ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565


Listen Later

1. อย่าหาทำ! แรงงานต่างชาติหลงทางขี่จักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วนสาย 3 ช่วงเจียอี้ ลงไม่ได้ตกใจ ขี่สวนเลนเพื่อหาทางลงถูกชนดับอนาถ

      เมื่อค่ำวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. เศษ เกิดเหตุแรงงานต่างชาติถูกชนเสียชีวิตบนทางด่วนสาย 3 ช่วงตำบลต้าหลิน เมืองเจียอี้ สันนิษฐานว่าหลงทางขี่รถจักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วนแล้วลงไม่ได้ เมื่อตำรวจทางด่วนรับแจ้งรุดไปถึงที่เกิดเหตุ แรงงานต่างชาติรายนี้ถูกรถยนต์บนทางด่วนที่วิ่งด้วยความเร็วสูงชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว หลังนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์ไม่สามารถกู้ชีวิตกลับมาได้ ตำรวจทางด่วนกำลังตรวจสอบหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ต่อไป

สภาพความเสียหายของรถยนต์หลังชนใส่แรงงานต่างชาติหลงขี่จักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วนสาย 3

      โฆษกตำรวจทางด่วนแถลงว่า เมื่อเวลา 19.21 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีคนขี่รถจักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วนสาย 3 ขาลงใต้ หลักกิโลเมตรที่ 280 ช่วงตำบลต้าหลินในเมืองเจียอี้ จึงสั่งการให้หน่วยลาดตระเวนในบริเวณใกล้เคียงรุดไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นคนขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าดังกล่าวขี่สวนเลนขึ้นเหนือในลักษณะอันตรายมาก ยังไม่ทันจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ก็ถูกรถยนต์คันหนึ่งชนเข้าอย่างจัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่มีสัญญาณชีพ ตำรวจรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลฉือจี้ต้าหลิน แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก แพทย์ไม่สามารถกู้ชีวิตได้

สภาพความเสียหายของรถยนต์หลังชนใส่แรงงานต่างชาติหลงขี่จักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วนสาย 3

      จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานต่างชาติ สันนิษฐานว่า ไม่คุ้นเคยเส้นทางถนน หลงทางจึงขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วน ตำรวจเตือนว่า ทางด่วนของไต้หวันห้ามคนเดินเท้า รถจักรยาน จักรยานไฟฟ้าหรือรถจักรยานยนต์ขึ้น ผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกลงโทษปรับ 3,000 เหรียญไต้หวัน หากไม่ชำระค่าปรับตามเวลากำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มเป็น 6,000 เหรียญไต้หวัน ในอดีตเคยมีแรงงานไทยและเวียดนามหลงทางปั่นรถจักรยานขึ้นทางด่วนมาแล้วหลายครั้ง บางรายถึงขั้นถูกรถชนเสียชีวิต จึงเตือนเพื่อนแรงงานไทยต้องระมัดระวัง จะไปที่ไหน ควรศึกษาเส้นทางถนนให้ถ่องแท้เสียก่อน และหลีกเลี่ยงดื่มสุรา อย่าเดินขึ้น อย่าปั่นจักรยานหรือขี่รถจักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วนเด็ดขาด ไม่เพียงแต่เสียค่าปรับ ที่สำคัญเสี่ยงต่อการถูกรถชนเป็นอย่างยิ่ง 

แรงงานต่างชาติ 6 คน หลงทางขี่มอเตอร์ไซค์ 3 คันขึ้นทางด่วนสาย 10 ที่เกาสง ถูกตำรวจสกัด ก่อนเกิดอันตราย

      ทั้งนี้ เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา เคยมีแรงงานไทย อายุ 34 ปี ทำงานอยู่แถวเขตอูรื่อ นครไทจง ดื่มสุราเมาจนจำทิศทางกลับโรงงานไม่ได้ เดินโซเซขึ้นทางด่วนสาย 74 เชื่อมระหว่างไทจงและจางฮั่ว ท่ามกลางรถยนต์ที่แล่นผ่านไปด้วยความเร็วสูง ทำเอาผู้ขับรถตกใจไปตาม ๆ กัน ต่างโทรศัพท์แจ้งตำรวจไปช่วยเหลือพากลับลงมาได้อย่างปลอดภัย หลังสร่างเมาแรงงานไทยให้การว่า เนื่องจากทะเลาะกับเพื่อน ไม่สบายใจจึงดื่มสุราที่ร้านอาหารไทยจนเมา และไม่ทราบเหมือนกันว่าเดินขึ้นทางด่วนได้อย่างไร ตำรวจแจ้งให้ทราบว่า ทางด่วนขึ้นได้เฉพาะรถยนต์เท่านั้น ยานพาหนะชนิดอื่นอย่างจักรยาน จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งคนเดินเท้าขึ้นไม่ได้ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 3,000-6,000 เหรียญไต้หวัน แม้จะได้รับใบสั่งต้องไปเสียค่าปรับ 3,000 เหรียญ แต่แรงงานไทยรายนี้ก็ยินดีรับโทษและแสดงความขอบคุณตำรวจที่ช่วยให้ตนลงมาจากทางด่วนได้อย่างปลอดภัย โดยกล่าวว่า ตำรวจไต้หวันมีอัธยาศัยดี เป็นมิตร ที่สำคัญได้ช่วยให้ตนรอดพ้นจากอันตราย และก่อนที่พี่สาวจะรับกลับไปยังโรงงาน แรงงานไทยรายนี้ยังขอถ่ายรูปร่วมกับตำรวจไว้เป็นที่ระลึกด้วย

แรงงานไทยเมาจัดเดินขึ้นทางด่วน 5 กม. หาทางลงไม่ได้ ผวากอดราวเหล็กข้างทางไว้แน่น หายเมาเป็นปลิดทิ้ง

2. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเมาแล้วขับไม่ยอมเป่าลม วิ่งหนีและยังทำท่าจะขว้างปาของใส่ตำรวจที่ไล่ตามมา ถูกยิงที่ขา

      นายบุ่ย อายุ 28 ปี เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ดื่มสุราเมาแล้วขี่รถจักรยานไฟฟ้าไปตามถนนในเมืองหนานโถวแล้วไปชนกับรถคันอื่น เมื่อตำรวจมาถึง แรงงานเวียดนามรายนี้กลัวจะถูกตรวจพบเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ขณะที่ตำรวจจะให้เป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ เจ้าตัวขัดขืนและวิ่งหนี ตำรวจไล่ตามและยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้หยุด นายบุ่ยไม่หยุดแถมยังหันหลังทำท่าขว้างปาของใส่ตำรวจที่ไล่ตามมา ตำรวจเกรงจะมีพฤติกรรมอันตรายอื่นๆ ตามมา ใช้ปืนยิงที่ต้นขา 1 นัด จึงล้มลงยอมให้จับโดยดี หลังจากนั้นถูกนำตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ตำรวจจึงได้ส่งเรื่องให้อัยการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเมาแล้วขับไม่ยอมให้ความร่วมมือเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ วิ่งหนีและยังทำท่าจะขว้างปาของใส่ตำรวจที่ไล่ตามมา ถูกยิงที่ขา

      โฆษกสถานีตำรวจหนานโถวกล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.00 น. เศษของวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนตงหมินในเมืองหนานโถว เมื่อไปถึง พบ 1 ในคู่กรณีเป็นแรงงานเวียดนาม ตำรวจใช้คอมพิวเตอร์ประจำตัวตรวจสอบ พบนายบุ่ยเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เคยถูกจับ แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด เที่ยวบินไปเวียดนามมีน้อยมาก ทำให้สถานกักกันเต็ม จึงปล่อยให้ออกมาอาศัยอยู่ข้างนอก เพื่อรอการส่งกลับ แต่เจ้าตัวหลบหนีเป็นครั้งที่ 2 และครั้งนี้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น โดยมีกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัว จึงให้เป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ แต่นายบุ่ยขัดขืนไม่ยอมเป่าลม ยังถือโอกาสช่วงที่ตำรวจโทรศัพท์ขอกำลังเสริม วิ่งหนีสุดชีวิต ตำรวจต้องไล่ตามหลัง พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้หยุด แรงงานเวียดนามรายนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ทำตาม ยังหันหลังทำท่าจะขว้างปาสิ่งของอันตรายใส่ตำรวจ ตำรวจจึงใช้ปืนยิงไปที่ต้นขาของแรงงานเวียดนามได้รับบาดเจ็บล้มลง ยอมให้จับโดยดี

นายบุ่ย แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ดื่มสุราเมาแล้วขี่รถจักรยานไฟฟ้าชนกับรถคันอื่น ขณะที่ตำรวจมาถึง ยืนทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ยอมให้ความร่วมมือเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ เตรียมวิ่งหนี (ภาพจาก TVBS)

      หลังส่งรักษาที่โรงพยาบาล ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเทียบได้กับเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ 0.9 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่สูงมาก ไม่สามารถเดินตรงได้ หลังทำแผลเสร็จ ตำรวจสอบปากคำ นายบุ่ยให้การว่าจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย จึงควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ และขัดขืนการเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์

      กระทรวงแรงงานกล่าวเตือนว่า ไต้หวันดำเนินนโยบายไม่ยอมประนีประนอม หรือนโยบายยอมไม่ได้กับการเมาแล้วขับ และมีการตรวจจับอย่างเข้มงวด รวมทั้งเพิ่มโทษหนักขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่ยวดยานพาหนะประเภท 2 ล้อ แม้จะไม่เกิดอุบัติเหตุหรือไปชนคนอื่น เมื่อถูกตรวจพบเป่าลมมีระดับแอลกอฮอล์เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร มีโทษปรับตั้งแต่ 15,000- 90,000 เหรียญไต้หวัน ถูกยึดใบขับขี่ แต่หากเกิน 0.25 มิลลิกรัมต่อลิตร มีโทษอาญาข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ ถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับเงินไม่เกิน 200,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากชนคนเสียชีวิตมีโทษจำคุก 3-10 ปี ชนคนอื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุก 1-7 ปี  นอกจากเสียค่าปรับในอัตราสูงและมีโทษจำคุกแล้ว แรงงานต่างชาติยังจะถูกส่งกลับประเทศด้วย เพราะเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 73 วรรค 3 ที่ระบุว่า ชาวต่างชาติหากฝ่าฝืนกฎหมายของไต้หวันในลักษณะรุนแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกส่งกลับประเทศและห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานตลอดไป  

    

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ดื่มสุราเมาแล้วขี่รถจักรยานไฟฟ้าชนกับรถคันอื่น ขณะที่ตำรวจมาถึง ยืนทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ยอมให้ความร่วมมือเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ เตรียมวิ่งหนี (ภาพจาก TVBS) 

3. รอลุ้นข่าวดี! มาตรฐานการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือมีสูงเกินไป กระทรวงแรงงานพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 12 หรือ 14 ปี หลัง 30 มิ.ย. 65 ขยายการต่อสัญญากับนายจ้างเดิมได้อีก แต่ต้องรอประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

      สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิดลุกลามบานปลาย การเดินทางระหว่างประเทศลำบาก แม้กระทรวงแรงงานจะประกาศโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ อนุญาตให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ตั้งแต่ 30 เมษายน 65 เป็นต้นมา แต่เงื่อนไขการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมีมาตรฐานค่อนข้างสูง โดยเฉพาะคุณสมบัติด้านทักษะฝีมือ นอกจากนายจ้างจำนวนมากยังไม่รู้ว่าจะแสดงหลักฐานหรือใบรับรองแบบไหน? อย่างไรแล้ว ความพร้อมในการให้แรงงานที่นายจ้างประสงค์จะว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเข้ารับการอบรมหรือทดสอบวิชาชีพ ยังมีปัญหา ขณะที่แรงงานต่างชาติจำนวนมากมีอายุงานสะสมใกล้ครบกำหนด 12 ปีหรือ 14 ปี บางคนครบแล้วได้รับอนุญาตขยายสัญญา โดยกำหนดเวลาที่อนุญาตให้แรงงานต่างชาติขยายสัญญาจ้างกับนายจ้างเดิมได้อีก 1 ปี ก่อนครบกำหนดสัญญาภายในวันที่ 30 มิ.ย. 65 ใกล้เข้ามาทุกที ทำให้นายจ้างและแรงงานต่างชาติจำนวนมากร้อนรนกังวลใจ

มาตรฐานแรงงานกึ่งฝีมือมีสูงเกินไป กระทรวงแรงงานพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 12 หรือ 14 ปี หลัง 30 มิ.ย. 65 ขยายการต่อสัญญากับนายจ้างเดิมได้อีก

      เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยขณะประชุมชี้แจงรายละเอียดและขั้นตอนการยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือต่อนายจ้างและบริษัทจัดหางานเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า จะพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 12 หรือ 14 ปี ที่ครบสัญญาหลัง 30 มิ.ย. 65 สามารถขยายการต่อสัญญากับนายจ้างเดิมได้ต่อไป แต่รายละเอียดต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

นายจ้างจำนวนมากต้องการว่าจ้างผู้อนุบาลเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ แต่ไม่มีที่สอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน

        กฎหมายการจ้างงานของไต้หวันกำหนดให้แรงงานต่างชาติภาคการผลิตสามารถทำงานในไต้หวันได้ รวมสะสมแล้วไม่เกิน 12 ปี ส่วนแรงงานต่างชาติภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่ผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน ทำงานในไต้หวันได้รวมสะสมแล้วไม่เกิน 14 ปี แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศยังคงมีความรุนแรง การเดินทางระหว่างประเทศมีอุปสรรคและมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อโควิดจากการเคลื่อนย้าย กระทรวงแรงงานไต้หวัน จึงประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2563  อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดระยะเวลา 12 ปีสำหรับแรงงานในภาคการผลิต และครบ 14 ปีสำหรับแรงงานภาคสวัสดิการสังคม สามารถต่อสัญญากับนายจ้างเดิมต่อไปได้ครั้งละ 3 เดือน 2 ครั้ง และ 6 เดือน 2 ครั้ง รวมแล้ว 4 ครั้ง และก่อนครบกำหนดวันที่ 30 มิถุนายน 64 กระทรวงแรงงานได้ประกาศ อนุญาตให้ขยายการต่อสัญญาจ้างต่อไปได้เป็นครั้งที่ 5 อีก 1 ปี กล่าวคือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดระยะเวลา 12 ปี หรือ 14 ปี ช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 64 - 30 มิถุนายน 65 สามารถต่อสัญญากับนายจ้างเดิมต่อไปได้อีก 1 ปี และกำหนดเวลาดังกล่าว ใกล้จะหมดเขตแล้ว กระทรวงแรงงานจึงพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 12 หรือ 14 ปี หลัง 30 มิ.ย. 65 ขยายการต่อสัญญากับนายจ้างเดิมได้อีกต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียด อาทิ ขยายระยะเวลานานเท่าไหร่ ฯลฯ ต้องรอกระทรวงแรงงานประกาศอย่างเป็นทางการ

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถานในเถาหยวน

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti