
Sign up to save your podcasts
Or


1. สายด่วน 1955 เผย ปี 2564 รับเรื่องร้องทุกข์จากแรงงานต่างชาติ 2.5 แสนคน/ครั้ง ช่วยทวงคืนเงินค้างจ่าย 125 ล้านเหรียญ แรงงานเวียดนามใช้บริการมากสุด 42.7% แรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.7%
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ส่งผลให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติโทรศัพท์ขอรับความช่วยเหลือจากสายด่วนคุ้มครองแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยตลอดปี 2564 มีแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ใช้บริการสูงถึง 254,617 คน/ครั้ง ขณะที่ปี 2563 ให้บริการ 209,641 คน/ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่าปี 2562 ก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิดที่มีจำนวนผู้ใช้บริการ 186,014 คน/ครั้ง กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่โทรไปสอบถามข้อมูลและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรคโควิด
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ตลอดปี 2564 มีแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 จำนวนทั้งสิ้น 254,617 คน/ครั้ง ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่หรือ 229,506 คน/ครั้ง เป็นการโทรศัพท์ปรึกษาและสอบถามข้อมูล ส่วนที่ร้องทุกข์ทั่วไปมี 24,131 คน/ครั้ง ร้องทุกข์ฉุกเฉิน 980 คน/ครั้ง และตลอดปี 2564 แรงงานต่างชาติขอความช่วยเหลือและได้รับการย้ายงานหรือย้ายนายจ้างใหม่แล้วจำนวน 3,210 ราย ทวงคืนเงินค้างจ่ายจากนายจ้าง 3,761 เรื่อง ยอดจำนวนเงินที่ทวงคืนได้ 125,752,765 เหรียญไต้หวัน
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปี 2564 มีผู้ใช้บริการสายด่วน 1955 มากกว่าปี 2563 จำนวน 44,976 สาย ส่วนใหญ่สอบถามข้อมูลและมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันโรคโควิด-19 ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงเพิ่มบริการให้ข้อมูลข่าวสารในรูปตัวอักษรผ่านไลน์ของ 1955 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 64 นอกจากนี้ ผู้ใช้ไลน์ 1955 ยังสามารถสอบถามข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยมีล่าม 4 ภาษาคอยตอบคำถามในรูปตัวอักษรช่วงเวลา 07.30-23.00 น. ทุกวัน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 พบว่า แรงงานต่างชาติที่ใช้บริการ กว่าครึ่งหรือ 53.3% โทรศัพท์ในช่วงนอกเวลาทำงาน ซึ่งรวมวันหยุดและกลางคืน แรงงานที่โทรศัพท์ใช้บริการมากสุดได้แก่ เวียดนาม 42.7% ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 12.1% ฟิลิปปินส์ 9.6% ส่วนแรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.7% นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว สายด่วน 1955 ยังเปิดให้ชาวไต้หวันใช้บริการด้วย มีชาวไต้หวันโทรศัพท์ใช้บริการ 31.7% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายจ้างและบริษัทจัดหางาน สอบถามเกี่ยวกับกฎระเบียบและข้อบังคับด้านการบริหารแรงงานต่างชาติ
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
ส่วนประเด็นปัญหาที่ผู้ใช้บริการสอบถามมากที่สุด ได้แก่ 31.2% ขอทราบและยืนยันข้อมูลข่าวสาร ตามด้วยร้องเรียนเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญาจ้าง ได้แก่ค่าอาหาร ที่พัก ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ถูกสั่งให้ไปทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต การลดขนาดกิจการของนายจ้าง ถูกบังคับส่งกลับประเทศและค่าเดินทางกลับประเทศเป็นต้น รวมทั้งสิ้น 23.2%
กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 นอกจากเป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีบริการแปลภาษาด้านการรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาด้านการทำงานและการใช้ชีวิตในไต้หวัน ยังเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว ปัจจุบัน ยังให้บริการนายจ้าง บริษัทจัดหางาน และแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานต่างชาติ
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode คลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc หรือคลิกลิงก์เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารสำหรับแรงงานต่างชาติที่ https://fw.wda.gov.tw/wda-employer/home/index?locale=th จะสามารถเข้าร่วมกลุ่มไลน์ 1955 เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 และสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติได้แบบเรียลไทม์ทันที
เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode หรือคลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc
2. น่าชื่นชม! แรงงานไทยที่เหมียวลี่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศประจำปีนี้ เตรียมเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินพร้อมกับแรงงานดีเด่นอื่นๆ
1 พ.ค. เป็นวันแรงงานแห่งชาติของไต้หวันและเป็นวันแรงงานสากล ก่อนถึงวันสำคัญของผู้ใช้แรงงานในวันนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันจะจัดประกวดแรงงานดีเด่นระดับประเทศเป็นประจำทุกปี โดยให้กองแรงงานท้องถิ่น สหภาพแรงงาน องค์กรตัวแทนของนายจ้างและองค์กร NGO เป็นผู้คัดเลือกเบื้องต้นและส่งเข้าประกวด เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าประกวดแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนกระทรวงแรงงานและนักวิชาการเป็นผู้ประเมินและคัดเลือกแรงงานดีเด่นต่อไป และที่ผ่านมา แรงงานดีเด่นระดับประเทศ จะเป็นแรงงานท้องถิ่นจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต บริการและธุรกิจต่างๆ จำนวน 51 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับวันและเดือนของวันแรงงานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ได้เพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติเป็นครั้งแรกจำนวน 5 คน และปีนี้ก็เช่นกัน มีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศจำนวน 5 คน จากภาคการผลิต 3 คน และภาคสวัสดิการสังคม 2 คน
ชัยณรงค์ ไชยขันธุ์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 (ภาพจาก คุณชัยณรงค์)
ผลการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศในภาคการผลิต 3 คน มีแรงงานไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ชาติละ 1 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคม เป็นผู้อนุบาลเวียดนามและอินโดนีเซียชาติละ 1 คน
สำหรับแรงงานไทยที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 ได้แก่ นายชัยณรงค์ ไชยขันธุ์ อายุ 41 ปี มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางมาทำงานที่บริษัท CHIN CHIH METAL INDUSTRIAL CO., LTD. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ด้วยกระบวนการขึ้นรูปชิ้นงานโดยมีวัสดุตั้งต้นเป็นผงเหล็ก อัดหรือปั้มให้ได้รูปทรงที่ต้องการแล้วนําไปเพิ่มความร้อนเพื่อให้ผงและส่วนผสมอื่นประสานติดกันเป็นชิ้นงานของแข็ง ตั้งอยู่ที่เมืองเหมียวลี่
ภาพขณะทำงาน จากคุณชัยณรงค์
คณะกรรมการตัดสินที่ให้คะแนนกล่าวแนะนำแรงงานดีเด่นสัญชาติไทยรายนี้ว่า เดินทางมาทำงานในไต้หวันกว่า 10 ปี เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ใจกว้าง โอบอ้อมอารี และเป็นผู้มีจิตบริการ หลังผ่านการฝึกฝนงานในโรงงาน นายชัยณรงค์ไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะของตนเอง ยังเป็นผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางและได้เป็นวิทยากร ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ฝึกอบรมแรงงานต่างชาติที่มาใหม่ และดูแลช่วยเหลือความเป็นอยู่ของเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นที่รักและชื่นชมจากนายจ้าง หัวหน้างาน รวมทั้งเพื่อนร่วมงานทั้งที่เป็นแรงงานไทยและแรงงานชาวไต้หวัน ในระหว่างการทำงานหากประสบปัญหา นายชัยณรงค์จะแจ้งและหารือกับผู้บังคับบัญชาเพื่อให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการต่อ และสามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ ในส่วนของการผลิต เขายังได้เสนอแนวคิดหลายอย่างที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ถือเป็นบุคลากรที่มีสำคัญต่อบริษัทและยังเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อภาคอุตสาหกรรมของไต้หวันอีกด้วย
ภาพขณะทำงาน จากคุณชัยณรงค์
พิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศปีนี้ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 เมษายนนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่น จะได้รับประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญ หลังเสร็จพิธี เข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวในกรุงไทเปพร้อมผู้ติดตาม 1 คน ในวันถัดไป คือวันที่ 28 เมษายน มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินที่ทำเนียบประธานาธิบดีด้วย
นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (ซ้ายมือ) มอบโล่และของที่ระลึกแก่นายชัยณรงค์ (กลาง) ส่วนคนขวามือเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน
ก่อนถึงพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณของกระทรวงแรงงาน นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ ได้ให้นายชัยณรงค์และผู้บริหารของโรงงานเข้าพบ โดยมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและของรางวัล พ่อเมืองเหมียวลี่ผู้นี้กล่าวด้วยความชื่นชมว่า นายชัยณรงค์ เป็นแรงงานต่างชาติคนแรกในเมืองเหมียวลี่ ที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ ถือเป็นเกียรติของเมืองเหมียวลี่ด้วย
นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (คนที่ 2 จากซ้าย) มอบโล่และของที่ระลึกแก่นายชัยณรงค์ (กลาง) ส่วนคนที่ 2 จากขวาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน
ก็ขอปรบมือชื่นชม แรงงานไทยที่ทำงานดี ได้รับความไว้วางใจและได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ เป็นการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ให้กับแรงงานไทยโดยรวม
3. เกิดอะไรขึ้น? ช่วงเวลา 20 วัน มีแรงงานไทยฆ่าตัวตายถึง 6 ราย วอนร่วมหยุด“การฆ่าตัวตาย”ทุกปัญหามีทางออก แนะรับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ
วันที่ 31 มีนาคม - 20 เมษายน ที่ผ่านมา ช่วงระยะเวลาเพียง 20 วัน มีแรงงานไทยทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตัวเองไปแล้ว 6 ราย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัญหาส่วนตัว อาทิ สุขภาพและความรัก จิตแพทย์แนะนำ รับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ เพราะเพียงนาที ชีวิตเปลี่ยนได้
วอนร่วมหยุด“การฆ่าตัวตาย”ทุกปัญหามีทางออก แนะรับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ
รายแรกเกิดขึ้น ที่โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จที่นครเกาสง ผู้ตายเป็นแรงงานไทยเพศชาย อายุ 46 มาจากจังหวัดเลย เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตั้งแต่ปี 2561 เมื่อเช้าวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อนร่วมหอพบแรงงานไทยรายนี้ฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอหมดลมหายใจแล้ว รายที่ 2 เป็นแรงงานไทยอายุ 32 ปี มาจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่เมืองอี๋หลาน แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ในวันเกิดเหตุ เมื่อเที่ยงวันที่ 5 เมษายน แรงงานไทยรายนี้ ไปดื่มสุราและรับประทานอาหารที่ร้านอาหารไทย ตรงข้ามกับโรงงานเก่าที่หลบหนีออกมา แต่ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. มีคนพบแรงงานไทยรายนี้ ผูกคอฆ่าตัวตายแล้วในร้านอาหาร ตำรวจกล่าวว่า จากการสอบปากคำเพื่อนร่วมวงเหล้า น่าจะมีสาเหตุมาจากผิดหวังในความรัก รายที่ 3 เป็นแรงงานไทยอายุ 48 ปี มาจากจังหวัดขอนแก่นเช่นกัน ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตรถจักรยานชื่อดังในเมืองจางฮั่ว เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา มีคนไปพบผูกคอตายในเล้าเป็ด จึงแจ้งหัวหน้างานของโรงงานและแจ้งให้ญาติทราบ และรายสุดท้ายเกิดขึ้นที่ซินจู๋ เป็นแรงงานไทย อายุ 47 ปี มาจากจังหวัดลำปาง เมื่อวันศุกร์ที่ 8 เมษายน ลาป่วย 1 วันโดยบอกว่า ปวดที่คอและมือชา นายจ้างอนุญาตให้ลาและกำชับให้ไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจดูว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ แรงงานไทยรายนี้รับว่าจะไปหาหมอ ในวันต่อมา เป็นวันหยุด เพื่อน ๆ ในโรงงานฉลองวันสงกรานต์ล่วงหน้า ด้วยการปิ้งย่างอาหารกินกันในโรงงาน ตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่แรงงานไทยรายนี้ไม่เข้าร่วม จนถึงเกือบเที่ยงคืนในวันเดียวกัน เพื่อน ๆ ได้ยินเสียงดนตรีดังลั่นจากห้องนอนของแรงงานไทยรายนี้ เคาะประตูแต่ไม่มีการตอบรับ ประตูห้องก็เปิดไม่ได้ จึงแจ้งความ พบแรงงานไทยรายนี้ลากตู้เย็นในห้องมาดันประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามา ขณะที่เจ้าตัวใช้สายไฟพันคอตัวเองตายบนโซฟา ตำรวจตรวจดูสภาพศพคาดเสียชีวิตแล้วกว่า 8 ชม.......
มีปัญหาควรหาทางระบายหรือปรึกษากับคนที่เรารู้จัก อย่าเก็บกดไว้คนเดียว
มีปัญหาควรหาทางระบายหรือปรึกษากับคนที่เรารู้จัก อย่าเก็บกดไว้คนเดียว ปัญหาทุกอย่างล้วนมีทางออก ไม่ควรแก้ปัญหาโดยวิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจะทำให้คนข้างหลังเศร้าโศกเสียใจ กระทั่งเดือดร้อน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายแต่ละครั้ง จะส่งผลกระทบต่อคนใกล้เคียงอย่างน้อย 6 คน หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงงานจะมีผลกระทบต่อคนได้เป็นจำนวนมาก ปัญหาเรื่องการฆ่าตัวตาย ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากความถี่ของปัญหามีมากขึ้นกว่าในอดีต รวมทั้งระดับความเครียด ความกดดันที่สูงขึ้นของผู้คนในสังคม ในขณะที่ความแข็งแรงของสุขภาพจิตที่ลดลง
ผู้มีปัญหาทุกข์ใจ และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้ น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยได้
จิตแพทย์แนะนำว่า การรับฟังและเคียงข้างผู้ที่มีภาวะที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย แม้เพียงเวลาเล็กน้อย หรือเพียง 24 ชม. ก็อาจช่วยให้เขาเปลี่ยนความคิดให้ดีขึ้น และยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ขอแนะนำผู้มีปัญหาทุกข์ใจ และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้ น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยได้ ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ หรืออึดอัดใจที่จะเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง ให้โทรปรึกษากับสำนักงานแรงงานไทยได้ การแก้ปัญหาคนเดียวเราอาจมองอะไรไม่รอบด้านหรืออาจมองผิดพลาดไปได้ การได้คุยกับคนที่มีประสบการณ์กับเรื่องเหล่านี้มามาก จะทำให้เราได้คำแนะนำหรือแนวทางในการช่วยเหลือที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ อย่าใช้วิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจะทำให้ญาติพี่น้องทุกข์ร้อน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องเพื่อนแรงงานไทย ควรจะช่วยกันสังเกตเพื่อนรอบข้างเราที่อาจฆ่าตัวตาย ซึ่งจะปรากฏสัญญาณดังนี้ :
แยกตัวจากเพื่อนฝูง มีอาการซึมเศร้า เช่น ไม่ค่อยสนใจสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ดูเศร้า สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย การกิน การนอนเปลี่ยนแปลง ไม่มีเรี่ยวแรง ชอบตำหนิตัวเอง มีความคิดหรือจินตนาการเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายบ่อยๆ พูด เขียน เอ่ยถึงการตาย เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว มีความรู้สึกหมดหวัง สิ้นหวัง บริจาคของของตนให้ผู้อื่น และสนใจที่จะทำพินัยกรรมหรือประกันชีวิต
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. สายด่วน 1955 เผย ปี 2564 รับเรื่องร้องทุกข์จากแรงงานต่างชาติ 2.5 แสนคน/ครั้ง ช่วยทวงคืนเงินค้างจ่าย 125 ล้านเหรียญ แรงงานเวียดนามใช้บริการมากสุด 42.7% แรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.7%
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ส่งผลให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติโทรศัพท์ขอรับความช่วยเหลือจากสายด่วนคุ้มครองแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยตลอดปี 2564 มีแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ใช้บริการสูงถึง 254,617 คน/ครั้ง ขณะที่ปี 2563 ให้บริการ 209,641 คน/ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่าปี 2562 ก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิดที่มีจำนวนผู้ใช้บริการ 186,014 คน/ครั้ง กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่โทรไปสอบถามข้อมูลและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรคโควิด
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ตลอดปี 2564 มีแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 จำนวนทั้งสิ้น 254,617 คน/ครั้ง ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่หรือ 229,506 คน/ครั้ง เป็นการโทรศัพท์ปรึกษาและสอบถามข้อมูล ส่วนที่ร้องทุกข์ทั่วไปมี 24,131 คน/ครั้ง ร้องทุกข์ฉุกเฉิน 980 คน/ครั้ง และตลอดปี 2564 แรงงานต่างชาติขอความช่วยเหลือและได้รับการย้ายงานหรือย้ายนายจ้างใหม่แล้วจำนวน 3,210 ราย ทวงคืนเงินค้างจ่ายจากนายจ้าง 3,761 เรื่อง ยอดจำนวนเงินที่ทวงคืนได้ 125,752,765 เหรียญไต้หวัน
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปี 2564 มีผู้ใช้บริการสายด่วน 1955 มากกว่าปี 2563 จำนวน 44,976 สาย ส่วนใหญ่สอบถามข้อมูลและมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันโรคโควิด-19 ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงเพิ่มบริการให้ข้อมูลข่าวสารในรูปตัวอักษรผ่านไลน์ของ 1955 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 64 นอกจากนี้ ผู้ใช้ไลน์ 1955 ยังสามารถสอบถามข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยมีล่าม 4 ภาษาคอยตอบคำถามในรูปตัวอักษรช่วงเวลา 07.30-23.00 น. ทุกวัน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 พบว่า แรงงานต่างชาติที่ใช้บริการ กว่าครึ่งหรือ 53.3% โทรศัพท์ในช่วงนอกเวลาทำงาน ซึ่งรวมวันหยุดและกลางคืน แรงงานที่โทรศัพท์ใช้บริการมากสุดได้แก่ เวียดนาม 42.7% ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 12.1% ฟิลิปปินส์ 9.6% ส่วนแรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.7% นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว สายด่วน 1955 ยังเปิดให้ชาวไต้หวันใช้บริการด้วย มีชาวไต้หวันโทรศัพท์ใช้บริการ 31.7% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายจ้างและบริษัทจัดหางาน สอบถามเกี่ยวกับกฎระเบียบและข้อบังคับด้านการบริหารแรงงานต่างชาติ
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
ส่วนประเด็นปัญหาที่ผู้ใช้บริการสอบถามมากที่สุด ได้แก่ 31.2% ขอทราบและยืนยันข้อมูลข่าวสาร ตามด้วยร้องเรียนเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญาจ้าง ได้แก่ค่าอาหาร ที่พัก ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ถูกสั่งให้ไปทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต การลดขนาดกิจการของนายจ้าง ถูกบังคับส่งกลับประเทศและค่าเดินทางกลับประเทศเป็นต้น รวมทั้งสิ้น 23.2%
กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 นอกจากเป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีบริการแปลภาษาด้านการรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาด้านการทำงานและการใช้ชีวิตในไต้หวัน ยังเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว ปัจจุบัน ยังให้บริการนายจ้าง บริษัทจัดหางาน และแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานต่างชาติ
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด
เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode คลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc หรือคลิกลิงก์เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารสำหรับแรงงานต่างชาติที่ https://fw.wda.gov.tw/wda-employer/home/index?locale=th จะสามารถเข้าร่วมกลุ่มไลน์ 1955 เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 และสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติได้แบบเรียลไทม์ทันที
เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode หรือคลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc
2. น่าชื่นชม! แรงงานไทยที่เหมียวลี่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศประจำปีนี้ เตรียมเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินพร้อมกับแรงงานดีเด่นอื่นๆ
1 พ.ค. เป็นวันแรงงานแห่งชาติของไต้หวันและเป็นวันแรงงานสากล ก่อนถึงวันสำคัญของผู้ใช้แรงงานในวันนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันจะจัดประกวดแรงงานดีเด่นระดับประเทศเป็นประจำทุกปี โดยให้กองแรงงานท้องถิ่น สหภาพแรงงาน องค์กรตัวแทนของนายจ้างและองค์กร NGO เป็นผู้คัดเลือกเบื้องต้นและส่งเข้าประกวด เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าประกวดแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนกระทรวงแรงงานและนักวิชาการเป็นผู้ประเมินและคัดเลือกแรงงานดีเด่นต่อไป และที่ผ่านมา แรงงานดีเด่นระดับประเทศ จะเป็นแรงงานท้องถิ่นจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต บริการและธุรกิจต่างๆ จำนวน 51 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับวันและเดือนของวันแรงงานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ได้เพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติเป็นครั้งแรกจำนวน 5 คน และปีนี้ก็เช่นกัน มีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศจำนวน 5 คน จากภาคการผลิต 3 คน และภาคสวัสดิการสังคม 2 คน
ชัยณรงค์ ไชยขันธุ์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 (ภาพจาก คุณชัยณรงค์)
ผลการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศในภาคการผลิต 3 คน มีแรงงานไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ชาติละ 1 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคม เป็นผู้อนุบาลเวียดนามและอินโดนีเซียชาติละ 1 คน
สำหรับแรงงานไทยที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 ได้แก่ นายชัยณรงค์ ไชยขันธุ์ อายุ 41 ปี มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางมาทำงานที่บริษัท CHIN CHIH METAL INDUSTRIAL CO., LTD. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ด้วยกระบวนการขึ้นรูปชิ้นงานโดยมีวัสดุตั้งต้นเป็นผงเหล็ก อัดหรือปั้มให้ได้รูปทรงที่ต้องการแล้วนําไปเพิ่มความร้อนเพื่อให้ผงและส่วนผสมอื่นประสานติดกันเป็นชิ้นงานของแข็ง ตั้งอยู่ที่เมืองเหมียวลี่
ภาพขณะทำงาน จากคุณชัยณรงค์
คณะกรรมการตัดสินที่ให้คะแนนกล่าวแนะนำแรงงานดีเด่นสัญชาติไทยรายนี้ว่า เดินทางมาทำงานในไต้หวันกว่า 10 ปี เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ใจกว้าง โอบอ้อมอารี และเป็นผู้มีจิตบริการ หลังผ่านการฝึกฝนงานในโรงงาน นายชัยณรงค์ไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะของตนเอง ยังเป็นผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางและได้เป็นวิทยากร ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ฝึกอบรมแรงงานต่างชาติที่มาใหม่ และดูแลช่วยเหลือความเป็นอยู่ของเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นที่รักและชื่นชมจากนายจ้าง หัวหน้างาน รวมทั้งเพื่อนร่วมงานทั้งที่เป็นแรงงานไทยและแรงงานชาวไต้หวัน ในระหว่างการทำงานหากประสบปัญหา นายชัยณรงค์จะแจ้งและหารือกับผู้บังคับบัญชาเพื่อให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการต่อ และสามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ ในส่วนของการผลิต เขายังได้เสนอแนวคิดหลายอย่างที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ถือเป็นบุคลากรที่มีสำคัญต่อบริษัทและยังเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อภาคอุตสาหกรรมของไต้หวันอีกด้วย
ภาพขณะทำงาน จากคุณชัยณรงค์
พิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศปีนี้ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 เมษายนนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่น จะได้รับประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญ หลังเสร็จพิธี เข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวในกรุงไทเปพร้อมผู้ติดตาม 1 คน ในวันถัดไป คือวันที่ 28 เมษายน มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินที่ทำเนียบประธานาธิบดีด้วย
นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (ซ้ายมือ) มอบโล่และของที่ระลึกแก่นายชัยณรงค์ (กลาง) ส่วนคนขวามือเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน
ก่อนถึงพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณของกระทรวงแรงงาน นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ ได้ให้นายชัยณรงค์และผู้บริหารของโรงงานเข้าพบ โดยมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและของรางวัล พ่อเมืองเหมียวลี่ผู้นี้กล่าวด้วยความชื่นชมว่า นายชัยณรงค์ เป็นแรงงานต่างชาติคนแรกในเมืองเหมียวลี่ ที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ ถือเป็นเกียรติของเมืองเหมียวลี่ด้วย
นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (คนที่ 2 จากซ้าย) มอบโล่และของที่ระลึกแก่นายชัยณรงค์ (กลาง) ส่วนคนที่ 2 จากขวาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน
ก็ขอปรบมือชื่นชม แรงงานไทยที่ทำงานดี ได้รับความไว้วางใจและได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ เป็นการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ให้กับแรงงานไทยโดยรวม
3. เกิดอะไรขึ้น? ช่วงเวลา 20 วัน มีแรงงานไทยฆ่าตัวตายถึง 6 ราย วอนร่วมหยุด“การฆ่าตัวตาย”ทุกปัญหามีทางออก แนะรับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ
วันที่ 31 มีนาคม - 20 เมษายน ที่ผ่านมา ช่วงระยะเวลาเพียง 20 วัน มีแรงงานไทยทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตัวเองไปแล้ว 6 ราย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัญหาส่วนตัว อาทิ สุขภาพและความรัก จิตแพทย์แนะนำ รับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ เพราะเพียงนาที ชีวิตเปลี่ยนได้
วอนร่วมหยุด“การฆ่าตัวตาย”ทุกปัญหามีทางออก แนะรับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ
รายแรกเกิดขึ้น ที่โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จที่นครเกาสง ผู้ตายเป็นแรงงานไทยเพศชาย อายุ 46 มาจากจังหวัดเลย เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตั้งแต่ปี 2561 เมื่อเช้าวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อนร่วมหอพบแรงงานไทยรายนี้ฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอหมดลมหายใจแล้ว รายที่ 2 เป็นแรงงานไทยอายุ 32 ปี มาจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่เมืองอี๋หลาน แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ในวันเกิดเหตุ เมื่อเที่ยงวันที่ 5 เมษายน แรงงานไทยรายนี้ ไปดื่มสุราและรับประทานอาหารที่ร้านอาหารไทย ตรงข้ามกับโรงงานเก่าที่หลบหนีออกมา แต่ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. มีคนพบแรงงานไทยรายนี้ ผูกคอฆ่าตัวตายแล้วในร้านอาหาร ตำรวจกล่าวว่า จากการสอบปากคำเพื่อนร่วมวงเหล้า น่าจะมีสาเหตุมาจากผิดหวังในความรัก รายที่ 3 เป็นแรงงานไทยอายุ 48 ปี มาจากจังหวัดขอนแก่นเช่นกัน ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตรถจักรยานชื่อดังในเมืองจางฮั่ว เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา มีคนไปพบผูกคอตายในเล้าเป็ด จึงแจ้งหัวหน้างานของโรงงานและแจ้งให้ญาติทราบ และรายสุดท้ายเกิดขึ้นที่ซินจู๋ เป็นแรงงานไทย อายุ 47 ปี มาจากจังหวัดลำปาง เมื่อวันศุกร์ที่ 8 เมษายน ลาป่วย 1 วันโดยบอกว่า ปวดที่คอและมือชา นายจ้างอนุญาตให้ลาและกำชับให้ไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจดูว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ แรงงานไทยรายนี้รับว่าจะไปหาหมอ ในวันต่อมา เป็นวันหยุด เพื่อน ๆ ในโรงงานฉลองวันสงกรานต์ล่วงหน้า ด้วยการปิ้งย่างอาหารกินกันในโรงงาน ตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่แรงงานไทยรายนี้ไม่เข้าร่วม จนถึงเกือบเที่ยงคืนในวันเดียวกัน เพื่อน ๆ ได้ยินเสียงดนตรีดังลั่นจากห้องนอนของแรงงานไทยรายนี้ เคาะประตูแต่ไม่มีการตอบรับ ประตูห้องก็เปิดไม่ได้ จึงแจ้งความ พบแรงงานไทยรายนี้ลากตู้เย็นในห้องมาดันประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามา ขณะที่เจ้าตัวใช้สายไฟพันคอตัวเองตายบนโซฟา ตำรวจตรวจดูสภาพศพคาดเสียชีวิตแล้วกว่า 8 ชม.......
มีปัญหาควรหาทางระบายหรือปรึกษากับคนที่เรารู้จัก อย่าเก็บกดไว้คนเดียว
มีปัญหาควรหาทางระบายหรือปรึกษากับคนที่เรารู้จัก อย่าเก็บกดไว้คนเดียว ปัญหาทุกอย่างล้วนมีทางออก ไม่ควรแก้ปัญหาโดยวิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจะทำให้คนข้างหลังเศร้าโศกเสียใจ กระทั่งเดือดร้อน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายแต่ละครั้ง จะส่งผลกระทบต่อคนใกล้เคียงอย่างน้อย 6 คน หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงงานจะมีผลกระทบต่อคนได้เป็นจำนวนมาก ปัญหาเรื่องการฆ่าตัวตาย ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากความถี่ของปัญหามีมากขึ้นกว่าในอดีต รวมทั้งระดับความเครียด ความกดดันที่สูงขึ้นของผู้คนในสังคม ในขณะที่ความแข็งแรงของสุขภาพจิตที่ลดลง
ผู้มีปัญหาทุกข์ใจ และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้ น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยได้
จิตแพทย์แนะนำว่า การรับฟังและเคียงข้างผู้ที่มีภาวะที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย แม้เพียงเวลาเล็กน้อย หรือเพียง 24 ชม. ก็อาจช่วยให้เขาเปลี่ยนความคิดให้ดีขึ้น และยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ขอแนะนำผู้มีปัญหาทุกข์ใจ และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้ น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยได้ ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ หรืออึดอัดใจที่จะเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง ให้โทรปรึกษากับสำนักงานแรงงานไทยได้ การแก้ปัญหาคนเดียวเราอาจมองอะไรไม่รอบด้านหรืออาจมองผิดพลาดไปได้ การได้คุยกับคนที่มีประสบการณ์กับเรื่องเหล่านี้มามาก จะทำให้เราได้คำแนะนำหรือแนวทางในการช่วยเหลือที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ อย่าใช้วิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจะทำให้ญาติพี่น้องทุกข์ร้อน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องเพื่อนแรงงานไทย ควรจะช่วยกันสังเกตเพื่อนรอบข้างเราที่อาจฆ่าตัวตาย ซึ่งจะปรากฏสัญญาณดังนี้ :
แยกตัวจากเพื่อนฝูง มีอาการซึมเศร้า เช่น ไม่ค่อยสนใจสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ดูเศร้า สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย การกิน การนอนเปลี่ยนแปลง ไม่มีเรี่ยวแรง ชอบตำหนิตัวเอง มีความคิดหรือจินตนาการเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายบ่อยๆ พูด เขียน เอ่ยถึงการตาย เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว มีความรู้สึกหมดหวัง สิ้นหวัง บริจาคของของตนให้ผู้อื่น และสนใจที่จะทำพินัยกรรมหรือประกันชีวิต