
Sign up to save your podcasts
Or


1. เคาะแล้ว! สภาบริหารอนุมัติให้แรงงานต่างชาติยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เงื่อนไขทำงานครบ 6 ปี รายได้รวมไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญต่อปี มีทักษะ คนเก่าครบ 12 ปีกลับบ้านไปแล้วก็มีสิทธิ์ เล็งประกาศใช้ก่อนสิ้นเมษายนศกนี้
ไต้หวันประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ขณะที่กฎหมายการจ้างงานกำหนดแรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันได้ไม่เกิน 12 ปี สภาบริหารมีนโยบายผ่อนปรนระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติโดยไม่ต้องแก้กฎหมาย กระทรวงแรงงานวางแผนให้แรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับ 3 เงื่อนไข ได้แก่ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป มีทักษะฝีมือการทำงาน และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นตามกำหนด สามารถยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ และเมื่อทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือครบ 5 ปี สามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา สภาบริหารเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือโครงการรั้งแรงงานต่างชาติที่มีทักษะให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปที่เสนอโดยกระทรวงแรงงาน เพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานกึ่งฝีมือของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น นอกจากมีการตั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับทักษะฝีมือและค่าจ้างแล้ว ยังจำกัดเพดานของสัดส่วนที่ว่าจ้างได้ กล่าวคือนายจ้างแต่ละรายยื่นขอได้ไม่เกิน 25% ของโควตาแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตนำเข้า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมกันแล้ว ต้องมีอัตราส่วนไม่เกิน 50% ของแรงงานท้องถิ่น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
นายไช่ม่งเหลียง อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานรายงานต่อที่ประชุมสภาบริหารว่า โครงการดังกล่าว ประกอบด้วยแรงงานภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคม โดยนายจ้างเป็นผู้ยื่นขออนุญาตว่าจ้าง ทำสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปี โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับแรงงานที่จะยื่นขอเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. อายุการทำงานสะสมครบ 6 ปีขึ้นไป สำหรับแรงงานต่างชาติที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 12 ปี หรือ 14 ปี และเดินทางกลับประเทศไปแล้ว หากนายจ้างประสงค์จะว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและมีคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ สามารถว่าจ้างให้เดินทางกลับมาทำงานที่ไต้หวันต่อไปได้ในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
2. เงินค่าจ้าง กำหนดให้แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างประจำ (ไม่รวมโอที แต่รวมเบี้ยขยัน เงินรางวัล) ไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอที) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานภาคสวัสดิการสังคม หากเป็นผู้อนุบาลที่ทำงานในองค์กร ต้องมีค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 29,000 เหรียญต่อเดือน ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียงในนครนิวไทเป (ภาพจาก Kung Sing Engineering Corporation)
3. ทักษะฝีมือ แบ่งเป็นได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐานการทดสอบฝีมือระดับกลาง หรือเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเป็นเวลารวมไม่ต่ำกว่า 80 ชั่วโมง หรือการรับรองทักษะฝีมือ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปกำหนดรายละเอียดเกณฑ์มาตรฐาน แล้วประกาศให้ทราบภายหลัง อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติที่ได้รับค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือนอยู่แล้ว แสดงว่าฝีมือเป็นที่ยอมรับของนายจ้าง ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองหรือการทดสอบฝีมือใดๆ อีก ส่วนผู้อนุบาล ต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน และผ่านการอบรมเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง
แรงงานไทยในโรงงานผลิตล้อแม็กซ์
อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติ สภาบริหารพบว่า เมื่อปี 2564 ไต้หวันขาดแคลนแรงงาน 131,000 คน สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง มาจากการจำกัดระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติ และจากการที่มีการจำกัดระยะเวลาการทำงาน ทำให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุงานครบ 6 ปีขึ้นไปลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันครองสัดส่วนเพียง 33.7% แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 9 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนเหลือ 11.7% ขณะที่ประเทศคู่แข่งอื่นๆ ใช้มาตรการที่น่าสนใจดึงดูดแรงงานต่างชาติเข้าไปทำงาน โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มแรงงานต่างชาติที่เคยผ่านการทำงานจากไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานมีทักษะฝีมือ หากสภาพการณ์ดำเนินเช่นนี้ต่อไป จะทำให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในไต้หวันรุนแรงขึ้นและไม่สามารถแก้ไขได้ จึงจำเป็นต้องผ่อนคลายการจำกัดระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติดังกล่าว
แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าที่นครเถาหยวน
นายซูเจินชาง นายกรัฐมนตรีไต้หวันกล่าวในที่ประชุมสภาบริหารว่า การเปิดให้แรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ สามารถทำงานในไต้หวันต่อไปได้โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป โดยไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น จะช่วยแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานของผู้ประกอบการทุกภาคส่วนได้ โดยมีเป้าหมายประกาศใช้อย่างเป็นทางการก่อนสิ้นเดือนเมษายนปีนี้
ผู้อนุบาลก็มีสิทธิ์ยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือด้วย
2. ทำเกินกว่าเหตุ ตำรวจนิวไทเปถูกอัยการสั่งฟ้องจำคุก 7.5 ปี ข้อหาจับมั่วแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย
ตำรวจไม่มีการตรวจสอบให้ชัดเจน จับมั่วผู้อนุบาลต่างชาติถูกกฎหมายที่ออกจากบ้านนายจ้างทิ้งขยะไปยังโรงพัก โดยกล่าวหาว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เพียงเพราะไม่พกบัตร ARC ติดตัว สุดท้ายพบว่าเป็นแรงงานถูกกฎหมาย ใช้รถตำรวจส่งกลับไปที่บ้านนายจ้าง แต่ทิ้งลงกลางทาง ผู้อนุบาลต้องหาทางกลับบ้านเอง หลังสื่อโซเชียลแฉกลายเป็นข่าวใหญ่ นอกจากถูกสังคมไต้หวันรุมประณามอย่างหนัก เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นนครนิวไทเปสั่งฟ้องตำรวจนายนี้ ข้อหาควบคุมการเคลื่อนไหวและลิดรอนเสรีภาพของผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย และเนื่องจากเป็นตำรวจ ใช้อำนาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 7 ปีครึ่ง
นายเซี่ยจื้อจง ตำรวจโรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง จับมั่วผู้อนุบาลถูกกฎหมาย ถูกอัยการสั่งฟ้อง มีหวังจำคุก 7 ปีครึ่ง
แพะคดีนี้เป็นผู้อนุบาลฟิลิปปินส์อายุ 38 ทำงานอยู่ที่เขตซันฉง นครนิวไทเป เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ลงจากบ้านนายจ้างซึ่งอยู่บนอาคารเพื่อนำถุงขยะไปทิ้ง ขณะที่รอรถขยะมา ถูกนายเซี่ยจื้อจง ตำรวจโรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง นครนิวไทเป ซึ่งกำลังตรวจลาดตระเวนมาพบเข้า เมื่อเห็นเป็นแรงงานต่างชาติ จึงเข้าไปขอตรวจดูบัตร ARC เนื่องจากลงมาทิ้งขยะไม่ได้พกติดตัว ถูกตำรวจกล่าวหาว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ใส่กุญแจมือล็อกติดกับเก้าอี้หน้าร้านสะดวกซื้อ หลังจากพากลับไปที่โรงพักตรวจสอบฐานข้อมูลแล้วพบว่าเป็นแรงงานถูกกฎหมาย ไม่มีการขอโทษ ไม่ได้โทรแจ้งนายจ้างทราบ รีบส่งกลับไปที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ยังไปไม่ถึงก็ปล่อยลงกลางทาง
นายเซี่ยจื้อจง ตำรวจโรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง จับมั่วผู้อนุบาลถูกกฎหมาย ถูกอัยการสั่งฟ้อง มีหวังจำคุก 7 ปีครึ่ง
เนื่องจากไม่คุ้นสถานที่และไม่ได้พกเงินติดตัว กลับบ้านนายจ้างไม่ถูก ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้ต้องอาศัยแผนที่ใน Google Map ชี้นำทางกลับบ้านนายจ้าง ในใจกังวลว่า ประตูเข้าอาคารบ้านพักไม่ได้ปิด ในบ้านมีเพียงอาม่าที่เคลื่อนไหวไม่ได้อยู่บ้านลำพังคนเดียว เกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอาม่า ทำเอาผู้อนุบาลรายนี้ทั้งหวาดกลัวและใจร้อนรนเป็นอย่างมาก จนร้องไห้ตลอดทางและใช้เวลานานกว่าจะกลับถึงบ้าน
เรื่องนี้ มีชาวบ้านถ่ายคลิปแฉพฤติกรรมของตำรวจโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเขียนข้อความถามตำรวจนายนี้ว่า ต้องการผลงานนักหรือ? มีชาวเน็ตรุมคอมเมนต์ด่า รองผู้บังคับการสถานีตำรวจซันฉงทราบเรื่อง สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบทันที ยืนยันว่าตำรวจนายนี้ ต้องหาคุกคามเสรีภาพส่วนบุคคล นอกจากสั่งลงโทษทางวินัยแล้ว ยังคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีทางอาญาด้วย
หลินกู้ถิง รองผู้บังคับการสถานีตำรวจซันฉง ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการหลังเกิดเหตุ
หลังการสอบสวน อัยการเห็นว่า แรงงานต่างชาติรายนี้ แม้จะไม่ได้พกและแสดงบัตร ARC ต่อตำรวจ แต่ยืนยันว่าพักอยู่ที่บ้านนายจ้างบริเวณใกล้เคียง ออกจากบ้านเพื่อทิ้งขยะ พร้อมทั้งพยายามใช้โทรศัพท์พูดคุยขอความช่วยเหลือจากเพื่อน เพื่อยืนยันว่าตนเป็นแรงงานถูกกฎหมาย แต่ตำรวจนายนี้ไม่ยอมฟัง แถมยังใส่กุญแจมือ เป็นพฤติกรรมทำเกินกว่าเหตุอย่างชัดเจน จึงสั่งฟ้องข้อหาคุกคามเสรีภาพ ตามกฎหมายอาญาของไต้หวันต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และเนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากขอให้ลงโทษสูงสุดแล้ว ยังต้องเพิ่มโทษให้หนักขึ้นกึ่งหนึ่ง ขอให้ศาลลงโทษจำคุกตำรวจนายนี้ 7 ปี 6 เดือน
ที่ผ่านมา ตำรวจไต้หวันในสายตาของแรงงานต่างชาติ มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างดี แม้จะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่มีความเป็นธรรมและเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ นายเซี่ยจื้อจง ตำรวจซันฉงนายนี้ ทำให้ชื่อเสียงภาพลักษณ์โดยรวมของตำรวจไต้หวันได้รับความเสียหาย
โรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง ในนครนิวไทเป
3. ยอมแพ้! แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายหางานทำไม่ได้ ไม่มีเงินซื้ออาหารกิน เดินเข้าสถานีตำรวจบอกว่า ผมยอมแพ้ขอให้ส่งกลับบ้าน
แรงงานเวียดนามรายหนึ่งนามแฝง อาหนาน อายุ 30 ปี กู้หนี้ยืมสินเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ทำงานได้ 3 ปีกว่า หลบหนีนายจ้างออกไปทำงานอย่างผิดกฎหมายตามคำชักชวนของเพื่อนที่บอกว่าหาเงินได้ง่ายและมากกว่า แต่ชีวิตของแรงงานผิดกฎหมายไม่ได้เลิศหรูอย่างคิด ไซต์งานก่อสร้างค่าจ้างวันละ 1,500 เหรียญที่เพื่อนแนะนำไป ทำได้ไม่นานงานหมด ต้องร่อนเร่หางานทำเลี้ยงชีพไปวันๆ โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ไซต์งานก่อสร้างและสถานประกอบการทุกแห่งหยุดยาว ทำให้ขาดรายได้ เงินที่พกติดตัวซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิดหมด ไม่มีเงินหาซื้ออาหารได้ ไปพึ่งเพื่อนฝูงก็ไม่มีใครต้อนรับ หลังจากอดอาหารมานาน 2 วัน
อาหนาน แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย หนีจากนายจ้างเดิมแต่หางานทำไม่ได้ อดอาหารมา 2 วัน หิวจนทนไม่ไหวเดินเข้ามอบตัว ขอให้ตำรวจส่งตัวกลับประเทศ
ในที่สุด เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ช่วงหยุดยาวตรุษจีน เดินเข้าสถานีตำรวจอู้ฟง นครไทจงเพื่อเข้ามอบตัว แต่พูดภาษาจีนไม่ได้ ใช้กูเกิลทรานสเลตในโทรศัพท์มือถือแปลภาษาเวียดนามเป็นภาษาจีน ยื่นข้อความให้ตำรวจว่า ผมหิวข้าว ผมยอมแพ้ ขอให้ส่งผมกลับบ้าน ตำรวจที่อยู่เวรเห็นท่าทางอิดโรยของนายอาหนาน รู้ทันทีว่าคงไม่ได้กินอาหารมาหลายมื้อ พอดีเป็นช่วงเที่ยงตำรวจกำลังจะรับประทานอาหาร จึงแบ่งอาหารให้กิน หลังจากนั้น ได้บันทึกปากคำ พร้อมเตรียมข้อมูลเอกสารพาไปส่งให้หน่วยงานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ไทจง เพื่อจัดส่งกลับประเทศต่อไป
ตำรวจอู้ฟงที่ไทจงเลี้ยงอาหารนายอาหนาน ก่อนจะช่วยเหลือพาไปมอบตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสาขาไทจง
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. เคาะแล้ว! สภาบริหารอนุมัติให้แรงงานต่างชาติยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เงื่อนไขทำงานครบ 6 ปี รายได้รวมไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญต่อปี มีทักษะ คนเก่าครบ 12 ปีกลับบ้านไปแล้วก็มีสิทธิ์ เล็งประกาศใช้ก่อนสิ้นเมษายนศกนี้
ไต้หวันประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ขณะที่กฎหมายการจ้างงานกำหนดแรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันได้ไม่เกิน 12 ปี สภาบริหารมีนโยบายผ่อนปรนระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติโดยไม่ต้องแก้กฎหมาย กระทรวงแรงงานวางแผนให้แรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับ 3 เงื่อนไข ได้แก่ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป มีทักษะฝีมือการทำงาน และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นตามกำหนด สามารถยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ และเมื่อทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือครบ 5 ปี สามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา สภาบริหารเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือโครงการรั้งแรงงานต่างชาติที่มีทักษะให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปที่เสนอโดยกระทรวงแรงงาน เพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานกึ่งฝีมือของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น นอกจากมีการตั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับทักษะฝีมือและค่าจ้างแล้ว ยังจำกัดเพดานของสัดส่วนที่ว่าจ้างได้ กล่าวคือนายจ้างแต่ละรายยื่นขอได้ไม่เกิน 25% ของโควตาแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตนำเข้า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมกันแล้ว ต้องมีอัตราส่วนไม่เกิน 50% ของแรงงานท้องถิ่น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
นายไช่ม่งเหลียง อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานรายงานต่อที่ประชุมสภาบริหารว่า โครงการดังกล่าว ประกอบด้วยแรงงานภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคม โดยนายจ้างเป็นผู้ยื่นขออนุญาตว่าจ้าง ทำสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปี โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับแรงงานที่จะยื่นขอเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. อายุการทำงานสะสมครบ 6 ปีขึ้นไป สำหรับแรงงานต่างชาติที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 12 ปี หรือ 14 ปี และเดินทางกลับประเทศไปแล้ว หากนายจ้างประสงค์จะว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและมีคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ สามารถว่าจ้างให้เดินทางกลับมาทำงานที่ไต้หวันต่อไปได้ในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
2. เงินค่าจ้าง กำหนดให้แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างประจำ (ไม่รวมโอที แต่รวมเบี้ยขยัน เงินรางวัล) ไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอที) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานภาคสวัสดิการสังคม หากเป็นผู้อนุบาลที่ทำงานในองค์กร ต้องมีค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 29,000 เหรียญต่อเดือน ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียงในนครนิวไทเป (ภาพจาก Kung Sing Engineering Corporation)
3. ทักษะฝีมือ แบ่งเป็นได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐานการทดสอบฝีมือระดับกลาง หรือเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเป็นเวลารวมไม่ต่ำกว่า 80 ชั่วโมง หรือการรับรองทักษะฝีมือ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปกำหนดรายละเอียดเกณฑ์มาตรฐาน แล้วประกาศให้ทราบภายหลัง อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติที่ได้รับค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือนอยู่แล้ว แสดงว่าฝีมือเป็นที่ยอมรับของนายจ้าง ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองหรือการทดสอบฝีมือใดๆ อีก ส่วนผู้อนุบาล ต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน และผ่านการอบรมเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง
แรงงานไทยในโรงงานผลิตล้อแม็กซ์
อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติ สภาบริหารพบว่า เมื่อปี 2564 ไต้หวันขาดแคลนแรงงาน 131,000 คน สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง มาจากการจำกัดระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติ และจากการที่มีการจำกัดระยะเวลาการทำงาน ทำให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุงานครบ 6 ปีขึ้นไปลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันครองสัดส่วนเพียง 33.7% แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 9 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนเหลือ 11.7% ขณะที่ประเทศคู่แข่งอื่นๆ ใช้มาตรการที่น่าสนใจดึงดูดแรงงานต่างชาติเข้าไปทำงาน โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มแรงงานต่างชาติที่เคยผ่านการทำงานจากไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานมีทักษะฝีมือ หากสภาพการณ์ดำเนินเช่นนี้ต่อไป จะทำให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในไต้หวันรุนแรงขึ้นและไม่สามารถแก้ไขได้ จึงจำเป็นต้องผ่อนคลายการจำกัดระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติดังกล่าว
แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าที่นครเถาหยวน
นายซูเจินชาง นายกรัฐมนตรีไต้หวันกล่าวในที่ประชุมสภาบริหารว่า การเปิดให้แรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ สามารถทำงานในไต้หวันต่อไปได้โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป โดยไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น จะช่วยแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานของผู้ประกอบการทุกภาคส่วนได้ โดยมีเป้าหมายประกาศใช้อย่างเป็นทางการก่อนสิ้นเดือนเมษายนปีนี้
ผู้อนุบาลก็มีสิทธิ์ยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือด้วย
2. ทำเกินกว่าเหตุ ตำรวจนิวไทเปถูกอัยการสั่งฟ้องจำคุก 7.5 ปี ข้อหาจับมั่วแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย
ตำรวจไม่มีการตรวจสอบให้ชัดเจน จับมั่วผู้อนุบาลต่างชาติถูกกฎหมายที่ออกจากบ้านนายจ้างทิ้งขยะไปยังโรงพัก โดยกล่าวหาว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เพียงเพราะไม่พกบัตร ARC ติดตัว สุดท้ายพบว่าเป็นแรงงานถูกกฎหมาย ใช้รถตำรวจส่งกลับไปที่บ้านนายจ้าง แต่ทิ้งลงกลางทาง ผู้อนุบาลต้องหาทางกลับบ้านเอง หลังสื่อโซเชียลแฉกลายเป็นข่าวใหญ่ นอกจากถูกสังคมไต้หวันรุมประณามอย่างหนัก เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นนครนิวไทเปสั่งฟ้องตำรวจนายนี้ ข้อหาควบคุมการเคลื่อนไหวและลิดรอนเสรีภาพของผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย และเนื่องจากเป็นตำรวจ ใช้อำนาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 7 ปีครึ่ง
นายเซี่ยจื้อจง ตำรวจโรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง จับมั่วผู้อนุบาลถูกกฎหมาย ถูกอัยการสั่งฟ้อง มีหวังจำคุก 7 ปีครึ่ง
แพะคดีนี้เป็นผู้อนุบาลฟิลิปปินส์อายุ 38 ทำงานอยู่ที่เขตซันฉง นครนิวไทเป เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ลงจากบ้านนายจ้างซึ่งอยู่บนอาคารเพื่อนำถุงขยะไปทิ้ง ขณะที่รอรถขยะมา ถูกนายเซี่ยจื้อจง ตำรวจโรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง นครนิวไทเป ซึ่งกำลังตรวจลาดตระเวนมาพบเข้า เมื่อเห็นเป็นแรงงานต่างชาติ จึงเข้าไปขอตรวจดูบัตร ARC เนื่องจากลงมาทิ้งขยะไม่ได้พกติดตัว ถูกตำรวจกล่าวหาว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ใส่กุญแจมือล็อกติดกับเก้าอี้หน้าร้านสะดวกซื้อ หลังจากพากลับไปที่โรงพักตรวจสอบฐานข้อมูลแล้วพบว่าเป็นแรงงานถูกกฎหมาย ไม่มีการขอโทษ ไม่ได้โทรแจ้งนายจ้างทราบ รีบส่งกลับไปที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ยังไปไม่ถึงก็ปล่อยลงกลางทาง
นายเซี่ยจื้อจง ตำรวจโรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง จับมั่วผู้อนุบาลถูกกฎหมาย ถูกอัยการสั่งฟ้อง มีหวังจำคุก 7 ปีครึ่ง
เนื่องจากไม่คุ้นสถานที่และไม่ได้พกเงินติดตัว กลับบ้านนายจ้างไม่ถูก ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้ต้องอาศัยแผนที่ใน Google Map ชี้นำทางกลับบ้านนายจ้าง ในใจกังวลว่า ประตูเข้าอาคารบ้านพักไม่ได้ปิด ในบ้านมีเพียงอาม่าที่เคลื่อนไหวไม่ได้อยู่บ้านลำพังคนเดียว เกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอาม่า ทำเอาผู้อนุบาลรายนี้ทั้งหวาดกลัวและใจร้อนรนเป็นอย่างมาก จนร้องไห้ตลอดทางและใช้เวลานานกว่าจะกลับถึงบ้าน
เรื่องนี้ มีชาวบ้านถ่ายคลิปแฉพฤติกรรมของตำรวจโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเขียนข้อความถามตำรวจนายนี้ว่า ต้องการผลงานนักหรือ? มีชาวเน็ตรุมคอมเมนต์ด่า รองผู้บังคับการสถานีตำรวจซันฉงทราบเรื่อง สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบทันที ยืนยันว่าตำรวจนายนี้ ต้องหาคุกคามเสรีภาพส่วนบุคคล นอกจากสั่งลงโทษทางวินัยแล้ว ยังคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีทางอาญาด้วย
หลินกู้ถิง รองผู้บังคับการสถานีตำรวจซันฉง ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการหลังเกิดเหตุ
หลังการสอบสวน อัยการเห็นว่า แรงงานต่างชาติรายนี้ แม้จะไม่ได้พกและแสดงบัตร ARC ต่อตำรวจ แต่ยืนยันว่าพักอยู่ที่บ้านนายจ้างบริเวณใกล้เคียง ออกจากบ้านเพื่อทิ้งขยะ พร้อมทั้งพยายามใช้โทรศัพท์พูดคุยขอความช่วยเหลือจากเพื่อน เพื่อยืนยันว่าตนเป็นแรงงานถูกกฎหมาย แต่ตำรวจนายนี้ไม่ยอมฟัง แถมยังใส่กุญแจมือ เป็นพฤติกรรมทำเกินกว่าเหตุอย่างชัดเจน จึงสั่งฟ้องข้อหาคุกคามเสรีภาพ ตามกฎหมายอาญาของไต้หวันต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และเนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากขอให้ลงโทษสูงสุดแล้ว ยังต้องเพิ่มโทษให้หนักขึ้นกึ่งหนึ่ง ขอให้ศาลลงโทษจำคุกตำรวจนายนี้ 7 ปี 6 เดือน
ที่ผ่านมา ตำรวจไต้หวันในสายตาของแรงงานต่างชาติ มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างดี แม้จะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่มีความเป็นธรรมและเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ นายเซี่ยจื้อจง ตำรวจซันฉงนายนี้ ทำให้ชื่อเสียงภาพลักษณ์โดยรวมของตำรวจไต้หวันได้รับความเสียหาย
โรงพักสะพานจงซิง สถานีตำรวจซันฉง ในนครนิวไทเป
3. ยอมแพ้! แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายหางานทำไม่ได้ ไม่มีเงินซื้ออาหารกิน เดินเข้าสถานีตำรวจบอกว่า ผมยอมแพ้ขอให้ส่งกลับบ้าน
แรงงานเวียดนามรายหนึ่งนามแฝง อาหนาน อายุ 30 ปี กู้หนี้ยืมสินเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ทำงานได้ 3 ปีกว่า หลบหนีนายจ้างออกไปทำงานอย่างผิดกฎหมายตามคำชักชวนของเพื่อนที่บอกว่าหาเงินได้ง่ายและมากกว่า แต่ชีวิตของแรงงานผิดกฎหมายไม่ได้เลิศหรูอย่างคิด ไซต์งานก่อสร้างค่าจ้างวันละ 1,500 เหรียญที่เพื่อนแนะนำไป ทำได้ไม่นานงานหมด ต้องร่อนเร่หางานทำเลี้ยงชีพไปวันๆ โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ไซต์งานก่อสร้างและสถานประกอบการทุกแห่งหยุดยาว ทำให้ขาดรายได้ เงินที่พกติดตัวซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิดหมด ไม่มีเงินหาซื้ออาหารได้ ไปพึ่งเพื่อนฝูงก็ไม่มีใครต้อนรับ หลังจากอดอาหารมานาน 2 วัน
อาหนาน แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย หนีจากนายจ้างเดิมแต่หางานทำไม่ได้ อดอาหารมา 2 วัน หิวจนทนไม่ไหวเดินเข้ามอบตัว ขอให้ตำรวจส่งตัวกลับประเทศ
ในที่สุด เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ช่วงหยุดยาวตรุษจีน เดินเข้าสถานีตำรวจอู้ฟง นครไทจงเพื่อเข้ามอบตัว แต่พูดภาษาจีนไม่ได้ ใช้กูเกิลทรานสเลตในโทรศัพท์มือถือแปลภาษาเวียดนามเป็นภาษาจีน ยื่นข้อความให้ตำรวจว่า ผมหิวข้าว ผมยอมแพ้ ขอให้ส่งผมกลับบ้าน ตำรวจที่อยู่เวรเห็นท่าทางอิดโรยของนายอาหนาน รู้ทันทีว่าคงไม่ได้กินอาหารมาหลายมื้อ พอดีเป็นช่วงเที่ยงตำรวจกำลังจะรับประทานอาหาร จึงแบ่งอาหารให้กิน หลังจากนั้น ได้บันทึกปากคำ พร้อมเตรียมข้อมูลเอกสารพาไปส่งให้หน่วยงานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ไทจง เพื่อจัดส่งกลับประเทศต่อไป
ตำรวจอู้ฟงที่ไทจงเลี้ยงอาหารนายอาหนาน ก่อนจะช่วยเหลือพาไปมอบตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสาขาไทจง