
Sign up to save your podcasts
Or


1. ก. แรงงานใช้มาตรการเชิงรุกช่วยนายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ล่าสุดยื่นขอว่าจ้างกว่า 30,000 คน อนุมัติ 28,000 คน 60% เป็นผู้อนุบาล แรงงานไทยภาคการผลิตได้รับอนุมัติแล้ว 2,593 คน จากทั้งหมด 11,334 คน
เพื่อที่จะแก้ภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญระดับช่างเทคนิค กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป หรือโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งแต่ 30 เมษายน 2565 จนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2567 นายจ้างไต้หวันยื่นคำร้องขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้วกว่า 30,000 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 27,949 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 60% เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล กระทรวงแรงงานส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือมากยิ่งขึ้น โดยมีมาตรการเชิงรุก ติดต่อสอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติและสอดคล้องคุณสมบัติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งเป้าอนุมัติปีละ 20,000 คน จากเดิมที่กำหนดปีละ 10,000 คน
ศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือให้ง่ายและสะดวกขึ้น นายจ้างสามารถยื่นขอและทำเรื่อง ณ จุดเดียวเบ็ดเสร็จ รวมทั้งบริการให้คำปรึกษา จัดเจ้าหน้าที่ไปให้คำแนะนำถึงสถานประกอบการ
นายเฉินชางปัง ผอ. ศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ เริ่มจากปีนี้เป็นต้นมา กรมพัฒนากำลังแรงงาน ใช้มาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ โดยโทรศัพท์สอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติในการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลปรากฏว่า นายจ้างมีความกระตือรือร้นในการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น
บรรยากาศภายในศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจาก atanews.net)
ผอ. ศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติผู้นี้กล่าวว่า คุณสมบัติของแรงงานกึ่งฝีมือ มี 4 รายการ ได้แก่ ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว รวมถึงนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป จะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญเหมือนแรงงานท้องถิ่น เมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปีแล้วสามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร ในส่วนผลดีของนายจ้าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน นอกจากนี้ นายจ้างยังสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติเปิดเผยข้อมูลว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2567 นายจ้างไต้หวันยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ 30,607 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล 16,609 คน ภาคการผลิต 12,713 คน นักศึกษาต่างชาติ 10 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 27,949 คน เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต 11,334 คน แบ่งเป็น
1. โรงงานอุตสาหกรรม 10,760 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 3,728 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 3,006 คน แรงงานไทยได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ 2,506 คน และอินโดนีเซีย 1,520 คน
2. ลูกเรือประมงได้รับการอนุมัติแล้ว 530 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 409 คน ฟิลิปปินส์ 107 คน เวียดนาม 10 คนและไทย 4 คน
3. ภาคการเกษตรอนุมัติแล้ว 18 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 11 คน อินโดนีเซีย 5 คน ฟิลิปปินส์และไทยชาติละ 1 คน
4. โรงเชือดและชำแหละเนื้อสัตว์ 11 คน เป็นอินโดนีเซีย 8 คน เวียดนาม 2 คนและฟิลิปปินส์ 1 คน
5. ภาคการก่อสร้างอนุมัติแล้ว 7 คน เป็นคนงานไทย 4 คน อินโดนีเซีย 2 คน เวียดนาม 1 คน
6. งานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเป็นแรงงานเวียดนามทั้งหมด 4 คน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ด้านภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาลในครัวเรือน ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 16,062 คน เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 12,411 คน ฟิลิปปินส์ 2,530 คน เวียดนาม 1,014 คนและผู้อนุบาลไทย 77 คน ส่วนผู้อนุบาลในองค์กร ได้รับอนุมัติ 547 คน เป็นผู้อนุบาลเวียดนาม 316 คน อินโดนีเซีย 173 คน ฟิลิปปินส์ 57 คนและแรงงานไทย 1 คน
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้นายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น กระทรวงแรงงานได้ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือและประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ https://lrsc.wda.gov.tw
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
2. ทลายผับฉาวกลางกรุงไทเป รวบ 24 สาวไทย ถือฟรีวีซ่าลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์แฝงค้ากาม
ตำรวจกรุงไทเปจู่โจมผับบาร์ฉาวแห่งหนึ่งในเขตจงซาน ซึ่งเปิดในสถานที่ค่อนข้างลับตา ได้รับการขนานนามว่าผับสาวไทย โดยมีหญิงไทยถือวีซ่าท่องเที่ยว แต่วนเวียนมาลักลอบค้ากามเป็นประจำ จับกุมทั้งหมด 46 คน รวมหญิงไทย ลูกค้า เจ้าของร้านและพนักงาน
ตำรวจรวบ 24 สาวไทย ถือฟรีวีซ่าลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์แฝงค้ากามในผับกลางกรุงไทเป (ภาพจากสถานีตำรวจไทเป)
สถานีตำรวจกรุงไทเปออกแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดี ผับแห่งหนึ่งตั้งอยู่ห้องใต้ดินของอาคารบนถนนมินเซิงตงลู่ เป็นที่รู้จักกันดีในนามผับสาวไทย โดยมีหญิงต่างชาติขายบริการเป็นจำนวนมาก ตำรวจตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน พบว่าผับแห่งนี้ ชักชวนหญิงไทยใช้ฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ลักลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์และให้ลูกค้ากอด จูบ ลูบ คลำได้ ตามจำนวนสายรัดข้อมือที่ให้ ซึ่งลูกค้าจะต้องซื้อจากผับในราคาชิ้นละ 100 เหรียญ หลังจากนั้น หญิงไทย สามารถนำสายรัดข้อมือเหล่านี้ไปแลกเป็นเงินสดได้
รวบ 24 สาวไทย ถือฟรีวีซ่าลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์แฝงค้ากาม (ภาพจาก tw.nextapple.com)
หลังจากได้ข้อมูลแน่ชัดแล้ว เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจจู่โจมผับดังกล่าว จับนายเจี่ยง ชายชาวไต้หวันอายุ 29 ปี เจ้าของร้านพร้อมพนักงาน 5 คน ลูกค้า 17 คนและหญิงไทย 24 คน พร้อมกันนั้นยังยึดของกลางเป็นเงินสด 410,000 เหรียญ สมุดบัญชี รีโมทปิดเปิดประตู กัญชาและยาเคในรูปของบุหรี่อย่างละ 1 มวน เป็นต้น ตำรวจปรับหญิงไทยทั้ง 24 ราย ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความเป็นระเบียบร้อยของสังคม จากนั้นส่งไปยังสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอการส่งกลับประเทศ ส่วนเจ้าของผับและพนักงานถูกดำเนินคดีข้อหากระทำความผิดทางอาญาเกี่ยวกับเพศ ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง
ของกลางที่ตำรวจยึดได้ ในจำนวนนี้มีสายรัดข้อมือจำนวนมาก ซึ่งลูกค้าต้องซื้อจากผับในราคาชิ้นละ 100 เหรียญ ใช้สำหรับแจกสาวนั่งดริ้งก์ และแตะเนื้อต้องตัวได้ ตามแต่จำนวนสายรัดข้อมือที่ให้ หลังจากนั้น หญิงไทยสามารถนำไปแลกเป็นเงินสดได้ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
3. ระวังจุดบอด! 2 แรงงานเวียดนาม ขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปซื้อของ ถูกรถโม่ปูนทับหน้าโรงงาน คนซ้อนท้ายเสียชีวิต
เหตุการณ์สยองขวัญคดีนี้ เกิดขึ้นที่โรงงานผลิตและผสมปูนซีเมนต์ของบริษัท ไต้หวันซีเมนต์ กรุป โรงงานที่เขตต้าตู้ นครไทจง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 เวลา 16.53 น. นายเหงียน อายุ 29 ปี แรงงานเวียดนามขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปหาซื้อของเพื่อกลับหอพักในโรงงาน โดยมีนายเหงียน เพื่อนร่วมงานอายุ 37 ปีซ้อนท้าย ขณะขี่ถึงหน้าโรงงาน ซึ่งเป็นถนนที่แคบและเป็นทางเลี้ยวโค้งเข้าโรงงาน ถูกรถบรรทุกปูนซีเมนต์ 10 ล้อซึ่งมองไม่เห็นคนขี่รถจักรยานไฟฟ้าทั้งสองเฉี่ยวชนจนรถจักรยานไฟฟ้าเสียหลักล้ม และทับแรงงานทั้งสองอาการสาหัส หลังส่งรักษา นายเหงียนที่ซ้อนท้าย เนื่องจากถูกทับอยู่ใต้ท้องรถ แพทย์ไม่สามารถกู้ชีพ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
2 แรงงานเวียดนาม ขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปซื้อของ ถูกรถโม่ปูนทับหน้าโรงงาน คนซ้อนท้ายเสียชีวิต (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
ตำรวจจับนายเฉิน อายุ 26 ปี ชายชาวไต้หวันที่ขับรถโม่ปูนส่งดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ขณะเดียวกันเรียกร้องให้คนขับรถ ต้องเคารพกฎจราจร เมื่อถึงทางแยกหรือทางเลี้ยวต้องชะลอความเร็วและระมัดระวังอย่างยิ่ง ห้ามฝ่าไฟแดงเด็ดขาด ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถจักรยานไฟฟ้ายิ่งต้องระวัง นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎจราจร ใส่หมวกกันน็อก ไม่ให้คนขี่ซ้อนท้ายแล้ว ยังต้องหลีกเลี่ยงเข้าใกล้รถบรรทุกหรือรถขนาดใหญ่ เพราะรถเหล่านี้ จะมีพื้นที่จุดบอด คนขับไม่สามารถมองเห็นท้ายรถผ่านกระจกมองหลัง และจุดอับสายตาข้างรถที่ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นสิ่งกีดขวางลดลง ก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย
2 แรงงานเวียดนาม ขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปซื้อของ ถูกรถโม่ปูนทับหน้าโรงงาน คนซ้อนท้ายเสียชีวิต (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. ก. แรงงานใช้มาตรการเชิงรุกช่วยนายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ล่าสุดยื่นขอว่าจ้างกว่า 30,000 คน อนุมัติ 28,000 คน 60% เป็นผู้อนุบาล แรงงานไทยภาคการผลิตได้รับอนุมัติแล้ว 2,593 คน จากทั้งหมด 11,334 คน
เพื่อที่จะแก้ภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญระดับช่างเทคนิค กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป หรือโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งแต่ 30 เมษายน 2565 จนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2567 นายจ้างไต้หวันยื่นคำร้องขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้วกว่า 30,000 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 27,949 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 60% เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล กระทรวงแรงงานส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือมากยิ่งขึ้น โดยมีมาตรการเชิงรุก ติดต่อสอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติและสอดคล้องคุณสมบัติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งเป้าอนุมัติปีละ 20,000 คน จากเดิมที่กำหนดปีละ 10,000 คน
ศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือให้ง่ายและสะดวกขึ้น นายจ้างสามารถยื่นขอและทำเรื่อง ณ จุดเดียวเบ็ดเสร็จ รวมทั้งบริการให้คำปรึกษา จัดเจ้าหน้าที่ไปให้คำแนะนำถึงสถานประกอบการ
นายเฉินชางปัง ผอ. ศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ เริ่มจากปีนี้เป็นต้นมา กรมพัฒนากำลังแรงงาน ใช้มาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ โดยโทรศัพท์สอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติในการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลปรากฏว่า นายจ้างมีความกระตือรือร้นในการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น
บรรยากาศภายในศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจาก atanews.net)
ผอ. ศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติผู้นี้กล่าวว่า คุณสมบัติของแรงงานกึ่งฝีมือ มี 4 รายการ ได้แก่ ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว รวมถึงนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป จะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญเหมือนแรงงานท้องถิ่น เมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปีแล้วสามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร ในส่วนผลดีของนายจ้าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน นอกจากนี้ นายจ้างยังสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติเปิดเผยข้อมูลว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2567 นายจ้างไต้หวันยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ 30,607 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล 16,609 คน ภาคการผลิต 12,713 คน นักศึกษาต่างชาติ 10 คน กระทรวงแรงงานอนุมัติแล้ว 27,949 คน เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต 11,334 คน แบ่งเป็น
1. โรงงานอุตสาหกรรม 10,760 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 3,728 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 3,006 คน แรงงานไทยได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ 2,506 คน และอินโดนีเซีย 1,520 คน
2. ลูกเรือประมงได้รับการอนุมัติแล้ว 530 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 409 คน ฟิลิปปินส์ 107 คน เวียดนาม 10 คนและไทย 4 คน
3. ภาคการเกษตรอนุมัติแล้ว 18 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 11 คน อินโดนีเซีย 5 คน ฟิลิปปินส์และไทยชาติละ 1 คน
4. โรงเชือดและชำแหละเนื้อสัตว์ 11 คน เป็นอินโดนีเซีย 8 คน เวียดนาม 2 คนและฟิลิปปินส์ 1 คน
5. ภาคการก่อสร้างอนุมัติแล้ว 7 คน เป็นคนงานไทย 4 คน อินโดนีเซีย 2 คน เวียดนาม 1 คน
6. งานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเป็นแรงงานเวียดนามทั้งหมด 4 คน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ด้านภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาลในครัวเรือน ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 16,062 คน เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 12,411 คน ฟิลิปปินส์ 2,530 คน เวียดนาม 1,014 คนและผู้อนุบาลไทย 77 คน ส่วนผู้อนุบาลในองค์กร ได้รับอนุมัติ 547 คน เป็นผู้อนุบาลเวียดนาม 316 คน อินโดนีเซีย 173 คน ฟิลิปปินส์ 57 คนและแรงงานไทย 1 คน
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้นายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น กระทรวงแรงงานได้ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือและประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ https://lrsc.wda.gov.tw
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
2. ทลายผับฉาวกลางกรุงไทเป รวบ 24 สาวไทย ถือฟรีวีซ่าลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์แฝงค้ากาม
ตำรวจกรุงไทเปจู่โจมผับบาร์ฉาวแห่งหนึ่งในเขตจงซาน ซึ่งเปิดในสถานที่ค่อนข้างลับตา ได้รับการขนานนามว่าผับสาวไทย โดยมีหญิงไทยถือวีซ่าท่องเที่ยว แต่วนเวียนมาลักลอบค้ากามเป็นประจำ จับกุมทั้งหมด 46 คน รวมหญิงไทย ลูกค้า เจ้าของร้านและพนักงาน
ตำรวจรวบ 24 สาวไทย ถือฟรีวีซ่าลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์แฝงค้ากามในผับกลางกรุงไทเป (ภาพจากสถานีตำรวจไทเป)
สถานีตำรวจกรุงไทเปออกแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดี ผับแห่งหนึ่งตั้งอยู่ห้องใต้ดินของอาคารบนถนนมินเซิงตงลู่ เป็นที่รู้จักกันดีในนามผับสาวไทย โดยมีหญิงต่างชาติขายบริการเป็นจำนวนมาก ตำรวจตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน พบว่าผับแห่งนี้ ชักชวนหญิงไทยใช้ฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ลักลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์และให้ลูกค้ากอด จูบ ลูบ คลำได้ ตามจำนวนสายรัดข้อมือที่ให้ ซึ่งลูกค้าจะต้องซื้อจากผับในราคาชิ้นละ 100 เหรียญ หลังจากนั้น หญิงไทย สามารถนำสายรัดข้อมือเหล่านี้ไปแลกเป็นเงินสดได้
รวบ 24 สาวไทย ถือฟรีวีซ่าลอบทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์แฝงค้ากาม (ภาพจาก tw.nextapple.com)
หลังจากได้ข้อมูลแน่ชัดแล้ว เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจจู่โจมผับดังกล่าว จับนายเจี่ยง ชายชาวไต้หวันอายุ 29 ปี เจ้าของร้านพร้อมพนักงาน 5 คน ลูกค้า 17 คนและหญิงไทย 24 คน พร้อมกันนั้นยังยึดของกลางเป็นเงินสด 410,000 เหรียญ สมุดบัญชี รีโมทปิดเปิดประตู กัญชาและยาเคในรูปของบุหรี่อย่างละ 1 มวน เป็นต้น ตำรวจปรับหญิงไทยทั้ง 24 ราย ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความเป็นระเบียบร้อยของสังคม จากนั้นส่งไปยังสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอการส่งกลับประเทศ ส่วนเจ้าของผับและพนักงานถูกดำเนินคดีข้อหากระทำความผิดทางอาญาเกี่ยวกับเพศ ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง
ของกลางที่ตำรวจยึดได้ ในจำนวนนี้มีสายรัดข้อมือจำนวนมาก ซึ่งลูกค้าต้องซื้อจากผับในราคาชิ้นละ 100 เหรียญ ใช้สำหรับแจกสาวนั่งดริ้งก์ และแตะเนื้อต้องตัวได้ ตามแต่จำนวนสายรัดข้อมือที่ให้ หลังจากนั้น หญิงไทยสามารถนำไปแลกเป็นเงินสดได้ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
3. ระวังจุดบอด! 2 แรงงานเวียดนาม ขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปซื้อของ ถูกรถโม่ปูนทับหน้าโรงงาน คนซ้อนท้ายเสียชีวิต
เหตุการณ์สยองขวัญคดีนี้ เกิดขึ้นที่โรงงานผลิตและผสมปูนซีเมนต์ของบริษัท ไต้หวันซีเมนต์ กรุป โรงงานที่เขตต้าตู้ นครไทจง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 เวลา 16.53 น. นายเหงียน อายุ 29 ปี แรงงานเวียดนามขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปหาซื้อของเพื่อกลับหอพักในโรงงาน โดยมีนายเหงียน เพื่อนร่วมงานอายุ 37 ปีซ้อนท้าย ขณะขี่ถึงหน้าโรงงาน ซึ่งเป็นถนนที่แคบและเป็นทางเลี้ยวโค้งเข้าโรงงาน ถูกรถบรรทุกปูนซีเมนต์ 10 ล้อซึ่งมองไม่เห็นคนขี่รถจักรยานไฟฟ้าทั้งสองเฉี่ยวชนจนรถจักรยานไฟฟ้าเสียหลักล้ม และทับแรงงานทั้งสองอาการสาหัส หลังส่งรักษา นายเหงียนที่ซ้อนท้าย เนื่องจากถูกทับอยู่ใต้ท้องรถ แพทย์ไม่สามารถกู้ชีพ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
2 แรงงานเวียดนาม ขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปซื้อของ ถูกรถโม่ปูนทับหน้าโรงงาน คนซ้อนท้ายเสียชีวิต (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
ตำรวจจับนายเฉิน อายุ 26 ปี ชายชาวไต้หวันที่ขับรถโม่ปูนส่งดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ขณะเดียวกันเรียกร้องให้คนขับรถ ต้องเคารพกฎจราจร เมื่อถึงทางแยกหรือทางเลี้ยวต้องชะลอความเร็วและระมัดระวังอย่างยิ่ง ห้ามฝ่าไฟแดงเด็ดขาด ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถจักรยานไฟฟ้ายิ่งต้องระวัง นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎจราจร ใส่หมวกกันน็อก ไม่ให้คนขี่ซ้อนท้ายแล้ว ยังต้องหลีกเลี่ยงเข้าใกล้รถบรรทุกหรือรถขนาดใหญ่ เพราะรถเหล่านี้ จะมีพื้นที่จุดบอด คนขับไม่สามารถมองเห็นท้ายรถผ่านกระจกมองหลัง และจุดอับสายตาข้างรถที่ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นสิ่งกีดขวางลดลง ก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย
2 แรงงานเวียดนาม ขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากไปซื้อของ ถูกรถโม่ปูนทับหน้าโรงงาน คนซ้อนท้ายเสียชีวิต (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)