ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562


Listen Later

1. แรงงานต่างชาติโอนเงินกลับบ้านปีละกว่า 1 แสนล้าน ธนาคารกลางไต้หวันลดขั้นตอน บจง.ช่วยแรงงานต่างชาติโอนเงินไม่ต้องแนบหลักฐานการประเมินอีกต่อไป

      แรงงานต่างชาติในไต้หวันมีจำนวนเกินกว่า 700,000 คนแล้ว ประกอบกับมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงงานต่างชาติมีรายได้เพิ่มขึ้น เงินที่โอนกลับบ้านก็เพิ่มสูงขึ้น จากสถิติของธนาคารกลางไต้หวันพบว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวันโอนเงินกลับ 3,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ 11 เดือนแรกของปี 2561 โอนกลับไปแล้ว 2,800 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ตลอดปี 2561 สูงกว่า 3,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือเท่ากับโอนเงินกลับประเทศปีละ 1 แสนล้านเหรียญไต้หวัน เฉลี่ยแต่ละคนโอนกลับ 300-400 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,000-12,000 เหรียญไต้หวัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่โอนเงินกลับบ้านประมาณครึ่งหนึ่งของเงินเดือน

แรงงานต่างชาติในไต้หวันแต่ละคนเฉลี่ยโอนเงินกลับบ้าน 300-400 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,000-12,000 เหรียญไต้หวัน

      ต่อเงินโอนจำนวนมหาศาลดังกล่าว ธนาคารกลางซึ่งเป็นธนาคารชาติของไต้หวันให้ความสำคัญและต้องการจะลดขั้นตอนการโอนเงินให้สะดวกขึ้น จึงมีการเรียกประชุมหน่วยงานและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง อาทิคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน กระทรวงแรงงาน ธนาคารรายหลักๆ ที่ให้บริการรับโอนเงินของแรงงานต่างชาติ เป็นต้น เพื่อหารือการลดขั้นตอนให้แก่การโอนเงินของแรงงานต่างชาติ ในที่ประชุมมีมติยกเลิกข้อกำหนดให้บริษัทจัดหางานที่ช่วยแรงงานต่างชาติของตนโอนเงินกลับประเทศ จะต้องแนบหลักฐานการประเมินบริษัทจัดหางานด้วย และเพื่อเป็นการพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่กระทรวงแรงงาน ควบคุมและดูแลบริษัทจัดหางานอย่างเข้มงวด

การโอนเงินกลับบ้านเป็นปัญหาใหญ่ของแรงงานต่างชาติ

      นอกจากธนาคารกลางให้ความสำคัญกับการโอนเงินของแรงงานต่างชาติแล้ว บรรดานักวิชาการก็เป็นห่วงในปัญหาการโอนเงินของแรงงานต่างชาติเช่นกัน เมื่อสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่สภานิติบัญญัติ มีการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกด้านการโอนเงินแก่แรงงานต่างชาติ นายไช่อี้อวี๋ สมาชิกสภานิติบัญญัติกล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคดิจิตอล การโอนเงินในจำนวนไม่มาก ควรเปิดให้สะดวกและสามารถโอนได้ตลอดเวลา เนื่องจากช่วงที่ธนาคารเปิดทำการ แรงงานต่างชาติก็ต้องทำงานด้วย ไม่สามารถทำเรื่องโอนเงินที่ธนาคารได้ ในวันหยุดงาน ธนาคารก็หยุดให้บริการเช่นกัน ดังนั้น จึงเสนอแนะว่า ควรเปิดให้ธนาคารบริการธุรกรรมโอนเงินในจำนวนไม่มากสำหรับแรงงานต่างชาติ ด้วยแอพพลิเคชั่นที่สามารถโอนได้ตลอดเวลา ด้านเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกำกับสถาบันการเงินกล่าวว่า ได้รับรู้ถึงความจำเป็นในเรื่องนี้แล้ว จะนำไปพิจารณาปรับให้สอดคล้องกับยุคสมัยและอำนวยความสะดวกแก่แรงงานต่างชาติมากขึ้น

แรงงานต่างชาติในไต้หวันโอนเงินกลับบ้านปีละกว่า 1 แสนล้านเหรียญไต้หวัน

2. อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานต่างชาติ สูงกว่าแรงงานท้องถิ่น 1.2 เท่า สาเหตุมาจากแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ทำงานประเภทงานหนัก สกปรกและอันตราย

      รายงานของสภาการตรวจสอบของไต้หวันระบุว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา สูงถึง 706,270 คน แล้ว และเนื่องจากการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรมและสังคมที่แตกต่างไปจากบ้านเกิด อาจทำให้เกิดปัญหาปรับตัวไม่ได้ ประกอบกับงานที่แรงงานต่างชาติทำ ส่วนใหญ่เป็นงานในกิจการประเภท 3K ได้แก่งานหนัก สกปรกและอันตราย ทำให้ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติเสียชีวิตทั้งในงานและนอกงานไปแล้ว 1,542 คน ในจำนวนนี้ เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน 204 คน คิดเป็นสัดส่วน 13% ตัวเลขนี้ สูงกว่าอัตราการเสียชีวิตจากการทำงานของแรงงานท้องถิ่น 1.2 เท่า

ไฟไหม้หอพักโรงงานผลิตฟิล์มกรองแสงที่เถาหยวน คร่าชีวิตคนงานเวียดนามไปถึง 6 คน

      รายงานของสภาการตรวจสอบกล่าวว่า นับตั้งแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเมื่อปี 2532 เป็นต้นมา แรงงานต่างชาติชุดแรกที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน เป็นแรงงานไทยที่มาทำงานในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ก่อสร้างทางด่วนและโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล ในขณะนั้นนำเข้ามาจำนวน 56,000 คน จากงานก่อสร้าง ได้ขยายไปสู่ภาคการผลิต และงานในครัวเรือน ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงสิ้นปี 2561 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติมากกว่า 700,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานอินโดนีเซียมากที่สุด 265,959 คน รองลงมาเป็นแรงงานเวียดนาม 221,569 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 154,415 คน ส่วนคนงานไทย 61,218 คน แรงงานต่างชาติเหล่านี้ ล้วนเป็นแรงงานที่จะขาดเสียมิได้ ไม่ว่าจะในสถานประกอบการหรือในครัวเรือน

กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติเดินขบวนประท้วงขอให้แยกหอพักออกจากโรงงาน

3. กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องรัฐบาลแก้กฎหมายคนเข้าเมือง อนุญาตให้คู่สมรสชาวต่างชาติที่ถูกหย่าสามารถพำนักอาศัยในไต้หวันต่อไปได้

      กลุ่มสิทธิมนุษยชนในไต้หวันหลายองค์กร จัดแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปัจจุบัน เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้านการสมรสของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยให้เหตุผลว่า คู่สมรสต่างชาติหรือที่ปัจจุบันเรียกว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่บางราย หลังหย่าร้างกับสามีแล้ว หากไม่มีลูกหรือมีลูกแต่ไม่ได้สิทธิ์เป็นผู้ปกครอง จะต้องเดินทางกลับประเทศทันที ไม่สามารถอยู่ในไต้หวันต่อไปได้ ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ถูกหย่าโดยที่สามีนอกใจไปมีคนใหม่ หรืออาจตกเป็นเหยื่อความรุนแรงจากสามีหรือญาติฝ่ายสามีเป็นต้น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้กฎหมายที่แฝงไปด้วยการเหยียดเชื้อชาติฉบับนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนการสมรสของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

      ทั้งนี้ กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปัจจุบัน มาตรา 31 ข้อที่ 4 กำหนดว่า คู่สมรสต่างชาติที่จดทะเบียนหย่า หากไม่ได้รับคำสั่งคุ้มครองจากศาลกรณีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว หรือไม่ได้รับสิทธิ์ความเป็นผู้ปกครองของลูก จะต้องเดินทางออกจากไต้หวัน จะอยู่ต่อไม่ได้ อู๋ฟู่ข่าย ทนายอาสาจากกองทุนช่วยเหลือด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งโดยสภาทนายความ เพื่อช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ด้อยโอกาสกล่าวว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ หากหย่าขาดจากสามี จะถูกเนรเทศกลับประเทศ ยกเว้นแต่มีลูกยังไม่บรรลุนิติภาวะและต้องได้รับสิทธิ์เป็นผู้ปกครองจากศาลด้วย เพราะฉะนั้นกฎหมายข้อนี้ ดูเหมือนจะตีความว่า คู่สมรสต่างชาติจะต้องมีสามีและลูก จึงจะได้รับการรับรองฐานะ มองคู่สมรสต่างชาติเป็นเครื่องมือให้กำเนิดลูกเท่านั้น ซึ่งขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบของสหประชาชาติ

ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เมื่อหย่าร้างกับสามีชาวไต้หวันแล้ว หากไม่มีลูกหรือมีลูกแต่ไม่ได้สิทธิ์เป็นผู้ปกครอง จะต้องเดินทางกลับประเทศทันที ไม่สามารถอยู่ในไต้หวันต่อไปได้

      ด้านองค์กร NGO ก็กล่าวว่า ข้อกำหนดในกฎหมายคนเข้าเมืองมาตรา 31 เข้มงวดมาก คู่สมรสต่างชาติหากถูกสามีหย่าหรือตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว โดยไม่ได้รับคำสั่งคุ้มครองจากศาล หรือไม่ได้รับสิทธิ์ความเป็นผู้ปกครองของลูก จะไม่สามารถอยู่ในไต้หวันต่อไป แต่การจะได้เงื่อนไขข้างต้น สำหรับคู่สมรสต่างชาติแล้ว เป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นจึงเสนอให้กระทรวงมหาดไทยแก้กฎหมาย หากผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากคู่สมรสโดยที่ไม่เป็นความผิดของตนเอง จะต้องได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย อนุญาตให้พำนักอาศัยในไต้หวันต่อไปได้อย่างถูกกฎหมาย 

      ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมากระทรวงมหาดไทยของไต้หวันกำหนดให้ทุกวันที่ 18 ธันวาคมของปี เป็นวันผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างคึกคักในเมืองต่างๆ แต่ไม่ได้ปรับแก้กฎหมายที่มีการจำกัดการอยู่ร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ กลุ่ม NGO กล่าวต่อไปว่า กฎหมายที่สร้างความไม่สมเหตุสมผลเช่นนี้ ไม่ได้หายไปเพียงเพราะเราจัดให้มีกิจกรรมรื่นเริงในวันผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง รีบแก้กฎหมายที่ขัดกับสิทธิมนุษยชนฉบับนี้โดยเร็ว

กลุ่ม NGO จัดแถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลแก้กฎหมายคนเข้าเมือง อนุญาตให้คู่สมรสชาวต่างชาติที่ถูกหย่าสามารถพำนักอาศัยในไต้หวันต่อไปได้

4. เพื่อนพาซวย! แรงงานเวียดนามเสพยาโดนจับ พาตำรวจกลับห้องพักเอาเอกสารสำคัญ ทำเพื่อนร่วมชาติซึ่งหลบหนีนายจ้าง 3 คนโดนรวบ

      ที่เมืองซินจู๋ มีแรงงานเวียดนามหนีนายจ้างรายหนึ่ง เดินเพ่นพ่านข้างถนนในยามดึกดื่น และส่ออาการพิรุธ ตำรวจสายตรวจเห็นเข้าไปสอบถามแสดงความห่วงใยเพราะเกรงจะหลงทาง ปรากฎว่าเป็นแรงงานเวียดนามแต่ในตัวไม่มีบัตร ARC พบแต่ซองบรรจุยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด ตำรวจสอบถามใบถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC แรงงานเวียดนามรายนี้อ้างว่าลืมไว้ที่ห้องพัก ไม่ได้พกติดตัวออกมา ไม่เชื่อจะพากลับไปเอาก็ได้ ตำรวจจึงเดินทางไปกับแรงงานเวียดนามรายนี้ เมื่อกลับถึงห้องเช่า มือถือกุญแจแต่ไม่ยอมเปิดประตูห้อง ตำรวจเห็นผิดสังเกตรู้ว่าพยายามถ่วงเวลา จึงเอากุญแจมาช่วยเปิด แต่ไม่สามารถเปิดได้ ลองห้องอื่นแล้วก็เช่นกัน จึงตรวจดูชั้นบน ปรากฏว่ามีอยู่ 1 ห้องที่เปิดได้ แต่ถูกล็อคจากข้างใน จึงบอกให้แรงงานเวียดนามรายนี้ ใช้ภาษาเวียดนามเรียกให้เพื่อนที่อยู่ข้างในเปิดประตู หลังจากเรียกอยู่พักหนึ่ง เพื่อนจึงมาเปิดประตู เมื่อตำรวจเข้าไปในห้องขอดูหลักฐานของแรงงานเวียดนามรายนี้ พบเป็นเป็นชาวเวียดนามที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่อยู่เลยกำหนดวีซ่าไม่ยอมเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลา และดูมีอาการพิรุธ จึงมีการตรวจสอบต่อไป พบมีแรงงานเวียดนาม 3 คนแอบหลบซ่อนตัวอยู่ในเตียงนอนแบบพับเปิดปิดได้ จากการตรวจสอบพบเป็นแรงงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างหรือเป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย และ 1 ในจำนวนนี้ ยังเป็นผู้ต้องหาที่ก่อคดีถูกศาลออกหมายจับ จึงควบคุมตัวแรงงานเวียดนามทั้ง 5 คนไปดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด อยู่เลยกำหนดวีซ่า และเป็นแรงงานผิดกฎหมายต่อไป

แรงงานเวียดนามเสพยาโดนจับ พาตำรวจกลับห้องพักเอาเอกสารสำคัญ ทำให้เพื่อนร่วมชาติ 3 คนต้องหลบอยู่ใต้เตียงแบบพับเปิดปิดได้ แต่ไม่วายโดนจับ

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti