ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567


Listen Later

1. ไต้หวันหนักใจเรือมนุษย์เวียดนามเสี่ยงตายลักลอบเข้าไต้หวันต่อเนื่อง เผย 5 ปีที่ผ่านมาจับแล้ว 1,128 คน ต้นปี 66 พบอดีตแรงงานเวียดนามจมทะเล 18 ศพ

          เมื่อเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2566 หน่วยยามฝั่งไต้หวันตรวจพบศพลอยอืดนอกชายฝั่งตะวันตกของเกาะไต้หวันจำนวนมาก จากการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลพบเป็นชาวเวียดนาม และส่วนใหญ่เคยเดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวัน แล้วหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายถูกตรวจพบส่งกลับประเทศ ดิ้นรนกู้หนี้ยืมสินจ้างเหมาหรือลงขันซื้อเรือประมงเก่าจากมณฑลฝูเจี้ยน จีนแผ่นดินใหญ่ ลักลอบเข้าสู่ไต้หวัน นายเย่ต้าหัวและนายผู่จงเฉิง สมาชิกสภาการตรวจสอบตรวจสอบและรายงานว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเรือมนุษย์ลักลอบขึ้นฝั่งไต้หวันกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้ถูกตรวจพบ 1,128 คน และมีนับร้อยรายเสียชีวิตเนื่องจากเรือประมงถูกคลื่นซัดอับปางจมทะเลก่อนขึ้นฝั่ง รายงานเรียกร้องให้สภาบริหารให้ความสำคัญ ทบทวนมาตรการป้องกันและสั่งการหน่วยงานใต้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องเพิ่มการตรวจลาดตระเวน เพื่อสกัดพฤติกรรมบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศดังกล่าว

ปัญหาการลักลอบเข้าไต้หวันทางเรือของชาวเวียดนามยังคงรุนแรง ในภาพเป็นกลุ่มชาวเวียดนาม 31 คน ถูกหน่วยฝั่งไต้หวันสกัดจับ ขณะโดยสารเรือประมงลักลอบขึ้นฝั่งที่เมืองผิงตง (ภาพจาก Rti)

          ในรายงานของสภาการตรวจสอบดังกล่าวอ้างอิงรายงานของกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานตำรวจระบุว่า เฉพาะช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 7 เมษายน 2566 พบศพลอยอืดอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกไต้หวัน 28 ศพ จากการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของหน่วยงานในไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่และเวียดนามพบว่า ในจำนวนนี้ มี 14 ศพเป็นชาวเวียดนาม (ชาย 8 หญิง 6) โดยเมื่อกุมภาพันธ์ 2566 นายเหงียน ชาวเวียดนามเป็นตัวตั้งตัวตีในการรับสมัครเพื่อนร่วมชาติที่ประสงค์จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแต่ไม่สามารถเดินทางได้โดยช่องทางปกติ โดยเก็บค่าใช้จ่ายคนละ 75-150 ล้านดอง (ประมาณ 100,000-200,000 เหรียญไต้หวัน) เพื่อนำเงินดังกล่าวไปจัดซื้อเรือประมงเก่าที่ชาวประมงจีนแผ่นดินใหญ่ไม่ใช้แล้ว แต่ยังพอขับเคลื่อนได้ เพื่อใช้เป็นยานพาหนะลักลอบเข้าสู่ไต้หวัน เมื่อติดต่อกับคนที่รู้จักช่วยจัดการซื้อเรือเป็นที่เรียบร้อย ก็พากลุ่มแรงงานเวียดนาม 13 คน รวมนายเหงียนเป็น 14 คน ใช้เวลาเดินเท้า 3 วันจากพรมแดนเวียดนามขึ้นเหนือไปยังเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน จากนั้นนั่งเรือประมงผุ ๆ ที่ซื้อจากชาวประมงจีนแผ่นดินใหญ่ลำดังกล่าวลักลอบเข้าสู่ไต้หวันบริเวณชายฝั่งทะเลไทจง โดยมีนายเหงียนเป็นคนขับ แต่ช่วงแล่นเข้าใกล้เกาะไต้หวัน โชคร้ายเจอสภาพอากาศทางทะเลไม่สู้จะดีนัก ถูกคลื่นซัดจนเรืออับปาง เสียชีวิตทั้งหมด จากการตรวจสอบ เหตุการณ์ลักลอบเข้าไต้หวันโดยทางเรือครั้งนี้ ไม่มีขบวนการค้ามนุษย์ทั้งฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่และฝั่งไต้หวันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่ก่อนจะออกเดินทาง 1 วัน ชาวเวียดนามกลุ่มนี้ มีหลายคนที่ติดต่อกับญาติพี่น้องซึ่งทำงานหรือตั้งรกรากในไต้หวัน แต่ในวันออกเดินทางไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ญาติจึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยยามฝั่งไต้หวัน ซึ่งออกค้นหาจึงพบศพของชาวเวียดนามกลุ่มนี้นอกชายฝั่งไทจง

ชาวเวียดนาม 19 คน (ชาย 14 หญิง 5) ถูกจับขณะลักลอบขึ้นฝั่งที่ตำบลฝั่งเหลียว เมืองผิตง เมื่อ 29 ส.ค. 2566 (ภาพจาก udn.com)

          จากการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 14 รายดังกล่าว พบในจำนวนนี้มี 13 คน เคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันทั้งอย่างถูกกฎหมายแต่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย บางคนเคยถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้าสู่ไต้หวันแต่อยู่เลยกำหนด และมี 7 คนที่เคยมีประวัติลักลอบเข้าสู่ไต้หวันทางเรือ ถูกตรวจพบส่งกลับประเทศ ทั้งหมดดิ้นรนกลับเข้าไต้หวันอีกครั้ง แต่โชคร้ายเสียชีวิตกลางทะเลก่อนจะเข้าสู่ไต้หวันได้สำเร็จ รายงานกล่าวอีกว่า ในจำนวน 28 ศพที่ตรวจพบช่วงเวลาดังกล่าว มี 14 ศพเป็นชาวไต้หวันที่เสียชีวิตด้วยสาเหตุต่าง ๆ (ชาย 9 หญิง 5) เช่นฆ่าตัวตาย พลัดตกทะเล ซึ่งได้รับการยืนยันและส่งมอบศพให้แก่ญาติพี่น้องนำไปฌาปนกิจตามประเพณีต่อไปแล้ว

รายงานของสภาการตรวจสอบชี้ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเรือมนุษย์ชาวเวียดนามเสี่ยงตายนั่งเรือประมงลักลอบขึ้นฝั่งไต้หวันกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้ถูกตรวจพบ 1,128 คน

          รายงานกล่าวว่า รูปแบบการลักลอบเข้าไต้หวันของเรือมนุษย์ ได้พัฒนาจากขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติในอดีต เข้าสู่รูปแบบที่แอบแฝงในกลุ่มชาติเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มชาวเวียดนาม ยกตัวอย่างเรือมนุษย์เวียดนามที่โชคร้ายเสียชีวิตทั้ง 14 ราย แม้จะไม่พบขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติอย่างเด่นชัด แต่แอบแฝงอยู่ในกลุ่มคนชาติเดียวกัน พวกเขาจะติดต่อกันด้วย Zalo ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีคนใช้มากที่สุดในเวียดนาม ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไต้หวันไม่สามารถเข้าถึง ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ สมควรที่สภาบริหารจะให้ความสำคัญในการทบทวนนโยบายแรงงานต่างชาติและสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องหามาตรการรับมือแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ช่วง ก.พ.-มี.ค. 2566 ชายฝั่งทะเลที่ไถหนานตรวจพบศพลอยขึ้นฝั่ง 20 ศพ จากการพิสูจน์พบเป็นชาวเวียดนาม 7 ศพ (ชาย 5 หญิง 2) ทั้งหมดเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแต่หลบหนีถูกตรวจพบส่งกลับประเทศ

2. แรงงานอินเดียจะมาแล้ว! ไต้หวัน-อินเดียลงนาม MOU เตรียมประกาศให้เป็นแรงงานต่างชาติแหล่งใหม่ ฝ่ายไต้หวันจะเป็นผู้กำหนดจำนวนและประเภทงานที่จะเปิดให้นำเข้า

          หลังจากที่มีข่าวลือกันมานาน ในที่สุดกระทรวงแรงงานยืนยันว่า ไต้หวันและอินเดียได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา โดยฝ่ายไต้หวันหวังว่า จะสามารถนำเข้าแรงงานอินเดียเพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานโดยเร็ว กระทรวงแรงงานแถลงว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ไป ทั้งสองฝ่ายจะหารือในรายละเอียดการเปิดให้นายจ้างไต้หวันนำเข้าแรงงานอินเดีย หลังจากที่เตรียมการเรียบร้อยแล้ว จึงจะประกาศให้อินเดียเป็นประเทศผู้ออกแรงงานรายใหม่ และเปิดให้นายจ้างเลือกนำเข้าแรงงานต่างชาติจากประเทศผู้ส่งออกตามความต้องการของตนได้ต่อไป

กระทรวงแรงงานยืนยันว่า ไต้หวันและอินเดียได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา (ภาพจาก chinatimes.com)

          เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 ข่าวการเปิดให้นำเข้าแรงงานอินเดียกลายเป็นประเด็นร้อน หลังจากสื่อต่างประเทศอย่างฮินดูสถาน ไทมส์ (Hindustan Times) รายงานว่า ไต้หวันเตรียมลงนาม MOU กับอินเดียเพื่อเป็นผู้ส่งออกแรงงานประเทศใหม่ ข่าวนี้ มีชาวเน็ตไต้หวันนำไปโพสต์ในห้องสนทนาในเว็บบอร์ดชื่อดังของไต้หวัน ในหัวข้อเปิดให้นำเข้าแรงงานอินเดีย 100,000 คน กระทรวงแรงงานต้องออกมาปฏิเสธพัลวันว่าเป็นข่าวปลอม นอกจากนี้ กลุ่มแรงงานท้องถิ่นมีการชุมนุมประท้วงขอให้รัฐบาลระงับแผนการนำเข้าแรงงานอินเดีย แต่ภาวะขาดแคลนแรงงานนับวันรุนแรงยิ่งขึ้น กระทรวงแรงงานออกมายืนยันว่า หลังจากทั้งสองฝ่ายเจรจามานานหลายปี ในที่สุดไต้หวันและอินเดียตกลงกันได้ที่จะเพิ่มความร่วมมือด้านแรงงาน มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านแรงงานไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานตัวแทนของทั้งสองฝ่าย ได้แก่นายเก๋อเป่าเซวียน ผอ. ศูนย์เศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศอินเดีย และนายมหาซินห์ ยาเดฟ (Manharsinh Laxmanbhai Yadav) นายกสมาคมอินเดีย-ไทเป ซึ่งเป็นสำนักงานตัวแทนรัฐบาลอินเดียประจำไต้หวัน

ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดจะอนุญาตให้นายจ้างไต้หวันทยอยนำเข้าแรงงานอินเดียได้ (ภาพจาก chinatimes.com)

          กระทรวงแรงงานแถลงว่า คณะทำงานของทั้งสองฝ่ายจะหารือในรายละเอียดการเปิดให้นำเข้าแรงงานอินเดียต่อไป ประกอบด้วยประเภทกิจการ จำนวน แหล่งที่มา คุณสมบัติ ความสามารถทางด้านภาษารวมทั้งวิธีการรับสมัครแรงงานอินเดีย โดยในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงานฉบับดังกล่าวระบุว่า ฝ่ายไต้หวันจะเป็นผู้กำหนดจำนวน ประเภทกิจการและตำแหน่งงานที่จะเปิดให้นำเข้า ฝ่ายอินเดียจะตอบสนอง โดยจะทำการคัดเลือกและฝึกอบรมแรงงานอินเดียตามความต้องการของฝ่ายไต้หวัน กระทรวงแรงงานกล่าวย้ำว่า ก่อนการเปิดให้นายจ้างนำเข้าแรงงานอินเดียดังกล่าว จะเปิดกว้างรับฟังความเห็นจากสังคม ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยในขั้นแรกจะทดลองเปิดให้นำเข้าแรงงานอินเดียที่พูดภาษาอังกฤษได้จำนวนหนึ่งก่อน จากนั้น จึงจะขยายการนำเข้าโดยพิจารณาจากการทำงานของแรงงานอินเดียต่อไป

กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ไต้หวันจะเป็นฝ่ายกำหนดคุณสมบัติและจำนวนแรงงานอินเดียที่จะอนุญาตให้นายจ้างนำเข้า

          กระทรวงแรงงานกล่าวอีกว่า การเปิดให้นำเข้าแรงงานอินเดียจะตั้งอยู่บนพื้นฐานไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น คำนึงถึงความมั่นคง ความสงบสุขของสังคมและค่อยเป็นค่อยไป และปัจจุบัน ยอดจำนวนแรงงานอินเดียที่เดินทางไปทำงานกระจายตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 18 ล้านคน และทุกวันนี้ ในไต้หวันเองก็มีแรงงานชาวอินเดียที่มีทักษะฝีมือทำงานในตำแหน่งวิศวกรอยู่ถึง 2,700 คน ผลการทำงานของพวกเขาได้รับความชื่นชมจากนายจ้างเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงไม่ควรมีอคติหรือมีความคิดเหยียดเชื้อชาติต่อแรงงานชาติใดชาติหนึ่ง

เมื่อ 3 ธ.ค. 66 ชาวเน็ตไต้หวันกว่า 100 คน ชุมนุมหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป คัดค้านการเปิดให้นำเข้าแรงงานจากประเทศใหม่ เรียกร้องให้ระงับแผนการนำเข้าแรงงานอินเดียชั่วคราว

          ก่อนหน้านี้ ชาวเน็ตไต้หวันกล่าวเสนอวิธีแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานว่า ไม่ควรจะคิดเพียงช่วยนายจ้างลดต้นทุน นำเข้าแรงงานค่าจ้างต่ำ เพราะทุกวันนี้ หนุ่มสาวไต้หวันยังมีจำนวนไม่น้อยที่เดินทางไปทำงานในประเทศที่ได้รับค่าจ้างสูงกว่า เช่นออสเตรเลียเป็นต้น หากนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างที่เหมาะสม หนุ่มสาวไต้หวันก็น่าจะยินดีทำงานในประเทศมากขึ้น มีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งกล่าวว่า ควรปรับสวัสดิการ สภาพแวดล้อมในการทำงานและค่าจ้างให้ได้มาตรฐาน จะดึงดูดแรงงานท้องถิ่น รวมถึงแรงงานต่างชาติที่เปิดให้นำเข้าอยู่แล้วทั้ง 4 ชาติเดินทางมาทำงานให้มากขึ้น เพราะหากไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สักแต่ว่าเปิดให้นำเข้าแรงงานค่าจ้างต่ำจากประเทศผู้ส่งออกรายใหม่ ปัญหาการหลบหนีและปัญหาสังคมที่เกิดจากแรงงานต่างชาติจะยิ่งทับถมรุนแรงขึ้น

3. หนุ่มไต้หวันช็อก! เพิ่งรู้สาวไทยที่ขายบริการเป็นสาวประเภทสอง หลังถูกตำรวจจับพบในพาสปอร์ตระบุเป็นเพศชาย

          ตำรวจไซเบอร์นครนิวไทเป ตรวจพบโฆษณาขายบริการในห้องสนทนาเว็บไซต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง อ้างเป็นนักศึกษาสาวสวย น่ารักและสนองตัณหาของลูกค้าได้ทุกอย่าง และใช้ห้องชุดอพาร์ตเมนต์ใกล้มหาวิทยาลัยตั้นเจียงเป็นสถานที่ขายบริการ จึงจู่โจมตรวจสอบ จับหญิงไทยอายุ 31 ปีผู้ขายประเวณีและลูกค้าซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่ชาวไต้หวันอายุ 57 ปี ทั้งสองรับสารภาพด้วยความจำใจว่า มีการค้าประเวณีในราคาครั้งละ 2,700 เหรียญ แต่ที่ทำให้ตำรวจตะลึงคือ เมื่อตรวจดูหนังสือเดินทางของสาวไทยผมยาวหน้าตาดีรายนี้พบคำนำหน้านามเป็นนาย และช่องระบุเพศเป็นเพศชาย ทำให้หนุ่มใหญ่ชาวไต้หวันที่จ่ายเงินซื้อบริการทางเพศเรียบร้อยแล้วถึงกับออกอาการคลื่นไส้ บอกกับตำรวจว่าเป็นไปได้ไง?

ตำรวจนครนิวไทเปจับชายไทยแปลงเพศเป็นสาวประเภทสองลักลอบขายประเวณีที่ตั้นสุ่ย นครนิวไทเป (ภาพจาก TVBS)

          สถานีตำรวจนครนิวไทเปเปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์ตรวจพบมีการโพสต์ข้อความโฆษณาขายบริการ อ้างเป็นนักศึกษาไทย สวยน่ารักและสามารถสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกอย่าง เช่นสวมใส่ชุดคอสเพลย์ ถุงน่องเซ็กซี่ ฯลฯ หลังจากตรวจสอบนานหลายวัน จึงทราบสถานที่ขายบริการเป็นอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งบนถนนเป่ยซินใกล้มหาวิทยาลัยตั้นเจียงในเขตตั้นสุ่ย เมื่อเย็นวันที่ 30 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 17.00 น. ตำรวจเดินทางไปดักซุ่มอยู่ทางบันไดข้างห้องชุดของอะพาร์ตเมนต์ และพยายามดักฟังเสียงสนทนาในห้อง เมื่อได้โอกาสเคาะประตูเข้าไปในห้องแสดงตนว่าเป็นตำรวจ ตรวจพบนายหลิน ชายชาวไต้หวันอายุ 57 ปี และหญิงไทยอายุ 31 ปี แรก ๆ ทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่หลักฐานทุกอย่างครบถ้วน จึงจำใจสารภาพกับตำรวจว่ามีการค้าประเวณีจริง ตำรวจยึดถุงยางอนามัยวางบนโต๊ะในห้อง 6 ชิ้น เจลหล่อลื่น 1 หลอด กล้องมอนิเตอร์ 1 เครื่อง กริ่งประตูอัจฉริยะไร้สาย 1 เครื่องและเงินสดจากการค้าประเวณี 2,700 เหรียญ

ของกลางที่ตำรวจยึดได้ (ภาพจากสถานีตำรวจนครนิวไทเป)

          เมื่อตำรวจตรวจเอกสารประจำตัวของทั้งสอง พบหนังสือเดินทางของหญิงไทยคำนำหน้านามเป็นนายและช่องระบุเพศเป็นชาย นายหลินหนุ่มใหญ่ชาวไต้หวันที่จ่ายเงินซื้อประเวณีเรียบร้อยแล้วถึงกับช็อก ไม่กล้าเชื่อว่าสาวสวยผมยาวที่นัวเนียบนเตียงกับตนเมื่อครู่นี้จะเป็นผู้ชาย ตำรวจนำทั้งสองกลับโรงพักบันทึกปากคำ เนื่องจากเป็นช่วงค่ำ ตำรวจเลี้ยงข้าวกล่องมื้อเย็นแก่ผู้ต้องหาทั้งสอง หนุ่มใหญ่ชาวไต้หวันถึงกับบอกว่า มีอาการคลื่นไส้กินไม่ลง

หญิงไทยหน้าตาดี ลักลอบขายบริการ แต่ตำรวจตรวจพบในหนังสือเดินทางเป็นเพศชาย ทำเอาหนุ่มใหญ่ไต้หวันที่ซื้อประเวณีถึงกับช็อก (ภาพจากสถานีตำรวจนครนิวไทเป)

          ชายไทยรายนี้ให้การสารภาพขณะบันทึกปากคำว่า ตนเป็นเพศชายและเคยแปลงเพศเป็นสาวประเภทสอง แต่ในหนังสือเดินทางไทยยังคงระบุเป็นเพศชาย เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการแปลงเพศสูงมาก ต้องการหาเงินมาชดใช้หนี้ จึงได้เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวได้รับการยกเว้นวีซ่าเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่เมษายน 2566 จากนั้นอยู่เลยกำหนดและลักลอบทำงานขายบริการอยู่ในนครนิวไทเป โดยมีนายหน้าชาวไต้หวันและไทย เป็นผู้จัดการโฆษณาและติดต่อหาลูกค้าผ่านทางกลุ่มไลน์ จากนั้นจะเดินทางไปขายประเวณีตามสถานที่สั่ง โดยคิดค่าบริการครั้งละ 2,700 เหรียญ หลังบันทึกปากคำ ตำรวจสั่งปรับนายหลินและชายไทยความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ส่วนชายไทยรายนี้ ตำรวจควบคุมตัวส่งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอการเนรเทศส่งกลับประเทศหลังจากรับโทษปรับแล้ว ขณะเดียวกันได้ขยายผลการตรวจสอบ เพื่อจับกุมขบวนการค้ากามไต้หวัน-ไทยมาดำเนินคดีต่อไป

ตำรวจขยายผลติดตามตรวจสอบขบวนการค้ากามไต้หวัน-ไทยที่อยู่เบื้องหลังนำเข้าหญิงไทยมาค้าประเวณี ในภาพเป็นโฆษณาในสื่อโซเชียลอ้างเป็นนักศึกษาไทย สวยน่ารักและสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกลีลา (ภาพจากสถานีตำรวจนครนิวไทเป)

          สถานีตำรวจนครนิวไทเปแถลงว่า เนื่องจากตรวจพบชาวต่างชาติลักลอบค้าประเวณีในเขตพื้นความรับผิดชอบค่อนข้างมาก ตำรวจสายตรวจและตำรวจไซเบอร์ต้องทำงานหนัก ตรวจสอบตามสื่อโซเชียลและตามร้านนวด ร้านสปา ฯลฯ อย่างเข้มงวด ก่อนหน้านี้ สถานีตำรวจปั่นเฉียวเพิ่งจะแถลงว่า ในปี 2566 เฉพาะในเขตพื้นที่ปั่นเฉียว มีการตรวจจับคดีลักลอบค้าประเวณีไปแล้ว 143 คดี ทลายสถานที่ขายประเวณี 4 แห่ง จับผู้ต้องหาแล้ว 180 ราย 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti