ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566


Listen Later

1. กองทุนประกันภัยแรงงานเผยปี 2565 อนุมัติเงินทดแทนแก่ทายาทแรงงานต่างชาติเสียชีวิต 560 ราย และจ่ายเงินสงเคราะห์ญาติสายเลือดตรงเสียชีวิตกว่า 10,635 ราย

      จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นปี 2565 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน 728,081 คน ในจำนวนนี้ทำงานอยู่ในภาคการผลิตและเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานกว่า 500,000 คน กองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันเปิดเผยข้อมูล ปี 2565 มีแรงงานต่างชาติที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ เสียชีวิตจากสาเหตุต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 560 ราย ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานไทยประมาณ 100 ราย และทายาทของแรงงานที่เสียชีวิตได้รับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียว 212 ราย อนุมัติเงินทดแทนไปแล้ว 61,771,150 เหรียญไต้หวัน ส่วนทายาทที่ได้รับเงินทดแทนเป็นรายเดือน เนื่องจากเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครั้งแรก หลัง 1 ม.ค. 2552 จำนวน 348 ราย อนุมัติเงินทดแทนเป็นรายเดือน 28,992,308 เหรียญไต้หวัน

คนขับรถบรรทุกถอยรถมองไม่เห็นทับร่างแรงงานไทยเสียชีวิตที่ไทจง เมื่อ พ.ค. 65

      กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า การอนุมัติเงินทดแทนดังกล่าว กองทุนฯ จะโอนเข้าบัญชีธนาคารของทายาทผู้มีสิทธิ์รับผลประโยชน์ตามในหนังสือมอบอำนาจโดยตรง ไม่ผ่านนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานใด ๆ โดยทายาทจะต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมในการโอนเงินเอง อย่างค่าธรรมเนียมในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทย จะต้องเสีย 300 เหรียญไต้หวันต่อครั้ง

เครนยกเหล็กเส้นหย่อนลงช่องเปิดไปยังห้องใต้ดิน แต่ควบคุมเครนไม่ได้ ชนใส่ราวเหล็กร่วงตกลงไปถึงชั้น 4 ของห้องใต้ดิน ตกใส่แรงงานไทยที่กำลังทำงานก่อสร้างอยู่ด้านล่างของอาคารชอปปิงขนาดใหญ่ในเขตหนานกั่ง กรุงไทเป ในเสียชีวิต

      ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันภัยแรงงานของไต้หวันมาตรา 63 กำหนดว่า สมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานไม่ว่าจะเป็นแรงงานท้องถิ่นหรือแรงงานต่างชาติ หากเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครั้งแรกก่อนวันที่ 1 มกราคม 2552 สามารถขอรับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียวได้ แต่หากเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครั้งแรกหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 เมื่อโชคร้ายเสียชีวิต ทายาทจะไม่สามารถเลือกเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียวได้ ต้องยื่นขอรับเงินทดแทนเป็นรายเดือนเท่านั้น

นายเก่าป่าหัว ผู้อำนวยการกองแรงงาน กรุงไทเป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานเดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

      นอกจากเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตแล้ว แรงงานต่างชาติที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ยังมีสิทธิ์อื่น ๆ เหมือนกับแรงงานท้องถิ่นทุกประการ เช่น มีสิทธิ์ยื่นขอเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานกรณีที่ญาติในสายเลือดตรงของสมาชิกกองทุนฯ เสียชีวิต หากบิดาหรือมารดาหรือคู่สมรสเสียชีวิตระหว่างที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ สามารถยื่นขอเงินสงเคราะห์ได้ในอัตรา 3 เท่าของวงเงินที่เอาประกัน ซึ่งแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ นายจ้างจะช่วยเอาประกันในวงเงินเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ นอกจากนี้บุตรเสียชีวิตก็สามารถยื่นขอเงินสงเคราะห์ได้เช่นกัน หากเป็นบุตรอายุมากกว่า 12 ปีเสียชีวิต ยื่นขอเงินสงเคราะห์ได้ 2.5 เท่าของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน กรณีที่บุตรต่ำกว่า 12 ปีเสียชีวิต ยื่นขอเงินสงเคราะห์ได้ 1.5 เท่าของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน

เพื่อนร่วมงานเผลอเปิดสวิตช์ไฟ ทำแรงงานเวียดนามในโรงงานรีไซเคิลที่จางฮั่วถูกดูดเข้าเครื่องปั่นร่างเละ เหตุเกิดเมื่อปี 65

      กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า ปี 2565 ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติยื่นขอเงินสงเคราะห์กรณีญาติในสายเลือดตรงเสียชีวิตและได้รับอนุมัติแล้ว 10,635 ราย มากกว่าปี 2564 ที่มี 8,260 ราย ส่วนยอดเงินสงเคราะห์กรณีญาติในสายเลือดตรงเสียชีวิตที่อนุมัติ 895,865,054 เหรียญไต้หวัน เฉลี่ยได้รับเงินสงเคราะห์รายละ 84,237 เหรียญไต้หวัน

      ส่วนแรงงานเพศหญิงที่เข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ หากตั้งครรภ์ในช่วงระหว่างเป็นสมาชิกกองทุนฯ ยังสามารถยื่นขอเงินค่าคลอดบุตรได้ 2 เท่าของวงเงินที่แจ้งเอาประกันได้เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น

สื่อประชาสัมพันธ์ความปลอดภัยในการทำงานจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน

2. ถึงคุกนะ! เตือนอย่าให้ใครยืมใช้ที่อยู่เพื่อส่งพัสดุเด็ดขาด แรงงานไทยรับพัสดุจากไทยยัดไส้ยาเสพติด ถูกจับแล้วหลายราย

      ช่วงนี้มีแรงงานไทยถูกจับหลายราย ข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นโทษร้ายแรง จำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปถึงตลอดชีวิต บางรายถูกเพื่อนหลอกว่าส่งอาหารมาให้คนอื่น ขอใช้ที่อยู่ ขณะที่บางรายตั้งใจให้ใช้โดยหวังค่าตอบแทน ขณะเซ็นชื่อรับของ จะถูกตำรวจที่ไปดักรอตะครุบจับตัวทันที

การไปรษณีย์ไต้หวันจะตรวจพัสดุที่ส่งมาจากประเทศไทยทุกชิ้นแบบเต็ม 100%

      รายแรกเป็นผู้อนุบาลไทย อายุ 57 ปี จากจังหวัดชัยภูมิ เดินทางมาทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลดูแลผู้สูงอายุอยู่ในกรุงไทเป มากว่า 10 ปีแล้ว ปกติไม่ค่อยออกไปสุงสิงกับใคร ทำงานดี นายจ้างรักเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบหลายนายจับกุมที่บ้านพักของนายจ้าง หลังจากเซ็นชื่อรับพัสดุจากประเทศไทย ข้างในพัสดุสอดไส้แอมเฟตามีนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 น้ำหนัก 5.5 กก. ทำเอานายจ้างตกใจและไม่เชื่อว่าหญิงไทยรายนี้ จะกล้าลักลอบนำเข้ายาเสพติด โดยยืนยันกับตำรวจว่า อาจถูกหลอกยืมใช้ที่อยู่ ตำรวจควบคุมตัวไปสอบปากคำ หญิงไทยรายนี้ปฏิเสธตลอดข้อหา โดยกล่าวว่า คนไทย ที่รู้จักทางโซเชียลเคยทักมาบอกว่า จะส่งของมาให้เพื่อน ขอให้ช่วยรับแล้วจะมีคนมารับเอง ถามว่าเป็นของอะไร ฝ่ายตรงข้ามบอกว่าเป็นของจำพวกอาหาร หลังจากเพื่อนรับแล้วจะแบ่งให้กินบ้าง ที่ไหนได้เป็นยาเสพติด ตนถูกหลอกจริง ๆ ไม่ได้รู้เห็นเรื่องการส่งยาเสพติดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ผู้อนุบาลไทยรายนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่า คนไทยที่ทักมาบอกว่าจะส่งพัสดุมาให้ เป็นใคร ชื่ออะไรและวิธีการติดต่อเขา ถูกควบคุมตัวในทัณฑสถานหญิงรอการดำเนินคดี ด้านนายจ้างและบริษัทจัดหางานช่วยหาทนายแก้ต่างคดี และประกันตัวออกมาด้วยเงิน 5,000 เหรียญ เพื่อรอการขึ้นศาล เนื่องจากติดคดีอาญา กระทรวงแรงงานเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน นายจ้างไม่สามารถว่าจ้างต่อไปได้ ต้องไปอาศัยคนรู้จักและช่วยขายของเพื่อแลกกับอาหารที่อยู่ไปเป็นวัน ๆ แม้จะร้อนใจมาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่รอการสิ้นสุดคดี ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเมื่อไหร่?

การไปรษณีย์ไต้หวันจะตรวจพัสดุที่ส่งมาจากประเทศไทยทุกชิ้นแบบเต็ม 100%

      อีกราย เป็นแรงงานไทยเพศชายอายุ 37 ปี เดินทางมาทำงานที่โรงงานผลิตเครื่องมือช่างชื่อดังในนครไทจงนานหลายปีแล้ว เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 ถูกตำรวจจับ ขณะยามเรียกให้มารับพัสดุจากประเทศไทย หลังเซ็นชื่อรับของแล้ว ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบที่ไปดักรออยู่แล้วจับกุมทันที พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ ข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติด ซึ่งตำรวจไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นยาเสพติดจำพวกอะไรและปริมาณเท่าไหร่ แต่เท่าที่ทราบเป็นยาเคตามีน น้ำหนักหลาย กก. จากนั้นตำรวจคุมตัวไปตรวจค้นห้องนอนในหอพักของโรงงาน พบอุปกรณ์เสพยาไอซ์ แรงงานไทยรายนี้ยอมรับสารภาพเสพยาไอซ์จริง แต่ปฏิเสธรู้เห็นเรื่องการส่งยาเสพติด ตำรวจนำตัวกลับไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ แรงงานไทยรายนี้ให้การสารภาพว่า ตนเสพยาไอซ์ แต่ไม่ได้รู้เห็นยาเสพติดในพัสดุ และอ้างว่า เพื่อนร่วมงานที่เดินทางกลับไปแล้ว ก่อนกลับบ้านขอถ่ายสำเนาใบถิ่นที่อยู่ โดยตนไม่รับรู้ว่าจะส่งอะไรมาให้ อย่างไรก็ตาม จากโทรศัพท์มือถือที่ตำรวจยึดได้ พบมีข้อความในสื่อโซเชียลติดต่อกับเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าว เพื่อนเขียนข้อความบอกว่า จะส่งยาเสพติดมาให้ตามที่อยู่ในบัตรถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC ขอให้ช่วยรับและจะมีคนไปรับ ยังบอกด้วยว่าหากทุกอย่างราบรื่น จะจ่ายค่าตอบแทนแก่ญาติที่ไทยจำนวน 500,000 บาท ข้อความนี้เป็นหลักฐานมัดตัวแรงงานไทยรายนี้อย่างแน่นหนา หากไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนได้ ก็อาจติดคุกอย่างน้อย 10 ปี จนถึงตลอดชีวิต ขณะเดียวกัน ตำรวจกำลังตามจับคนที่ถูกอ้างว่าจะมารับของต่อจากผู้ต้องหาแรงงานไทยรายนี้

เตือนอย่าให้ใครยืมใช้ที่อยู่เพื่อส่งพัสดุเด็ดขาด แรงงานไทยรับพัสดุจากไทยยัดไส้ยาเสพติด ถูกจับแล้วหลายราย

      นี่เป็นเพียง 2 คดีตัวอย่างที่นำมาเล่าให้ฟัง จริง ๆ แล้ว ในปี 2565 ที่ผ่านมา คดีแรงงานไทยรับพัสดุสอดไส้ยาเสพติดจากประเทศไทยถูกจับแล้วร่วม 10 ราย สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เตือนว่า อย่าท้าทายกฎหมายและอย่าให้ใครยืมใช้ที่อยู่ บัญชีธนาคารหรือเอกสารสำคัญของเราอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้น ท่านอาจถูกจับ ตกเป็นผู้ต้องหาลักลอบนำเข้าหรือค้าขายยาเสพติด ซึ่งเป็นโทษที่ร้ายแรงมาก ด้านตำรวจเตือนว่า การไปรษณีย์ไต้หวันจะตรวจพัสดุที่ส่งมาจากประเทศไทยทุกชิ้นแบบเต็ม 100% เมื่อพบยาเสพติดหรือผลิตภัณฑ์ของต้องห้าม จะแจ้งความโดยยังคงส่งพัสดุไปยังจุดหมายปลายทางตามปกติ เมื่อผู้รับเซ็นชื่อรับของแล้ว ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ไปดักรออยู่ก่อนแล้ว ก็จะเข้าจับกุมทันที ผู้รับจะกลายเป็นผู้ต้องหาซึ่งหน้าถูกกักขังรอการดำเนินคดีต่อไป

เดือนกันยายน 64-กันยายน 65 ตำรวจตรวจพบพัสดุสอดไส้ยาเสพติด 101 ราย จับกุมผู้ต้อง 151 คน

3. เตือน! เมาแล้วขับ อันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น คนงานไทยเมาขี่รถจักรยานไฟฟ้าปาดหน้าคนงานไทยด้วยกัน ทำเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ส่วนเจ้าตัวสาหัสและเจอคุก 10 ปี

      เมาแล้วขับเป็น 1 ในปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยในไต้หวัน พฤติกรรมเมาแล้วขับ นอกจากจะมีโทษหนัก ทำให้หมดโอกาสทำงานในไต้หวันแล้ว ยังคุกคามความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตัวเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคมด้วย ที่ผ่านมามีแรงงานไทยบาดเจ็บ พิการและเสียชีวิตจากพฤติกรรมเมาแล้วขับทั้งจากตนเองและผู้อื่น และถูกปรับหนักเนรเทศออกนอกประเทศห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแล้วมากมาย

เมาแล้วขับเป็น 1 สาเหตุที่ทำให้แรงงานไทยเสียชีวิต ในภาพเป็นเหตุการณ์ที่แรงงานไทยเมาสุรา ขี่จักรยานไฟฟ้าที่ปรับแต่งความเร็วจากไทจงไปจางฮั่ว ระหว่างทางชนเสาไฟฟ้าข้างทางเสียชีวิต ในภาพเป็นสถานที่และรถจักรยานไฟฟ้าคันที่เกิดเหตุ

      ล่าสุด เกิดคดีที่คนงานไทยเมาแล้วขับชนคนงานไทยที่ไม่เมาจนเสียชีวิต อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ที่นิคมอุตสาหกรรมลู่กั่งในเมืองจางฮั่ว แรงงานไทยรายหนึ่งอายุ 40 ปี จากจังหวัดชัยภูมิ เมาสุราแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าไปตามถนน ไม่ได้มองกระจกส่องหลังเลี้ยวซ้ายปาดหน้ารถจักรยานไฟฟ้าอีกคันที่ขี่ตามทางซ้ายมือโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ทำให้เกิดการชนกัน รถเสียหลักล้มและได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ตำรวจรับแจ้งเหตุรีบนำทั้งสองส่งรักษาที่โรงพยาบาล จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด พบแรงงานไทยที่เมามีแอลกอฮอล์ในเลือดค่อนข้างสูง คนขับอีกคันเป็นคนงานไทยเช่นกันไม่ได้ดื่มสุรา อายุ 43 ปี มาจากสกลนคร ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเดียวกันแต่คนละโรงงาน

ตำรวจทั่วไต้หวันมีการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับเป็นประจำในช่วงกลางคืน

      เนื่องจากอาการสาหัสทั้งคู่ หลังจากแพทย์พยายามกู้ชีพอยู่ 1 สัปดาห์ คนงานไทยรายที่ 2 ที่ไม่เมาแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ทายาทยินดีทำบุญโยการบริจาคอวัยวะ ส่วนแรงงานไทยรายแรกที่เมาแล้วขับและเป็นผู้ก่อเหตุต้องรับการผ่าตัดใบหน้า หลังจากรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว ตำรวจจึงจะสอบปากคำได้ และอาจถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

      ก็ขอเตือนแรงงานไทยว่า เมาแล้วขับถูกปรับหนักและจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ห้ามเดินทางมาทำงานในไต้หวันตลอดไป ที่สำคัญพฤติกรรมเมาแล้วขับ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti