ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2564


Listen Later

1. 6 มิ.ย. เป็นต้นไป ห้ามแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างชั่วคราว จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกคำสั่งห้าม แต่คนที่ทำเรื่องแล้ว ยังไม่ได้รับการอนุมัติ สามารถอยู่รอถึงยกเลิกประกาศได้

          สืบเนื่องจากเกิดการระบาดของโรคโควิดในแรงงานต่างชาติในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนหรือคลัสเตอร์ที่เมืองเหมียวลี่หลายโรงงาน มีแรงงานต่างชาติติดเชื้อโควิดแล้วกว่า 400 คน เพื่อจะสกัดกั้นการลุกลาม ลดการเคลื่อนย้าย ป้องกันโควิดบานปลาย กระทรวงแรงงานประกาศหยุดรับเรื่องโอนย้ายนายจ้างใหม่ของแรงงานต่างชาติทั้งหมดชั่วคราว จนกว่าจะประกาศยกเลิกการแจ้งเตือนมาตรการป้องกันโรคระดับ 3 ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ หรือจนกว่า ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวัน จะประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าว ยกเว้นใน 3 กรณี ซึ่งมีความจำเป็นต้องโอนย้ายนายจ้างใหม่และไม่ใช้เป็นความรับผิดชอบของแรงงานต่างชาติ ได้แก่นายจ้าง หรือผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่ดูแลเสียชีวิต โรงงานปิดกิจการและแรงงานต่างชาติได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม เช่นถูกทำร้ายร่างกายเป็นต้น ยังสามารถโอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่ได้ตามปกติ

6 มิ.ย. เป็นต้นไป ห้ามแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างชั่วคราว

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติที่ขอโอนย้ายนายจ้าง หากยื่นคำร้องต่อกระทรวงแรงงานภายในวันที่ 5 มิ.ย. 64 อนุญาตให้โอนย้ายได้ตามปกติ แต่หากส่งคำร้องถึงกระทรวงแรงงานในวันที่ 6 มิ.ย. เป็นต้นไป ไม่สามารถจะโอนย้ายได้ชั่วคราว ต้องรอจนกว่าจะมีประกาศยกเลิกคำสั่งและอนุญาตให้โอนย้ายได้ ในช่วงระหว่างนี้ หากแรงงานต่างชาติประสงค์จะอยู่รอจนถึงประกาศยกเลิกคำสั่งห้าม สามารถอยู่กับนายจ้างเดิมต่อไปได้ แม้ว่าจะยกเลิกสัญญาหรือทำงานครบสัญญากับนายจ้างเดิมไปแล้ว โดยนายจ้างยังคงมีหน้าที่ให้การดูแลด้านอาหารและที่พักต่อไป จนกว่าจะย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ใช่เป็นความผิดของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ดังนั้นค่าอาหารและที่พักในระหว่างนี้ นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเองว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ

KYEC โรงงานทดสอบและบรรจุชิปที่เหมียวลี่ ต้นตอการระบาดโควิดในเมืองเหมียวลี่

          นอกจากนี้ ช่วงระหว่างรอการโอนย้าย บริษัทจัดหางานไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริการจากแรงงานต่างชาติได้ หากฝ่าฝืน จะถูกลงโทษปรับ 10-20 เท่าของมูลค่าเงินที่เรียกรับ

แรงงานต่างชาติในเหมียวลี่กำลังรอการตรวจเชื้อด้วยชุดทดสอบแบบเร็ว

          การย้ายนายจ้างใหม่ของแรงงานต่างชาติมี 3 ลักษณะ ได้แก่นายจ้างเดิมประสงค์จะให้แรงงานต่างชาติของตนย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่ เมื่อได้รับความยินยอมจากแรงงานต่างชาติแล้ว สามารถเริ่มต้นขั้นตอนการโอนย้ายได้ หากมีนายจ้างใหม่มารับโอน แรงงานต่างชาติรายนั้นจะสามารถย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่ได้ ลักษณะที่ 2 ได้แก่ ในระหว่างสัญญา แรงงานต่างชาติประสงค์จะขอย้ายนายจ้างใหม่ โดยนายจ้างเดิมยินยอมและหานายจ้างใหม่ได้แล้ว สามารถยื่นขอโอนย้ายไปทำงานที่นายจ้างใหม่ได้ กรณีที่ 3 แรงงานต่างชาติประสงค์จะย้ายงานเมื่อครบสัญญา 3 ปี ซึ่งต้องยื่นคำร้องขอย้ายนายจ้าง 2-4 เดือนก่อนครบสัญญา 3 ปี กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การย้ายนายจ้างใหม่ทั้ง 3 ลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น หากสถานประกอบการเดิมมีการระบาดของโรคโควิด แรงงานที่ประสงค์จะย้ายจะนำเชื้อไปแพร่ในสถานประกอบการใหม่ ทำให้โควิดลุกลามบานปลาย กลายเป็นช่องโหว่ของการป้องกันโรค ทำให้ตัวแรงงานและสถานประกอบการใหม่ได้รับความเสี่ยง ดังนั้น ช่วงระหว่างประกาศใช้การแจ้งเตือนมาตรการป้องกันโรคระดับ 3 ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคจึงประกาศห้ามมีการย้ายนายจ้างใหม่ชั่วคราว

แรงงานต่างชาติในซินจู่ต่อแถวรอการตรวจเชื้อด้วยชุดทดสอบแบบเร็ว

          อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีความจำเป็นต้องโอนย้ายนายจ้างใหม่และไม่ใช้เป็นความรับผิดชอบของแรงงานต่างชาติ ได้แก่นายจ้าง หรือผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่ดูแลเสียชีวิต โรงงานปิดกิจการและแรงงานต่างชาติได้รับการปฏิติที่ไม่เหมาะสม เช่นถูกทำร้ายร่างกายเป็นต้น ยังคงสามารถโอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่ได้ตามปกติ

          ส่วนจะกลับมาโอนย้ายได้ตามปกติเมื่อไหร่? กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด ซึ่งก็คือ จนกว่าศบค.ไต้หวัน จะประกาศยกเลิกการแจ้งเตือนมาตรการป้องกันโรคระดับ 3 ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ หรือจนกว่าจะประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าว

หลังเกิดการระบาดโควิดในคลัสเตอร์โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมียวลี่ นายจ้างในซินจู๋ใช้รถบัสรับ-ส่งคนงานต่างชาติเข้า-เลิกงาน

2. ร่วมด้วยช่วยกัน ต้านภัยโควิด-19 รมว.กระทรวงแรงงานส่งการ์ดขอบคุณ พร้อมมอบถุงป้องกันโรคให้แก่แรงงานต่างชาติที่ถูกกักตัวในห้องพัก

          กรณีที่เกิดการระบาดของโรคโควิดในแรงงานฟิลิปปินส์ในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนหรือคลัสเตอร์ที่เมืองเหมียวหลายโรงงาน มีแรงงานฟิลิปปินส์ติดเชื้อโควิดประมาณ 400 คน และมีแรงงานต่างชาติที่เป็นเพื่อนร่วมห้องหรือร่วมงานถูกกักตัวเพื่อสังเกตอาการในห้องพักเป็นพันคน แรงงานต่างชาติเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ เนื่องจากอยู่ในห้องพักคนเดียวไปไหนไม่ได้ กังวลสุขภาพและอนาคต รวมถึงกลัวว่าจะไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างถูกกักตัว ทำให้บางรายเกิดอาการเครียดและไม่พอใจที่ถูกกักตัว กระทรวงแรงงานไต้หวัน ได้บันทึกเสียงคำพูดที่ให้กำลังใจเปิดให้ฟังเป็นระยะ

การ์ดให้กำลังใจแด่แรงงานต่างชาติจากเมืองเหมียวลี่ที่ถูกกักตัวสังเกตอาการ 14 วัน

          นอกจากนี้นางสวี่หมิงชุน รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวัน ยังได้ส่งการ์ดและถุงป้องกันโรคให้กำลังใจ ในการ์ดมีข้อความว่า ขอบคุณที่ท่านให้ความร่วมมือในมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วยการกักตัวหรือแยกตัวอยู่ในห้องพัก กระทรวงแรงงานไต้หวัน ขอให้กำลังใจและส่งมอบข้าวของเครื่องใช้ อาทิ แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย ของกินเป็นต้น ขอให้ท่านมีสุขภาพดีและผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยความปลอดภัย หากท่านมีปัญหาที่เกี่ยวข้อง โทรศัพท์ไปที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ได้ เรามีล่ามคอยให้คำปรึกษาแก่ท่านตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วยความห่วงใยจาก นางสวี่หมิงชุน รมว.กระทรวงแรงงาน

นางสวี่หมิงชุน รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวัน

          ส่วนบันทึกเสียงที่เปิดให้แรงงานต่างชาติที่ถูกกักตัวมีเนื้อหาว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิดในไต้หวันรุนแรงขึ้น จำนวนผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แรงงานต่างชาติที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและถูกกักตัวก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความผวา แต่ขอให้ท่านอย่าได้วิตกกังวล สถานะของท่านในขณะนี้คือ เฝ้าสังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน ช่วงระหว่างนี้ ขอความร่วมมืออย่าออกนอกห้อง เพื่อหลีกเลี่ยงเกิดการแพร่เชื้อซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นวิธีปกป้องตัวท่านเองให้พ้นจากการติดเชื้อที่ดีที่สุด นอกจากต้องวัดและบันทึกอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำทุกวันแล้ว หากมีอาการผิดปกติ ต้องรายงานให้ผู้ดูแลทราบทันที

          ช่วงระหว่างสังเกตอาการตนเอง ขอให้ท่านอย่างได้กังวลเรื่องค่าจ้างและอาหาร นายจ้างยังคงจ่ายค่าจ้างตามปกติ และมีคนนำอาหารมาส่งให้ท่านถึงที่ห้องวันละ 3 มื้อ

          กระทรวงแรงงานไต้หวันขอความร่วมมือจากท่าน เคารพและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่รัฐบาลกำหนด ได้แก่ สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ หลีกเลี่ยงออกนอกเคหสถาน ดูแลสุขภาพของตัวเอง และสร้างเสริมสุขภาพของเราให้ดีขึ้น ด้วยการทานอาหารสมส่วน พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ รักษาระยะห่างทางสังคม อย่ากังวลและให้แรงกดดันแก่ตัวเอง เพราะนั่นจะทำให้ภูมิต้านทานของท่านลดลง

          หากท่านมีอาการผิดปกติใดๆ ขอให้รายงานทันที หรือโทรศัพท์ไปที่สายด่วนป้องกันโรค 1922 จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล หรือหากท่านมีข้อสงสัยใดๆ โทรไปสอบถามได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือเข้าร่วมกลุ่มไลน์ของสายด่วน 1955 เพื่อตรวจสอบสถานการณ์โควิดล่าสุด ฟังข้อมูลข่าวสารและสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับแรงงานไทยจากรายวิทยุ เรามาร่วมมือกัน เอาชนะและผ่านพ้นวิกฤตโควิดครั้งนี้ไปพร้อมกัน  ด้วยความห่วงใยจาก กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวัน

นางสวี่หมิงชุน รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวัน

          แรงงานที่ถูกกักตัวเมื่อได้ฟังแล้วคงมีกำลังใจมากขึ้น ก็ขอให้พ้นจากช่วงกักตัวและกลับมาใช้ชีวิตและทำงานตามปกติไวๆ นะครับ

3. แรงงานต่างชาติหลบหนี รูรั่วของการป้องกันโรค จำนวนที่ยังไม่ถูกตรวจพบเพิ่มต่อเนื่อง อินโดฯ นำโด่ง 25,178 คน ขณะที่แรงงานไทยตัวเลขหลบหนีขยับขึ้นร่วมพันแล้ว

          ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยหลายอย่าง ในอดีต ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาจากนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติอย่างไม่เหมาะสม แต่ปัจจุบัน เกิดจากปัญหาส่วนตัวของแรงงานต่างชาติเองเป็นหลัก เช่น เพื่อนชักชวน อยากได้ค่าจ้างสูงกว่า ทำงานไม่ดี หรือปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม เช่นดื่มสุราจัด เสพยาเสพติดหรือขาดงานบ่อย นายจ้างจะส่งกลับ และหนีหนี้ ฯลฯ ทำให้ตัวเลขแรงงานต่างชาติหลบหนียังคงมีอัตราสูง จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน ณ สิ้นเดือนเมษายน 2564 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวน 51,374 คน ถ้าแบ่งแยกเป็นตำแหน่งงาน ผู้อนุบาลในครัวเรือนหลบหนีมากสุด จำนวน 28,775 คน ครองสัดส่วนแรงงานต่างชาติหลบหนีทั้งหมด 56% ตำแหน่งงานที่หลบหนีมากเป็นอันดับ 2 ได้แก่ แรงงานต่างชาติที่ทำงานเป็นพนักงานในโรงงาน หลบหนี 19,759 คนคิดเป็นอัตรส่วนแรงงานต่างชาติหลบหนีทั้งหมด 38.5% อันดับ 3 ได้แก่ลูกเรืองประมง หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 2,137 คน ครองสัดส่วน 4.2%

5 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย เดินเล่นในวันทำงานที่ไทจงส่ออาการพิรุธถูกจับ

          แต่หากจำแนกตามสัญชาติแล้ว อินโดนีเซียหลบหนีมากสุด 25,178 คน ครองสัดส่วนแรงงานต่างชาติหลบหนีทั้งหมด 49% อันดับ 2 ได้แก่เวียดนาม หลบหนี 22,851 คน ครองสัดส่วนแรงงานต่างชาติหลบหนีทั้งหมด 44.5% ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ หลบหนี 2,380 คนหรือ 4.6% ส่วนแรงงานไทยที่แม้จะอยู่อันดับสุดท้าย หลบหนีน้อยสุดในบรรดา 4 ชาติ แต่ยอดตัวเลขหลบหนี เพิ่มขึ้นจาก 700 เศษเมื่อปีที่แล้ว เป็น 967 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 809 คน เพศหญิง 158 คน

สองแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายถูกจับที่เมืองเหมียวลี่

          จากการวิเคราะห์พบว่า สาเหตุการหลบหนีของแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่จะคล้ายกัน คือต้องการหางานที่มีรายได้สูงทำ เพราะมีภาระหนีสิน โรงงานเดิมอาจไม่ค่อยมีงานล่วงเวลาหรือโอทีให้ทำ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่โรงงานเดิมมีโอทีมาก แต่แรงงานก็ยังหลบหนีเนื่องจากมีคนมาชักชวน อย่างไรก็ตาม แต่ละชาติยังมีสาเหตุการหลบหนีรองลงมาที่แตกต่างกันออกไป อย่างแรงงานเวียดนาม หลบหนีง่าย เพราะมีญาติพี่น้องเป็นที่พึ่งพิง โดยปัจจุบันมีหญิงเวียดนามมาแต่งงานและตั้งรกรากในไต้หวันร่วม 200,000 คน พวกเขาเหล่านี้มีจำนวนมากที่เป็นญาติพี่น้องของแรงงานเวียดนามที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน จึงมีช่องทางทำมาหากินค่อนข้างมาก

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ยังไม่มีแนวโน้มลดลง

          ส่วนแรงงานอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาล เนื่องจากค่าจ้างน้อยงานหนัก ประกอบกับมีบริษัทจัดหางานผิดกฎหมายยุยงชักชวน ให้หลบหนีไปทำงานเป็นผู้อนุบาลในโรงพยาบาลอย่างผิดกฎหมาย เมื่อมีที่ไป จึงมีการหลบหนีนายจ้างเป็นจำนวนมาก ส่วนแรงงานไทยที่หลบหนี ส่วนใหญ่มาจากปัญหาส่วนตัว และส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับวินัยด้านการเงิน มีการกู้เงินจากแหล่งต่างๆ หรือเป็นหนี้การพนัน หลบหนีหนี้    

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti