คน สูงสุดไม่เกิน 8 คน
ห้องพักแรงงานไทยของโรงงานแห่งหนึ่งในนครนิวไทเป
ส่วนกุ๊กทำอาหาร อนุญาตให้บริษัทจัดหางาน นำเข้ากุ๊กทำอาหารในหอพักและผู้ช่วย ตามจำนวนแรงงานต่างชาติที่ได้รับมอบหมายดูแลดังนี้
- ดูแลแรงงานต่างชาติจำนวน 100 คนขึ้นไป ไม่ถึง 200 คน สามารถนำเข้ากุ๊กได้ 2 คน ผู้ช่วย 1 คน
- ดูแลแรงงานต่างชาติจำนวน 200 คนขึ้นไป ไม่ถึง 300 คน สามารถนำเข้ากุ๊กได้ 3 คน ผู้ช่วย 2 คน
- ดูแลแรงงานต่างชาติจำนวน 300 คนขึ้นไป สามารถนำเข้ากุ๊กและผู้ช่วยเพิ่มขึ้นอย่างละ 1 คน ต่อจำนวนแรงงานต่างชาติที่ดูแลเพิ่มขึ้นทุก 100 คน
ทั้งนี้ แรงงานต่างชาติที่ได้รับมอบหมายดูแล หากมีสัญชาติต่างกัน จำนวนกุ๊กและผู้ช่วยที่นำเข้าได้ ต้องแยกกันคำนวณ
แรงงานไทยบริษัทกงซิ่น เอ็นจิเนียริ่ง ที่ไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง เตรียมกินอาหารมื้อเที่ยง
2. ตำรวจเกาสงบุกรวบ 29 แรงงานหนุ่มสาวเวียดนาม จัดปาตี้ยาเคในร้านอาหาร
เมื่อรุ่งเช้า 02.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจปฏิบัติการตรวจเข้มเหล่ามิจฉาชีพและสิ่งผิดกฎหมายบนถนนกวงหมิง ในนครเกาสง พบร้านอาหารเวียดนามแห่งหนึ่ง ปิดประตูร้านแล้ว แต่ภายในมีเสียงดนตรีและเสียงร้องเพลงดังสนั่น ยังไม่ทันจะเรียกเจ้าของร้านเปิดประตูเหล็ก มีแรงงานเวียดนาม 3-4 คน เปิดประตูเดินออกมา ตำรวจเรียกให้หยุดและบุกเข้าไปตรวจดู ถึงกับผงะ เมื่อพบบนโต๊ะในร้านเต็มไปด้วยสุรา เบียร์และยาเสพติดหลากหลายชนิด แออัดยัดเยียดไปด้วยแรงงานเวียดนามทั้งหญิงและชาย กำลังจัดปาตี้ยาเสพติด เปลือยกายแดนซ์กันอย่างเมามัน ไม่สนใจว่าใครจะเข้ามา จนตำรวจปิดเครื่องเสียงและเรียกให้หยุด แรงงานเวียดนามเหล่านี้ถึงรู้ว่าตำรวจเข้ามาตรวจ
29 แรงงานหนุ่มสาวเวียดนาม จัดปาตี้ยาเคในร้านอาหารที่เกาสงถูกจับ
โฆษกสถานีตำรวจหลินหยวนแถลงว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ จับแรงงานเวียดนาม 29 คน เป็นชาย 23 หญิง 6 มั่วสุมเสพยาเสพติด ในจำนวนนี้มี 4 คนเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และยึดของกลางเป็นยาเสพติดหลากหลายชนิด เป็นยาเสพติดชนิดแอมเฟตามีนในรูปซองกาแฟ 61 ซอง ยาไอซ์ 5 ซอง เคตามีน 4 ซอง และซองบรรจุยาเสพติดที่เปิดใช้แล้ว 20 ซอง ตำรวจจับแรงงานเวียดนามทั้งหมดไปยังโรงพัก หลังสอบปากคำ ควบคุมตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีความผิดฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต่อไป
ตำรวจยึดยาเสพติดจำพวกแอมเฟตามีน ยาเคและยาอีในรูปของซองกาแฟและอื่น ๆ ได้เป็นจำนวนมาก
สำหรับเจ้าของร้านอาหาร ถูกดำเนินคดีเช่นกัน ข้อหาจัดสถานที่ให้คนมั่วสุมเสพยาเสพติด โฆษกสถานีตำรวจหลินหยวนกล่าวเตือนว่า ยาเสพติดไม่เพียงแต่เป็นพิษภัยและคุกคามสุขภาพของผู้เสพ ยังเป็นต้นเหตุการก่อเกิดอาชญากรรม เมื่อเสพยาเสพติด จะติดง่ายเลิกยาก ทำให้ตกเป็นทาสยาเสพติดไปตลอดชีวิต และผู้เสพจะเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน อนาคตดับวูบ จึงเตือนแรงงานต่างชาติอย่าริลองและอย่าท้าทายกฎหมาย นอกจากตรวจเข้มและกวาดล้างอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและการจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด และขอความร่วมมือจากทุกคน ร่วมด้วยช่วยกันสกัดกั้นยาเสพติดลามไปสู่ชุมชนและกลุ่มแรงงานต่างชาติ
ตำรวจยึดยาเสพติดจำพวกแอมเฟตามีน ยาเคและยาอีได้เป็นจำนวนมาก
3. ตำรวจเจียอี้จับสาวอินโดฯ ปล่อยกู้มหาโหดดอกเบี้ย 152% ทั่วไต้หวันมีแรงงานชาติเดียวกันตกเป็นเหยื่อหลายร้อยราย
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เจียอี้ ทลายขบวนการปล่อยกู้มหาโหด ด้วยอัตราดอกเบี้ย 121-152% ต่อปี ผู้เสียหายเป็นแรงงานอินโดนีเซียที่กระจายอยู่ทั่วไต้หวันจำนวนหลายร้อยราย
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เจียอี้ทลายแก๊งปล่อยกู้ดอกเบี้ย 121-152% แรงงานอินโดนีเซียตกเป็นเหยื่อหลายรร้อยราย ในภาพเป็นของกลางที่ยึดได้ เป็นหนังสือเดินทางกว่า 300 เล่ม
โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า นางหวง หญิงอินโดนีเซียที่มาแต่งงานกับสามีชาวไต้หวัน ร่วมกับนายหยาง ชายชาวไต้หวัน โฆษณาผ่านเฟซบุ๊กกู้เงินง่าย ชำระคืนสบาย ด้วยภาษาอินโดนีเซีย และให้เงินรางวัลผู้แนะนำลูกค้า 500 เหรียญต่อคน ดึงดูดแรงงานชาติเดียวกันที่เดือดร้อนเรื่องเงินแห่ขอกู้กันมากมาย แต่เก็บดอกเบี้ยแพงมหาโหด ตั้งแต่ 121-152% และยังคิดค่าธรรมเนียมอีก 1,000 เหรียญต่อการกู้ 1 ครั้ง เช่นแรงงานอินโดนีเซียที่กู้เงิน 20,000 เหรียญไต้หวัน ชำระคืนภายใน 2 เดือน ต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยเดือนละ 12,500 เหรียญ กู้ 2 เดือนต้องคืน 26,000 เหรียญ แต่หากชำระคืนภายใน 5 เดือน แต่ละเดือนต้องจ่ายคืน 6,000 เหรียญ รวมต้องจ่ายคืน 30,000 เหรียญ บวกค่าธรรมเนียมอีก 1,000 เหรียญ หากคิดเป็นดอกเบี้ยต่อปีแล้ว สูงถึง 121-152% โหดกว่าเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อเดือน จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการปล่อยกู้โหดแก๊งนี้ อาศัยแรงงานอินโดนีเซียที่เดือดร้อนเรื่องเงินและไม่รู้กฎหมาย อ่านภาษาจีนไม่ออก ให้ลงนามในตั๋วสัญญาใช้เงินและหนังสือยินยอมให้เก็บรักษาหนังสือเดินทางเป็นหลักค้ำประกัน หากไม่ชำระเงินตามกำหนด จะมีการติดตามทวงหนี้ถึงสถานที่พักในลักษณะก่อกวนและข่มขู่ หากยังไม่ชำระหนี้ครบตามเวลา ก็จะโพสต์ใบกู้เงิน พร้อมภาพถ่ายในหนังสือเดินทางลงสื่อโซเชียล เพื่อประจานให้เกิดความอับอายและหวาดผวา
ผู้เสียหายเป็นแรงงานอินโดนีเซียที่กระจายอยู่ทั่วไต้หวันจำนวนหลายร้อยราย
หลังจากได้รับแจ้ง ตำรวจใช้เวลาตรวจสอบและหาหลักฐานอยู่นานหลายเดือน ในที่สุดบุกทลายขบวนการปล่อยกู้โหดแก๊งนี้ จับนางหวงพร้อมด้วยสามี นายหยางและลูกสาวอีก 2 คนได้ที่หนานโถวและไทจง ดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายบริหารสถาบันการเงิน ยึดเงินสดของกลาง 7 ล้านเหรียญไต้หวัน หนังสือเดินทางลูกค้า 342 เล่ม ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัญชีลูกค้าจำนวนมาก พร้อมด้วยเครื่องนับแบ๊งก์ ประมาณการว่า นับตั้งแต่เปิดดำเนินการปล่อยกู้เป็นต้นมา มีแรงงานอินโดนีเซียทั่วไต้หวันที่ตกเป็นเหยื่อแล้วหลายร้อยราย
ตำรวจยึดของกลางเป็นเงินสด 7 ล้านเหรียญไต้หวัน หนังสือเดินทางลูกค้า 342 เล่ม ตั๋วสัญญาใช้เงิน เครื่องนับแบ๊งก์และสมุดบัญชีลูกค้าจำนวนมาก
ตำรวจกล่าวแนะนำแรงงานต่างชาติว่า จะกู้เงินจากแหล่งไหนก็ตาม ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า ดอกเบี้ยเหมาะสมหรือไม่? มีกำลังชำระหนี้ได้ไหม? มิเช่นนั้น ภาระหนี้สินจะพอกพูนและกลายเป็นดินพอกหางหมู และหากเห็นว่า มีผู้ปล่อยกู้ที่คิดดอกเบี้ยแพง สามารถร้องเรียนได้
หญิงอินโดนีเซียร่วมกับชายชาวไต้หวัน ปล่อยกู้โหด โฆษณาผ่านเฟซบุ๊กด้วยภาษาอินโดนีเซีย เชิญชวนกู้เงินง่าย ชำระคืนสบาย
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. ไต้หวันผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรค อนุญาตให้แรงงานต่างชาติกักตัวในหอพักที่ได้มาตรฐานได้ พร้อมเปิดให้นำเข้ากุ๊กและล่ามดูแลแรงงานต่างชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมพรมแดน ลดปัญหาโรงแรมและสถานกักตัวรวมของรัฐไม่เพียงพอ ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน ลดขั้นตอนการป้องกันโรคสำหรับการนำเข้าแรงงานต่างชาติ โรงแรมกักตัวไม่ต้องส่งให้กองแรงงานท้องที่ตรวจสอบและอนุมัติก่อนอีกต่อไป และนอกเหนือจากโรงแรมกักตัวและศูนย์กักตัวของรัฐแล้ว อนุญาตให้นายจ้างสามารถจัดหาหอพักที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นสถานที่กักตัวและสังเกตอาการตนเองของแรงงานต่างชาติได้ โดยกระทรวงแรงงานได้ประกาศแนวปฏิบัติการจัดหาและบริหารจัดการหอพักป้องกันโรคของแรงงานงานต่างชาติ เพื่อช่วยเหลือบริษัทจัดหางานและนายจ้างในการจัดหาและบริหารหอพักที่ได้มาตรฐานสำหรับการป้องกันโรคของแรงงานต่างชาติ
เจ้าหน้าที่กองแรงงาน นครนิวไทเป กำลังตรวจหอพักแรงงานต่างชาติในโรงงานแห่งหนึ่ง
ทั้งนี้ แนวปฏิบัติการจัดหาและบริหารจัดการหอพักที่จะใช้เป็นสถานที่กักตัวและสังเกตอาการตัวเองของแรงงานต่างชาติ ต้องสอดคล้องกับเงื่อนไข 4 ประการ ดังต่อไปนี้
1) ต้องได้มาตรฐานเดียวกับโรงแรมกักกันโรคและผ่านการตรวจสอบจากกองแรงงาน กองอนามัยและสำนักการโยธาในท้องที่
2) ต้องมีผู้บริหารจัดการด้านการป้องกันโรค และพนักงานที่ต้องสัมผัสกับแรงงานต่างชาติ ต้องผ่านการฝึกอบรมความรู้ด้านการป้องกันโรค
3) ต้องดูแลและควบคุมการตรวจ PCR และ ATK รวมถึงจำนวนวันกักตัวของแรงงานต่างชาติให้ครบตามที่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคกำหนด
4) ต้องผ่านการสุ่มตรวจสอบมาตรฐานด้านการกักกันโรคจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
โรงครัวของโรงงานแห่งหนึ่งในนครนิวไทเป นอกจากมีโรงอาหารแล้ว ยังได้เตรียมห้องครัวให้แรงงานไทยที่อยากทำอาหารกินเองโดยเฉพาะ
กระทรวงแรงงานไต้หวันได้พิจารณาถึงความต้องการล่ามที่ให้บริการแปลภาษาและดูแลแรงงานต่างชาติในสถานประกอบการ รวมถึงการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และอาหารการกินของแรงงานต่างชาติให้ดีขึ้น จึงเปิดให้นำเข้าล่ามและกุ๊กประจำหอพักแรงงานต่างชาติได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้ที่จะเดินทางมาทำงานในตำแหน่งล่ามและกุ๊กประจำหอพักแรงงานต่างชาติ ต้องปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคสำหรับแรงงานต่างชาติของไต้หวัน เช่นเดียวกับแรงงานต่างชาติทั่วไป
ทั้งนี้ ตามกฎหมาย อนุญาตให้บริษัทจัดหางาน สามารถยื่นขอนำเข้าล่ามชาวต่างชาติเพื่อให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติที่ช่วยนายจ้างนำเข้าหรือได้รับมอบหมายให้ดูแลจำนวนไม่เกิน 16 คน โดยแบ่งเป็นล่ามประจำบริษัทและล่ามประจำโรงงานดังนี้
- ล่ามประจำบริษัทจัดหางาน มีสิทธิ์ว่าจ้างได้ 1 คน ต่อพนักงานท้องถิ่น 5 คน โดยดูจากจำนวนพนักงานท้องถิ่นที่เข้าประกันภัยแรงงาน พนักงานท้องถิ่น 10 คน มีสิทธิ์ว่าจ้างได้ 2 คน สูงสุดห้ามเกิน 8 คน
- ล่ามประจำโรงงาน มีสิทธิ์ว่าจ้าง 1 คน ต่อแรงงานต่างชาติที่ได้รับมอบหมายดูแลในโรงงานเดียวกัน 30 คนขึ้นไป ไม่ถึง 99 คน 100-199 คน ว่าจ้างล่ามได้ 2 คน แรงงานต่างชาติที่ดูแลมีจำนวนมากกว่า 200 คน มีสิทธิ์ว่าจ้างล่ามได้ 3 คน และจำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นทุก 100 คน สามารถว่าจ้างล่ามได้ 1 คน สูงสุดไม่เกิน 8 คน
ห้องพักแรงงานไทยของโรงงานแห่งหนึ่งในนครนิวไทเป
ส่วนกุ๊กทำอาหาร อนุญาตให้บริษัทจัดหางาน นำเข้ากุ๊กทำอาหารในหอพักและผู้ช่วย ตามจำนวนแรงงานต่างชาติที่ได้รับมอบหมายดูแลดังนี้
- ดูแลแรงงานต่างชาติจำนวน 100 คนขึ้นไป ไม่ถึง 200 คน สามารถนำเข้ากุ๊กได้ 2 คน ผู้ช่วย 1 คน
- ดูแลแรงงานต่างชาติจำนวน 200 คนขึ้นไป ไม่ถึง 300 คน สามารถนำเข้ากุ๊กได้ 3 คน ผู้ช่วย 2 คน
- ดูแลแรงงานต่างชาติจำนวน 300 คนขึ้นไป สามารถนำเข้ากุ๊กและผู้ช่วยเพิ่มขึ้นอย่างละ 1 คน ต่อจำนวนแรงงานต่างชาติที่ดูแลเพิ่มขึ้นทุก 100 คน
ทั้งนี้ แรงงานต่างชาติที่ได้รับมอบหมายดูแล หากมีสัญชาติต่างกัน จำนวนกุ๊กและผู้ช่วยที่นำเข้าได้ ต้องแยกกันคำนวณ
แรงงานไทยบริษัทกงซิ่น เอ็นจิเนียริ่ง ที่ไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง เตรียมกินอาหารมื้อเที่ยง
2. ตำรวจเกาสงบุกรวบ 29 แรงงานหนุ่มสาวเวียดนาม จัดปาตี้ยาเคในร้านอาหาร
เมื่อรุ่งเช้า 02.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจปฏิบัติการตรวจเข้มเหล่ามิจฉาชีพและสิ่งผิดกฎหมายบนถนนกวงหมิง ในนครเกาสง พบร้านอาหารเวียดนามแห่งหนึ่ง ปิดประตูร้านแล้ว แต่ภายในมีเสียงดนตรีและเสียงร้องเพลงดังสนั่น ยังไม่ทันจะเรียกเจ้าของร้านเปิดประตูเหล็ก มีแรงงานเวียดนาม 3-4 คน เปิดประตูเดินออกมา ตำรวจเรียกให้หยุดและบุกเข้าไปตรวจดู ถึงกับผงะ เมื่อพบบนโต๊ะในร้านเต็มไปด้วยสุรา เบียร์และยาเสพติดหลากหลายชนิด แออัดยัดเยียดไปด้วยแรงงานเวียดนามทั้งหญิงและชาย กำลังจัดปาตี้ยาเสพติด เปลือยกายแดนซ์กันอย่างเมามัน ไม่สนใจว่าใครจะเข้ามา จนตำรวจปิดเครื่องเสียงและเรียกให้หยุด แรงงานเวียดนามเหล่านี้ถึงรู้ว่าตำรวจเข้ามาตรวจ
29 แรงงานหนุ่มสาวเวียดนาม จัดปาตี้ยาเคในร้านอาหารที่เกาสงถูกจับ
โฆษกสถานีตำรวจหลินหยวนแถลงว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ จับแรงงานเวียดนาม 29 คน เป็นชาย 23 หญิง 6 มั่วสุมเสพยาเสพติด ในจำนวนนี้มี 4 คนเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และยึดของกลางเป็นยาเสพติดหลากหลายชนิด เป็นยาเสพติดชนิดแอมเฟตามีนในรูปซองกาแฟ 61 ซอง ยาไอซ์ 5 ซอง เคตามีน 4 ซอง และซองบรรจุยาเสพติดที่เปิดใช้แล้ว 20 ซอง ตำรวจจับแรงงานเวียดนามทั้งหมดไปยังโรงพัก หลังสอบปากคำ ควบคุมตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีความผิดฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต่อไป
ตำรวจยึดยาเสพติดจำพวกแอมเฟตามีน ยาเคและยาอีในรูปของซองกาแฟและอื่น ๆ ได้เป็นจำนวนมาก
สำหรับเจ้าของร้านอาหาร ถูกดำเนินคดีเช่นกัน ข้อหาจัดสถานที่ให้คนมั่วสุมเสพยาเสพติด โฆษกสถานีตำรวจหลินหยวนกล่าวเตือนว่า ยาเสพติดไม่เพียงแต่เป็นพิษภัยและคุกคามสุขภาพของผู้เสพ ยังเป็นต้นเหตุการก่อเกิดอาชญากรรม เมื่อเสพยาเสพติด จะติดง่ายเลิกยาก ทำให้ตกเป็นทาสยาเสพติดไปตลอดชีวิต และผู้เสพจะเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน อนาคตดับวูบ จึงเตือนแรงงานต่างชาติอย่าริลองและอย่าท้าทายกฎหมาย นอกจากตรวจเข้มและกวาดล้างอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและการจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด และขอความร่วมมือจากทุกคน ร่วมด้วยช่วยกันสกัดกั้นยาเสพติดลามไปสู่ชุมชนและกลุ่มแรงงานต่างชาติ
ตำรวจยึดยาเสพติดจำพวกแอมเฟตามีน ยาเคและยาอีได้เป็นจำนวนมาก
3. ตำรวจเจียอี้จับสาวอินโดฯ ปล่อยกู้มหาโหดดอกเบี้ย 152% ทั่วไต้หวันมีแรงงานชาติเดียวกันตกเป็นเหยื่อหลายร้อยราย
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เจียอี้ ทลายขบวนการปล่อยกู้มหาโหด ด้วยอัตราดอกเบี้ย 121-152% ต่อปี ผู้เสียหายเป็นแรงงานอินโดนีเซียที่กระจายอยู่ทั่วไต้หวันจำนวนหลายร้อยราย
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เจียอี้ทลายแก๊งปล่อยกู้ดอกเบี้ย 121-152% แรงงานอินโดนีเซียตกเป็นเหยื่อหลายรร้อยราย ในภาพเป็นของกลางที่ยึดได้ เป็นหนังสือเดินทางกว่า 300 เล่ม
โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า นางหวง หญิงอินโดนีเซียที่มาแต่งงานกับสามีชาวไต้หวัน ร่วมกับนายหยาง ชายชาวไต้หวัน โฆษณาผ่านเฟซบุ๊กกู้เงินง่าย ชำระคืนสบาย ด้วยภาษาอินโดนีเซีย และให้เงินรางวัลผู้แนะนำลูกค้า 500 เหรียญต่อคน ดึงดูดแรงงานชาติเดียวกันที่เดือดร้อนเรื่องเงินแห่ขอกู้กันมากมาย แต่เก็บดอกเบี้ยแพงมหาโหด ตั้งแต่ 121-152% และยังคิดค่าธรรมเนียมอีก 1,000 เหรียญต่อการกู้ 1 ครั้ง เช่นแรงงานอินโดนีเซียที่กู้เงิน 20,000 เหรียญไต้หวัน ชำระคืนภายใน 2 เดือน ต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยเดือนละ 12,500 เหรียญ กู้ 2 เดือนต้องคืน 26,000 เหรียญ แต่หากชำระคืนภายใน 5 เดือน แต่ละเดือนต้องจ่ายคืน 6,000 เหรียญ รวมต้องจ่ายคืน 30,000 เหรียญ บวกค่าธรรมเนียมอีก 1,000 เหรียญ หากคิดเป็นดอกเบี้ยต่อปีแล้ว สูงถึง 121-152% โหดกว่าเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อเดือน จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการปล่อยกู้โหดแก๊งนี้ อาศัยแรงงานอินโดนีเซียที่เดือดร้อนเรื่องเงินและไม่รู้กฎหมาย อ่านภาษาจีนไม่ออก ให้ลงนามในตั๋วสัญญาใช้เงินและหนังสือยินยอมให้เก็บรักษาหนังสือเดินทางเป็นหลักค้ำประกัน หากไม่ชำระเงินตามกำหนด จะมีการติดตามทวงหนี้ถึงสถานที่พักในลักษณะก่อกวนและข่มขู่ หากยังไม่ชำระหนี้ครบตามเวลา ก็จะโพสต์ใบกู้เงิน พร้อมภาพถ่ายในหนังสือเดินทางลงสื่อโซเชียล เพื่อประจานให้เกิดความอับอายและหวาดผวา
ผู้เสียหายเป็นแรงงานอินโดนีเซียที่กระจายอยู่ทั่วไต้หวันจำนวนหลายร้อยราย
หลังจากได้รับแจ้ง ตำรวจใช้เวลาตรวจสอบและหาหลักฐานอยู่นานหลายเดือน ในที่สุดบุกทลายขบวนการปล่อยกู้โหดแก๊งนี้ จับนางหวงพร้อมด้วยสามี นายหยางและลูกสาวอีก 2 คนได้ที่หนานโถวและไทจง ดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายบริหารสถาบันการเงิน ยึดเงินสดของกลาง 7 ล้านเหรียญไต้หวัน หนังสือเดินทางลูกค้า 342 เล่ม ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัญชีลูกค้าจำนวนมาก พร้อมด้วยเครื่องนับแบ๊งก์ ประมาณการว่า นับตั้งแต่เปิดดำเนินการปล่อยกู้เป็นต้นมา มีแรงงานอินโดนีเซียทั่วไต้หวันที่ตกเป็นเหยื่อแล้วหลายร้อยราย
ตำรวจยึดของกลางเป็นเงินสด 7 ล้านเหรียญไต้หวัน หนังสือเดินทางลูกค้า 342 เล่ม ตั๋วสัญญาใช้เงิน เครื่องนับแบ๊งก์และสมุดบัญชีลูกค้าจำนวนมาก
ตำรวจกล่าวแนะนำแรงงานต่างชาติว่า จะกู้เงินจากแหล่งไหนก็ตาม ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า ดอกเบี้ยเหมาะสมหรือไม่? มีกำลังชำระหนี้ได้ไหม? มิเช่นนั้น ภาระหนี้สินจะพอกพูนและกลายเป็นดินพอกหางหมู และหากเห็นว่า มีผู้ปล่อยกู้ที่คิดดอกเบี้ยแพง สามารถร้องเรียนได้
หญิงอินโดนีเซียร่วมกับชายชาวไต้หวัน ปล่อยกู้โหด โฆษณาผ่านเฟซบุ๊กด้วยภาษาอินโดนีเซีย เชิญชวนกู้เงินง่าย ชำระคืนสบาย