ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568


Listen Later

1. ปี 67 แรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มใหม่ 25,773 คน ลดลง 5,783 คนจากปีก่อนหน้า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชี้ สถานการณ์ดีขึ้น แต่ สส. ชี้ ค่าปรับแพง ส่งผลต่อการมอบตัวและกระบวนการส่งกลับประเทศล่าช้า

      จากสถิติของกระทรวงแรงงาน จนถึงสิ้นเดือนเมษายนปีนี้ ไต้หวันมีแรงงานต่างชาติรวมมากกว่า 830,000 คน แต่ในจำนวนนี้ มีการหลบหนีจากนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบสูงถึง 98,735 คน ตัวเลขแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ยังอยู่ในระดับสูงจนทำให้สังคมเกิดความกังวล และคณะกรรมาธิการกิจการภายในของสภานิติบัญญัติมีมติระงับงบประมาณบางส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเด็นนี้

แรงงานต่างชาติหลบหนีจากนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงสูงถึง 98,735 คน (ภาพจาก udn.com)

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยระบุในรายงานต่อสภานิติบัญญัติว่า จำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในปี 2567 มีแนวโน้มลดลง และแม้จะมีการเพิ่มโทษค่าปรับผู้พำนักอย่างผิดกฎหมาย แต่ก็มีมาตรการเชิงผ่อนปรนควบคู่ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติที่ยื่นขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าปรับเกินกว่า 1,000 คน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในไถหนาน จับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ 26 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)

      ยอดจำนวนชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากแรงงานผิดกฎหมายแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศอาเซียนที่อยู่เลยกำหนดและหางานทำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมีประมาณ 30-40% ของแรงงานต่างชาติหลบหนี สส. จึงเสนอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหามาตรการรับมือและเพิ่มการตรวจสอบแหล่งหลบซ่อนทำงาน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน ตรวจพบแรงงานผิดกฎหมายทำงานเกษตรจำนวน 15 คน พร้อมจับนายจ้างและหน้าหน้าเถื่อน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)

      นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอชี้ว่า ภายหลังการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมืองและเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 เป็นต้นมา โดยเพิ่มค่าปรับสำหรับผู้พำนักเกินกำหนดระหว่าง 10,000-50,000 เหรียญไต้หวัน ส่งผลให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไม่กล้าไปรายงานตัวหรือเข้ามอบตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากไม่สามารถชำระค่าปรับที่แพงได้ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัตราการเข้ามอบตัวลดลง กระทบต่อความมั่นคงของสังคม นอกจากนี้ สถานกักกันไม่สามารถรองรับจำนวนชาวต่างชาติผิดกฎหมายที่ถูกจับ ทำให้สถานกักกันทุกแห่งเต็มเกือบตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการส่งกลับและการตรวจจับ นอกจากนี้ เนื่องจากชาวต่างชาติและแรงงานผิดกฎหมายที่ถูกจับ ส่วนใหญ่ไม่สามารถจ่ายค่าปรับหรือค่าตั๋วเครื่องบินได้ ทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงานภายใต้ความดูแลของกระทรวงแรงงานในการสำรองเงินไว้ก่อน สภานิติบัญญัติจึงขอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำนโยบายและแผนปรับปรุงเป็นรายงานพิเศษ จึงจะอนุมัติให้ใช้งบประมาณที่ถูกระงับไว้ได้

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมตรวจสอบโรงเชือดและชำแหละไก่ในเขตว่านหัว กลางกรุงไทเป จับ 22 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย (ภาพจาก CNA)

      ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรายงานว่า ได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานความมั่นคง เพิ่มการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยมีการตรวจสอบต้นทางและปราบปรามเครือข่ายนายหน้าเถื่อน และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการตรวจจับนายจ้างผิดกฎหมายเฉลี่ยปีละ 2,350 ราย ในส่วนของนายหน้าเถื่อนจับกุมปีละประมาณ 400 ราย

ตำรวจขึ้นไปตรวจดูเพดานห้อง ซึ่งแรงงานต่างชาติมักจะใช้เป็นที่หลบหนีการจับกุม (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังชี้ว่า การแก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมายจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำมาตรการป้องกัน เช่น การตรวจสอบความปลอดภัยที่พัก และสวัสดิการของแรงงาน โดยสำนักงานฯ จะใช้ประสบการณ์ภาคสนามเสนอนโยบายให้กระทรวงแรงงานเพื่อเพิ่มการควบคุมตั้งแต่ต้นทาง จากความพยายาม ทั้งการควบคุมตั้งแต่ต้นทางและการตรวจจับปลายทาง ทำให้ปี 2567 มีแรงงานต่างชาติหลบหนีและกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเพิ่มใหม่ 25,773 คน ลดลง 5,783 คนจากปีก่อนที่มีจำนวน 31,556 คน แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น

ตำรวจนิวไทเป จับนายหน้าจัดหางานพร้อมผู้อนุบาลทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 11 คน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)

      ในส่วนของการยื่นขอลดหย่อนค่าปรับสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า แม้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองได้เพิ่มค่าปรับจากเดิม 5 เท่า แต่สำนักงานฯ ก็มีมาตรการผ่อนปรน เช่น การเพิ่มมาตรฐานการยกเว้นโทษตามมาตรา 74-1 ของกฎหมายเข้าเมือง เพื่อสนับสนุนให้ผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายเข้ารายงานตัวและเปิดเผยข้อมูลนายจ้างผิดกฎหมายหรือผู้ให้การช่วยเหลือเบื้องหลัง มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 จนถึงเดือนมีนาคมปีนี้ มีชาวต่างชาติที่พำนักเอย่างผิดกฎหมายจำนวน 1,029 คน ยื่นขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าปรับ

2. ไต้หวันเปิดโครงการฝึกงานเกษตรกรเยาวชนต่างประเทศ 6 ปีผ่านการฝึกแล้ว 525 ราย ส่วนใหญ่จากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

      เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการเกษตรและความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรของไต้หวันได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือโครงการฝึกงานเกษตรกรรุ่นใหม่ในไต้หวันกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น โดยให้เกษตรกรรุ่นใหม่จากต่างประเทศได้เรียนรู้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการเกษตรกรรมของไต้หวัน ผ่านการฝึกงานในฟาร์มเป็นเวลา 1 ถึง 2 ปี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการเกษตรระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

พิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เกษตรกรรุ่นใหม่จากฟิลิปปินส์ 29 คน จบการฝึกงานจากฟาร์มเกษตรหลายแห่งในไต้หวันเป็นเวลา 1 ปี (ภาพจาก tcdares.gov.tw)

      ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2562 จนถึงปลายเดือนเมษายนปีนี้ มีเกษตรกรรุ่นใหม่ต่างชาติ 525 คนเดินทางมารับการฝึกงานในเมืองเกษตรสำคัญทั่วไต้หวัน ได้แก่ ชาวอินโดนีเซีย 299 คน และชาวฟิลิปปินส์ 226 คน ในจำนวนนี้ มีชาวอินโดนีเซีย 11 คนที่เข้ารับการฝึกงานในอุตสาหกรรมผลไม้ ผัก และชาในเขตไถตง เพื่อเรียนรู้เทคนิคการผลิตและเทคโนโลยีทางการเกษตรของไต้หวันอย่างใกล้ชิด

เกษตรกรรุ่นใหม่อินโดนีเซีย กำลังฝึกงานในฟาร์มที่เมืองไถตง (ภาพจาก สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไถตง)

      โครงการฝึกงานเกษตรกรรุ่นใหม่ต่างชาติในไต้หวันดังกล่าว ดำเนินการโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยเทคโนโลยีเกษตร ซึ่งให้การฝึกอบรมเบื้องต้นก่อนฝึกงาน ตลอดจนการเยี่ยมเยือนและให้คำปรึกษาอย่างสม่ำเสมอระหว่างฝึกงาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรุ่นใหม่จากต่างชาติเหล่านี้ ให้รับมือกับความท้าทายทั้งในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตในไต้หวัน

เกษตรกรรุ่นใหม่ฟิลิปปินส์ กำลังฝึกงานในฟาร์มที่นครเถาหยวน (ภาพจาก สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชเถาหยวน)

      หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น และสหกรณ์การเกษตรกรท้องถิ่นก็มีบทบาทสำคัญในกระบวนการคัดเลือกฟาร์มฝึกงาน การติดตามผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการเกษตรเปิดเผยว่า ล่าสุด เกษตรกรรุ่นใหม่ชาวฟิลิปปินส์รุ่นที่ 6 จำนวน 50 คน ได้เดินทางถึงไต้หวันแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา เริ่มการฝึกอบรมเบื้องต้นเป็นเวลา 4 วัน เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่หลากหลายของไต้หวัน การสื่อสารทางภาษา แนวโน้มการพัฒนาเกษตรกรรม และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะได้รับการจัดให้เข้ารับการฝึกงานในฟาร์ม 29 แห่งทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เพื่อเริ่มการฝึกงานนาน 11 เดือน โดยมีฟาร์มในหลากหลายสาขา เช่น ข้าวและธัญพืช ผัก ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ ปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และฟาร์มเชิงการท่องเที่ยว

เกษตรกรรุ่นใหม่จากประเทศอาเซียนดูงานการจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรในตลาดของเกษตรกรเมืองอี๋หลาน (ภาพจาก hdares.gov.tw)

      สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไถตงของกระทรวงเกษตรระบุว่า มีการจัดกิจกรรมเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นประจำทุกปี โดยพาเกษตรกรรุ่นใหม่จากอินโดนีเซียไปศึกษาดูงานจากเกษตรกรตัวอย่าง เกษตรกรรุ่นใหม่ และสหกรณ์การเกษตรในแต่ละตำบลของไถตง เพื่อให้เข้าใจการดำเนินงานทางการเกษตรในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเรียนรู้เชิงเทคนิค และขยายมุมมองทางการเกษตรในระดับนานาชาติ

เกษตรกรรุ่นใหม่อินโดนีเซีย กำลังฝึกงานในฟาร์ม Good Time Food และฟาร์ม Buklavu Wuling ที่ตำบลเหยียนผิงในเมืองไถตง (ภาพจาก สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไถตง)

      ขณะนี้มีเกษตรกรรุ่นใหม่ชาวอินโดนีเซีย 5 คน กำลังฝึกงานในฟาร์ม Good Time Food (好時果子) และฟาร์ม Buklavu Wuling ที่ตำบลเหยียนผิงในเมืองไถตง โดยมีส่วนร่วมในงานปลูกผลไม้และผัก การจัดการแปลงเกษตร เกษตรอินทรีย์ การควบคุมโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว และการบรรจุภัณฑ์ เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรขั้นสูงของไต้หวัน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจฟาร์ม เมื่อกลับไปยังประเทศตนเองในอนาคต

เกษตรกรรุ่นใหม่ชาวอินโดนีเซีย กำลังฝึกงานในฟาร์ม Good Time Food และฟาร์ม Buklavu Wuling ที่ตำบลเหยียนผิงในเมืองไถตง (ภาพจาก สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไถตง)

      นางสาวหลิน เพ่ยหยิง เจ้าของฟาร์ม Good Time Food ได้กล่าวชื่นชมเกษตรกรรุ่นใหม่จากอินโดนีเซียว่ามีความสามารถในการเรียนรู้สูง และทำงานต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ดี ด้านนายเฉินเสี้ยวเหว่ย เจ้าของฟาร์ม Buklavu Wuling กล่าวว่า แม้ในช่วงแรกจะมีอุปสรรคด้านภาษา แต่เมื่อกระตุ้นให้เรียนภาษาจีนแล้ว ตอนนี้สามารถสื่อสาร อ่านแบบฟอร์มการทำงานได้ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นมาก

นางสาวหลิน เพ่ยหยิง (ซ้าย) เจ้าของฟาร์ม Good Time Food กล่าวชื่นชมเกษตรกรรุ่นใหม่จากอินโดนีเซียว่า มีความสามารถในการเรียนรู้สูง และทำงานต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง (ภาพจาก สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไถตง)

      สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไถตงกล่าวว่า ผ่านโครงการฝึกงานนี้ เกษตรกรรุ่นใหม่จากอินโดนีเซียไม่เพียงแค่ได้ทักษะภาคปฏิบัติ แต่ยังเข้าใจรูปแบบการพัฒนาเกษตรของไต้หวันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะนำไปใช้พัฒนาฟาร์มในประเทศตนเอง และกลายเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไต้หวันและอินโดนีเซียต่อไป ในอนาคตจะยังคงใช้โครงการฝึกงานเกษตรในลักษณะนี้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับการเกษตรระดับนานาชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

3. จับแรงงานไทยที่เกาสงเซ็นชื่อรับพัสดุกล่องใส่ทิชชูเสื่อกกจากไทย ซุกเฮโรอีน 25 กก. มูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญ

           สำนักงานสอบสวนเถาหยวน ดำเนินการตามนโยบายต่อต้านยาเสพติดของสภาบริหารอย่างเคร่งครัด ร่วมมือกับกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง สาขาไทเป ป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดเข้าไต้หวันด้วยการตรวจสอบสินค้านำเข้าผ่านพัสดุไปรษณีย์และพัสดุระหว่างประเทศ  พร้อมใช้กลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมกับสำนักงานสอบสวนเมืองเกาสง และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตำรวจเมืองเกาสง จัดตั้งคณะทำงานพิเศษ ภายใต้การนำของอัยการจากสำนักงานอัยการเกาสง ทลายคดีลักลอบนำเข้าเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จับกุมแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในเกาสงรายหนึ่งขณะมาเซ็นชื่อรับพัสดุ โดยอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอควบคุมตัว และศาลท้องถิ่นเกาสงได้อนุมัติคำร้องดังกล่าว

จับแรงงานไทยที่เกาสงเซ็นชื่อรับพัสดุกล่องใส่ทิชชูเสื่อกกจำนวน 118 ชิ้นจากไทย ข้างในซุกเฮโรอีน 25 กก. มูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญ (ภาพจากสำนักงานสอบสวนเถาหยวน)

      เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา กรมศุลกากร สำนักงานไทเปได้วิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรอง ตรวจพบว่าพัสดุจำนวน 3 ลัง ข้างบนเขียนว่า ภายในเป็นกล่องทิชชูจากประเทศไทย แต่จากการตรวจสอบมีเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษทิชชูเสื่อกก จึงส่งคดีให้สำนักงานสอบสวนเมืองเถาหยวนรับดำเนินการ ซึ่งได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจและรายงานต่ออัยการเกาสงเพื่อควบคุมการสืบสวน จนกระทั่งวันที่ 14 เมษายน ได้จับกุมนายวิโรจน์ (นามสมสุติ) อายุ 33 ปี แรงงานไทยทำงานอย่างถูกกฎหมายอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่งในเขตต้าเหลียว นครเกาสง เดินทางมารับของ ตำรวจที่ดักรออยู่แล้วเข้าจับกุมตัวทันทีหลังเซ็นชื่อรับพัสดุ ตำรวจตรวจพบว่า นายวิโรจน์ใช้ไลน์ติดต่อกับคนไทยรายหนึ่งที่ใช้ชื่อเล่นในโปรไฟล์ pob khws tsuab ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทย และเป็นผู้จัดหาเฮโรอีนบรรจุลงกล่องใส่ทิชชูจำนวน 3 ลัง ทั้งหมด 118 ชิ้น ส่วนนายวิโรจน์ทำทีเป็นผู้สั่งซื้อ โดยให้ส่งถึงที่อยู่หอพักที่ตนพักอาศัยในนครเกาสง ตำรวจแกะลังพบมีเฮโรอีนบริสุทธิ์ซุกซ่อนในกล่องใส่กระดาษทิชชูอย่างแนบเนียน จากนั้นใส่กลับไปตามเดิมเพื่อให้ส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางตามปกติ ขณะเดียวกันก็แจ้งหน่วยงานต่าง ๆ จนจับแรงงานไทยรายนี้ได้ หลังถูกจับกุม นายวิโรจน์ยอมรับว่าเป็นพัสดุที่ส่งมาให้ตน แต่ไม่ทราบว่าข้างในมียาเสพติด ตำรวจควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษต่อไป

แรงงานไทยที่เกาสงเซ็นชื่อรับพัสดุจากไทย 3 ลัง ภายในเป็นกล่องใส่ทิชชูเสื่อกกจำนวน 118 ชิ้น ซุกเฮโรอีน 25 กก. มูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญ (ภาพจากสำนักงานสอบสวนเถาหยวน)

      กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแถลงว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วิธีการซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อนำเข้าสู่ไต้หวันมีความลึกลับซับซ้อนมากขึ้น มีการปลอมแปลงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ซ่อนในสมุดภาพ ตลับลูกปืน โคมไฟ เป็นต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ โดยในคดีนี้ เครือข่ายค้ายาข้ามชาติได้เย็บถุงบรรจุเฮโรอีนร่วมกับฐานและผ้าของกล่องกระดาษทิชชูเสื่อกก ทำให้มองจากภายนอกแทบไม่สามารถแยกแยะได้ น้ำหนักรวมสูงถึง 25 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 400 ล้านเหรียญไต้หวัน เท่ากับ 10% ของยอดจำนวนเฮโรอีนที่จับได้ตลอดปี 2567

ตำรวจตรวจค้นห้องพักของแรงงานไทยรายนี้ (ภาพจากสำนักงานสอบสวนเถาหยวน)

      ขบวนการค้ายาข้ามชาติยังใช้วิธีว่าจ้างแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานอย่างถูกกฎหมาย รับพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดแทน เพื่อป้องกันตำรวจสืบสวนถึงขบวนการค้ายา อย่างไรก็ตาม โชคดีที่สำนักงานสอบสวนและกรมศุลกากรสามารถยึดเฮโรอีนได้ทันเวลา ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเล็ดลอดเข้าสู่สังคม ทีมเฉพาะกิจยังคงดำเนินการติดตามร่องรอยเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มผู้ค้ายารายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

แรงงานไทยที่เกาสงเซ็นชื่อรับพัสดุจากไทย 3 ลัง ภายในเป็นกล่องใส่ทิชชูเสื่อกกจำนวน 118 ชิ้น ซุกเฮโรอีน 25 กก. มูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญ (ภาพจากสำนักงานสอบสวนเถาหยวน)

      ด้านกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยานไต้หวันเปิดเผยว่า แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ มักเปลี่ยนกลยุทธ์ลักลอบขนยาเสพติดเข้าไต้หวันเป็นประจำ และปี 2567 มีการจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดเข้าไต้หวันผ่านท่าอากาศยานแล้ว 41 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 80 ราย รวมยาเสพติดประเภทต่าง ๆ ที่ยึดได้ 438.27 กก. ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยรับจ้างขนยาเสพติดจำพวกเฮโรอีน 35 กก. กัญชา 60 กก.

เมื่อ 4 ต.ค. 67 เพิ่งจับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน (ภาพจาก องบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)

      สำหรับโทษของการขนหรือลำเลียงเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 เข้าไต้หวัน ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 30 ล้านเหรียญไต้หวัน

เมื่อ 4 ต.ค. 67 เพิ่งจับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน (ภาพจาก องบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti