
Sign up to save your podcasts
Or


1. 8 เดือนผ่านไป ไต้หวันอนุมัติจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 2,000 คน เป็นคนงานไทย 231 คน ปี 66 ตั้งเป้าอนุมัติ 10,000 คน
เพื่อที่จะแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานผลักดันโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมืออยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปโดยไม่จำกัดระยะเวลา หรือที่เรียกกันว่าแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา โดยตั้งเป้าหมายว่าก่อนปี พ.ศ. 2573 จะอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือ 80,000 คน หรือปีละประมาณ 10,000 คน แต่จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2565 หรือช่วงระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา มีนายจ้างไต้หวันยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้วเพียง 3,389 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 2,056 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานไทย 231 คน แบ่งเป็นแรงงานไทยในภาคการผลิต 225 คน ผู้อนุบาล 6 คน กระทรวงแรงงานคาดว่า ปีใหม่นี้ จะมีนายจ้างยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการอนุญาตขยายระยะเวลาทำงานในไต้หวันจาก 12 ปี หรือ 14 ปีออกไปในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด ซึ่งขยายมาแล้วรวม 3 ปี และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นายจ้างจำนวนมากรอดูท่าที ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565
แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าที่นิคมอุตสาหกรรมกุยซาน นครเถาหยวน
กระทรวงแรงงานเปิดเผยสถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 มีนายจ้างยื่นว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 3,389 คน แบ่งเป็นภาคการผลิต 1,500 คน ผู้อนุบาล 1,888 คน นักศึกษาต่างชาติ 1 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 2,056 คน ในจำนวนนี้เป็นภาคการผลิต 974 คน ผู้อนุบาล 1,081 คน และนักศึกษาต่างชาติ 1 คน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 มีนายจ้างยื่นว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 3,389 คน แบ่งเป็นภาคการผลิต 1,500 คน ผู้อนุบาล 1,888 คน
ในจำนวนแรงงานภาคการผลิตที่ได้รับอนุญาตยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ 974 คน เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 342 คน ตามด้วยฟิลิปปินส์ 268 คน แรงงานไทย 225 คน อินโดนีเซีย 106 คน นอกจากนี้ ยังมีลูกเรือประมง 33 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 21 คน ฟิลิปปินส์ 12 คน ในส่วนขอผู้อนุบาลที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ผู้อนุบาลในครัวเรือนมี 1,060 คน แบ่งเป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 803 คน ฟิลิปปินส์ 173 คน เวียดนาม 78 คนและไทย 6 คน
แรงงานไทยในโรงงานผลิตล้อแมกซ์
กระทรวงแรงงานตั้งเป้าหมายไว้ว่า ก่อนปี พ.ศ. 2573 จะอนุมัตินายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจำนวน 80,000 คน หรือปีละประมาณ 10,000 คน แต่จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2565 เวลาล่วงเลยไปแล้ว 8 เดือน อนุมัติเพียง 2,000 คนเศษ สาเหตุที่ห่างจากเป้าหมายอย่างมาก กระทรวงแรงงานอธิบายว่า เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด กระทรวงแรงงานอนุญาตให้มีการขยายระยะเวลาทำงานในไต้หวันจาก 12 ปี หรือ 14 ปีออกไป รวมสะสมแล้วเป็นเวลา 3 ปี เมื่อขยายสัญญาต่อไปได้ ส่งผลให้นายจ้างจำนวนมากยังรอดูท่าที แต่มาตรการดังกล่าว สิ้นสุดลงแล้วเมื่อสิ้นปี 2565 คาดว่า ต่อแต่นี้ไป ยอดจำนวนการยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจะทยอยเพิ่มมากขึ้น
กระทรวงแรงงานตั้งเป้าหมายไว้ว่า ก่อนปี พ.ศ. 2573 จะอนุมัตินายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจำนวน 80,000 คน หรือปีละประมาณ 10,000 คน
โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุการทำงานในไต้หวันต่อเนื่องครบ 6 ปีขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไปและเดินทางกลับประเทศแล้ว หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างและแรงงานมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ สำหรับภาคการผลิต หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างประจำ 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ไม่ต้องแนบหลักฐานแสดงทักษะฝีมือใด ๆ ทั้งสิ้น โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป แต่เพื่อป้องกันส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น มีการจำกัดสัดส่วนที่ยื่นขอได้ไม่เกิน 25% ของโควตาแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตว่าจ้าง ยกตัวอย่างเช่น นายจ้างได้รับอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 50 คน สามารถยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ไม่เกิน 25 คน นอกจากนี้ ในแต่ละสถานประกอบการ แรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมกันแล้ว ต้องมีอัตราส่วนไม่เกิน 50% ของแรงงานท้องถิ่น เช่นนายจ้างที่มีแรงงานท้องถิ่น 100 คน สามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมแล้วไม่เกิน 50 คน
หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างประจำ 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือโดยไม่ต้องแนบหลักฐานแสดงทักษะฝีมือใด ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลดีที่มีต่อแรงงานได้แก่ ไม่ถูกจำกัดระยะเวลาการทำงาน ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือจากนายจ้างเดิมได้ มีทักษะฝีมือ ได้รับค่าจ้างสูงกว่า สามารถเข้าร่วมประกันสุขภาพ ประกันภัยแรงงานและระบบเงินบำเหน็จ/บำนาญอย่างต่อเนื่อง (สำหรับกิจการที่อยู่ในขอบข่ายการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน) และทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือครบ 5 ปี มีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ (รวมถึงยื่นขอถิ่นที่อยู่ให้กับครอบครัวได้ด้วย)
แรงงานก่อสร้างก็สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้เช่นกัน
ส่วนผลดีที่ต่อนายจ้างได้แก่ ไม่จำกัดระยะเวลาการจ้างงาน ไม่กระทบโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไป สามารถนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนโควตาเดิมได้ จ่ายค่าจ้างตามกำหนด สามารถยกระดับแรงงานต่างชาติที่ว่าจ้างอยู่แล้ว เป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ทันทีและที่สำคัญนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ประหยัดได้เดือนละ 2,000 เหรียญต่อคน
2. ข่าวดี! ไต้หวันลดหย่อนโทษ ไม่กักกัน ปรับเพียง 2,000 เหรียญและไม่ติดแบล็กลิสต์ สำหรับแรงงานผิดกฎหมายที่เข้ารายงานตัวระหว่าง 1 ก.พ.-30 มิ.ย. 66 เลยกำหนดเพิ่มค่าปรับ 15 เท่า ติดแบล็กลิสต์ 10 ปี
จากการที่แรงงานต่างชาติยังคงหลบหนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับไต้หวันเปิดประเทศและยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวหลายประเทศ ทำให้ชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายเพิ่มจำนวนมากขึ้น ล่าสุดทะลุ 80,000 คนแล้ว จึงมีการแก้กฎหมายเพิ่มค่าปรับสูงขึ้น 15 เท่า จากปัจจุบัน เริ่มต้นที่ 2,000 เหรียญ สูงสุดไม่เกิน 10,000 เหรียญ ปรับขึ้นเป็นเริ่มต้นที่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน คาดจะประกาศใช้ได้ครึ่งหลังของปี และก่อนจะประกาศใช้กฎหมายเพิ่มค่าปรับดังกล่าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศโครงการเปิดให้ชาวต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมายเข้ารายงานตัว ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์-30 มิถุนายน 66 เป็นเวลา 4 เดือน ชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หากเข้ารายงานตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศในระหว่าง 4 เดือนนี้ จะได้รับการผ่อนผัน ไม่ถูกกักกัน เสียค่าปรับในอัตราต่ำสุดคือ 2,000 เหรียญและจะไม่ถูกจำกัดหรือติดแบล็กลิสต์เข้าไต้หวัน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ฮัวเหลียนออกประชาสัมพันธ์โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย
โครงการลดหย่อนโทษสำหรับแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างและชาวต่างชาติอยู่เลยกำหนดวีซ่าที่เข้ามอบตัวมีรายละเอียดดังนี้
1. ไม่ว่าจะหลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดวีซ่านานเท่าไหร่ จะได้รับการลดหย่อนค่าปรับเหลือ 2,000 เหรียญไต้หวัน
2. ผู้ประสงค์เข้ามอบตัว เตรียมเอกสารการเดินทาง (พาสปอร์ต) ไปรายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องที่ โดยไม่ถูกกักกัน หากเอกสารการเดินทางและตั๋วเครื่องบินพร้อม เมื่อมอบตัวเสร็จแล้ว สามารถเดินทางกลับประเทศได้ทันที
3. ช่วงระหว่างการมอบตัวในโครงการลดหย่อนโทษครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. หมดเขต 30 มิ.ย. 2566
4. หากถูกตรวจพบในระหว่างโครงการลดหย่อนโทษ เข้ามอบตัวหรือถูกตรวจพบหลังสิ้นสุดโครงการ จะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย หากร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ผ่านสภาฯ ค่าปรับต่ำสุดเริ่มต้นที่ 30,000 เหรียญ สูงสุด 150,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 10 ปี
สื่อประชาสัมพันธ์โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัตราค่าปรับและโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่ จะต้องเสียค่าปรับตามกำหนดเวลาที่หลบหนีหรืออยู่เกินกำหนดดังนี้ :
ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน
11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 4,000 เหรียญไต้หวัน
31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวัน
61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 8,000 เหรียญไต้หวัน
91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน
ถูกจำกัดหรือติดแบล็กลิสต์เข้าไต้หวันเป็นเวลา 8 ปี
ภาพบรรยากาศแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้ารายงานตัวเพื่อเดินทางกลับบ้านเมื่อปี 2561
จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 มีชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ซึ่งมีทั้งแรงงานที่หลบหนีนายจ้างและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไต้หวันแล้วอยู่เลยกำหนด ทั้งหมด 80,331 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามหลบหนีมากที่สุด 48,858 คน ครองอัตราส่วน 60.8% อินโดนีเซียอยู่อันดับสอง มีจำนวน 27,095 คน ครองสัดส่วน 33.73% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,632 คน คิดเป็นสัดส่วน 3.27% สำหรับแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ มีจำนวน 1,745 คน คิดเป็นสัดส่วน 2.17% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 1,469 คน เพศหญิง 276 คน
สื่อประชาสัมพันธ์โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. 8 เดือนผ่านไป ไต้หวันอนุมัติจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 2,000 คน เป็นคนงานไทย 231 คน ปี 66 ตั้งเป้าอนุมัติ 10,000 คน
เพื่อที่จะแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานผลักดันโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมืออยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปโดยไม่จำกัดระยะเวลา หรือที่เรียกกันว่าแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา โดยตั้งเป้าหมายว่าก่อนปี พ.ศ. 2573 จะอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือ 80,000 คน หรือปีละประมาณ 10,000 คน แต่จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2565 หรือช่วงระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา มีนายจ้างไต้หวันยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้วเพียง 3,389 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 2,056 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานไทย 231 คน แบ่งเป็นแรงงานไทยในภาคการผลิต 225 คน ผู้อนุบาล 6 คน กระทรวงแรงงานคาดว่า ปีใหม่นี้ จะมีนายจ้างยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการอนุญาตขยายระยะเวลาทำงานในไต้หวันจาก 12 ปี หรือ 14 ปีออกไปในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด ซึ่งขยายมาแล้วรวม 3 ปี และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นายจ้างจำนวนมากรอดูท่าที ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565
แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าที่นิคมอุตสาหกรรมกุยซาน นครเถาหยวน
กระทรวงแรงงานเปิดเผยสถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 มีนายจ้างยื่นว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 3,389 คน แบ่งเป็นภาคการผลิต 1,500 คน ผู้อนุบาล 1,888 คน นักศึกษาต่างชาติ 1 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 2,056 คน ในจำนวนนี้เป็นภาคการผลิต 974 คน ผู้อนุบาล 1,081 คน และนักศึกษาต่างชาติ 1 คน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 มีนายจ้างยื่นว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 3,389 คน แบ่งเป็นภาคการผลิต 1,500 คน ผู้อนุบาล 1,888 คน
ในจำนวนแรงงานภาคการผลิตที่ได้รับอนุญาตยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ 974 คน เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 342 คน ตามด้วยฟิลิปปินส์ 268 คน แรงงานไทย 225 คน อินโดนีเซีย 106 คน นอกจากนี้ ยังมีลูกเรือประมง 33 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 21 คน ฟิลิปปินส์ 12 คน ในส่วนขอผู้อนุบาลที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ผู้อนุบาลในครัวเรือนมี 1,060 คน แบ่งเป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 803 คน ฟิลิปปินส์ 173 คน เวียดนาม 78 คนและไทย 6 คน
แรงงานไทยในโรงงานผลิตล้อแมกซ์
กระทรวงแรงงานตั้งเป้าหมายไว้ว่า ก่อนปี พ.ศ. 2573 จะอนุมัตินายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจำนวน 80,000 คน หรือปีละประมาณ 10,000 คน แต่จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2565 เวลาล่วงเลยไปแล้ว 8 เดือน อนุมัติเพียง 2,000 คนเศษ สาเหตุที่ห่างจากเป้าหมายอย่างมาก กระทรวงแรงงานอธิบายว่า เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด กระทรวงแรงงานอนุญาตให้มีการขยายระยะเวลาทำงานในไต้หวันจาก 12 ปี หรือ 14 ปีออกไป รวมสะสมแล้วเป็นเวลา 3 ปี เมื่อขยายสัญญาต่อไปได้ ส่งผลให้นายจ้างจำนวนมากยังรอดูท่าที แต่มาตรการดังกล่าว สิ้นสุดลงแล้วเมื่อสิ้นปี 2565 คาดว่า ต่อแต่นี้ไป ยอดจำนวนการยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจะทยอยเพิ่มมากขึ้น
กระทรวงแรงงานตั้งเป้าหมายไว้ว่า ก่อนปี พ.ศ. 2573 จะอนุมัตินายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจำนวน 80,000 คน หรือปีละประมาณ 10,000 คน
โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุการทำงานในไต้หวันต่อเนื่องครบ 6 ปีขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไปและเดินทางกลับประเทศแล้ว หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างและแรงงานมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ สำหรับภาคการผลิต หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างประจำ 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ไม่ต้องแนบหลักฐานแสดงทักษะฝีมือใด ๆ ทั้งสิ้น โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป แต่เพื่อป้องกันส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น มีการจำกัดสัดส่วนที่ยื่นขอได้ไม่เกิน 25% ของโควตาแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตว่าจ้าง ยกตัวอย่างเช่น นายจ้างได้รับอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 50 คน สามารถยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ไม่เกิน 25 คน นอกจากนี้ ในแต่ละสถานประกอบการ แรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมกันแล้ว ต้องมีอัตราส่วนไม่เกิน 50% ของแรงงานท้องถิ่น เช่นนายจ้างที่มีแรงงานท้องถิ่น 100 คน สามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมแล้วไม่เกิน 50 คน
หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างประจำ 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือโดยไม่ต้องแนบหลักฐานแสดงทักษะฝีมือใด ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลดีที่มีต่อแรงงานได้แก่ ไม่ถูกจำกัดระยะเวลาการทำงาน ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือจากนายจ้างเดิมได้ มีทักษะฝีมือ ได้รับค่าจ้างสูงกว่า สามารถเข้าร่วมประกันสุขภาพ ประกันภัยแรงงานและระบบเงินบำเหน็จ/บำนาญอย่างต่อเนื่อง (สำหรับกิจการที่อยู่ในขอบข่ายการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน) และทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือครบ 5 ปี มีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ (รวมถึงยื่นขอถิ่นที่อยู่ให้กับครอบครัวได้ด้วย)
แรงงานก่อสร้างก็สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้เช่นกัน
ส่วนผลดีที่ต่อนายจ้างได้แก่ ไม่จำกัดระยะเวลาการจ้างงาน ไม่กระทบโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไป สามารถนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนโควตาเดิมได้ จ่ายค่าจ้างตามกำหนด สามารถยกระดับแรงงานต่างชาติที่ว่าจ้างอยู่แล้ว เป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ทันทีและที่สำคัญนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ประหยัดได้เดือนละ 2,000 เหรียญต่อคน
2. ข่าวดี! ไต้หวันลดหย่อนโทษ ไม่กักกัน ปรับเพียง 2,000 เหรียญและไม่ติดแบล็กลิสต์ สำหรับแรงงานผิดกฎหมายที่เข้ารายงานตัวระหว่าง 1 ก.พ.-30 มิ.ย. 66 เลยกำหนดเพิ่มค่าปรับ 15 เท่า ติดแบล็กลิสต์ 10 ปี
จากการที่แรงงานต่างชาติยังคงหลบหนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับไต้หวันเปิดประเทศและยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวหลายประเทศ ทำให้ชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายเพิ่มจำนวนมากขึ้น ล่าสุดทะลุ 80,000 คนแล้ว จึงมีการแก้กฎหมายเพิ่มค่าปรับสูงขึ้น 15 เท่า จากปัจจุบัน เริ่มต้นที่ 2,000 เหรียญ สูงสุดไม่เกิน 10,000 เหรียญ ปรับขึ้นเป็นเริ่มต้นที่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน คาดจะประกาศใช้ได้ครึ่งหลังของปี และก่อนจะประกาศใช้กฎหมายเพิ่มค่าปรับดังกล่าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศโครงการเปิดให้ชาวต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมายเข้ารายงานตัว ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์-30 มิถุนายน 66 เป็นเวลา 4 เดือน ชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หากเข้ารายงานตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศในระหว่าง 4 เดือนนี้ จะได้รับการผ่อนผัน ไม่ถูกกักกัน เสียค่าปรับในอัตราต่ำสุดคือ 2,000 เหรียญและจะไม่ถูกจำกัดหรือติดแบล็กลิสต์เข้าไต้หวัน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ฮัวเหลียนออกประชาสัมพันธ์โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย
โครงการลดหย่อนโทษสำหรับแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างและชาวต่างชาติอยู่เลยกำหนดวีซ่าที่เข้ามอบตัวมีรายละเอียดดังนี้
1. ไม่ว่าจะหลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดวีซ่านานเท่าไหร่ จะได้รับการลดหย่อนค่าปรับเหลือ 2,000 เหรียญไต้หวัน
2. ผู้ประสงค์เข้ามอบตัว เตรียมเอกสารการเดินทาง (พาสปอร์ต) ไปรายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องที่ โดยไม่ถูกกักกัน หากเอกสารการเดินทางและตั๋วเครื่องบินพร้อม เมื่อมอบตัวเสร็จแล้ว สามารถเดินทางกลับประเทศได้ทันที
3. ช่วงระหว่างการมอบตัวในโครงการลดหย่อนโทษครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. หมดเขต 30 มิ.ย. 2566
4. หากถูกตรวจพบในระหว่างโครงการลดหย่อนโทษ เข้ามอบตัวหรือถูกตรวจพบหลังสิ้นสุดโครงการ จะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย หากร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ผ่านสภาฯ ค่าปรับต่ำสุดเริ่มต้นที่ 30,000 เหรียญ สูงสุด 150,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 10 ปี
สื่อประชาสัมพันธ์โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัตราค่าปรับและโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่ จะต้องเสียค่าปรับตามกำหนดเวลาที่หลบหนีหรืออยู่เกินกำหนดดังนี้ :
ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน
11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 4,000 เหรียญไต้หวัน
31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวัน
61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 8,000 เหรียญไต้หวัน
91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน
ถูกจำกัดหรือติดแบล็กลิสต์เข้าไต้หวันเป็นเวลา 8 ปี
ภาพบรรยากาศแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้ารายงานตัวเพื่อเดินทางกลับบ้านเมื่อปี 2561
จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 มีชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ซึ่งมีทั้งแรงงานที่หลบหนีนายจ้างและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไต้หวันแล้วอยู่เลยกำหนด ทั้งหมด 80,331 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามหลบหนีมากที่สุด 48,858 คน ครองอัตราส่วน 60.8% อินโดนีเซียอยู่อันดับสอง มีจำนวน 27,095 คน ครองสัดส่วน 33.73% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,632 คน คิดเป็นสัดส่วน 3.27% สำหรับแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ มีจำนวน 1,745 คน คิดเป็นสัดส่วน 2.17% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 1,469 คน เพศหญิง 276 คน
สื่อประชาสัมพันธ์โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง