
Sign up to save your podcasts
Or


1. 3 ปีมีแรงงาน 907 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงาน 302 รายพลัดตกในไซต์งานก่อสร้าง เถาหยวนหนักสุด มีแรงงานต่างชาติ 7% ทำงานในภาคการก่อสร้าง แต่เสียชีวิต 13%
ตามสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั่วไต้หวันมีผู้ใช้แรงงานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงานรวม 907 ราย เฉพาะภาคการก่อสร้างมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงถึง 302 ราย และที่เถาหยวนหนักสุด มีแรงงานต่างชาติทำงานในภาคการก่อสร้างในสัดส่วนเพียง 7% ของทั้งหมด แต่เสียชีวิตสูงถึง 13%
อัตราการเกิดอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างค่อนข้างสูง กลุ่มเสี่ยงคือแรงงานต่างชาติ ในภาพต่อม่อในไซต์งานก่อสร้างรางรถไฟฟ้าสายซานเสีย-อิงเกอถล่ม เมื่อปลายปี 2564 แรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ไต้หวัน 2 ราย
เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติ เชิญกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเศรษฐการ รายงานประเด็นการป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงาน และการตกจากที่สูงในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้าง ก่อนถึงวันแรงงาน 1 พฤษภาคม
ในที่ประชุม สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนแสดงความห่วงใยต่อปัญหาอุบัติเหตุตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้าง นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปีที่แล้วได้จัดทำแผนพัฒนาและลดความเสี่ยงจากการพลัดตกในภาคการก่อสร้าง โดยมีมาตรการตรวจสอบ ลงโทษ และสั่งหยุดงานที่เข้มงวดมากขึ้น จากสถิติในปี 2567 จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้างลดลงเหลือ 83 ราย ลดลง 17 รายหรือลดลง 17% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปีก่อนหน้านี้
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
หลินสูเฟิน สมาชิกสภานิติบัญญัติ พรรค DPP ชี้ว่า แผนการลดการตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในปีที่แล้วเป็นเพียงคำขวัญ เพราะในจำนวนผู้เสียชีวิต 83 ราย มีถึง 71 รายหรือเกือบ 90% ที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานตอบว่า สาเหตุเกิดจากแรงงานไม่ค่อยสนใจสมัครเข้าร่วมการฝึกอบรม จึงต้องสร้างแรงจูงใจ บังคับให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติระหว่างเข้ารับการอบรม ด้านผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยเสริมว่า การฝึกอบรมมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบเรียนในห้องและเรียนทางออนไลน์ เมื่อผ่านการทดสอบ จะได้รับใบรับรองผ่านการอบรมหรือบัตรด้านความปลอดภัยในการทำงานในรูปดิจิทัล
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
ด้านหวังอวี้หมิ่น สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรค KMT ตั้งกระทู้ถามว่า ทำไมอัตราการตายในภาคก่อสร้างของไต้หวันไม่ลดแถมยังเพิ่มขึ้น สส. ผู้นี้กล่าวว่า อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% และสิงคโปร์ต่ำกว่า 30% แสดงว่าไต้หวันยังล้มเหลวในการแก้ไขปรับปรุงสถานการณ์ พร้อมถามถึงบทบาทของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนของแรงงานต่างชาติ มีจำนวนเท่าใดที่ได้บัตรความปลอดภัยในการทำงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
หงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปีที่แล้วเป้าหมายลดอุบัติเหตุจากการตกในไซต์งานก่อสร้างยังไม่บรรลุผล กระทรวงแรงงานมีการทบทวน และได้อ้างอิงแนวทางของสิงคโปร์ ปรับปรุงกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยครั้งใหญ่ ให้เจ้าของโครงการต้องร่วมรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และบริหารจัดการวัฒนธรรมในไซต์งานก่อสร้าง โดยเฉพาะปัญหาการรับเหมาช่วงหลายชั้นที่ทำให้การจัดการความรับผิดชอบไม่ชัดเจน ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยตอบว่า ขณะนี้มีผู้ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองหรือบัตรความปลอดภัยในการทำงานในภาคก่อสร้างแล้วกว่า 200,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติประมาณ 28,000 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในภาคการก่อสร้างกว่า 40,000 คน กระทรวงแรงงานจะเร่งเพิ่มการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้รับบัตรความปลอดภัยดังกล่าวมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจาก news.owlting.com)
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมหารือเกี่ยวกับร่างแก้ไขกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยเสนอ 4 ประเด็นหลัก คือ ป้องกันอุบัติเหตุจากต้นทาง จัดการระบบรับเหมาช่วง ป้องกันการกลั่นแกล้งในที่ทำงานและเพิ่มเพดานค่าปรับสูงขึ้น นายซูจวิ้นปิน รองผู้ว่าการนครเถาหยวนกล่าวในที่ประชุมว่า แรงงานต่างชาติมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็น 2 เท่าของแรงงานท้องถิ่น และแรงงานใหม่ที่ทำงานไม่ถึง 1 ปี คิดเป็นครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตทั้งหมด จึงเสนอให้แก้กฎหมายเน้นความรับผิดชอบด้านการฝึกอบรมของนายจ้าง และเพิ่มงบประมาณในการป้องกันความเสี่ยง โดยใช้เทคโนโลยีและการฝึกอบรมเข้าช่วย
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
รองผู้ว่าการนครเถาหยวนผู้นี้ยังกล่าวว่า ในเถาหยวนมีกรณีเสียชีวิตจากการทำงาน 71 รายในรอบ 2 ปี 39 รายเป็นแรงงานที่ทำงานไม่ถึง 1 ปี ซึ่งมีอัตราส่วนเกินครึ่งหนึ่ง และในจำนวนนี้ 8 รายทำงาน 1–3 ปี รวมกันคิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด แสดงว่าแรงงานใหม่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากขาดการฝึกอบรมและอุปกรณ์สำหรับการป้องกัน ขณะที่ไซต์งานก่อสร้างยังคงเป็นสถานที่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตมากที่สุด โดยเฉพาะจากการพลัดตกจากที่สูง คิดเป็นเกือบ 60% ของผู้เสียชีวิตในไซต์งานก่อสร้าง
รองผู้ว่าการนครเถาหยวนผู้นี้กล่าวอีกว่า ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติประมาณ 830,000 คน ในจำนวนนี้ 33,000 คนทำงานในภาคการก่อสร้าง เฉพาะในนครเถาหยวนมีประมาณ 6,800 คน หรือคิดเป็น 7% ของแรงงานก่อสร้างทั้งหมด แต่สัดส่วนผู้เสียชีวิตของแรงงานต่างชาติในไซต์งานก่อสร้างกลับสูงถึง 13.5% ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของจำนวนแรงงานที่เสียชีวิตในภาคการก่อสร้างทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า แรงงานต่างชาติมักทำงานที่เสี่ยงสูง แต่ขาดการคุ้มครองและการสนับสนุนที่เพียงพอ
สำหรับใบรับรองผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานหรือที่เรียกว่า บัตรความปลอดภัยในการทำงาน (職安卡) เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์ให้แรงงานในภาคก่อสร้างได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัย และจัดเก็บข้อมูลด้านอาชีวอนามัยของแรงงาน ลดการฝึกอบรมซ้ำซ้อน และเสริมสร้างการจัดการแรงงานในไซต์งาน ทั้งนี้ เนื่องจากภาคการก่อสร้างมักใช้ระบบรับเหมาช่วงหลายชั้น แรงงานมักเป็นกลุ่มชั่วคราว ไม่มีนายจ้างประจำ ทำให้มีการเคลื่อนไหวสูงและขาดความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัย กระทรวงแรงงานจึงได้ดำเนินโครงการบัตรความปลอดภัยในการทำงานดังกล่าว ปัจจุบัน มีการขยายครอบคลุมไปยังภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยจะออกให้แก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นเวลา 6 ชั่วโมง แต่ละปีต้องผ่านการอบรมเสริมอีก 3 ชั่วโมง มีทั้งแบบเรียนในห้องเรียนและสามารถเรียนทางออนไลน์ได้ สำหรับแรงงานต่างชาติมีหลักสูตรภาษาแม่ เมื่อผ่านการทดสอบ จะได้รับบัตรดังกล่าวในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้แรงงานสามารถเก็บข้อมูลการฝึกอบรมไว้ใช้งานได้ตลอดไป และลดความยุ่งยากในการพกบัตรหลายใบ
2. จับแรงงานเวียดนามขายเนื้อหมาโจ๋งครึ่มในโซเชียล 600 กรัม 1,000 เหรียญ อ้างเป็นเนื้อเก้ง แม้แต่แมวดาว สัตว์ป่าอนุรักษ์ก็กลายเป็นเมนูบนโต๊ะอาหาร
กรณีที่นายเจียงเหอซู่ สมาชิกสภาเทศบาลนครไทจง สังกัดพรรค TPP เปิดโปงในที่ประชุมสภาเทศบาลว่า มีกลุ่มลักลอบขายเนื้อสุนัขทางออนไลน์ สันนิษฐานว่าเนื้อสัตว์บางส่วนมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ที่คัดทิ้งหรือสุนัขแก่ กองการเกษตร เทศบาลนครไทจง ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขณะที่หน่วยงานคุ้มครองสัตว์ก็ยอมรับว่า เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร หากสุนัขไม่ได้มาจากฟาร์มที่จดทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย แต่เป็นฟาร์มเถื่อนที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ เป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบโดยลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ตำรวจไทจงจับแรงงานเวียดนาม 2 รายที่ขายเนื้อเก้งในโซเชียล จากการตรวจพิสูจน์ในห้องทดลองของกองการเกษตรพบว่าเป็นเนื้อสุนัข
นายเจียงเหอซู่ สมาชิกสภาเทศบาลนครไทจง สังกัดพรรค TPP เปิดโปงในที่ประชุมสภาเทศบาลว่า มีกลุ่มลักลอบขายเนื้อสุนัขทางออนไลน์ (ภาพจาก udn.com)
นายเจียงเหอซู่กล่าวในที่ประชุมสภาเทศบาลไทจงระบุว่า พบเพจ Facebook ใช้คำรหัสว่า “เสบียง” มีการซื้อขายเนื้อสุนัขและเนื้อแมวดาว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าหายากและไต้หวันประกาศให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ในราคาชั่งละ (600 กรัม) ตั้งแต่ 700 ถึง 1,500 เหรียญไต้หวัน ผู้ช่วยของเขาจึงติดตามกลุ่มลักลอบจับสุนัข และสงสัยว่าผู้ประกอบการฟาร์มที่ไร้คุณธรรมได้นำสุนัขที่แก่หรือถูกคัดทิ้งไปขายให้กลุ่มดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการรายงานการจัดการกับสุนัขที่ตาย
สถานีตำรวจต้าเจี่ย นครไทจง จับกุมนายไท่และนายเหงียน 2 แรงงานเวียดนาม ข้อหาลักลอบขายเนื้อสุนัขในโซเชียล พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง (ภาพจาก FB เจียงเหอซู่)
นายเจียงเหอซู่เผยว่า เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว อดีตพนักงานของกลุ่มจับสุนัขได้มาแจ้งเบาะแส เขาจึงให้ผู้ช่วยปลอมตัวเป็นผู้ซื้อและบันทึกกระบวนการซื้อขายไว้ ก่อนจะรายงานเรื่องนี้ต่อกองการเกษตรและแจ้งความต่อตำรวจ กลุ่มนี้จำหน่ายเนื้อสุนัขทางออนไลน์ โดยขายในราคาชั่งละ 1,000 เหรียญไต้หวัน หากขายเป็นตัวจะอยู่ที่ชั่งละ 700 เหรียญ เขาสงสัยว่านอกจากจะรับซื้อจากฟาร์มเพาะพันธุ์แล้ว ยังล่าจับสุนัขจรจัดอีกด้วย โดยในช่องแช่แข็งมีซากสุนัขกว่า 50–60 ตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
แรงงานเวียดนามขายเนื้อหมาโจ๋งครึ่มในโซเชียล 600 กรัม 1,000 เหรียญ (ภาพจาก FB เจียงเหอซู่)
สท. ผู้นี้ยังเปิดเผยว่า กลุ่มลักลอบจับสุนัขจรจัดจะใช้ยานอนหลับขณะให้อาหาร เพื่อทำให้สุนัขหมดสติ จากนั้นใช้ถุงผ้าใส่สุนัขทีละตัวและขนกลับไป นอกจากนี้ยังพบว่าสุนัขที่จับได้บางตัวมีการฝังไมโครชิป กลุ่มดังกล่าวจะติดต่อกับผู้ขายผ่านรหัส “เสบียง” ให้บริการจัดส่งทั่วไต้หวัน เมื่อมีคนติดต่อซื้อ ผู้ขายจะใช้รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีป้ายทะเบียนขนเนื้อสุนัขที่ผ่านการชำแหละไปยังจุดนัดหมาย ทำการส่งมอบให้ผู้รับซื้อพร้อมแถมเครื่องปรุงจำพวกต้นหอมและขิง หลังรับเงินก็จากไปทันที ผู้เปิดเผยข้อมูลยังระบุว่า กลุ่มนี้เคยจับแมวดาว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนด้วย และชำแหละขายเช่นเดียวกับเนื้อสุนัข โดยจากภาพถ่ายลับสามารถเห็นซากของแมวดาวได้ชัดเจน ผอ. กองการเกษตรไทจงยืนยันว่าเป็นแมวดาวจริง
เมื่อมีคนติดต่อซื้อ ผู้ขายจะใช้รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีป้ายทะเบียนขนเนื้อสุนัขไปยังจุดนัดหมาย ทำการส่งมอบให้ผู้รับซื้อพร้อมแถมเครื่องปรุงจำพวกต้นหอมและขิง (ภาพจาก FB เจียงเหอซู่)
จากข้อมูลต่าง ๆ ข้างต้น สถานีตำรวจต้าเจี่ย นครไทจง ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนแหล่งที่มาของเนื้อสุนัขดังกล่าว สามารถจับกุมนายไท่และนายเหงียน 2 แรงงานเวียดนาม ข้อหาลักลอบขายเนื้อสุนัขในโซเชียล พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง แต่ผู้ต้องหาทั้งสองอ้างว่า ไม่ใช่เป็นของตน แต่ช่วยเพื่อนขาย และไม่ใช้เนื้อสุนัข เป็นเนื้อเก้งต่างหาก แต่จากการนำเนื้อเก้งดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ในห้องทดลองของกองการเกษตรยืนยันว่า เป็นเนื้อสุนัข ไม่ใช้เนื้อเก้งแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์
เมื่อปลายปี 2567 ตำรวจเถาหยวนจับหญิงเวียดนามทำธุรกิจฆ่าน้องหมาเพื่อจำหน่ายในเขตพื้นที่กวนอิน นครเถาหยวน ผู้ต้องหาเป็นหญิงเวียดนามที่แต่งงานมาตั้งรกรากที่ไต้หวันนานหลายปี อาศัยฟาร์มเกษตรของอดีตสามีชาวไต้หวันที่ป่วยเป็นอัมพาต ลักลอบฆ่าสุนัขขายปีละนับร้อยตัว มีการบอกกันปากต่อปากในกลุ่มแรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาติเดียวกัน ทำให้แห่ซื้อกิจการคึกคัก รายได้ 200,000 เหรียญต่อเดือน ผู้เป็นสามีซึ่งป่วยเป็นอัมพาตเตือนยังไงก็ไม่ฟัง ทนไม่ได้แจ้งความ กองคุ้มครองสัตว์เถาหยวนส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จับหญิงเวียดนามรายนี้ ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ช่วยน้องหมาซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกสุนัขอายุไม่กี่เดือน มากสุด 2 ปีออกมาจากสถานที่เลี้ยงที่แสนสกปรกจำนวน 32 ตัว
นางฝ่าม หญิงเวียดนามที่มาแต่งงานและตั้งถิ่นในเขตกวนอิน เถาหยวน ถูกจับฐานฆ่าน้องหมาขาย เจ้าหน้าที่ช่วยน้องหมาออกมาจากสถานที่เลี้ยงที่แสนสกปรกจำนวน 32 ตัว (ภาพจาก CTWANT)
โฆษกสถานีตำรวจไทจงเตือนว่า ปศุสัตว์จำพวกสุกร หรือโค กระบือ แพะ และสัตว์ปีกอย่างเป็ด ไก่ ฯลฯ แม้จะเลี้ยงเอง ห้ามมีการเชือดนอกโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับ 100,000-500,000 เหรียญ ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมการฆ่าสัตว์ แต่หากว่าฆ่าสัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขและแมว จะฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์มาตรา 25 ฆ่าสุนัขและแมว มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 200,000-2,000,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ทานเนื้อสุนัข มีโทษปรับเช่นกัน ตั้งแต่ 50,000 – 250,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนการล่าและกินสัตว์ป่าสงวนอย่างแมวดาว มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 2 ล้านเหรียญไต้หวัน
3. จับ 16 ผีน้อยไทยทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ในนครนิวไทเป พบทำงานวันละ 12 ชม. ค่าจ้างถูกหักเหลือ ชม. ละ 80 เหรียญ
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปได้รับแจ้งว่า โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ในนครนิวไทเปแห่งหนึ่ง มีการจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงานเป็นจำนวนมาก จึงประสานกับตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ สามารถจับกุมนักท่องเที่ยวชาวไทย 16 คน ขณะเดียวกันก็จับกุมนายหน้าชายชาวไต้หวันรายหนึ่งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานและแสวงหาผลกำไรอย่างผิดกฎหมาย ส่งดำเนินคดีต่อสำนักงานอัยการนิวไทเป นอกจากนี้ ยังจับเจ้าของโรงงานส่งให้กองแรงงานนครนิวไทเปลงโทษปรับตามกฎหมาย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้ง 16 คน ถูกควบคุมตัวและส่งกลับประเทศตามกระบวนการทางกฎหมาย
เมื่อตำรวจจู่โจมเข้าไปในโรงงาน ไม่พบแรงงานใด ๆ มีแต่กองเนื้อไก่ที่อยู่ระหว่างชำแหละ (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงว่า เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า โรงงานแปรรูปเนื้อไก่แห่งหนึ่งในเขตอู๋กู่ นครนิวไทเป จึงตั้งคณะทำงานตรวจสอบ เมื่อได้หลักฐานที่ชัดเจนแล้ว สนธิกำลังจากหน่วยงานอื่น อย่างตำรวจท้องที่ สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กองแรงงานนครนิวไทเปเป็นต้น เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ดังกล่าว พบแรงงานผิดกฎหมาย 7 คนหลบซ่อนอยู่ช่องเล็ก ๆ หลังโรงงาน และอีก 9 คนในหอพัก รวมทั้งหมด 16 คน และยังพบชายชาวไต้หวันวัย 50 ปี คนหนึ่งเดินอยู่บริเวณใกล้โรงงานมีพฤติกรรมที่ต้องสงสัยว่าเป็นนายหน้าผิดกฎหมาย หลังสอบปากคำ ชายชาวไต้หวันรายนี้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ดูแลและจัดหาที่พักให้แรงงานไทยกลุ่มนี้จริง แต่ก็บ่นกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเก็บค่าหัวคิวเพียงชั่วโมงละ 30 เหรียญ แต่ยังต้องให้ที่พักฟรี ถือว่าเป็นธุรกิจที่ขาดทุน
แรงงานไทยผิดกฎหมาย 7 คนหลบซ่อนอยู่ช่องเล็ก ๆ หลังโรงงาน (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวไทย ทำให้แรงงานไทยกลุ่มนี้ยอมเปิดใจและยอมรับว่าเดินทางเข้าไต้หวันด้วยฟรีวีซ่าเพื่อหวังมาหาเงิน เมื่อเดินทางถึงมีชายชาวไต้หวันเป็นผู้รับตัวพาไปทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ดังกล่าว ต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมง หลังหักค่าหัวคิวและค่าดูแลแล้ว ได้ค่าจ้างเพียงวันละประมาณ 960 เหรียญไต้หวัน หรือประมาณชั่วโมงละ 80 เหรียญ โดยก่อนการจ่ายเงินค่าหัวคิวให้กับนายหน้าในไทยคนละประมาณ 40,000 ถึง 50,000 บาท แต่สุดท้ายกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย
จับ 16 ผีน้อยไทยทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ในนครนิวไทเป พบทำงานวันละ 12 ชม. ค่าจ้างถูกหักแล้วเหลือ ชม. ละ 80 เหรียญ (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงว่า นายจ้างชาวไต้หวันพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายการจ้างงาน ด้วยการจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกดค่าจ้างเพื่อเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของตน ขณะที่นายหน้าก็หักเงินหัวคิวและค่าดูแลจากค่าแรงเพียงเล็กน้อยของแรงงานผิดกฎหมายถึงเดือนละ 7,000 เหรียญต่อคน ทำรายได้ถึงเดือนละเกือบ 100,000 เหรียญไต้หวัน การร่วมมือกันระหว่างนายจ้างกับนายหน้าทำให้แรงงานผิดกฎหมายถูกเอาเปรียบอย่างหนัก และคำกล่าวอ้างของนายหน้าที่ว่า เป็นธุรกิจที่ขาดทุนนั้น ก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
หลังการสอบสวน นายหน้าผิดกฎหมายและเจ้าของโรงงานถูกดำเนินคดีตามกฎหมายการจ้างงาน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้ง 16 คนถูกควบคุมตัวและเตรียมส่งกลับประเทศในเร็ว ๆ นี้
16 คนไทยจ่ายค่าหัวคิวให้กับนายหน้าไทยคนละประมาณ 40,000 ถึง 50,000 บาท เพื่อเดินทางมาทำงานหาเงินที่ไต้หวัน แต่รับเพียง ชม. ละ 80 เหรียญ และเป็นงานผิดกฎหมาย (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. 3 ปีมีแรงงาน 907 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงาน 302 รายพลัดตกในไซต์งานก่อสร้าง เถาหยวนหนักสุด มีแรงงานต่างชาติ 7% ทำงานในภาคการก่อสร้าง แต่เสียชีวิต 13%
ตามสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั่วไต้หวันมีผู้ใช้แรงงานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงานรวม 907 ราย เฉพาะภาคการก่อสร้างมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงถึง 302 ราย และที่เถาหยวนหนักสุด มีแรงงานต่างชาติทำงานในภาคการก่อสร้างในสัดส่วนเพียง 7% ของทั้งหมด แต่เสียชีวิตสูงถึง 13%
อัตราการเกิดอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างค่อนข้างสูง กลุ่มเสี่ยงคือแรงงานต่างชาติ ในภาพต่อม่อในไซต์งานก่อสร้างรางรถไฟฟ้าสายซานเสีย-อิงเกอถล่ม เมื่อปลายปี 2564 แรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ไต้หวัน 2 ราย
เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติ เชิญกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเศรษฐการ รายงานประเด็นการป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงาน และการตกจากที่สูงในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้าง ก่อนถึงวันแรงงาน 1 พฤษภาคม
ในที่ประชุม สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนแสดงความห่วงใยต่อปัญหาอุบัติเหตุตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้าง นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปีที่แล้วได้จัดทำแผนพัฒนาและลดความเสี่ยงจากการพลัดตกในภาคการก่อสร้าง โดยมีมาตรการตรวจสอบ ลงโทษ และสั่งหยุดงานที่เข้มงวดมากขึ้น จากสถิติในปี 2567 จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้างลดลงเหลือ 83 ราย ลดลง 17 รายหรือลดลง 17% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปีก่อนหน้านี้
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
หลินสูเฟิน สมาชิกสภานิติบัญญัติ พรรค DPP ชี้ว่า แผนการลดการตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในปีที่แล้วเป็นเพียงคำขวัญ เพราะในจำนวนผู้เสียชีวิต 83 ราย มีถึง 71 รายหรือเกือบ 90% ที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานตอบว่า สาเหตุเกิดจากแรงงานไม่ค่อยสนใจสมัครเข้าร่วมการฝึกอบรม จึงต้องสร้างแรงจูงใจ บังคับให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติระหว่างเข้ารับการอบรม ด้านผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยเสริมว่า การฝึกอบรมมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบเรียนในห้องและเรียนทางออนไลน์ เมื่อผ่านการทดสอบ จะได้รับใบรับรองผ่านการอบรมหรือบัตรด้านความปลอดภัยในการทำงานในรูปดิจิทัล
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
ด้านหวังอวี้หมิ่น สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรค KMT ตั้งกระทู้ถามว่า ทำไมอัตราการตายในภาคก่อสร้างของไต้หวันไม่ลดแถมยังเพิ่มขึ้น สส. ผู้นี้กล่าวว่า อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% และสิงคโปร์ต่ำกว่า 30% แสดงว่าไต้หวันยังล้มเหลวในการแก้ไขปรับปรุงสถานการณ์ พร้อมถามถึงบทบาทของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนของแรงงานต่างชาติ มีจำนวนเท่าใดที่ได้บัตรความปลอดภัยในการทำงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
หงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปีที่แล้วเป้าหมายลดอุบัติเหตุจากการตกในไซต์งานก่อสร้างยังไม่บรรลุผล กระทรวงแรงงานมีการทบทวน และได้อ้างอิงแนวทางของสิงคโปร์ ปรับปรุงกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยครั้งใหญ่ ให้เจ้าของโครงการต้องร่วมรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และบริหารจัดการวัฒนธรรมในไซต์งานก่อสร้าง โดยเฉพาะปัญหาการรับเหมาช่วงหลายชั้นที่ทำให้การจัดการความรับผิดชอบไม่ชัดเจน ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยตอบว่า ขณะนี้มีผู้ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองหรือบัตรความปลอดภัยในการทำงานในภาคก่อสร้างแล้วกว่า 200,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติประมาณ 28,000 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในภาคการก่อสร้างกว่า 40,000 คน กระทรวงแรงงานจะเร่งเพิ่มการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้รับบัตรความปลอดภัยดังกล่าวมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจาก news.owlting.com)
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมหารือเกี่ยวกับร่างแก้ไขกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยเสนอ 4 ประเด็นหลัก คือ ป้องกันอุบัติเหตุจากต้นทาง จัดการระบบรับเหมาช่วง ป้องกันการกลั่นแกล้งในที่ทำงานและเพิ่มเพดานค่าปรับสูงขึ้น นายซูจวิ้นปิน รองผู้ว่าการนครเถาหยวนกล่าวในที่ประชุมว่า แรงงานต่างชาติมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็น 2 เท่าของแรงงานท้องถิ่น และแรงงานใหม่ที่ทำงานไม่ถึง 1 ปี คิดเป็นครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตทั้งหมด จึงเสนอให้แก้กฎหมายเน้นความรับผิดชอบด้านการฝึกอบรมของนายจ้าง และเพิ่มงบประมาณในการป้องกันความเสี่ยง โดยใช้เทคโนโลยีและการฝึกอบรมเข้าช่วย
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
รองผู้ว่าการนครเถาหยวนผู้นี้ยังกล่าวว่า ในเถาหยวนมีกรณีเสียชีวิตจากการทำงาน 71 รายในรอบ 2 ปี 39 รายเป็นแรงงานที่ทำงานไม่ถึง 1 ปี ซึ่งมีอัตราส่วนเกินครึ่งหนึ่ง และในจำนวนนี้ 8 รายทำงาน 1–3 ปี รวมกันคิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด แสดงว่าแรงงานใหม่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากขาดการฝึกอบรมและอุปกรณ์สำหรับการป้องกัน ขณะที่ไซต์งานก่อสร้างยังคงเป็นสถานที่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตมากที่สุด โดยเฉพาะจากการพลัดตกจากที่สูง คิดเป็นเกือบ 60% ของผู้เสียชีวิตในไซต์งานก่อสร้าง
รองผู้ว่าการนครเถาหยวนผู้นี้กล่าวอีกว่า ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติประมาณ 830,000 คน ในจำนวนนี้ 33,000 คนทำงานในภาคการก่อสร้าง เฉพาะในนครเถาหยวนมีประมาณ 6,800 คน หรือคิดเป็น 7% ของแรงงานก่อสร้างทั้งหมด แต่สัดส่วนผู้เสียชีวิตของแรงงานต่างชาติในไซต์งานก่อสร้างกลับสูงถึง 13.5% ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของจำนวนแรงงานที่เสียชีวิตในภาคการก่อสร้างทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า แรงงานต่างชาติมักทำงานที่เสี่ยงสูง แต่ขาดการคุ้มครองและการสนับสนุนที่เพียงพอ
สำหรับใบรับรองผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานหรือที่เรียกว่า บัตรความปลอดภัยในการทำงาน (職安卡) เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์ให้แรงงานในภาคก่อสร้างได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัย และจัดเก็บข้อมูลด้านอาชีวอนามัยของแรงงาน ลดการฝึกอบรมซ้ำซ้อน และเสริมสร้างการจัดการแรงงานในไซต์งาน ทั้งนี้ เนื่องจากภาคการก่อสร้างมักใช้ระบบรับเหมาช่วงหลายชั้น แรงงานมักเป็นกลุ่มชั่วคราว ไม่มีนายจ้างประจำ ทำให้มีการเคลื่อนไหวสูงและขาดความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัย กระทรวงแรงงานจึงได้ดำเนินโครงการบัตรความปลอดภัยในการทำงานดังกล่าว ปัจจุบัน มีการขยายครอบคลุมไปยังภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยจะออกให้แก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นเวลา 6 ชั่วโมง แต่ละปีต้องผ่านการอบรมเสริมอีก 3 ชั่วโมง มีทั้งแบบเรียนในห้องเรียนและสามารถเรียนทางออนไลน์ได้ สำหรับแรงงานต่างชาติมีหลักสูตรภาษาแม่ เมื่อผ่านการทดสอบ จะได้รับบัตรดังกล่าวในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้แรงงานสามารถเก็บข้อมูลการฝึกอบรมไว้ใช้งานได้ตลอดไป และลดความยุ่งยากในการพกบัตรหลายใบ
2. จับแรงงานเวียดนามขายเนื้อหมาโจ๋งครึ่มในโซเชียล 600 กรัม 1,000 เหรียญ อ้างเป็นเนื้อเก้ง แม้แต่แมวดาว สัตว์ป่าอนุรักษ์ก็กลายเป็นเมนูบนโต๊ะอาหาร
กรณีที่นายเจียงเหอซู่ สมาชิกสภาเทศบาลนครไทจง สังกัดพรรค TPP เปิดโปงในที่ประชุมสภาเทศบาลว่า มีกลุ่มลักลอบขายเนื้อสุนัขทางออนไลน์ สันนิษฐานว่าเนื้อสัตว์บางส่วนมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ที่คัดทิ้งหรือสุนัขแก่ กองการเกษตร เทศบาลนครไทจง ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขณะที่หน่วยงานคุ้มครองสัตว์ก็ยอมรับว่า เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร หากสุนัขไม่ได้มาจากฟาร์มที่จดทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย แต่เป็นฟาร์มเถื่อนที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ เป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบโดยลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ตำรวจไทจงจับแรงงานเวียดนาม 2 รายที่ขายเนื้อเก้งในโซเชียล จากการตรวจพิสูจน์ในห้องทดลองของกองการเกษตรพบว่าเป็นเนื้อสุนัข
นายเจียงเหอซู่ สมาชิกสภาเทศบาลนครไทจง สังกัดพรรค TPP เปิดโปงในที่ประชุมสภาเทศบาลว่า มีกลุ่มลักลอบขายเนื้อสุนัขทางออนไลน์ (ภาพจาก udn.com)
นายเจียงเหอซู่กล่าวในที่ประชุมสภาเทศบาลไทจงระบุว่า พบเพจ Facebook ใช้คำรหัสว่า “เสบียง” มีการซื้อขายเนื้อสุนัขและเนื้อแมวดาว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าหายากและไต้หวันประกาศให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ในราคาชั่งละ (600 กรัม) ตั้งแต่ 700 ถึง 1,500 เหรียญไต้หวัน ผู้ช่วยของเขาจึงติดตามกลุ่มลักลอบจับสุนัข และสงสัยว่าผู้ประกอบการฟาร์มที่ไร้คุณธรรมได้นำสุนัขที่แก่หรือถูกคัดทิ้งไปขายให้กลุ่มดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการรายงานการจัดการกับสุนัขที่ตาย
สถานีตำรวจต้าเจี่ย นครไทจง จับกุมนายไท่และนายเหงียน 2 แรงงานเวียดนาม ข้อหาลักลอบขายเนื้อสุนัขในโซเชียล พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง (ภาพจาก FB เจียงเหอซู่)
นายเจียงเหอซู่เผยว่า เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว อดีตพนักงานของกลุ่มจับสุนัขได้มาแจ้งเบาะแส เขาจึงให้ผู้ช่วยปลอมตัวเป็นผู้ซื้อและบันทึกกระบวนการซื้อขายไว้ ก่อนจะรายงานเรื่องนี้ต่อกองการเกษตรและแจ้งความต่อตำรวจ กลุ่มนี้จำหน่ายเนื้อสุนัขทางออนไลน์ โดยขายในราคาชั่งละ 1,000 เหรียญไต้หวัน หากขายเป็นตัวจะอยู่ที่ชั่งละ 700 เหรียญ เขาสงสัยว่านอกจากจะรับซื้อจากฟาร์มเพาะพันธุ์แล้ว ยังล่าจับสุนัขจรจัดอีกด้วย โดยในช่องแช่แข็งมีซากสุนัขกว่า 50–60 ตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
แรงงานเวียดนามขายเนื้อหมาโจ๋งครึ่มในโซเชียล 600 กรัม 1,000 เหรียญ (ภาพจาก FB เจียงเหอซู่)
สท. ผู้นี้ยังเปิดเผยว่า กลุ่มลักลอบจับสุนัขจรจัดจะใช้ยานอนหลับขณะให้อาหาร เพื่อทำให้สุนัขหมดสติ จากนั้นใช้ถุงผ้าใส่สุนัขทีละตัวและขนกลับไป นอกจากนี้ยังพบว่าสุนัขที่จับได้บางตัวมีการฝังไมโครชิป กลุ่มดังกล่าวจะติดต่อกับผู้ขายผ่านรหัส “เสบียง” ให้บริการจัดส่งทั่วไต้หวัน เมื่อมีคนติดต่อซื้อ ผู้ขายจะใช้รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีป้ายทะเบียนขนเนื้อสุนัขที่ผ่านการชำแหละไปยังจุดนัดหมาย ทำการส่งมอบให้ผู้รับซื้อพร้อมแถมเครื่องปรุงจำพวกต้นหอมและขิง หลังรับเงินก็จากไปทันที ผู้เปิดเผยข้อมูลยังระบุว่า กลุ่มนี้เคยจับแมวดาว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนด้วย และชำแหละขายเช่นเดียวกับเนื้อสุนัข โดยจากภาพถ่ายลับสามารถเห็นซากของแมวดาวได้ชัดเจน ผอ. กองการเกษตรไทจงยืนยันว่าเป็นแมวดาวจริง
เมื่อมีคนติดต่อซื้อ ผู้ขายจะใช้รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีป้ายทะเบียนขนเนื้อสุนัขไปยังจุดนัดหมาย ทำการส่งมอบให้ผู้รับซื้อพร้อมแถมเครื่องปรุงจำพวกต้นหอมและขิง (ภาพจาก FB เจียงเหอซู่)
จากข้อมูลต่าง ๆ ข้างต้น สถานีตำรวจต้าเจี่ย นครไทจง ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนแหล่งที่มาของเนื้อสุนัขดังกล่าว สามารถจับกุมนายไท่และนายเหงียน 2 แรงงานเวียดนาม ข้อหาลักลอบขายเนื้อสุนัขในโซเชียล พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง แต่ผู้ต้องหาทั้งสองอ้างว่า ไม่ใช่เป็นของตน แต่ช่วยเพื่อนขาย และไม่ใช้เนื้อสุนัข เป็นเนื้อเก้งต่างหาก แต่จากการนำเนื้อเก้งดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ในห้องทดลองของกองการเกษตรยืนยันว่า เป็นเนื้อสุนัข ไม่ใช้เนื้อเก้งแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์
เมื่อปลายปี 2567 ตำรวจเถาหยวนจับหญิงเวียดนามทำธุรกิจฆ่าน้องหมาเพื่อจำหน่ายในเขตพื้นที่กวนอิน นครเถาหยวน ผู้ต้องหาเป็นหญิงเวียดนามที่แต่งงานมาตั้งรกรากที่ไต้หวันนานหลายปี อาศัยฟาร์มเกษตรของอดีตสามีชาวไต้หวันที่ป่วยเป็นอัมพาต ลักลอบฆ่าสุนัขขายปีละนับร้อยตัว มีการบอกกันปากต่อปากในกลุ่มแรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาติเดียวกัน ทำให้แห่ซื้อกิจการคึกคัก รายได้ 200,000 เหรียญต่อเดือน ผู้เป็นสามีซึ่งป่วยเป็นอัมพาตเตือนยังไงก็ไม่ฟัง ทนไม่ได้แจ้งความ กองคุ้มครองสัตว์เถาหยวนส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จับหญิงเวียดนามรายนี้ ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ช่วยน้องหมาซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกสุนัขอายุไม่กี่เดือน มากสุด 2 ปีออกมาจากสถานที่เลี้ยงที่แสนสกปรกจำนวน 32 ตัว
นางฝ่าม หญิงเวียดนามที่มาแต่งงานและตั้งถิ่นในเขตกวนอิน เถาหยวน ถูกจับฐานฆ่าน้องหมาขาย เจ้าหน้าที่ช่วยน้องหมาออกมาจากสถานที่เลี้ยงที่แสนสกปรกจำนวน 32 ตัว (ภาพจาก CTWANT)
โฆษกสถานีตำรวจไทจงเตือนว่า ปศุสัตว์จำพวกสุกร หรือโค กระบือ แพะ และสัตว์ปีกอย่างเป็ด ไก่ ฯลฯ แม้จะเลี้ยงเอง ห้ามมีการเชือดนอกโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับ 100,000-500,000 เหรียญ ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมการฆ่าสัตว์ แต่หากว่าฆ่าสัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขและแมว จะฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์มาตรา 25 ฆ่าสุนัขและแมว มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 200,000-2,000,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ทานเนื้อสุนัข มีโทษปรับเช่นกัน ตั้งแต่ 50,000 – 250,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนการล่าและกินสัตว์ป่าสงวนอย่างแมวดาว มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 2 ล้านเหรียญไต้หวัน
3. จับ 16 ผีน้อยไทยทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ในนครนิวไทเป พบทำงานวันละ 12 ชม. ค่าจ้างถูกหักเหลือ ชม. ละ 80 เหรียญ
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปได้รับแจ้งว่า โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ในนครนิวไทเปแห่งหนึ่ง มีการจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงานเป็นจำนวนมาก จึงประสานกับตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ สามารถจับกุมนักท่องเที่ยวชาวไทย 16 คน ขณะเดียวกันก็จับกุมนายหน้าชายชาวไต้หวันรายหนึ่งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานและแสวงหาผลกำไรอย่างผิดกฎหมาย ส่งดำเนินคดีต่อสำนักงานอัยการนิวไทเป นอกจากนี้ ยังจับเจ้าของโรงงานส่งให้กองแรงงานนครนิวไทเปลงโทษปรับตามกฎหมาย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้ง 16 คน ถูกควบคุมตัวและส่งกลับประเทศตามกระบวนการทางกฎหมาย
เมื่อตำรวจจู่โจมเข้าไปในโรงงาน ไม่พบแรงงานใด ๆ มีแต่กองเนื้อไก่ที่อยู่ระหว่างชำแหละ (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงว่า เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า โรงงานแปรรูปเนื้อไก่แห่งหนึ่งในเขตอู๋กู่ นครนิวไทเป จึงตั้งคณะทำงานตรวจสอบ เมื่อได้หลักฐานที่ชัดเจนแล้ว สนธิกำลังจากหน่วยงานอื่น อย่างตำรวจท้องที่ สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กองแรงงานนครนิวไทเปเป็นต้น เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ดังกล่าว พบแรงงานผิดกฎหมาย 7 คนหลบซ่อนอยู่ช่องเล็ก ๆ หลังโรงงาน และอีก 9 คนในหอพัก รวมทั้งหมด 16 คน และยังพบชายชาวไต้หวันวัย 50 ปี คนหนึ่งเดินอยู่บริเวณใกล้โรงงานมีพฤติกรรมที่ต้องสงสัยว่าเป็นนายหน้าผิดกฎหมาย หลังสอบปากคำ ชายชาวไต้หวันรายนี้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ดูแลและจัดหาที่พักให้แรงงานไทยกลุ่มนี้จริง แต่ก็บ่นกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเก็บค่าหัวคิวเพียงชั่วโมงละ 30 เหรียญ แต่ยังต้องให้ที่พักฟรี ถือว่าเป็นธุรกิจที่ขาดทุน
แรงงานไทยผิดกฎหมาย 7 คนหลบซ่อนอยู่ช่องเล็ก ๆ หลังโรงงาน (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวไทย ทำให้แรงงานไทยกลุ่มนี้ยอมเปิดใจและยอมรับว่าเดินทางเข้าไต้หวันด้วยฟรีวีซ่าเพื่อหวังมาหาเงิน เมื่อเดินทางถึงมีชายชาวไต้หวันเป็นผู้รับตัวพาไปทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ดังกล่าว ต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมง หลังหักค่าหัวคิวและค่าดูแลแล้ว ได้ค่าจ้างเพียงวันละประมาณ 960 เหรียญไต้หวัน หรือประมาณชั่วโมงละ 80 เหรียญ โดยก่อนการจ่ายเงินค่าหัวคิวให้กับนายหน้าในไทยคนละประมาณ 40,000 ถึง 50,000 บาท แต่สุดท้ายกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย
จับ 16 ผีน้อยไทยทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ในนครนิวไทเป พบทำงานวันละ 12 ชม. ค่าจ้างถูกหักแล้วเหลือ ชม. ละ 80 เหรียญ (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงว่า นายจ้างชาวไต้หวันพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายการจ้างงาน ด้วยการจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกดค่าจ้างเพื่อเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของตน ขณะที่นายหน้าก็หักเงินหัวคิวและค่าดูแลจากค่าแรงเพียงเล็กน้อยของแรงงานผิดกฎหมายถึงเดือนละ 7,000 เหรียญต่อคน ทำรายได้ถึงเดือนละเกือบ 100,000 เหรียญไต้หวัน การร่วมมือกันระหว่างนายจ้างกับนายหน้าทำให้แรงงานผิดกฎหมายถูกเอาเปรียบอย่างหนัก และคำกล่าวอ้างของนายหน้าที่ว่า เป็นธุรกิจที่ขาดทุนนั้น ก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
หลังการสอบสวน นายหน้าผิดกฎหมายและเจ้าของโรงงานถูกดำเนินคดีตามกฎหมายการจ้างงาน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้ง 16 คนถูกควบคุมตัวและเตรียมส่งกลับประเทศในเร็ว ๆ นี้
16 คนไทยจ่ายค่าหัวคิวให้กับนายหน้าไทยคนละประมาณ 40,000 ถึง 50,000 บาท เพื่อเดินทางมาทำงานหาเงินที่ไต้หวัน แต่รับเพียง ชม. ละ 80 เหรียญ และเป็นงานผิดกฎหมาย (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)