ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2564


Listen Later

1. แรงงานต่างชาติชะลอเดินทางเข้าไต้หวัน 1 เดือน ใบอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติที่จะหมดอายุก่อน 30 มิ.ย. อนุญาตให้ขยายเวลาต่อไปได้โดยอัตโนมัติอีก 3 เดือน

          สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในไต้หวันรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง สถานที่กักตัว รวมถึงทรัพยากรทางการแพทย์ต้องเตรียมไว้สำหรับผู้ป่วยในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเพื่อสกัดกั้นวงจรการติดเชื้อโควิดจากต่างประเทศ ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวัน ประกาศเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติทุกชาติ เดินทางเข้าสู่ไต้หวันชั่วคราว และห้ามชาวต่างชาติต่อหรือเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานในไต้หวัน ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. เวลา 00.00 น. เป็นต้นมา เบื้องต้นกำหนดเวลา 1 เดือน จนถึง 18 มิ.ย. 64 ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคจะปรับเปลี่ยนประกาศตามการประเมินจากสถานการณ์โควิด-19

ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดที่รุนแรงขึ้น ไต้หวันประกาศให้แรงงานต่างชาติชะลอการเดินทาง 1 เดือน

          ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานไต้หวันเพิ่งประกาศให้แรงงานต่างชาติที่ต้องไปกักตัวที่สถานกักตัวรวมของรัฐ ได้แก่ผู้อนุบาลทุกชาติ แรงงานต่างชาติที่กลับไปเยี่ยมครอบครัวและเตรียมเดินทางเข้าไต้หวันโดยถือวีซ่า Re-Entry และแรงงานฟิลิปปินส์ ชะลอการเดินทางเข้าไต้หวันระหว่าง 15-21 พ.ค. นี้ เนื่องจากเตียงในสถานที่กักตัวรวมของรัฐไม่เพียงพอ ส่วนแรงงานไทยและเวียดนามที่ทำงานในภาคการผลิต ซึ่งไปกักตัวในโรงแรมกักโรค ยังคงเดินทางเข้าไต้หวันได้ตามปกติ แต่เวลาผ่านไป 2 วัน ประกาศให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรถิ่นที่อยู่และแรงงานต่างชาติทั้งหมด ชะลอการเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 1 เดือน

นายจ้างที่ใบอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติหมดอายุก่อนวันที่ 30 มิ.ย. นี้ กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ขยายโดยอัตโนมัติต่อไปได้อีก 3 เดือน

          กระทรวงแรงงานไต้หวันแถลงว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันรวม 7,249 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นทำงานในภาคการผลิต 6,726 คน ภาคสวัสดิการสังคม 523 คน แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤตและเพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพของประชาชนในไต้หวัน เริ่มตั้งแต่ 19 พ.ค. 64 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป ชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC และ APRC ) รวมแรงงานต่างชาติและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ชะลอการเดินทางเข้าไต้หวันเป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 18 มิ.ย. นี้ รวมถึงชาวต่างชาติที่ต่อหรือเปลี่ยนเครื่อง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติในไต้หวัน ยกเว้นในกรณีที่เกี่ยวกับหลักมนุษยธรรม

นายจ้างที่ใบอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติหมดอายุก่อนวันที่ 30 มิ.ย. นี้ กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ขยายโดยอัตโนมัติต่อไปได้อีก 3 เดือน

          ส่วนนายจ้างที่ได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติและใบอนุญาต ซึ่งมีอายุ 6 เดือน และจะครบกำหนดก่อนวันที่ 30 มิ.ย. นี้ กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ขยายอายุโดยอัตโนมัติต่อไปได้ 3 เดือน โดยไม่ต้องยื่นคำร้องต่อกระทรวงแรงงาน

ภาพบรรยากาศเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการแรงงานต่างชาติประจำท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ขณะรับแรงงานต่างชาติที่กำลังเดินทางถึงไต้หวัน

2. ระวังอันตราย! แรงงานไทยถูกไฟดูดตายขณะทำงาน ฝ่ายตรวจสอบด้านแรงงานตรวจหาสาเหตุไฟรั่ว เอาผิดนายจ้าง

          เมื่อเที่ยงวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ ที่ Pro-Hawk Corporation โรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล อย่างแบริ่งและลูกกลิ้งชื่อดัง ตั้งอยู่ที่เขตซินจวง นครนิวไทเป เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่ทำให้แรงงานไทยเสียชีวิต ผู้ตายคือนายศรชัย แสนสวาท แรงงานไทยอายุ 28 ปี มาจากจังหวัดหนองบัวลำภู ขณะเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จเตรียมเข้าทำงาน นายศรชัยเอามือจับแท่นเครื่องฉีดพลาสติกที่วางห่างกัน 2 เครื่อง ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น ไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้แรงงานไทยรายนี้ถูกไฟช็อตล้มกองกับพื้น เพื่อนๆ เห็นเหตุการณ์นี้เข้ารีบแจ้งหัวหน้างานโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลนำส่งรักษาฉุกเฉิน แต่นายศรชัยเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล เมื่อไปถึงแพทย์พยายามช่วยกู้ชีวิตแต่ไม่เป็นผล

เกิดเหตุการณ์ที่แรงงานไทยใช้มือจับเครื่องจักร 2 เครื่อง และเกิดไฟฟ้าช็อตปริศนาจนเป็นเหตุให้แรงงานไทยเสียชีวิต

          หลังเกิดเหตุ ฝ่ายตรวสอบความปลอดภัยด้านแรงงานสั่งปิดแผนกที่เกิดเหตุทันที จากนั้นทำการตรวจสอบหาสาเหตุของไฟฟ้าช็อตในครั้งนี้ ส่วนนายจ้างกล่าวว่า มีการดูแลและซ่อมบำรุงตามมาตรฐานความปลอดภัยของทางการ และที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทจะรับผิดชอบและจัดการศพของแรงงานไทยอย่างดีที่สุด

การทำงานต้องระวังอันตราย โดยเฉพาะกับเครื่องจักรกลและเครื่องจักรที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

          นายจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบและจัดหาเครื่องมือ สถานที่ทำงานที่ปลอดภัยแก่แรงงาน ขณะที่ตัวแรงงานเอง ก็ขอให้ระมัดระวังความปลอดภัย จะประมาทไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยรายนี้ เนื่องจากเสียชีวิตจากการทำงาน ตามกฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงาน ที่เพิ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1พ.ค. 64 ที่ผ่านมา ทายาทซึ่งได้แก่บิดามารดาจะได้รับเงินทดแทนรายเดือนอย่างต่ำเดือนละ 12,000 เหรียญไต้หวันไปจนกว่าสูญสิ้นคุณสมบัติหรือเสียชีวิต

         

การทำงานต้องระวังอันตราย โดยเฉพาะกับเครื่องจักรกลและเครื่องจักรที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

3. แทงกันตายอีกแล้ว แรงงานไทยยัวะเพื่อนร่วมห้องที่เป็นไม่เบื่อไม้เมาส่งเสียงดังรบกวน คว้ามีดใต้หมอนแทงจนตาย แต่นั่งเสียใจหลังถูกจับว่า ไม่น่าวู่วามเลย

            เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. เกิดเหตุฆาตกรรมคดีหนึ่ง แรงงานไทยแทงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต คนแทงคือนายบัญชา บุ้งต่อบัว อายุ 55 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดนครสวรรค์ ส่วนผู้ตายคือนายสามารถ สนิมคล้ำ อายุ 36 ปี จากอุดรธานี ทั้งสองเดินทางมาทำงานในโรงงานเดียวกัน ได้แก่ Taimatsu Tech โรงงานผลิตแบตเตอรี่ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลิ่วตู่ ในเมืองจีหลง ปกติมีเรื่องระหองระแหงกันอยู่แล้ว วันที่เกิดเหตุ นายบัญชานอนอยู่บนเตียง นายสามารถและเพื่อนแรงงานไทยอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องและคุยกันเสียงดัง ทำให้นายบัญชาไม่พอใจลุกขึ้นต่อว่า และเกิดการทะเลาะจนถึงขั้นชกต่อย นายบัญชาถูกนายสมารถต่อยจนล้มลง เกิดความแค้น ลุกขึ้นมาเดินไปที่เตียง คว้ามีดปอกผลไม้ที่วางไว้ใต้หมอน แล้วจ้วงแทงที่หน้าอกด้านซ้ายของนายสามารถอย่างแรง หลังถูกแทง นายสามารถได้วิ่งออกมาจากห้องขอความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากบาดแผลลึกและเสียเลือดมาก วิ่งออกมานอกหอพักแล้วล้มลงกับพื้น เพื่อนแรงงานไทยคนอื่นๆ รีบแจ้งหัวหน้างานโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจและรถพยาบาลมาถึงนำนายสามารถส่งรักษาที่โรงพยาบาล และเสียชีวิตระหว่างทางก่อนถึงโรงพยาบาล

หลังแทงเพื่อนเสียชีวิต นายบัญชาตกใจจนพูดจาไม่ออก นั่งอยู่บนเตียงจนตำรวจมาถึง

          หลังก่อเหตุ นายบัญชาตกใจจนพูดจาไม่ออก นั่งอยู่บนเตียงจนตำรวจมาถึง จับกุมและควบคุมตัวกลับยังโรงพัก นายบัญชาบอกกับตำรวจขณะบันทึกปากคำว่า ในวันเกิดเหตุ ตนมีอาการไม่สบายจึงเข้านอนแต่เช้า แต่ถูกผู้ตายและเพื่อนคุยกันเสียงดังทำให้นอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นมาต่อว่า แต่ถูกชกหน้า ทำให้ตนบันดาลโทสะ คว้ามีดปอกผลไม้ใต้หมอนขึ้นมาป้องกันตัว แต่พลาดแทงถูกผู้ตายจนเสียชีวิต ตนรู้สึกเสียใจที่เกิดอารมณ์ชั่ววูบแทงเพื่อนจนตาย หลังสอบปากคำตำรวจควบคุมตัวส่งอัยการข้อหาฆ่าคน ซึ่งอัยการจะตรวจสอบต่อไปว่า ทำไมถึงซ่อนมีดไว้ใต้หมอน เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ  

ตำรวจจากสถานีตำรวจจีหลงเดินทางไปตรวจสอบคดีแรงงานไทยแทงเพื่อนตายในโรงงาน

          ประมวลกฎหมายอาญาของไต้หวันกำหนดว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ต้องระวางโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป จนถึงประหารชีวิต แต่หากว่าฆ่าคนโดยเกิดจากเหตุบันดาลโทสะ มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ทำอะไรต้องมีสติคิดให้รอบคอบ ระวังตัวเองต้องติดคุกหมดอนาคต

มีดที่ใช้ก่อคดี

4. คนงานไทยตายปริศนาท่าหมอบในสวนสาธาธารณะที่ไทจง ชาวบ้านผวาหวั่นเป็นโรคโควิด เบื้องต้นผลตรวจเป็นลบ...

          ที่สวนสาธารณะบริเวณนิคมอุตสาหกรรมเป่ยถุนในนครไทจง พบแรงงานต่างชาติรายหนึ่งนั่งท่าคุกเข่าหมอบกับพื้นหญ้า ชาวบ้านเห็นนิ่งอยู่นาน เดินเข้าใกล้พบเสียชีวิตแล้ว เนื่องจากช่วงนี้ โรคโควิดกำลังระบาดในระดับชุมชน ชาวบ้านหวั่นตายด้วยโรคโควิด รีบแจ้งความ เบื้องต้นนิติเวชยืนยันว่า ไม่ได้ติดเชื้อโควิด แต่สันนิษฐานเกิดจากอาการไม่สบายจากโรคเรื้อรัง

ตำรวจใช้เทปกั้นเขตปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุในสวนสาธารณะบริเวณนิคมอุตสาหกรรมเป่ยถุน นครไทจง

          ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นแรงงานไทย ชื่อนายพรชัย เอี่ยมสุพรรณ จากจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นรอบที่ 3 แล้ว ครั้งล่าสุดเพิ่งจะโอนย้ายนายจ้างมาทำงานกับนายจ้างรายใหม่ที่เขตซีถุน นครไทจง เมื่อหัวค่ำวันที่ 16 พ.ค. 64 เวลาประมาณ 18.00 น. มีชาวไต้หวันไปพบนายพรชัย เสียชีวิตอยู่ในสวนสาธารณะใกล้ร้านอาหารไทย ในท่านั่งคุกเข่าและหมอบกับพื้น เนื่องจากช่วงนี้ในไต้หวันโควิดกำลังระบาดหนัก ชาวบ้านที่พบเกรงว่าจะเสียชีวิตด้วยโรคโควิด รีบโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจและอัยการตรวจสอบเบื้องต้น ยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิด และในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ประกอบกับร้านอาหารไทยข้างสวนสาธารณะดังกล่าวบอกว่า ก่อนเกิดเหตุแรงงานไทยรายนี้เคยมานั่งมาดื่มสุราที่ร้าน โดยอัยการสั่งนิติเวชผ่าศพพิสูจน์เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

สุรา เป็นภัยคุกคามสุขภาพและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ ของแรงงานไทย

          แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยนิยมดื่มสุรา ซึ่งเป็นภัยคุกคามสุขภาพและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ ของแรงงานไทย โดยเฉพาะเหล้าขาวขวดและ 100 เหรียญที่ซื้อจากร้านอาหาร ตำรวจบอกว่าส่วนใหญ่เป็นสุราปลอม แพทย์เตือนว่า การดื่มสุราปลอมนั้นอันตรายกว่าสุราจริงหลายเท่า สุราโดยทั่วไปคือเครื่องดื่มที่มี "เอทิลแอลกอฮอล์" ผสมอยู่ โดยจะผลิตจากวัตถุดิบที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลนำมาหมัก เติมยีสต์ลงไปเพื่อให้ยีสต์กินน้ำตาลที่อยู่ในวัตถุดิบ แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ เช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าว ผลไม้เป็นต้น ดื่มแล้วจะมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง หากดื่มปริมาณมากจะกดสมองบริเวณอื่นๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนกระทั่งหมดสติ

          ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปลอม มักจะใช้เมทิลแอลกอฮอล์มาผลิตแทน เมทิลแอลกอฮอล์ หรือเมทานอล เป็นแอลกอฮอล์ชนิดที่ผลิตได้จากการสังเคราะห์ระหว่าง คาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง ใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรม เช่น สีทาไม้และน้ำมันเคลือบเงา หมึกพิมพ์ เป็นต้น

สุรา เป็นภัยคุกคามสุขภาพและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ ของแรงงานไทย

          เมื่อร่างกายรับเอาเมทานอลเข้าไปจะเกิดการสลายตัวเป็นกรดฟอร์มิก หรือฟอร์มัลดีไฮด์ (น้ำยาดองศพ) ในร่างกายจะออกฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยเฉพาะในส่วนของจอตา (Retina) ทำให้ตาบอด ซึ่งเป็นการทำลายแบบถาวร

          เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริงและปลอมแยกแยะได้ยาก เพราะสีและกลิ่นใกล้เคียงกัน นอกจากจะมีการเติมสารปลอมปนลงไปแบบเข้มข้น ก็จะมีกลิ่นฉุนและเหม็นเขียว หรืออาจพบตะกอนบริเวณก้นขวดได้ การเลือกซื้อควรพิจารณาแหล่งที่จำหน่ายร่วมด้วย

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti