ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563


Listen Later

1. น่าชื่นชม แรงงานไทยได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นภาคการผลิต นครนิวไทเป ร่วมกับแรงงานท้องถิ่น

      ทุกเมืองในไต้หวัน จะมีการคัดเลือกแรงงานดีเด่นประจำปี และส่วนใหญ่จะแยกแรงงานต่างชาติออกจากแรงงานท้องถิ่น หมายถึงมีโควตาของแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะ แต่สำหรับนครนิวไทเป ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดและมีประชากรมากสุดในไต้หวัน ไม่มีการแยก ต้องแข่งขันกับแรงงานท้องถิ่น โดยจะแบ่งตามประเภทของกิจการ ดังนั้นโอกาสที่แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตจะได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นประจำปีของนครนิวไทเป จะต้องเป็นแรงงานต่างชาติที่มีผลงานเข้าตากรรมส่วนใหญ่

นายธีระ ขทุม แรงงานไทยจากอุดรธานี ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นประจำปี 2563 ของนครนิวไทเป ถ่ายภาพร่วมกับนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป

      สำหรับปีนี้ เดิมมีกำหนดจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแรงงานดีเด่นก่อนวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงเลื่อนมาจัดพิธีมอบในวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยในปีนี้ มีแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติในกิจการต่างๆ ทั้งภาคการผลิต ภาคบริการ ภาคสวัสดิการสังคม รวมถึงโชเฟอร์ขับรถขนส่งสาธารณะ อย่างโชเฟอร์รถแท็กซี่ รวมทั้งหมด 249 คน ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่น ในภาคการผลิต มีแรงงานต่างชาติได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นร่วมกับแรงงานท้องถิ่น 2 คน และ 1 ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย อีกรายหนึ่งเป็นแรงงานเวียดนาม ในภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่ผู้อนุบาล มีแรงงานต่างชาติได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่น 6 คน

นายธีระ ขทุม แรงงานไทยจากอุดรธานี ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นประจำปี 2563 ของนครนิวไทเป ถ่ายภาพร่วมกับนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป

      แรงงานไทยที่ได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นประจำปี 2563 ของนครนิวไทเป ได้แก่นายธีระ ขทุม อายุ 42 ปี มาจากจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาทำงานที่บริษัท SHEEN LIGHT PRECISION TECHNOLOGY CO., LTD. เป็นเวลาร่วม 12 ปีแล้ว โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหลินโข่ว นครนิวไทเป เป็นโรงงานแปรรูปชิ้นส่วนโลหะ ว่าจ้างแรงงานไทย 10 กว่าคน หัวหน้างานชมนายธีระฯ ว่าเป็นแรงงานที่ทำงานขยัน จริงจัง มีความรับผิดชอบสูงและให้ความร่วมมือกับโรงงานเป็นอย่างดี นายจ้างและบริษัทจัดหางานจึงส่งเข้าประกวดเป็นแรงงานดีเด่นประจำปี และได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นประจำปี 2563 ของนครนิวไทเป ซึ่งปีนี้ มีแรงงานต่างชาติภาคการผลิตได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นร่วมกับแรงงานท้องถิ่นเพียง 2 คน อีก 1 คนเป็นแรงงานเวียดนามจากบริษัทซันโย อิเลคทริคในนครนิวไทเป ส่วนแรงงานดีเด่นภาคสวัสดิการสังคมได้แก่ผู้อนุบาล มี 7 คน ในจำนวนนี้แรงงานอินโดนีเซีย 5 คน เวียดนาม 1 คนและฟิลิปปินส์ 1 คน

นายธีระ ขทุม แรงงานไทยจากอุดรธานี ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นประจำปี 2563 ของนครนิวไทเป

      นายโหว โหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเปกล่าวในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแรงงานดีเด่นว่า ในนครนิวไทเปมีผู้ใช้แรงงาน 2.07 ล้านคน แรงงานทุกคนร่วมกันพัฒนานครนิวไทเป คาดว่าในปีค.ศ. 2030 นครนิวไทเปจะเปลี่ยนโฉมใหม่อย่างแน่นอน

      นครนิวไทเป เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในไต้หวัน คือมีจำนวนมากกว่า 4 ล้านคน และมีจำนวนแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ถึงมากเป็นอันดับ 3 ของไต้หวัน ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 63 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติจำนวน 703,517 คน ทำงานอยู่ในพื้นที่นครนิวไทเป 96,337 คน แบ่งเป็นภาคการผลิต 53,723 ภาคสวัสดิการสังคม 42,614 คน รองจากอันดับ 1 นครเถาหยวนที่มี 114,596 คน อันดับ 2 นครไทจงที่มี 102,654 คน โดยในนครนิวไทเปมีแรงงานไทยทำงานอยู่จำนวน 7,005 คน ส่วนใหญ่หรือ 6,593 คนทำงานอยู่ในภาคการผลิต ส่วนแรงงานไทยที่ทำงานเป็นผู้อนุบาลในนครนิวไทเปมีเพียง 52 คน

นายธีระ ขทุม แรงงานไทยจากอุดรธานี ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นประจำปี 2563 ของนครนิวไทเป

2. โกงมโหฬาร! จับแล้วผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ ถูกจับคดีตุ๋นมือถือ 350 เครื่องยังไม่ทันจบ ตั้งแก๊งหลอกเงินโอนแบบลงทุนของเพื่อนร่วมชาติไปอีกกว่า 80 ล้านเหรียญไต้หวัน

      นางสาวเนลซ่า (Nelsa) แรงงานฟิลิปปินส์ เคยถูกจับช่วงระหว่าง 2560-2561 ข้อหาหลอกซื้อโทรศัพท์มือถือจากเพื่อนร่วมชาติ โดยอ้างว่าช่วยเพื่อนแรงงานฟิลิปปินส์เช่นกันซื้อมือถือ แต่เมื่อได้ของแล้วจ่ายเงินเพียงงวดเดียวแล้วหลบหน้า ถูกเพื่อนที่ได้รับความเสียหายแจ้งจับ อัยการศาลท้องถิ่นนครไทจงสั่งฟ้องข้อหาช่อโกง คดียังไม่ทันจบ ระหว่างรอการตัดสินของศาล ในปี 2562 ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งต้มตุ๋นใน 6 เมืองใหญ่ ใช้สื่อโซเชียลโฆษณาให้บริการโอนเงินใต้ดินประเภทลงทุนได้ดอกเบี้ยสูง มีเพื่อนร่วมชาติหลงคารมส่งเงินแบบลงทุนแล้วกว่า 80 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ถึงกำหนดเวลากลับหลบหน้า เจ้าทุกข์ซึ่งเป็นแรงงานฟิลิปปินส์ตกเป็นเหยื่อกว่า 200 คน สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นไทจง สนธิกำลังตำรวจตรวจค้นบ้านเช่าของนางสาวเนลซ่า ยึดของกลางเป็นบัญชีเงินโอนหลายเล่ม ควบคุมตัวผู้อนุบาลมหาภัยรายนี้พร้อมพวกดำเนินคดี ข้อหาทำผิดกฎหมายการธนาคารและช่อโกง

นางสาวเนลซ่า (Nelsa) แรงงานฟิลิปปินส์ ผู้อนุบาลมหาภัย ปีครึ่งโกงเงินเพื่อนร่วมชาติไปแล้ว 80 ล้านเหรียญไต้หวัน มีผู้เสียหายหลายร้อยคน

      โฆษกสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นนครไทจงแถลงว่า นางสาวเนลซ่า (Nelsa) อายุ 32 ปี แรงงานฟิลิปปินส์ ซึ่งเดินทางมาหากินกับเพื่อนร่วมชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ด้วยการใช้ตำแหน่งผู้อนุบาลบังหน้า ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ต่อมาเมื่อเดือนตุลาคมปี 2561 รู้จักกับผู้อนุบาลฟิลิปปินส์เช่นกันและทำธุรกิจเสริมด้วยการขายโทรศัพท์มือในกรุงไทเป โดยอ้างว่ามีคนบ้านเดียวกันทำงานอยู่ในหลายโรงงาน ต้องการฝากซื้อโทรศัพท์มือถือ โดยขอแบ่งจ่ายค่าโทรศัพท์เป็น 3 งวด เมื่อได้เงินแล้ว จะจ่ายคนขายทันที ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้ ทยอยส่งมือถือใหม่ให้นางสาวเนลซ่าจนครบ 50 เครื่อง แต่เนลซ่าจ่ายเงินให้ผู้ขายเพียงงวดแรกก็หายตัวไปติดต่อไม่ได้ และยังใช้กลโกงอย่างเดียวกันหลอกเพื่อนผู้อนุบาลที่ไถหนานซึ่งทำธุรกิจเสริมขายโทรศัพท์มือถืออีก ได้มือถือปรมาณ 200 เครื่อง และหลอกเพื่อนผู้อนุบาลในไทเปอีก 1 ราย ได้โทรศัพท์มือถือ 91 เครื่อง รวมทั้งหมด 350 เครื่อง ผู้อนุบาลทั้ง 3 รายแจ้งความจับนางสาวเนลซ่าข้อหาช่อโกง

นางสาวเนลซ่า (Nelsa) แรงงานฟิลิปปินส์ ผู้อนุบาลมหาภัย ปีครึ่งโกงเงินเพื่อนร่วมชาติไปแล้ว 80 ล้านเหรียญไต้หวัน มีผู้เสียหายหลายร้อยคน

      คดีนี้สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นนครไทจงได้สั่งฟ้องและคดียังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่อัยการตรวจพบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2562 นางสาวเนลซ่า ร่วมกับแรงงานฟิลิปปินส์อื่นๆ อีกหลายคน ตั้งแก๊งต้มตุ๋นในเมืองใหญ่ 6 แห่ง ทั้งไทเป เถาหยวน ไทจง เจียอี้ ไถหนานและเกาสง โดยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กและเมสเซ็นเจอร์ โฆษณาว่า ให้บริการโอนเงินกลับบ้านแบบลงทุนดอกเบี้ยสูง กล่าวคือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินเหรียญไต้หวันกับเงินเปโซของฟิลิปปินส์ในปัจจุบันอยู่ที่ 1 เหรียญไต้หวันแลก 1.68 เปโซ ใครที่จะโอนเงินกลับบ้าน หากยอมลงทุน 1 เดือน แล้วค่อยโอนเงินกลับบ้าน จะได้เพิ่มจาก 1.68 เปโซเป็น 2.5 เปโซ เท่ากับโอน 10,000 เหรียญไต้หวัน 1 เดือนให้หลังส่งถึงบ้านจะได้เงินสูงถึง 25,000 เปโซ จากปกติที่ได้เพียง 16,800 เปโซ และหากโอนเงินแบบฝากไว้ 75 วันถึงบ้าน 1 เหรียญไต้หวันจะได้สูงถึง 6 เปโซ หรือโอนเงินกลับบ้าน 10,000 เหรียญไต้หวัน 75 วันให้หลังส่งถึงบ้านจะได้เงินสูงถึง 60,000 เปโซ ได้ผลตอบแทนมากถึง 3.6 เท่า สูงจนน่าตกใจ เป็นเหตุให้แรงงานฟิลิปปินส์จากโรงงานต่างๆ จำนวนกว่า 200 คน แห่โอนเงินกลับบ้านแบบลงทุนที่ว่านี้มากถึง 80 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่เมื่อครบกำหนดเวลา ทางบ้านกลับไม่ได้รับเงินโอนเลยแม้แต่แดงเดียว จึงแจ้งความต่อสำนักงานแรงงานฟิลิปปินส์ทั้งที่ไทเปและสาขาไทจง สำนักงานแรงงานฟิลิปปินส์ได้แจ้งความต่อตำรวจ จนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นไทจง นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเช่าของผู้อนุบาลมหาภัยรายนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตเป่ยถุน นครไทจง จับกุมนางสาวเนลซ่าพร้อมพวกได้ทั้งแก๊ง ยึดของกลางเป็นบัญชีของลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อหลายเล่ม หลังสอบปากคำ อัยการเห็นว่า ผู้ต้องหามีความเป็นไปได้ที่จะมีการหลบหนีและทำลายหลักฐาน จึงยื่นขอตอศาลควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ตำรวจยึดสมุดบัญชีผู้เสียหายได้หลายเล่ม

      แรงงานต่างชาติในไต้หวัน แต่ละชาติต่างก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไป สำหรับแรงงานฟิลิปปินส์แล้ว คดีหลอกเอาเงินหรือต้มตุ๋นแรงงานชาติเดียวกันเกิดขึ้นมากที่สุด อย่างเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา เคยมีแก๊งหลอกเอาเงินในทำนองเดียวกัน โดยหัวโจกเป็นชาวฟิลิปปินส์ถูกจับถึง 3 แก๊ง ขบวนการนอกกฎหมายเหล่านี้หลอกเงินแรงงานชาติเดียวกันเป็นการเฉพาะ ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจมีชาวไต้หวันชักใยอยู่เบื้องหลัง สำหรับกลโกงของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้อนุบาล เดิมเปิดรับโอนเงินใต้ดินให้กับคนบ้านเดียวกันอยู่แล้ว ขยับขยายกิจการใหญ่โต อาศัยเฟซบุ๊กโฆษณาและสร้างแรงจูงใจความอยากรวย โดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนมากๆ กับการลงทุนในระยะสั้นๆ ใครที่จะโอนเงินกลับประเทศ หากยินยอมออมเงินหรือลงทุนเป็นเวลา 2 เดือน ผลตอบแทนหรือเงินที่จะโอนกลับบ้านจะเพิ่มจาก 10,000 เหรียญ เป็น 20,000-60,000 เหรียญ เท่ากับว่า 2 เดือน ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันเพิ่มขึ้น 1-6 เท่าตัว แรงงานฟิลิปปินส์จำนวนมากหลงเชื่อ ลงทุนในครั้งหรือ 2 ครั้งแรก ส่งเงินกลับบ้านได้รับเงินตามคำโฆษณาจริง ทำให้เหยื่อตายใจและเชื่อสนิท แต่เมื่อเพิ่มวงเงินลงทุนมากขึ้น ก็จะถูกหลอกเงียบหายไป สูญเงินโดยไม่รู้จะไปเรียกร้องคืนได้จากใคร

3 ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์หัวโจกแก๊งโกงเงินเพื่อนร่วมชาติถูกจับเมื่อปี 2562

      แม้เรื่องนี้จะเกิดขึ้นในกลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ แต่แรงงานไทยอย่างชะล่าใจ อาจตกเป็นเหยื่อจากกลโกงต่างๆ ได้ พึงจำไว้ว่า ความโลภ ความอยากมี อยากได้ คือต้นตอสำคัญที่ทำให้คนเราถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ใช้เหตุผลเข้าไปชักจูงและชักชวนให้นำเงินมาลงทุนหวังผลตอบแทนก้อนโต แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการลงทุนอะไรที่จะให้ผลตอบแทนสูงๆ ในเวลาอันรวดเร็ว หากใครไม่อยากเป็นเบี้ยก็ควรยั้งคิดก่อนตัดสินใจ เพราะการลงทุนไม่ง่าย คนส่วนใหญ่แพ้ความโลภ ความสำเร็จชั่วข้ามคืน หรือการลงทุนอะไรก็ตาม ที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ ไม่มี เป็นการหลอกลวงทั้งหมด ขอย้ำเตือนว่าต้องระวังไม่ควรหลงเชื่ออะไรง่ายๆ

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti