
Sign up to save your podcasts
Or


1. เศรษฐกิจแย่สุดในรอบ 13 ปี สถานประกอบการลดโอที ทำยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มกว่า 40% คาดแตะ 100,000 คนในเร็ว ๆ นี้
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก การส่งออกของไต้หวันลดต่ำลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติของไต้หวันประกาศดัชนีภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน 2565 ว่า สัญญาณไฟที่เป็นตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนจากไฟสีเหลืองน้ำเงิน เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณไฟแสดงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมากที่สุด คะแนนประเมินโดยรวมมีเพียง 6-12 คะแนน ต่ำสุดในรอบ 13 ปี สาเหตุสำคัญมาจากการส่งออกที่ลดลงต่อเนื่องและดัชนีค้าส่งในประเทศที่ลดต่ำลง
เจ้าของไร่ชานั่งคุมการทำงานของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายบนภูเขา
จากสภาวะเศรษฐกิจข้างต้น ส่งผลให้สถานประกอบการต่าง ๆ ประสบภาวะย่ำแย่ การผลิตลดน้อยลง สิ่งที่ตามมาคือการทำงานล่วงเวลาหรือโอทีลดลงตามไปด้วย เมื่อไม่มีโอทีทำ รายได้ลดน้อยลง แรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่งเลือกวิธีแก้ปัญหาด้วยการย้ายนายจ้าง อีกจำนวนหนึ่งใช้วิธีหลบหนี ทำให้ยอดจำนวนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น แต่ขอเตือนว่า สภาวะเช่นนี้ ย้ายไปนายจ้างใหม่รายไหนหรือจะหลบหนีไปที่ใด ก็อาจเจอสภาพคล้ายคลึงกัน แถมยังอาจแย่กว่าเดิม จึงขอให้พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ ต้องใช้ความอดทนและประหยัดอดออม ด้วยการลดค่าใช้จ่าย
แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่หลบไปทำงานอยู่บนดอยจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ เพิ่มสูงเป็น 79,355 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามหลบหนีและยังไม่ถูกจับกุมมากที่สุด 48,068 คน ครองสัดส่วน 60.1% ของยอดจำนวนหลบหนี ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 26,983 คน คิดเป็นอัตราส่วน 34% ของยอดจำนวนหลบหนี ชาติที่หลบหนีมากที่สุดอันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,604 คน อัตราส่วน 3.28% ส่วนแรงงานไทยหลบหนี 1,699 คน คิดเป็น 2% ของยอดจำนวนการหลบหนี โดยในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 1,437 คน แรงงานไทยเพศหญิง 262 คน แม้แรงงานไทยจะมีตัวเลขการหลบหนีที่น้อยอยู่อันดับ 4 แต่เนื่องจากยอดจำนวนแรงงานไทย ณ เดือนพฤศจิกายน 2565 มีจำนวน 66,967 คน หากเทียบตามจำนวนแรงงานของแต่ละชาติแล้ว แรงงานไทยมีอัตราส่วนการหลบหนี 2.54% สูงกว่าแรงงานฟิลิปปินส์ที่หลบหนีเพียง 1.68% อินโดนีเซีย 10.91% เวียดนาม 18.8% หรือแรงงานเวียดนามทุก ๆ 100 คน จะหลบหนีประมาณ 20 คน
เจ้าหน้าที่ สตม. ตรวจเข้มตามสถานประกอบการต่าง ๆ จับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้จำนวนมาก
ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ในยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 79,355 คน เป็นเพศชาย 41,304 คน เพศหญิง 38,051 คน ทำงานในภาคการผลิตหรือโรงงานมากที่สุด 41,813 คน ตามด้วยผู้อนุบาล 32,205 คน ลูกเรือประมงเป็นประเภทงานที่มีการหลบหนีมากเป็นอันดับ 3 มี 2,702 คน และอันดับ 4 เป็นไซต์งานก่อสร้าง 1,666 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 1,282 คน จากแรงงานเวียดนามในไซต์งานก่อสร้าง 5,283 คน หรือทุก 4 คนจะหลบหนี 1 คน สำหรับแรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างมีทั้งหมด 7,773 คน หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 251 คน
งานเกษตรขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ต้องเสี่ยงใช้คนงานต่างชาติผิดกฎหมาย
จากสภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลง แรงงานต่างชาติมีแนวโน้มหลบหนีเพิ่มมากขึ้น มีการประมาณการว่า ยอดจำนวนหลบหนีของแรงงานต่างชาติอาจพุ่งทะลุหลัก 100,000 คนในไม่นานนี้ อย่างไรก็ตาม ขอเตือนแรงงานไทยว่า ใครมีแผนหลบหนีขอให้ไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะหลบหนีออกไปแล้ว อาจแย่กว่าเดิม ไหนยังจะต้องผวาถูกตรวจพบจับกุม อยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ และไม่มีหลักประกัน สู้อดทนและประหยัดอดออม ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ทำงานกับนายจ้างเดิมต่อไป เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตดังกล่าว
2. ใครคิดหลบหนีต้องระวัง! ไต้หวันแก้กฎหมายคนเข้าเมือง อยู่อย่างผิดกฎหมายเพิ่มค่าปรับ 15 เท่า จาก 2,000-10,000 เหรียญ เพิ่มเป็น 30,000-150,000 เหรียญ และติดแบ็ลกลิสต์เข้าไต้หวัน 10 ปี
เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา สภาบริหารผ่านร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับแก้ไขที่เสนอโดยกระทรวงมหาดไทย เพื่อยื่นต่อสภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติประกาศเป็นกฎหมายต่อไป ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับนี้ มีการปรับปรุงแก้ไขทั้งหมด 52 มาตรา วัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างแรงจูงใจและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติและครอบครัว ด้วยการผ่อนปรนกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติให้เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมากขึ้น นอกจากนี้ เพื่อรับมือปัญหาชาวต่างชาติที่อยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ยังมีการเพิ่มค่าปรับและการจำกัดสิทธิ์ในการเดินทางเข้าไต้หวันของชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติหลบหนี อันจะกลายเป็นปัญหาอาชญากรรมในสังคมและความมั่นคงของประเทศชาติ
อัตราค่าปรับและโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่
ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัตราค่าปรับและโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่ จะต้องเสียค่าปรับตามระยะเวลาที่หลบหนีหรืออยู่เกินกำหนดดังนี้ :
ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน
11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 4,000 เหรียญไต้หวัน
31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวัน
61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 8,000 เหรียญไต้หวัน
91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เกาสงส่งกลับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเดือนธันวาคม 62 เดือนเดียว 288 คน เป็นแรงงานไทย 22 คน
ผู้อยู่เลยกำหนดอายุไม่ครบ 18 ปี เสียค่าปรับกึ่งหนึ่ง อายุต่ำกว่า 14 ปี ยกเว้นค่าปรับ
สำหรับการชำระค่าปรับ อยู่เลยกำหนดไม่เกิน 90 วัน สามารถชำระค่าปรับได้ที่สนามบิน แต่หากอยู่เลยกำหนด 91 วันขึ้นไป ต้องบันทึกปากคำและชำระค่าปรับที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือชำระที่ศูนย์บริการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเดินทางออกจากไต้หวัน
ในกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ซึ่งรอการพิจารณาอนุมัติจากสภานิติบัญญัติ จะเพิ่มค่าปรับสูงถึง 15 เท่า จากต่ำสุดไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 30,000 เหรียญ สูงสุดสำหรับผู้อยู่เลยกำหนด 91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มเป็น 150,000 เหรียญไต้หวัน
ชาวต่างชาติผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทำงานอย่างหนัก
ในเรื่องการจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวัน แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันและอยู่เลยกำหนดวีซ่า ไม่ว่าจะถูกตรวจพบหรือเข้ามอบตัว ปัจจุบันจะถูกจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 8 ปี จะปรับนานขึ้นเป็น 10 ปี
กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ มีการผ่อนคลายเงื่อนไขในการพำนักอาศัยในไต้หวันต่อไป สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่อย่างถูกกฎหมาย มีบุตรและคู่สมรสเสียชีวิตและไม่ได้แต่งงานใหม่ กฎหมายปัจจุบัน หากหย่า ต้องได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้ปกครองเด็กจึงจะอยู่ในไต้หวันต่อไปได้ กฎหมายใหม่จะดูจากหลักฐานว่า หากเป็นผู้เลี้ยงดูหรือดูแลลูก สามารถอยู่ในไต้หวันอย่างถูกกฎหมายต่อไปได้ กรณีที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน ต้องหย่าเพราะถูกคู่สมรสใช้ความรุนแรงและไม่แต่งงานใหม่ จะไม่ถูกเพิกถอนใบถิ่นที่อยู่ สามารถอยู่ในไต้หวันต่อไปได้
ภาพตำรวจตรวจคนเข้าเมืองส่งกลับชาวอินโดนีเซียผิดกฎหมายถูกวันเดียว 40 คน ทำลายสถิติส่งกลับชาวต่างชาติผิดกฎหมายมากสุด
นอกจากนี้ ยังจะผ่อนปรนข้อกำหนดสำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร ปัจจุบันกำหนดให้แต่ละปีต้องพำนักอาศัยในไต้หวันครบ 183 วันขึ้นไป จึงจะรักษาสถานภาพของผู้ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวรได้ หากปีไหนอยู่ไม่ครบ จะถูกเพิกถอนทันที ปรับแก้เป็น ช่วง 5 ปีที่ผ่านไป เฉลี่ยแล้วแต่ละปีอยู่ไม่ครบ 183 วัน จึงจะถูกเพิกถอนถิ่นที่อยู่ถาวร
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับแก้ไข แม้จะผ่านการพิจารณาของสภาบริหาร แต่ต้องรอผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติ ประมาณการว่า หากทุกอย่างราบรื่น ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะสามารถประกาศใช้ได้
3. ตำรวจเกาสงทลายปาร์ตี้ยาเค จับ 37 แรงงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้านอาหาร...แรงงานเวียดนามชอบยาเค แรงงานไทยเล่นยาไอซ์
ตำรวจเกาสงปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมาย พบร้านอาหารในเขตหลินหยวนร้านหนึ่ง ดึกดื่นค่อนคืนมักมีเสียงจากลำโพงเบสหนักจนสั่นสะเทือน ตำรวจปลอมตัวเป็นนักเที่ยวเข้าไปตรวจสอบ พบในร้านมีการตรวจเข้มลูกค้าที่ไปใช้บริการ หากเป็นลูกค้าใหม่จะไม่ยอมให้เข้า ด้วยความพยายาม ตำรวจสืบทราบมาว่าภายในร้านอาหาร จัดปาร์ตี้ยาเสพติดเป็นประจำ จึงตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ขอหมายค้นจากศาล และรอจนกระทั่งได้โอกาส เมื่อกลางดึกของวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากมีเสียเบสหนัก ๆ ดังออกมาอีกครั้ง ตำรวจระดมกำลังจู่โจมตรวจค้นร้านอาหารดังกล่าว พบในร้านมีห้องส่วนตัว 5 ห้อง คลุ้งไปด้วยกลิ่นยาเคตามีน แรงงานเวียดนามชาย 27 หญิง 10 รวมทั้งหมด 37 คนกำลังร้องรำทำเพลงและเสพยาเคกันอย่างเมามัน โดยมีขวดเหล้า กระป๋องเบียร์ ระเกะระกะกระจายเต็มพื้นห้อง
ตำรวจเกาสงทลายปาร์ตี้ยาเค จับ 37 แรงงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้านอาหาร
เมื่อตำรวจบุกเข้าไป แรงงานเวียดนามเหล่านี้ แรก ๆ ไม่สนและไม่ตกใจ มือถือไมค์ยังคงร้องเพลงต่อไป ตำรวจต้องปิดเครื่องเสียง แรงงานเวียดนามเหล่านี้จึงหยุด และเริ่มตกใจ ตำรวจตรวจพบบนโต๊ะและในกระเป๋าเสื้อผ้า มีกาแฟผสมยาเค 7 ซอง น้ำหนัก 33 กรัม ยาเคหรือเคตามีน 1 ซอง น้ำหนัก 0.34 กรัม บุหรี่เคตามีน 2 มวนและอุปกรณ์เสพยาเคเป็นต้น
ตำรวจกล่าวว่า แรงงานเวียดนามที่ถูกจับทั้ง 37 ราย มี 9 รายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ทั้งหมดอ้างว่า วันหยุดนัดกันมาเที่ยวที่ร้านอาหารแห่งนี้เป็นครั้งแรก ตำรวจควบคุมแรงงานเวียดนามทั้ง 37 รายเพื่อไปตรวจปัสสาวะ และส่งดำเนินคดี ขณะเดียวกันจับเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเป็นชาวเวียดนามที่มาแต่งงานตั้งรกรากและมีบัตรประชาชนไต้หวัน ข้อหาจัดสถานที่ให้ลูกค้าเสพยาเสพติด
ตำรวจเกาสงทลายปาร์ตี้ยาเค จับ 37 แรงงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้านอาหาร
แรงงานเวียดนามที่ถูกจับเสพยาเสพติด ส่วนใหญ่จะเป็นพวกยาเคหรือเคตามีน (Ketamine) เป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทรุนแรง ผู้เสพจะรู้สึกว่าตนเองมีความสุข เกิดภาพฝัน เพลิดเพลิน ในระยะสั้นจะทำให้เกิดอาการหวาดระแวง จิตหลอน อัมพาตชั่วขณะ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบกับสมองโดยตรง ทำให้มีปัญหาความจำ สมาธิ การรับรู้ กลายเป็นคนวิกลจริตได้ ไม่ว่าจะเป็นยาเคหรือยาไอซ์ที่คนงานไทยนิยมเล่น ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้เสพทั้งนั้น เพราะจะทำลายประสาทสมอง จิตใจเสื่อม ซึมเศร้า กังวล เลื่อนลอย เป็นโรคจิตจากพิษยานั้นๆ และพิษยาจะทำลายอวัยวะต่าง ๆ ให้เสื่อมลง มีโรคแทรกได้ง่าย รวมถึงประสบอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะการควบคุมทางกล้ามเนื้อและระบบประสาทบกพร่อง ทำให้ครอบครัวแตกแยกและหมดอนาคต
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. เศรษฐกิจแย่สุดในรอบ 13 ปี สถานประกอบการลดโอที ทำยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มกว่า 40% คาดแตะ 100,000 คนในเร็ว ๆ นี้
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก การส่งออกของไต้หวันลดต่ำลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติของไต้หวันประกาศดัชนีภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน 2565 ว่า สัญญาณไฟที่เป็นตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนจากไฟสีเหลืองน้ำเงิน เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณไฟแสดงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมากที่สุด คะแนนประเมินโดยรวมมีเพียง 6-12 คะแนน ต่ำสุดในรอบ 13 ปี สาเหตุสำคัญมาจากการส่งออกที่ลดลงต่อเนื่องและดัชนีค้าส่งในประเทศที่ลดต่ำลง
เจ้าของไร่ชานั่งคุมการทำงานของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายบนภูเขา
จากสภาวะเศรษฐกิจข้างต้น ส่งผลให้สถานประกอบการต่าง ๆ ประสบภาวะย่ำแย่ การผลิตลดน้อยลง สิ่งที่ตามมาคือการทำงานล่วงเวลาหรือโอทีลดลงตามไปด้วย เมื่อไม่มีโอทีทำ รายได้ลดน้อยลง แรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่งเลือกวิธีแก้ปัญหาด้วยการย้ายนายจ้าง อีกจำนวนหนึ่งใช้วิธีหลบหนี ทำให้ยอดจำนวนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น แต่ขอเตือนว่า สภาวะเช่นนี้ ย้ายไปนายจ้างใหม่รายไหนหรือจะหลบหนีไปที่ใด ก็อาจเจอสภาพคล้ายคลึงกัน แถมยังอาจแย่กว่าเดิม จึงขอให้พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ ต้องใช้ความอดทนและประหยัดอดออม ด้วยการลดค่าใช้จ่าย
แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่หลบไปทำงานอยู่บนดอยจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ เพิ่มสูงเป็น 79,355 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามหลบหนีและยังไม่ถูกจับกุมมากที่สุด 48,068 คน ครองสัดส่วน 60.1% ของยอดจำนวนหลบหนี ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 26,983 คน คิดเป็นอัตราส่วน 34% ของยอดจำนวนหลบหนี ชาติที่หลบหนีมากที่สุดอันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,604 คน อัตราส่วน 3.28% ส่วนแรงงานไทยหลบหนี 1,699 คน คิดเป็น 2% ของยอดจำนวนการหลบหนี โดยในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 1,437 คน แรงงานไทยเพศหญิง 262 คน แม้แรงงานไทยจะมีตัวเลขการหลบหนีที่น้อยอยู่อันดับ 4 แต่เนื่องจากยอดจำนวนแรงงานไทย ณ เดือนพฤศจิกายน 2565 มีจำนวน 66,967 คน หากเทียบตามจำนวนแรงงานของแต่ละชาติแล้ว แรงงานไทยมีอัตราส่วนการหลบหนี 2.54% สูงกว่าแรงงานฟิลิปปินส์ที่หลบหนีเพียง 1.68% อินโดนีเซีย 10.91% เวียดนาม 18.8% หรือแรงงานเวียดนามทุก ๆ 100 คน จะหลบหนีประมาณ 20 คน
เจ้าหน้าที่ สตม. ตรวจเข้มตามสถานประกอบการต่าง ๆ จับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้จำนวนมาก
ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ในยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 79,355 คน เป็นเพศชาย 41,304 คน เพศหญิง 38,051 คน ทำงานในภาคการผลิตหรือโรงงานมากที่สุด 41,813 คน ตามด้วยผู้อนุบาล 32,205 คน ลูกเรือประมงเป็นประเภทงานที่มีการหลบหนีมากเป็นอันดับ 3 มี 2,702 คน และอันดับ 4 เป็นไซต์งานก่อสร้าง 1,666 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 1,282 คน จากแรงงานเวียดนามในไซต์งานก่อสร้าง 5,283 คน หรือทุก 4 คนจะหลบหนี 1 คน สำหรับแรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างมีทั้งหมด 7,773 คน หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 251 คน
งานเกษตรขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ต้องเสี่ยงใช้คนงานต่างชาติผิดกฎหมาย
จากสภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลง แรงงานต่างชาติมีแนวโน้มหลบหนีเพิ่มมากขึ้น มีการประมาณการว่า ยอดจำนวนหลบหนีของแรงงานต่างชาติอาจพุ่งทะลุหลัก 100,000 คนในไม่นานนี้ อย่างไรก็ตาม ขอเตือนแรงงานไทยว่า ใครมีแผนหลบหนีขอให้ไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะหลบหนีออกไปแล้ว อาจแย่กว่าเดิม ไหนยังจะต้องผวาถูกตรวจพบจับกุม อยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ และไม่มีหลักประกัน สู้อดทนและประหยัดอดออม ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ทำงานกับนายจ้างเดิมต่อไป เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตดังกล่าว
2. ใครคิดหลบหนีต้องระวัง! ไต้หวันแก้กฎหมายคนเข้าเมือง อยู่อย่างผิดกฎหมายเพิ่มค่าปรับ 15 เท่า จาก 2,000-10,000 เหรียญ เพิ่มเป็น 30,000-150,000 เหรียญ และติดแบ็ลกลิสต์เข้าไต้หวัน 10 ปี
เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา สภาบริหารผ่านร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับแก้ไขที่เสนอโดยกระทรวงมหาดไทย เพื่อยื่นต่อสภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติประกาศเป็นกฎหมายต่อไป ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับนี้ มีการปรับปรุงแก้ไขทั้งหมด 52 มาตรา วัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างแรงจูงใจและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติและครอบครัว ด้วยการผ่อนปรนกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติให้เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมากขึ้น นอกจากนี้ เพื่อรับมือปัญหาชาวต่างชาติที่อยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ยังมีการเพิ่มค่าปรับและการจำกัดสิทธิ์ในการเดินทางเข้าไต้หวันของชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติหลบหนี อันจะกลายเป็นปัญหาอาชญากรรมในสังคมและความมั่นคงของประเทศชาติ
อัตราค่าปรับและโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่
ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัตราค่าปรับและโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่ จะต้องเสียค่าปรับตามระยะเวลาที่หลบหนีหรืออยู่เกินกำหนดดังนี้ :
ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน
11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 4,000 เหรียญไต้หวัน
31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวัน
61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 8,000 เหรียญไต้หวัน
91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เกาสงส่งกลับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเดือนธันวาคม 62 เดือนเดียว 288 คน เป็นแรงงานไทย 22 คน
ผู้อยู่เลยกำหนดอายุไม่ครบ 18 ปี เสียค่าปรับกึ่งหนึ่ง อายุต่ำกว่า 14 ปี ยกเว้นค่าปรับ
สำหรับการชำระค่าปรับ อยู่เลยกำหนดไม่เกิน 90 วัน สามารถชำระค่าปรับได้ที่สนามบิน แต่หากอยู่เลยกำหนด 91 วันขึ้นไป ต้องบันทึกปากคำและชำระค่าปรับที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือชำระที่ศูนย์บริการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเดินทางออกจากไต้หวัน
ในกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ซึ่งรอการพิจารณาอนุมัติจากสภานิติบัญญัติ จะเพิ่มค่าปรับสูงถึง 15 เท่า จากต่ำสุดไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 30,000 เหรียญ สูงสุดสำหรับผู้อยู่เลยกำหนด 91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มเป็น 150,000 เหรียญไต้หวัน
ชาวต่างชาติผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทำงานอย่างหนัก
ในเรื่องการจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวัน แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันและอยู่เลยกำหนดวีซ่า ไม่ว่าจะถูกตรวจพบหรือเข้ามอบตัว ปัจจุบันจะถูกจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 8 ปี จะปรับนานขึ้นเป็น 10 ปี
กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ มีการผ่อนคลายเงื่อนไขในการพำนักอาศัยในไต้หวันต่อไป สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่อย่างถูกกฎหมาย มีบุตรและคู่สมรสเสียชีวิตและไม่ได้แต่งงานใหม่ กฎหมายปัจจุบัน หากหย่า ต้องได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้ปกครองเด็กจึงจะอยู่ในไต้หวันต่อไปได้ กฎหมายใหม่จะดูจากหลักฐานว่า หากเป็นผู้เลี้ยงดูหรือดูแลลูก สามารถอยู่ในไต้หวันอย่างถูกกฎหมายต่อไปได้ กรณีที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน ต้องหย่าเพราะถูกคู่สมรสใช้ความรุนแรงและไม่แต่งงานใหม่ จะไม่ถูกเพิกถอนใบถิ่นที่อยู่ สามารถอยู่ในไต้หวันต่อไปได้
ภาพตำรวจตรวจคนเข้าเมืองส่งกลับชาวอินโดนีเซียผิดกฎหมายถูกวันเดียว 40 คน ทำลายสถิติส่งกลับชาวต่างชาติผิดกฎหมายมากสุด
นอกจากนี้ ยังจะผ่อนปรนข้อกำหนดสำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร ปัจจุบันกำหนดให้แต่ละปีต้องพำนักอาศัยในไต้หวันครบ 183 วันขึ้นไป จึงจะรักษาสถานภาพของผู้ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวรได้ หากปีไหนอยู่ไม่ครบ จะถูกเพิกถอนทันที ปรับแก้เป็น ช่วง 5 ปีที่ผ่านไป เฉลี่ยแล้วแต่ละปีอยู่ไม่ครบ 183 วัน จึงจะถูกเพิกถอนถิ่นที่อยู่ถาวร
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับแก้ไข แม้จะผ่านการพิจารณาของสภาบริหาร แต่ต้องรอผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติ ประมาณการว่า หากทุกอย่างราบรื่น ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะสามารถประกาศใช้ได้
3. ตำรวจเกาสงทลายปาร์ตี้ยาเค จับ 37 แรงงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้านอาหาร...แรงงานเวียดนามชอบยาเค แรงงานไทยเล่นยาไอซ์
ตำรวจเกาสงปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมาย พบร้านอาหารในเขตหลินหยวนร้านหนึ่ง ดึกดื่นค่อนคืนมักมีเสียงจากลำโพงเบสหนักจนสั่นสะเทือน ตำรวจปลอมตัวเป็นนักเที่ยวเข้าไปตรวจสอบ พบในร้านมีการตรวจเข้มลูกค้าที่ไปใช้บริการ หากเป็นลูกค้าใหม่จะไม่ยอมให้เข้า ด้วยความพยายาม ตำรวจสืบทราบมาว่าภายในร้านอาหาร จัดปาร์ตี้ยาเสพติดเป็นประจำ จึงตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ขอหมายค้นจากศาล และรอจนกระทั่งได้โอกาส เมื่อกลางดึกของวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากมีเสียเบสหนัก ๆ ดังออกมาอีกครั้ง ตำรวจระดมกำลังจู่โจมตรวจค้นร้านอาหารดังกล่าว พบในร้านมีห้องส่วนตัว 5 ห้อง คลุ้งไปด้วยกลิ่นยาเคตามีน แรงงานเวียดนามชาย 27 หญิง 10 รวมทั้งหมด 37 คนกำลังร้องรำทำเพลงและเสพยาเคกันอย่างเมามัน โดยมีขวดเหล้า กระป๋องเบียร์ ระเกะระกะกระจายเต็มพื้นห้อง
ตำรวจเกาสงทลายปาร์ตี้ยาเค จับ 37 แรงงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้านอาหาร
เมื่อตำรวจบุกเข้าไป แรงงานเวียดนามเหล่านี้ แรก ๆ ไม่สนและไม่ตกใจ มือถือไมค์ยังคงร้องเพลงต่อไป ตำรวจต้องปิดเครื่องเสียง แรงงานเวียดนามเหล่านี้จึงหยุด และเริ่มตกใจ ตำรวจตรวจพบบนโต๊ะและในกระเป๋าเสื้อผ้า มีกาแฟผสมยาเค 7 ซอง น้ำหนัก 33 กรัม ยาเคหรือเคตามีน 1 ซอง น้ำหนัก 0.34 กรัม บุหรี่เคตามีน 2 มวนและอุปกรณ์เสพยาเคเป็นต้น
ตำรวจกล่าวว่า แรงงานเวียดนามที่ถูกจับทั้ง 37 ราย มี 9 รายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ทั้งหมดอ้างว่า วันหยุดนัดกันมาเที่ยวที่ร้านอาหารแห่งนี้เป็นครั้งแรก ตำรวจควบคุมแรงงานเวียดนามทั้ง 37 รายเพื่อไปตรวจปัสสาวะ และส่งดำเนินคดี ขณะเดียวกันจับเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเป็นชาวเวียดนามที่มาแต่งงานตั้งรกรากและมีบัตรประชาชนไต้หวัน ข้อหาจัดสถานที่ให้ลูกค้าเสพยาเสพติด
ตำรวจเกาสงทลายปาร์ตี้ยาเค จับ 37 แรงงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้านอาหาร
แรงงานเวียดนามที่ถูกจับเสพยาเสพติด ส่วนใหญ่จะเป็นพวกยาเคหรือเคตามีน (Ketamine) เป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทรุนแรง ผู้เสพจะรู้สึกว่าตนเองมีความสุข เกิดภาพฝัน เพลิดเพลิน ในระยะสั้นจะทำให้เกิดอาการหวาดระแวง จิตหลอน อัมพาตชั่วขณะ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบกับสมองโดยตรง ทำให้มีปัญหาความจำ สมาธิ การรับรู้ กลายเป็นคนวิกลจริตได้ ไม่ว่าจะเป็นยาเคหรือยาไอซ์ที่คนงานไทยนิยมเล่น ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้เสพทั้งนั้น เพราะจะทำลายประสาทสมอง จิตใจเสื่อม ซึมเศร้า กังวล เลื่อนลอย เป็นโรคจิตจากพิษยานั้นๆ และพิษยาจะทำลายอวัยวะต่าง ๆ ให้เสื่อมลง มีโรคแทรกได้ง่าย รวมถึงประสบอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะการควบคุมทางกล้ามเนื้อและระบบประสาทบกพร่อง ทำให้ครอบครัวแตกแยกและหมดอนาคต