
Sign up to save your podcasts
Or


1. จับสาวเวียดนามยึดอาชีพหมอเถื่อนหากินกับเพื่อนร่วมชาติ โชว์ประกาศนียบัตรอ้างจบวิชาแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์
ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงตรวจพบแรงงานหญิงเวียดนามรายหนึ่ง อาศัยหน้าตาดีและสมัครเรียนด้านศัลยกรรมทางออนไลน์ โชว์ใบรับรองหลายใบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญจบวิชาแพทย์จากหลายประเทศ เช่าห้องพักในตัวเมืองผิงตงเปิดคลินิกศัลยกรรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โฆษณาทางสื่อออนไลน์ทำศัลยกรรมมาตรฐานในราคาถูก มีภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำ ดึงดูดคนบ้านเดียวกันไปใช้บริการจำนวนมาก ตำรวจติดตามตรวจสอบจนมีหลักฐานชัดเจน พร้อมด้วยกองอนามัยผิงตง จู่โจมคลินิกเถื่อนดังกล่าว ภายในห้องทำเหมือนคลินิกศัลยกรรมถูกกฎหมายทั่วไป มีเครื่องมือ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ครบครัน ตำรวจจับกุมหญิงเวียดนามรายนี้ พร้อมยึดเครื่องมือและอุปกรณ์กว่า 300 รายการ มูลค่าหลายแสนเหรียญ ส่งดำเนินคดีข้อหา ฉ้อโกงและฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงแถลงว่า แรงงานหญิงเวียดนามที่มีชื่อเล่นภาษาจีนว่าเสี่ยวฮุ่ยรายนี้ เดินทางมาทำงานในไต้หวันตำแหน่งผู้อนุบาลตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว แต่ทำงานอยู่ได้ไม่นานหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เคยหางานทำในโรงงานหลายแห่ง ระหว่างนี้ เสี่ยวฮุ่ยสังเกตเห็นสาว ๆ ในไต้หวันนิยมทำศัลยกรรมเสริมสวย หญิงชาติเดียวกันก็นิยมเช่นกัน แต่การใช้บริการคลินิกเสริมสวยอย่างถูกกฎหมายของไต้หวัน ราคาแพงมาก จึงลงทุนศึกษาด้วยตนเองผ่านทางยูทูปและเว็บต่าง ๆ ลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์จากเว็บในเวียดนาม เกาหลีและสหรัฐอเมริกา เมื่อลงทะเบียนจ่ายค่าสมัครเรียนแล้ว จะมีใบรับรองการฝึกอบรม เสี่ยวฮุ่ยซึ่งมีหน้าตาคล้ายเชียร์ลีดเดอร์ชื่อดังของไต้หวันคนหนึ่ง เริ่มเช่าห้องพักในอะพาร์ตเมนต์เปิดคลินิกเสริมสวยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยพิมพ์ใบรับรองจากการลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ติดในบอร์ดของคลินิก ทำโล่ชนะการประกวดศัลยกรรมปลอมตั้งโชว์มากมาย และถ่ายภาพตนเองในชุดกาวน์ศัลยแพทย์ เป็นเครื่องยืนยันว่าตนจบวิชาศัลยกรรมจากสหรัฐอเมริกา เกาหลีและเวียดนาม เพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ประกอบกับโฆษณาค่าบริการถูก เช่นผ่าตัดกรีดตาสองชั้นในราคาครั้งละ 6,000 เหรียญ ทำลักยิ้ม 2,500 เหรียญ ร้อยไหมเสริมจมูกโด่ง 2,500 เหรียญ ฉีดสารไฮยาลูโรนิคเอซิดและฉีดโบท็อกซ์ในราคาถูกสุด ๆ ฯลฯ แถมมีใบรับรองและโล่ปลอมจากประเทศต่าง ๆ ตั้งเรียงราย ทำให้ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงชาติเดียวกันเชื่อและบอกกันปากต่อปาก กิจการดี มีลูกค้ามาใช้บริการเป็นประจำ จากสมุดบัญชีที่ยึดได้ ยืนยันได้ว่า มีผู้เสียหายที่มาใช้บริการแล้วอย่างน้อย 30 ราย จากการประสานกับลูกค้าเหล่านี้ ทราบว่ามีหลายรายที่ปรากฏอาการอักเสบ
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงกล่าวว่า หญิงเวียดนามรายนี้ นำเอาใบแสดงการลงทะเบียนเรียนทางออนไลน์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาอ้างเป็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากรัฐบาล เป็นการแหกตาลูกค้า และฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้ การทำศัลยกรรม จะต้องดำเนินการโดยศัลยแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศัลยกรรมเท่านั้น หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศและโล่ปลอมประกวดศัลยกรรมหลายเวที ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
2. รวบหนุ่มไทยรับจ้างขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลก 30 แท่ง น้ำหนักกว่า 11 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน โทษหนักถึงประหารชีวิต
ชายไทยอายุ 47 ปีรายหนึ่ง ถือฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนตรวจพบกระเป๋าสัมภาระมีปัญหา หลังจากรับกระเป๋าจากสายพานแล้ว ขณะผ่านด่านศุลกากร พร้อมด้วยตำรวจท่าอากาศยานสั่งให้เปิดกระเป๋าสัมภาระออกมาดู พบแท่งเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 ยี่ห้อตราสิงโตเหยียบลูกโลกถูกห่อด้วยผ้าฝ้ายไทย จำนวน 30 แท่ง น้ำหนักรวม 11.133 กิโลกรัม ราคาในตลาดมืดกว่า 1 ร้อยล้านเหรียญไต้หวัน ชายไทยรายนี้ให้การสารภาพต่อตำรวจว่า เนื่องจากตนติดยาเสพติด ต้องการค่าใช้จ่ายในการซื้อยาค่อนข้างสูง จึงรับจ้างขนเฮโรอีนเข้าไต้หวันด้วยค่าตอบแทน 1 ล้านบาท ตำรวจยึดของกลางทั้งหมดและควบคุมตัวส่งให้สำนักงานอัยการเถาหยวนดำเนินคดี ข้อหาขนส่ง ลำเลียงยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ซึ่งมีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต กรณีจำคุกตลอดชีวิต ยังต้องปรับเงิน 30 ล้านเหรียญ
จับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน
กองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยานแถลงว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน หลังถูกจับกุม ชายไทยรายนี้รับสารภาพว่า ตนได้รับการติดต่อทาบทามจากแก๊งค้ายาเสพติดข้ามประเทศ ให้ขนเฮโรอีนเข้าไต้หวัน หากสามารถส่งถึงมือผู้รับของ จะจ่ายค่าจ้าง 1 ล้านเหรียญเป็นค่าตอบแทน เนื่องจากตนติดยาเสพติด ต้องการเงินจำนวนมากเพื่อซื้อหายามาเสพ รายจ่ายค่อนข้างสูง เมื่อมีการจ่ายค่าจ้างสูง รวมทั้งจัดแจงเรื่องค่าตัวเครื่องบินไป-กลับและสำรองที่พักให้เรียบร้อยทุกอย่าง จึงตอบตกลง แต่ไม่นึกว่าจะโชคร้ายถูกจับตั้งแต่ยังไม่ออกจากสนามบิน สนามบินก่อน หลังบันทึกปากคำ ตำรวจท่าอากาศยานควบคุมตัวชายไทยรายนี้ส่งให้สำนักงานอัยการเถาหยวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษต่อไป
จับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)
กองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยานไต้หวันเปิดเผยว่า แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ มักเปลี่ยนกลยุทธ์ลักลอบขนยาเสพติดเข้าไต้หวันเป็นประจำ และปี 2567 มีการจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดเข้าไต้หวันผ่านท่าอากาศยานแล้ว 41 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 80 ราย รวมยาเสพติดประเภทต่าง ๆ ที่ยึดได้ 438.27 กก. ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยรับจ้างขนยาเสพติดจำพวกเฮโรอีน 35 กก. กัญชา 60 กก.
สำหรับโทษของการขนหรือลำเลียงเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 เข้าไต้หวัน ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 30 ล้านเหรียญไต้หวัน
จับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)
3. ระวังติดคุก! จับแรงงานไทยช่วยภรรยาสั่งกาแฟลดน้ำหนักใส่สารไซบูทรามีนจากไทย 146 ซอง สารภาพผิด ศาลสั่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 40,000 เหรียญและให้รอลงอาญา 2 ปี
แรงงานไทยสองสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เนื่องจากภรรยาเพิ่งคลอดบุตรได้ไม่นาน ต้องการจะลดน้ำหนัก ผู้เป็นสามีขอให้แม่ที่อยู่ในไทย ส่งกาแฟลดน้ำหนักที่มีสารต้องห้ามมายังไต้หวัน ศาลตัดสินจำคุก 3 เดือน แต่เนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สารภาพความผิดและให้ความร่วมมือ มีเหตุบรรเทาโทษ ศาลสั่งปรับ 40,000 เหรียญ และให้รอลงอาญา 2 ปี
แรงงานไทยสั่งกาแฟลดน้ำหนักใส่สารไซบูทรามีนจากไทย 146 ซอง ศาลสั่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 40,000 เหรียญและให้รอลงอาญา 2 ปี (ภาพจาก LTN)
นายภาณุเดช แรงงานไทยพร้อมด้วยภรรยาที่เพิ่งคลอดบุตรได้ไม่นาน ทิ้งลูกให้พ่อแม่เลี้ยงดูที่เมืองไทย ทั้งสองเดินทางมาทำงานที่เมืองจางฮั่ว เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกและครอบครัว เนื่องจากหลังคลอด ภรรยาต้องการจะลดน้ำหนัก ผู้เป็นสามีจึงสั่งให้คุณแม่ส่งกาแฟลดน้ำหนักมาทางพัสดุไปรษณีย์จำนวน 146 ซอง ปรากฏว่าถูกการไปรษณีย์ไต้หวันตรวจพบกาแฟเหล่านี้ มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารต้องห้ามและในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 จึงแจ้งให้ตำรวจจับกุมขณะที่แรงงานไทยรายนี้เซ็นชื่อรับพัสดุเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ถูกส่งดำเนินคดีข้อหานำเข้ายาเสพติด อัยการสืบสวนเสร็จและสั่งฟ้องแรงงานไทยรายนี้ เมื่อปลายปี 2567 ในสำนวนฟ้องระบุว่า กาแฟดังกล่าวมีส่วนผสมสารไซบูทรามีนจริง แต่ฉลากซองกาแฟไม่ได้ระบุส่วนผสมสารเสพติดดังกล่าว แรงงานไทยให้การว่า ตนเป็นคนสั่งให้คุณแม่ส่งกาแฟลดน้ำหนักดังกล่าวมาทางพัสดุไปรษณีย์จริง เพื่อให้ภรรยากินลดความอ้วนตามที่ภรรยาต้องการ แต่ไม่ทราบว่ากาแฟดังกล่าวมีส่วนผสมของสารเสพติด
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นจางฮั่วตัดสินจำคุกจำเลย 3 เดือน ปรับ 40,000 เหรียญ ผู้พิพากษาเห็นว่า จำเลยเป็นแรงงานต่างชาติ ไม่เคยมีประวัติทำผิดมาก่อน ไม่มีเจตนาทำผิดและไม่ทราบมีส่วนผสมของสารเสพติด เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากกว่า และจำเลยให้การสารภาพผิด ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษจากจำคุก 3 เดือนเป็นรอลงอาญา 2 ปีและปรับเงิน 40,000 เหรียญและให้โอกาสอุทธรณ์ได้
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
โฆษกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวเตือนว่า ไต้หวันประกาศให้ไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2564 ผู้นำเข้าต้องระวางโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 12 ปี และปรับไม่เกิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวเตือนว่า อาหารเสริมและกาแฟลดความอ้วนส่วนใหญ่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้ใจสั่น ส่งผลกระทบกับหลอดเลือดและระบบหัวใจและมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เพื่อความปลอดภัย แนะนำหลีกเลี่ยงนำเข้าอาหารเสริมหรือยาลดความอ้วนใด ๆ เพราะอาจมีส่วนผสมของสารเสพติด นอกจากเสี่ยงติดคุกแล้ว ยังคุกคามต่อสุขภาพตนเองด้วย และตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา มีแรงงานต่างชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ รวมถึงชาวไต้หวันถูกจับและถูกลงโทษข้อหานำเข้าอาหารเสริม กาแฟลดความอ้วนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากตรวจพบอาหารเสริมและกาแฟลดน้ำหนักจำนวนมากจากไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 กรมพัฒนากำลังแรงงานทำสื่อประชาสัมพันธ์เตือนแรงงานไทยให้ระวัง
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. จับสาวเวียดนามยึดอาชีพหมอเถื่อนหากินกับเพื่อนร่วมชาติ โชว์ประกาศนียบัตรอ้างจบวิชาแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์
ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงตรวจพบแรงงานหญิงเวียดนามรายหนึ่ง อาศัยหน้าตาดีและสมัครเรียนด้านศัลยกรรมทางออนไลน์ โชว์ใบรับรองหลายใบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญจบวิชาแพทย์จากหลายประเทศ เช่าห้องพักในตัวเมืองผิงตงเปิดคลินิกศัลยกรรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โฆษณาทางสื่อออนไลน์ทำศัลยกรรมมาตรฐานในราคาถูก มีภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำ ดึงดูดคนบ้านเดียวกันไปใช้บริการจำนวนมาก ตำรวจติดตามตรวจสอบจนมีหลักฐานชัดเจน พร้อมด้วยกองอนามัยผิงตง จู่โจมคลินิกเถื่อนดังกล่าว ภายในห้องทำเหมือนคลินิกศัลยกรรมถูกกฎหมายทั่วไป มีเครื่องมือ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ครบครัน ตำรวจจับกุมหญิงเวียดนามรายนี้ พร้อมยึดเครื่องมือและอุปกรณ์กว่า 300 รายการ มูลค่าหลายแสนเหรียญ ส่งดำเนินคดีข้อหา ฉ้อโกงและฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงแถลงว่า แรงงานหญิงเวียดนามที่มีชื่อเล่นภาษาจีนว่าเสี่ยวฮุ่ยรายนี้ เดินทางมาทำงานในไต้หวันตำแหน่งผู้อนุบาลตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว แต่ทำงานอยู่ได้ไม่นานหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เคยหางานทำในโรงงานหลายแห่ง ระหว่างนี้ เสี่ยวฮุ่ยสังเกตเห็นสาว ๆ ในไต้หวันนิยมทำศัลยกรรมเสริมสวย หญิงชาติเดียวกันก็นิยมเช่นกัน แต่การใช้บริการคลินิกเสริมสวยอย่างถูกกฎหมายของไต้หวัน ราคาแพงมาก จึงลงทุนศึกษาด้วยตนเองผ่านทางยูทูปและเว็บต่าง ๆ ลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์จากเว็บในเวียดนาม เกาหลีและสหรัฐอเมริกา เมื่อลงทะเบียนจ่ายค่าสมัครเรียนแล้ว จะมีใบรับรองการฝึกอบรม เสี่ยวฮุ่ยซึ่งมีหน้าตาคล้ายเชียร์ลีดเดอร์ชื่อดังของไต้หวันคนหนึ่ง เริ่มเช่าห้องพักในอะพาร์ตเมนต์เปิดคลินิกเสริมสวยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยพิมพ์ใบรับรองจากการลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ติดในบอร์ดของคลินิก ทำโล่ชนะการประกวดศัลยกรรมปลอมตั้งโชว์มากมาย และถ่ายภาพตนเองในชุดกาวน์ศัลยแพทย์ เป็นเครื่องยืนยันว่าตนจบวิชาศัลยกรรมจากสหรัฐอเมริกา เกาหลีและเวียดนาม เพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ประกอบกับโฆษณาค่าบริการถูก เช่นผ่าตัดกรีดตาสองชั้นในราคาครั้งละ 6,000 เหรียญ ทำลักยิ้ม 2,500 เหรียญ ร้อยไหมเสริมจมูกโด่ง 2,500 เหรียญ ฉีดสารไฮยาลูโรนิคเอซิดและฉีดโบท็อกซ์ในราคาถูกสุด ๆ ฯลฯ แถมมีใบรับรองและโล่ปลอมจากประเทศต่าง ๆ ตั้งเรียงราย ทำให้ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงชาติเดียวกันเชื่อและบอกกันปากต่อปาก กิจการดี มีลูกค้ามาใช้บริการเป็นประจำ จากสมุดบัญชีที่ยึดได้ ยืนยันได้ว่า มีผู้เสียหายที่มาใช้บริการแล้วอย่างน้อย 30 ราย จากการประสานกับลูกค้าเหล่านี้ ทราบว่ามีหลายรายที่ปรากฏอาการอักเสบ
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงกล่าวว่า หญิงเวียดนามรายนี้ นำเอาใบแสดงการลงทะเบียนเรียนทางออนไลน์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาอ้างเป็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากรัฐบาล เป็นการแหกตาลูกค้า และฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้ การทำศัลยกรรม จะต้องดำเนินการโดยศัลยแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศัลยกรรมเท่านั้น หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศและโล่ปลอมประกวดศัลยกรรมหลายเวที ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
2. รวบหนุ่มไทยรับจ้างขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลก 30 แท่ง น้ำหนักกว่า 11 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน โทษหนักถึงประหารชีวิต
ชายไทยอายุ 47 ปีรายหนึ่ง ถือฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนตรวจพบกระเป๋าสัมภาระมีปัญหา หลังจากรับกระเป๋าจากสายพานแล้ว ขณะผ่านด่านศุลกากร พร้อมด้วยตำรวจท่าอากาศยานสั่งให้เปิดกระเป๋าสัมภาระออกมาดู พบแท่งเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 ยี่ห้อตราสิงโตเหยียบลูกโลกถูกห่อด้วยผ้าฝ้ายไทย จำนวน 30 แท่ง น้ำหนักรวม 11.133 กิโลกรัม ราคาในตลาดมืดกว่า 1 ร้อยล้านเหรียญไต้หวัน ชายไทยรายนี้ให้การสารภาพต่อตำรวจว่า เนื่องจากตนติดยาเสพติด ต้องการค่าใช้จ่ายในการซื้อยาค่อนข้างสูง จึงรับจ้างขนเฮโรอีนเข้าไต้หวันด้วยค่าตอบแทน 1 ล้านบาท ตำรวจยึดของกลางทั้งหมดและควบคุมตัวส่งให้สำนักงานอัยการเถาหยวนดำเนินคดี ข้อหาขนส่ง ลำเลียงยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ซึ่งมีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต กรณีจำคุกตลอดชีวิต ยังต้องปรับเงิน 30 ล้านเหรียญ
จับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน
กองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยานแถลงว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน หลังถูกจับกุม ชายไทยรายนี้รับสารภาพว่า ตนได้รับการติดต่อทาบทามจากแก๊งค้ายาเสพติดข้ามประเทศ ให้ขนเฮโรอีนเข้าไต้หวัน หากสามารถส่งถึงมือผู้รับของ จะจ่ายค่าจ้าง 1 ล้านเหรียญเป็นค่าตอบแทน เนื่องจากตนติดยาเสพติด ต้องการเงินจำนวนมากเพื่อซื้อหายามาเสพ รายจ่ายค่อนข้างสูง เมื่อมีการจ่ายค่าจ้างสูง รวมทั้งจัดแจงเรื่องค่าตัวเครื่องบินไป-กลับและสำรองที่พักให้เรียบร้อยทุกอย่าง จึงตอบตกลง แต่ไม่นึกว่าจะโชคร้ายถูกจับตั้งแต่ยังไม่ออกจากสนามบิน สนามบินก่อน หลังบันทึกปากคำ ตำรวจท่าอากาศยานควบคุมตัวชายไทยรายนี้ส่งให้สำนักงานอัยการเถาหยวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษต่อไป
จับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)
กองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยานไต้หวันเปิดเผยว่า แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ มักเปลี่ยนกลยุทธ์ลักลอบขนยาเสพติดเข้าไต้หวันเป็นประจำ และปี 2567 มีการจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดเข้าไต้หวันผ่านท่าอากาศยานแล้ว 41 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 80 ราย รวมยาเสพติดประเภทต่าง ๆ ที่ยึดได้ 438.27 กก. ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยรับจ้างขนยาเสพติดจำพวกเฮโรอีน 35 กก. กัญชา 60 กก.
สำหรับโทษของการขนหรือลำเลียงเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 เข้าไต้หวัน ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 30 ล้านเหรียญไต้หวัน
จับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)
3. ระวังติดคุก! จับแรงงานไทยช่วยภรรยาสั่งกาแฟลดน้ำหนักใส่สารไซบูทรามีนจากไทย 146 ซอง สารภาพผิด ศาลสั่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 40,000 เหรียญและให้รอลงอาญา 2 ปี
แรงงานไทยสองสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เนื่องจากภรรยาเพิ่งคลอดบุตรได้ไม่นาน ต้องการจะลดน้ำหนัก ผู้เป็นสามีขอให้แม่ที่อยู่ในไทย ส่งกาแฟลดน้ำหนักที่มีสารต้องห้ามมายังไต้หวัน ศาลตัดสินจำคุก 3 เดือน แต่เนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สารภาพความผิดและให้ความร่วมมือ มีเหตุบรรเทาโทษ ศาลสั่งปรับ 40,000 เหรียญ และให้รอลงอาญา 2 ปี
แรงงานไทยสั่งกาแฟลดน้ำหนักใส่สารไซบูทรามีนจากไทย 146 ซอง ศาลสั่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 40,000 เหรียญและให้รอลงอาญา 2 ปี (ภาพจาก LTN)
นายภาณุเดช แรงงานไทยพร้อมด้วยภรรยาที่เพิ่งคลอดบุตรได้ไม่นาน ทิ้งลูกให้พ่อแม่เลี้ยงดูที่เมืองไทย ทั้งสองเดินทางมาทำงานที่เมืองจางฮั่ว เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกและครอบครัว เนื่องจากหลังคลอด ภรรยาต้องการจะลดน้ำหนัก ผู้เป็นสามีจึงสั่งให้คุณแม่ส่งกาแฟลดน้ำหนักมาทางพัสดุไปรษณีย์จำนวน 146 ซอง ปรากฏว่าถูกการไปรษณีย์ไต้หวันตรวจพบกาแฟเหล่านี้ มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารต้องห้ามและในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 จึงแจ้งให้ตำรวจจับกุมขณะที่แรงงานไทยรายนี้เซ็นชื่อรับพัสดุเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ถูกส่งดำเนินคดีข้อหานำเข้ายาเสพติด อัยการสืบสวนเสร็จและสั่งฟ้องแรงงานไทยรายนี้ เมื่อปลายปี 2567 ในสำนวนฟ้องระบุว่า กาแฟดังกล่าวมีส่วนผสมสารไซบูทรามีนจริง แต่ฉลากซองกาแฟไม่ได้ระบุส่วนผสมสารเสพติดดังกล่าว แรงงานไทยให้การว่า ตนเป็นคนสั่งให้คุณแม่ส่งกาแฟลดน้ำหนักดังกล่าวมาทางพัสดุไปรษณีย์จริง เพื่อให้ภรรยากินลดความอ้วนตามที่ภรรยาต้องการ แต่ไม่ทราบว่ากาแฟดังกล่าวมีส่วนผสมของสารเสพติด
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นจางฮั่วตัดสินจำคุกจำเลย 3 เดือน ปรับ 40,000 เหรียญ ผู้พิพากษาเห็นว่า จำเลยเป็นแรงงานต่างชาติ ไม่เคยมีประวัติทำผิดมาก่อน ไม่มีเจตนาทำผิดและไม่ทราบมีส่วนผสมของสารเสพติด เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากกว่า และจำเลยให้การสารภาพผิด ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษจากจำคุก 3 เดือนเป็นรอลงอาญา 2 ปีและปรับเงิน 40,000 เหรียญและให้โอกาสอุทธรณ์ได้
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
โฆษกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวเตือนว่า ไต้หวันประกาศให้ไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2564 ผู้นำเข้าต้องระวางโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 12 ปี และปรับไม่เกิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวเตือนว่า อาหารเสริมและกาแฟลดความอ้วนส่วนใหญ่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้ใจสั่น ส่งผลกระทบกับหลอดเลือดและระบบหัวใจและมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เพื่อความปลอดภัย แนะนำหลีกเลี่ยงนำเข้าอาหารเสริมหรือยาลดความอ้วนใด ๆ เพราะอาจมีส่วนผสมของสารเสพติด นอกจากเสี่ยงติดคุกแล้ว ยังคุกคามต่อสุขภาพตนเองด้วย และตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา มีแรงงานต่างชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ รวมถึงชาวไต้หวันถูกจับและถูกลงโทษข้อหานำเข้าอาหารเสริม กาแฟลดความอ้วนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากตรวจพบอาหารเสริมและกาแฟลดน้ำหนักจำนวนมากจากไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 กรมพัฒนากำลังแรงงานทำสื่อประชาสัมพันธ์เตือนแรงงานไทยให้ระวัง