
Sign up to save your podcasts
Or


1. ตรวจสอบพบแรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุมากกว่าแรงงานท้องถิ่นเท่าตัว การยื่นเรื่องยุ่งยาก 10 ปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติไม่ได้ยื่นขอเงินทุพพลภาพกว่า 40 ล้านเหรียญไต้หวัน
นางหวางเหม่ยอวี้ สมาชิกสภาการตรวจสอบแถลงข่าวรายงานการตรวจสอบฉบับล่าสุดว่า ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ปัจจุบันมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันกว่า 700,000 คน ทำงานอยู่ในภาคการผลิตกว่า 443,000 คนหรือครองสัดส่วนแรงงานต่างชาติทั้งหมด 66% พวกเขาเหล่านี้ ส่วนใหญ่ต้องทำงานในกิจการที่เป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย ทำให้การเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานอัตราส่วนค่อนข้างสูง สูงกว่าแรงงานท้องถิ่นที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานโดยเฉลี่ยทุก 1,000 คน มี 2.9 คนถึงเท่าตัว และจากการตรวจสอบ ช่วงปี 2559 เป็นต้นมา จนถึง 2563 ช่วงเวลา 5 ปี มีแรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุและยื่นขอเงินทดแทนจำนวน 1,087 คน ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 512 คน ยุติสัญญาจ้างหลังรับเงินทดแทนไปแล้ว
สมาชิกสภาการตรวจสอบแถลงข่าวรายงานการตรวจสอบฉบับล่าสุดว่า แรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุมากกว่าแรงงานท้องถิ่นเท่าตัว แต่การยื่นเรื่องยุ่งยาก ทำให้ 10 ปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติไม่ได้ยื่นขอเงินทุพพลภาพกว่า 40 ล้านเหรียญไต้หวัน (ภาพจาก CNA)
นอกจากนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติที่ทุพพลภาพจากการทำงาน ไม่ได้ยื่นขอเงินช่วยเหลือรายเดือนสูงถึง 40 ล้านเหรียญไต้หวัน ประมาณการว่า มีแรงงานต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุทุพพลภาพ และมีคุณสมบัติรับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพรายเดือน แต่เดินทางกลับประเทศแล้ว กว่าครึ่งไม่ได้ยื่นขอเงินเยียวยาดังกล่าว สาเหตุเป็นเพราะไม่รู้สิทธิ์ของตน ขณะที่หลายรายรู้ แต่ขั้นตอนการยื่นขอเงินช่วยเหลือดังกล่าวมีความยุ่งยาก ต้องใช้เอกสารและมีขั้นตอนการยื่นขอที่ค่อนข้างซับซ้อน นอกจากนี้ ยังต้องแปลเอกสารหรือหนังสือรับรองจากแพทย์เป็นภาษาอังกฤษและต้องมีฉบับภาษาจีน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่หลวงสำหรับผู้ทุพพลภาพ เดินหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวกและอยู่ในถิ่นทุรกันดาร จำยอมต้องสละสิทธิ์การยื่นขอเงินเยียวยาดังกล่าว
เครื่องจักรเก่าอัตราย ระบบป้องกันความปลอดภัยไร้ประสิทธิภาพ
สมาชิกสภาการตรวจสอบผู้นี้กล่าวว่า เงินสิทธิประโยชน์ที่แรงงานต่างชาติผู้ประสบอุบัติเหตุจากการทำงานแต่ไม่ได้ยื่นขอสูงถึง 40 ล้านเหรียญไต้หวัน เป็นเงินขอแรงงานต่างชาติจำนวนมากที่ต้องสูญเสียมือและเท้าและอวัยวะอื่นๆ ต้องใช้อันตรายของชีวิตเข้าแลก แต่กลับไม่สามารถรับเงินช่วยเหลือนี้ได้ เป็นเรื่องที่ทำให้ไต้หวันเสียภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรทบทวนกฎระเบียบ ลดขั้นตอนและอำนวยความสะอาดในการยื่นขอ
จากการเปิดเผยของบริษัทจัดหางานไต้หวันหลายรายกล่าวว่า สำหรับแรงงานไทยที่ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บ พิการหรือเสียชีวิต ไม่ว่าจะจากการทำงานหรือนอกเวลาทำงาน สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวันจะให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ แต่ที่ไม่สามารถยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาติอื่น
แรงงานต่างชาติมีอัตราส่วนเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานสูงกว่าแรงงานท้องถิ่นถึงเท่าตัว และไม่ได้ยื่นขอเงินทุพพลภาพกว่า 40 ล้านเหรียญไต้หวัน
2. พบแรงงานไทยป่วยตับอักเสบเอพุ่ง 9-20 ก.พ. เฉพาะเถาหยวนพบ 20 ราย กระจายอยู่ใน 16 โรงงาน เตือนเลี่ยงกินของสุกๆ ดิบๆ และหมั่นล้างมือ !!
เกิดปรากฏการที่แรงงานไทยป่วยเป็นโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลันมากผิดปกติ กรมควบคุมโรคไต้หวันกล่าวว่า ณ วันที่ 17 ก.พ. 65 ระยะเวลาเพียง 48 วัน พบผู้ป่วยโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลันมากถึง 37 ราย ที่น่าเป็นห่วงคือในจำนวนนี้มี 70% หรือ 27 รายเป็นแรงงานไทย สาเหตุของการติดเชื้อยังอยู่ระหว่างสอบสวนโรค แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อและผักโดยไม่ได้ปรุงสุกก่อน อาทิ ปลาร้าดิบ แหนมดิบ ลาบหลู้ดิบและผักสด
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเก็บตัวอย่างจากร้านอาหารไทย นำไปตรวจสอบหาต้นตอของแหล่งติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน
นายจวงเหรินเสียง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันแถลงว่า ณ วันที่ 17 ก.พ. 65 พบผู้ป่วยโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลันมากถึง 37 ราย ในจำนวนนี้ร้อยละ 70 หรือ 27 รายเป็นแรงงานไทย แบ่งตามเขตพื้นที่ เป็นแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในนครเถาหยวน 15 ราย ไทจง 7 ราย ไถหนาน 3 ราย ซินจู๋ 3 ราย จางฮั่ว 2 ราย อี๋หลาน หนานโถวและเจียอี้ แห่งละ 1 ราย
จากการตรวจสอบพบว่า เฉพาะช่วงวันที่ 9-20 ก.พ. ที่ผ่านมา ระยะเวลาสั้นๆ 11 วัน ในเถาหยวน มีแรงงานไทยจาก 16 โรงงาน จำนวน 20 ราย ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานแต่ละพื้นที่ และไม่ได้ข้องเกี่ยวกัน ป่วยเป็นโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากอาหารที่รับประทานปนเปื้อนไวรัสตับอักเสบเอ เนื่องจากแรงงานไทยป่วยเป็นโรคชนิดนี้พร้อมกันหลายราย กรมควบคุมโรคเห็นว่าผิดปกติ แต่ยังเป็นไปในลักษณะเฉพาะราย ไม่ได้ระบาดเป็นกลุ่มก้อน จึงรายงานให้กระทรวงแรงงานทราบ เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่พัก ห้องครัวและห้องอาหารของแรงงานไทยเหล่านี้ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ก่อนทำอาหาร หรือก่อนรับประทานอาหารต้องล้างมือให้สะอาด
วงจรการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน
ไวรัสตับอักเสบนั้น ถือเป็นภัยเงียบที่มักถูกละเลย แต่เป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว เมื่อติดเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ตับจะก่อให้เกิดภาวะตับอักเสบ ส่งผลให้ตับทำงานผิดปกติ มีอาการตับบวมโต อ่อนเพลีย ซึ่งไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ, บี, ซี, ดี, อี เป็นต้น แต่ที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขสำหรับคนไทย ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี และ ไวรัสตับอักเสบซี
การติดต่อของโรคนี้ มักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโดยผู้เตรียมอาหารเป็นพาหะของโรค ก่อนรับประทานอาหารไม่ได้ล้างมือ รวมทั้งรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงให้สุก สำหรับอาการแสดงของโรคตับอักเสบเอ ได้แก่ เป็นไข้ตัวร้อน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน แน่นท้องใต้ชายโครงขวา ท้องร่วง ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้ม และ มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองที่เรียกว่าดีซ่าน วิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายที่สุด คือ ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำหรือก่อนปรุงอาหาร ควรใส่ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสอุจจาระคนอื่นและล้างมือให้สะอาด ส่วนวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการฉีดวัคซีน
สื่อประชาสัมพันธ์จากส สนร.ไทเป เตือนให้แรงงานไทยระวังไวรัสตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. ตรวจสอบพบแรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุมากกว่าแรงงานท้องถิ่นเท่าตัว การยื่นเรื่องยุ่งยาก 10 ปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติไม่ได้ยื่นขอเงินทุพพลภาพกว่า 40 ล้านเหรียญไต้หวัน
นางหวางเหม่ยอวี้ สมาชิกสภาการตรวจสอบแถลงข่าวรายงานการตรวจสอบฉบับล่าสุดว่า ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ปัจจุบันมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันกว่า 700,000 คน ทำงานอยู่ในภาคการผลิตกว่า 443,000 คนหรือครองสัดส่วนแรงงานต่างชาติทั้งหมด 66% พวกเขาเหล่านี้ ส่วนใหญ่ต้องทำงานในกิจการที่เป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย ทำให้การเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานอัตราส่วนค่อนข้างสูง สูงกว่าแรงงานท้องถิ่นที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานโดยเฉลี่ยทุก 1,000 คน มี 2.9 คนถึงเท่าตัว และจากการตรวจสอบ ช่วงปี 2559 เป็นต้นมา จนถึง 2563 ช่วงเวลา 5 ปี มีแรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุและยื่นขอเงินทดแทนจำนวน 1,087 คน ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 512 คน ยุติสัญญาจ้างหลังรับเงินทดแทนไปแล้ว
สมาชิกสภาการตรวจสอบแถลงข่าวรายงานการตรวจสอบฉบับล่าสุดว่า แรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุมากกว่าแรงงานท้องถิ่นเท่าตัว แต่การยื่นเรื่องยุ่งยาก ทำให้ 10 ปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติไม่ได้ยื่นขอเงินทุพพลภาพกว่า 40 ล้านเหรียญไต้หวัน (ภาพจาก CNA)
นอกจากนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติที่ทุพพลภาพจากการทำงาน ไม่ได้ยื่นขอเงินช่วยเหลือรายเดือนสูงถึง 40 ล้านเหรียญไต้หวัน ประมาณการว่า มีแรงงานต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุทุพพลภาพ และมีคุณสมบัติรับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพรายเดือน แต่เดินทางกลับประเทศแล้ว กว่าครึ่งไม่ได้ยื่นขอเงินเยียวยาดังกล่าว สาเหตุเป็นเพราะไม่รู้สิทธิ์ของตน ขณะที่หลายรายรู้ แต่ขั้นตอนการยื่นขอเงินช่วยเหลือดังกล่าวมีความยุ่งยาก ต้องใช้เอกสารและมีขั้นตอนการยื่นขอที่ค่อนข้างซับซ้อน นอกจากนี้ ยังต้องแปลเอกสารหรือหนังสือรับรองจากแพทย์เป็นภาษาอังกฤษและต้องมีฉบับภาษาจีน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่หลวงสำหรับผู้ทุพพลภาพ เดินหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวกและอยู่ในถิ่นทุรกันดาร จำยอมต้องสละสิทธิ์การยื่นขอเงินเยียวยาดังกล่าว
เครื่องจักรเก่าอัตราย ระบบป้องกันความปลอดภัยไร้ประสิทธิภาพ
สมาชิกสภาการตรวจสอบผู้นี้กล่าวว่า เงินสิทธิประโยชน์ที่แรงงานต่างชาติผู้ประสบอุบัติเหตุจากการทำงานแต่ไม่ได้ยื่นขอสูงถึง 40 ล้านเหรียญไต้หวัน เป็นเงินขอแรงงานต่างชาติจำนวนมากที่ต้องสูญเสียมือและเท้าและอวัยวะอื่นๆ ต้องใช้อันตรายของชีวิตเข้าแลก แต่กลับไม่สามารถรับเงินช่วยเหลือนี้ได้ เป็นเรื่องที่ทำให้ไต้หวันเสียภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรทบทวนกฎระเบียบ ลดขั้นตอนและอำนวยความสะอาดในการยื่นขอ
จากการเปิดเผยของบริษัทจัดหางานไต้หวันหลายรายกล่าวว่า สำหรับแรงงานไทยที่ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บ พิการหรือเสียชีวิต ไม่ว่าจะจากการทำงานหรือนอกเวลาทำงาน สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวันจะให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ แต่ที่ไม่สามารถยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาติอื่น
แรงงานต่างชาติมีอัตราส่วนเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานสูงกว่าแรงงานท้องถิ่นถึงเท่าตัว และไม่ได้ยื่นขอเงินทุพพลภาพกว่า 40 ล้านเหรียญไต้หวัน
2. พบแรงงานไทยป่วยตับอักเสบเอพุ่ง 9-20 ก.พ. เฉพาะเถาหยวนพบ 20 ราย กระจายอยู่ใน 16 โรงงาน เตือนเลี่ยงกินของสุกๆ ดิบๆ และหมั่นล้างมือ !!
เกิดปรากฏการที่แรงงานไทยป่วยเป็นโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลันมากผิดปกติ กรมควบคุมโรคไต้หวันกล่าวว่า ณ วันที่ 17 ก.พ. 65 ระยะเวลาเพียง 48 วัน พบผู้ป่วยโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลันมากถึง 37 ราย ที่น่าเป็นห่วงคือในจำนวนนี้มี 70% หรือ 27 รายเป็นแรงงานไทย สาเหตุของการติดเชื้อยังอยู่ระหว่างสอบสวนโรค แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อและผักโดยไม่ได้ปรุงสุกก่อน อาทิ ปลาร้าดิบ แหนมดิบ ลาบหลู้ดิบและผักสด
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเก็บตัวอย่างจากร้านอาหารไทย นำไปตรวจสอบหาต้นตอของแหล่งติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน
นายจวงเหรินเสียง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันแถลงว่า ณ วันที่ 17 ก.พ. 65 พบผู้ป่วยโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลันมากถึง 37 ราย ในจำนวนนี้ร้อยละ 70 หรือ 27 รายเป็นแรงงานไทย แบ่งตามเขตพื้นที่ เป็นแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในนครเถาหยวน 15 ราย ไทจง 7 ราย ไถหนาน 3 ราย ซินจู๋ 3 ราย จางฮั่ว 2 ราย อี๋หลาน หนานโถวและเจียอี้ แห่งละ 1 ราย
จากการตรวจสอบพบว่า เฉพาะช่วงวันที่ 9-20 ก.พ. ที่ผ่านมา ระยะเวลาสั้นๆ 11 วัน ในเถาหยวน มีแรงงานไทยจาก 16 โรงงาน จำนวน 20 ราย ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานแต่ละพื้นที่ และไม่ได้ข้องเกี่ยวกัน ป่วยเป็นโรคตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากอาหารที่รับประทานปนเปื้อนไวรัสตับอักเสบเอ เนื่องจากแรงงานไทยป่วยเป็นโรคชนิดนี้พร้อมกันหลายราย กรมควบคุมโรคเห็นว่าผิดปกติ แต่ยังเป็นไปในลักษณะเฉพาะราย ไม่ได้ระบาดเป็นกลุ่มก้อน จึงรายงานให้กระทรวงแรงงานทราบ เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่พัก ห้องครัวและห้องอาหารของแรงงานไทยเหล่านี้ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ก่อนทำอาหาร หรือก่อนรับประทานอาหารต้องล้างมือให้สะอาด
วงจรการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน
ไวรัสตับอักเสบนั้น ถือเป็นภัยเงียบที่มักถูกละเลย แต่เป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว เมื่อติดเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ตับจะก่อให้เกิดภาวะตับอักเสบ ส่งผลให้ตับทำงานผิดปกติ มีอาการตับบวมโต อ่อนเพลีย ซึ่งไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ, บี, ซี, ดี, อี เป็นต้น แต่ที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขสำหรับคนไทย ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี และ ไวรัสตับอักเสบซี
การติดต่อของโรคนี้ มักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโดยผู้เตรียมอาหารเป็นพาหะของโรค ก่อนรับประทานอาหารไม่ได้ล้างมือ รวมทั้งรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงให้สุก สำหรับอาการแสดงของโรคตับอักเสบเอ ได้แก่ เป็นไข้ตัวร้อน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน แน่นท้องใต้ชายโครงขวา ท้องร่วง ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้ม และ มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองที่เรียกว่าดีซ่าน วิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายที่สุด คือ ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำหรือก่อนปรุงอาหาร ควรใส่ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสอุจจาระคนอื่นและล้างมือให้สะอาด ส่วนวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการฉีดวัคซีน
สื่อประชาสัมพันธ์จากส สนร.ไทเป เตือนให้แรงงานไทยระวังไวรัสตับอักเสบเอชนิดเฉียบพลัน