ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564


Listen Later

1. วัยรุ่นไถหนานซ่า ถ่ายคลิปซิ่งมอไซค์ไล่ถีบแรงงานต่างชาติล้มโพสต์เฟซบุ๊ก ถูกตำรวจจับและถูกชาวเน็ตไต้หวันรุมสวดยับว่ารังแกแรงงานต่างชาติ จนต้องออกมาขอโทษว่าผิดไปแล้ว และจะไม่ทำอีก

      แรงงานต่างชาติในไต้หวันมีจำนวนมากกว่า 700,000 คน แม้ว่าโดยรวมแล้ว สังคมไต้หวันค่อนข้างเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ แต่ก็มีวัยรุ่นซ่าหรือที่เรียกกันว่าเด็กเปรตบางกลุ่ม ที่มีเรื่องเขม่นกับแรงงานต่างชาติบางคน หรือไม่ได้มีเรื่องแต่ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งรังแกกลุ่มแรงงานต่างชาติที่ด้อยโอกาสกว่า แต่พฤติกรรมนี้ ชาวไต้หวันส่วนใหญ่รับไม่ได้

วัยรุ่นไถหนานซ่า ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ถีบแรงงานต่างชาติ ถูกตำรวจจับดำเนินคดี

      อย่างเมื่อกลางดึกวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมานี้ มีเด็กวัยรุ่น 4 คน เคยมีเรื่องบาดหมางกับแรงงานต่างชาติมาก่อน ควบมอเตอร์ไซค์ 2 คัน วิ่งไปตามท้องถนน เห็นแรงงานต่างชาติเพศชายคนหนึ่ง กำลังขี่จักรยานไฟฟ้าอยู่ด้านหน้า จึงหาวิธีกลั่นแกล้ง โดยคันหนึ่งจอดอยู่กับที่เพื่อถ่ายคลิป อีกคันหนึ่งซิ่งตามไป เมื่อเข้าใกล้ คนซ้อนท้ายใช้เท้าถีบรถจักรยานไฟฟ้าของแรงงานต่างชาติอย่างแรง จนเสียหลักล้มลงไปกองอยู่ขอบถนน หมวกกันน็อคกระเด็น ส่วนวัยรุ่นไต้หวันที่ก่อเรื่อง เนื่องจากแรงทีบทำให้รถมอเตอร์ไซค์เสียหลักล้มกลางถนนเช่นกัน โชคดีที่ไม่มีรถยนต์แล่นตามมา หลังจากนั้น วัยรุ่นกลุ่มนี้ ได้นำคลิปวีรกรรมไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นการโอ้อวด แต่ไม่นึกว่าถูกชาวเน็ตหลายร้อยคนตามค้นหาข้อมูลส่วนตัวและรุมประนามว่า เป็นพฤติกรรมเลวทราม ไอ้เด็กเปรต และทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของคนไต้หวันเสียหาย เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด วัยรุ่นที่โพสต์คลิป ได้ออกมาขอโทษ โดยเขียนข้อความว่า พวกผมผิดไปแล้ว และจะไม่กล้าทำอีก และได้อธิบายว่า เคยมีเรื่องบาดหมางกับแรงงานต่างชาติมาก่อน โดยก่อนหน้านี้ ตนและเพื่อนพูดจาส่งเสียงดัง ถูกแรงงานต่างชาติกลุ่มหนึ่งแสดงความไม่พอใจและต่อว่า จึงเกิดอาฆาตแค้น เมื่อเห็นแรงงานต่างชาติ คิดจะกลั่นแกล้ง อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกตนได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าต้นเหตุจะเกิดจากอะไร การลงมือกลั่นแกล้งคนอื่น เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรทำอย่างยิ่ง จึงขอโทษต่อแรงงานต่างชาติผู้เสียหาย และขอโทษได้กระทำในสิ่งที่ทำให้สังคมไต้หวันอับอายเสียหน้า สุดท้ายย้ำว่า พวกผมทำผิดไปแล้ว และจะไม่ทำอีก

ชาวเน็ตไต้หวันสวดยับ วัยรุ่นไถหนานขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ถีบแรงงานต่างชาติ ตัวเองก็เสียหลักล้ม ถูกตำรวจจับดำเนินคดี

      และเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่จะถูกชาวเน็ตประณามเท่านั้น ยังถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย สถานีตำรวจเขตหย่งคัง นครไถหนาน จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามจับวัยรุ่นทั้ง 4 คน มาดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความเป็นระเบียบของสังคม หลังสอบปากคำแล้ว แจ้งให้ผู้ปกครองมารับตัวกลับบ้านเพื่อรอขึ้นศาลต่อไป ตำรวจกล่าวเน้นว่า จะไม่ยอมให้ใครใช้ความรุนแรง ผู้ใดก็ตาม ฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น

      สังคมไต้หวันค่อนข้างเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความบาดหมางระหว่างคนไต้หวันกับชาวต่างชาติเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เด็กวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยคะนองบางคน อาจเคยมีเรื่องกับแรงงานต่างชาติบางคนมาก่อน หรือไม่พอใจกับแรงงานต่างชาติบางคนที่ดื่มสุราโวยวาย เล่นการพนัน หรือร้องรำทำเพลงส่งเสียงดัง รบกวนความสงบสุขของชาวบ้าน ลงมือกลั่นแกล้งหรือทำร้ายแรงงานต่างชาติ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น จึงเตือนแรงงานไทย ต้องระมัดระวัง ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้เคารพและปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายและขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ไม่ส่งเสียงดังหรือมีพฤติกรรมใดๆ ที่ขัดกับความรู้สึกหรือรบกวนความสงบสุขของชาวบ้าน และหากได้รับภัยคุกคามจากกลุ่มใดๆ สามารถร้องเรียนขอความช่วยเหลือผ่านทางเฟซบุ๊กจากสำนักงานแรงงานไทยในไต้หวันได้

ชาวเน็ตไต้หวันสวดยับ วัยรุ่นไถหนานขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ถีบแรงงานต่างชาติ ถูกตำรวจจับดำเนินคดี

2. เตือน! ควรศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนเดินทาง แรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้าข้ามเขตไปหาเพื่อน แต่จีพีเอสมือถือนำทางพาขึ้นทางด่วน ถูกตำรวจสกัดช่วยไว้ ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

      เกิดเหตุการณ์ที่แรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้าขึ้นทางด่วนอีกแล้ว คราวนี้เป็นแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในเขตเสินกังในนครไทจง เมื่อบ่ายเวลา 15.00 น. ของวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา ขับขี่จักรยานไฟฟ้า เพื่อจะไปเที่ยวหาเพื่อนที่ทำงานอยู่ในโรงงาน ที่เขตต้าเจี่ย เนื่องจากไม่รู้จะไปอย่างไร จึงเปิดจีพีเอสและกูเกิลแมพในมือถือนำทาง อาจเป็นเพราะกดใส่โหมดการเดินทางโดยรถยนต์ พาไปทางต่างระดับขึ้นทางด่วนสาย 4 ช่วงเสินกัง ถูกตำรวจทางด่วนไล่ตามไปสกัดและช่วยเหลือพาลงจากทางด่วนโดยปลอดภัย

แรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้า จีพีเอสมือถือนำทางพาขึ้นทางด่วน ถูกตำรวจสกัดช่วยลงมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

      โฆษกตำรวจจราจรนครไทจงแถลงว่า แรงงานไทยอายุ 35 ปีรายนี้ ทำงานอยู่ในโรงงานที่เขตเสินกัง ต้องการไปหาเพื่อนที่ทำงานอยู่ในเขตต้าเจี่ย แต่ไม่รู้ทางไป จึงใช้มือถือนำทาง แต่ถูกพาขึ้นทางด่วน ซึ่งอันตรายมาก ตำรวจทางด่วนต้องสกัดและคุ้มกันพาลงจากทางด่วน

แรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้า จีพีเอสมือถือนำทางพาขึ้นทางด่วน ถูกตำรวจสกัดช่วยลงมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

      โชคดีที่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ และตำรวจใจดีเห็นว่าแรงงานไทยรายนี้ ไม่ได้ตั้งใจทำผิดกฎการจราจร จึงไม่ได้เขียนใบสั่งปรับเงิน พร้อมกันนั้น ยังชี้ทางไปจุดหมายปลายทางให้เรียบร้อย

แรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้า จีพีเอสมือถือนำทางพาขึ้นทางด่วน ถูกตำรวจสกัดช่วยลงมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

      เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา เคยมีแรงงานไทย อายุ 34 ปี ทำงานอยู่แถวเขตอูรื่อ นครไทจง ดื่มสุราเมาจนจำทิศทางกลับโรงงานไม่ได้ เดินโซเซขึ้นทางด่วนสาย 74 เชื่อมระหว่างไทจงและจางฮั่ว ท่ามกลางรถยนต์ที่แล่นผ่านไปด้วยความเร็วสูง ทำเอาผู้ขับรถตกใจไปตามๆ กัน ต่างโทรศัพท์แจ้งตำรวจไปช่วยเหลือพากลับลงมาได้อย่างปลอดภัย หลังส่างเมาแรงงานไทยให้การว่า เนื่องจากทะเลาะกับเพื่อน ไม่สบายใจจึงดื่มสุราที่ร้านอาหารไทยจนเมา และไม่ทราบเหมือนกันว่าเดินขึ้นทางด่วนได้อย่างไร ตำรวจแจ้งให้ทราบว่า ทางด่วนขึ้นได้เฉพาะรถยนต์เท่านั้น ยานพาหนะชนิดอื่นอย่างจักรยาน จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งคนเดินเท้าขึ้นไม่ได้ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 3,000-6,000 เหรียญไต้หวัน แม้จะได้รับใบสั่งต้องไปเสียค่าปรับ 3,000 เหรียญ แต่แรงงานไทยรายนี้ก็แสดงความขอบคุณตำรวจที่ช่วยให้ตนลงมาจากทางด่วนได้อย่างปลอดภัย โดยกล่าวว่า ตำรวจไต้หวันมีอัธยาศัยดี เป็นมิตร ที่สำคัญได้ช่วยให้ตนรอดพ้นจากอันตราย ก่อนที่พี่สาวจะรับกลับไปยังโรงงาน แรงงานไทยรายนี้ยังขอถ่ายรูปร่วมกับตำรวจไว้เป็นที่ระลึกด้วย

แรงงานไทยที่ไทจงเมาจัดเดินขึ้นทางด่วน 5 กม. กอดราวเหล็กข้างทางและมีอาการเหนื่อยหายใจหอบ

      ทางด่วนของไต้หวันห้ามคนเดินเท้า รถจักรยาน รถจักยานไฟฟ้าหรือรถจักรยานยนต์ขึ้น ผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกลงโทษปรับ 3,000 เหรียญไต้หวัน หากไม่ชำระค่าปรับตามเวลากำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มเป็น 6,000 เหรียญไต้หวัน  ในอดีตเคยมีแรงงานไทยและเวียดนามหลงทางปั่นรถจักรยานขึ้นทางด่วนมาแล้วหลายครั้ง ถึงขั้นบางคนถูกรถชนเสียชีวิตไปแล้ว จึงเตือนเพื่อนแรงงานไทยต้องระมัดระวัง หลีกเลี่ยงดื่มสุรา อย่าเดินขึ้นหรือปั่นจักรยานขึ้นทางด่วนเด็ดขาด ไม่เพียงเสียค่าปรับ ที่สำคัญเสี่ยงต่อการถูกรถชน 

แรงงานไทยขอบคุณตำรวจช่วยตนลงจากทางด่วนได้อย่างปลอดภัยและขอถ่ายรูปร่วมกับตำรวจไว้เป็นที่ระลึก

3. แรงงานไทยโพสต์สลิปเงินโบนัสกว่าแสน ชาวเน็ตในไต้หวันหลายคนบ่นว่า ได้มากกว่าตนเสียอีก แต่ก็มีจำนวนมากที่บอกว่า สมควรแล้ว เพราะพวกเขาทำงานที่แรงงานไต้หวันไม่อยากทำ

      ผู้ประกอบการในไต้หวัน มีประเพณีจ่ายเงินโบนัส หรือเงินพิเศษช่วงก่อนตรุษจีน เพื่อเป็นบำเหน็จรางวัลแก่พนักงานนอกเหนือจากเงินเดือนค่าจ้าง สำหรับจำนวนของเงินโบนัส ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท หากกิจการดี นายจ้างได้กำไร เงินโบนัสก็จะมาก แต่หากผลประกอบการไม่ดีหรือขาดทุน อาจจ่ายเงินโบนัสน้อยหรือไม่มีเลยก็มี และนายจ้างไต้หวัน ส่วนใหญ่จะปฏิบัติเท่าเทียมกัน กล่าวคือ เมื่อแรงงานท้องถิ่นได้รับเงินโบนัส แรงงานต่างชาติก็จะได้รับด้วย เพราะฉะนั้น ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน จึงเป็นช่วงรอคอยของบรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ที่หวังได้รับเงินโบนัสจากนายจ้าง แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ธุรกิจหลายแขนงประสบภาวะซบเซา พลอยทำให้เงินโบนัสของพนักงานในปีที่ผ่านมาลดน้อยลงไปด้วย

แรงงานไทยโพสต์สลิปเงินโบนัสกว่าแสน ชาวเน็ตไต้หวันหลายคนบ่นว่า ได้มากกว่าตนเสียอีก

      อย่างไรก็ตาม ช่วงตรุษจีน มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในโรงงานในนครเถาหยวนรายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอสลิปเงินโบนัสของตนในเฟซบุ๊ก ถูกชาวเน็ตไต้หวันนำมาแชร์ต่อๆ กันไป ทำให้แรงงานชาวไต้หวันหลายคนแสดงความอิจฉากล่าวว่า เงินโบนัสของแรงงานไทย ได้มากกว่าตนเสียอีก บางคนบอกว่าเห็นแล้วอายคนงานไทยรายนี้ แรงงานไทยรายนี้ แม้จะได้รับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยค่าจ้างขั้นต่ำของปีที่แล้วคือ 23,800 เหรียญ และมีอายุงานเพียง 1 ปี แต่ได้รับเงินโบนัสสูงถึง 111,067 เหรียญไต้หวัน

      ในสลิปเงินเดือนที่แรงงานไทยรายนี้นำออกโชว์ เป็นภาษาจีนและมีภาษาไทยกำกับด้วย ระบุว่าค่าจ้างพื้นฐาน 23,800 เหรียญ อายุงาน 1.02 ปี (ทำงานครบปีพอดี) ในปีนี้ได้รับเงินโบนัสเป็น 4.5 เดือนของค่าจ้าง รวมกับเงินรางวัลตามอายุงาน 1.02 ปี รวมเป็นเงิน 111,067 เหรียญไต้หวัน แต่มีรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย 19,992 เหรียญ เบี้ยประกันสุขภาพพิเศษ 318 เหรียญ รับจริง 90,757 เหรียญไต้หวัน

แรงงานไทยโพสต์สลิปเงินโบนัสกว่าแสน ชาวเน็ตไต้หวันหลายคนบ่นว่า ได้มากกว่าตนเสียอีก

      หลังจากชาวเน็ตในไต้หวันได้เห็นคลิปสลิปเงินโบนัสของแรงงานไทยดังกล่าวแล้ว เขียนลงช่องคอมเมนต์แสดงความเห็นกันมากมาย หลายคนบอกว่าเห็นแล้วอายแรงงานไทย ขณะที่มีจำนวนหนึ่งแสดงความเห็นห่วงใยอนาคตของคนหนุ่มสาวไต้หวัน ที่ไม่ประสงค์จะทำงานในอุตสาหกรรมดั้งเดิม ซึ่งเป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย ส่วนใหญ่จะนิยมทำงานภาคบริการมากกว่า ขณะที่มีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความชื่นชมแรงงานต่างชาติว่า พวกเขาทำงานทุกอย่างที่นายจ้างสั่ง ขยัน หนักเอาเบาสู้ ไม่บ่นไม่อู้และให้ความร่วมมือในการทำงานล่วงเวลาหรือโอที บางคนแสดงความเห็นว่า แรงงานต่างชาติทำงานเป็นเวลาเป็นเวลายาวนานในแต่ละวัน สมแล้วที่ได้รับการตอบแทนเช่นนี้

แรงงานไทยส่วนใหญ่ฝีมือดี ทำงานขยันและให้ความร่วมมือกับนายจ้าง ในภาพเป็นบรรยากาศการทำงานของแรงงานไทยในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งหนึ่งในเถาหยวน 

      นอกจากสถานประกอบการมีสวัสดิการที่ดีแล้ว ตัวคนงานเองก็ต้องขยันขันแข็ง มีความตั้งใจในการทำงานและให้ความร่วมมือกับนายจ้างด้วย จึงจะมีโอกาสได้รับค่าจ้าง โอทีและเงินโบนัสที่พึงพอใจได้ หากทำงานลวกๆ แบบขอไปที และมักจะอู้งานประจำ แม้จะเจอนายจ้างใจดี คิดว่า คงจะไม่ก้าวหน้า หรืออาจถูกส่งกลับเสียก่อนก็เป็นไปได้

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti