ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565


Listen Later

1. นายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35 ราย ภาคการผลิต 12 ราย ลูกเรือประมง 2 รายและผู้อนุบาล 21 ราย ในปีนี้ กระทรวงแรงงานจะจัดประชุมประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างทราบขั้นตอนการยื่นขอ 3 ช่วงเวลา

          กระทรวงแรงงานประกาศโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนเป็นต้นมา แต่นายจ้างส่วนใหญ่ยังไม่ทราบขั้นตอนการยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือนั้นจะต้องทำอย่างไร ดังนั้น จนถึงสิ้นปีนี้ กระทรวงแรงงานจึงมีโครงการประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างได้รับทราบถึงวิธีและขั้นตอนในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ โดยจัดการประชุมชี้แจงและประชาสัมพันธ์เรื่องนี้เป็น 3 ช่วงเวลา เพื่อให้นายจ้างทราบและสามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้อย่างราบรื่น กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า ณ วันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา มีนายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35 ราย ในจำนวนนี้เป็นนายจ้างภาคการผลิต 12 ราย ลูกเรือประมง 2 ราย และผู้อนุบาล 21 ราย

แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์

          โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุการทำงานในไต้หวันต่อเนื่องครบ 6 ปีขึ้นไป หรือนักศึกษาต่างชาติที่มาศึกษาต่อที่ไต้หวันและจบการศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป แต่เนื่องจากเป็นโครงการใหม่ นายจ้างส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดขั้นตอนการยื่นขอ โดยเฉพาะเงื่อนไขทางด้านทักษะฝีมือ อีกทั้งสถานที่ฝึกอบรมยังไม่พร้อม ยกตัวอย่างเช่น ผู้อนุบาลในครัวเรือนและในองค์กร นอกจากเงื่อนไขด้านค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญและ 29,000 เหรียญไต้หวันตามลำดับแล้ว ด้านทักษะฝีมือ ต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนขั้นพื้นฐาน แต่ตามกำหนดการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนของกระทรวงศึกษาธิการในปีนี้ จัดขึ้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือช่วงเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน แม้ในเดือนพฤษภาคมจะเพิ่มการสอบอีก 1 รอบ แต่พอเปิดให้สมัคร มีผู้สมัครสอบเต็มในวันเดียว แรงงานต่างชาติจำนวนมากที่มีคุณสมบัติแต่ไม่มีสนามสอบ โดยเฉพาะคนที่ใกล้ครบกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายการจ้างงานกำหนด อาจต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล

นายจ้างส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจขั้นตอนการยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือ

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ประชุมหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสองหน่วยงานมีมติเพิ่มจำนวนรอบของสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนขั้นพื้นฐาน นายจ้างสามารถไปดูกำหนดเวลาสมัครสอบ สถานที่สอบ ขอบเขตของข้อสอบ รวมทั้งเทคนิคการสอบและทดลองทำข้อสอบได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนได้ที่ : https://tocfl.edu.tw/index.php/home/index

แรงงานไทยที่นายจ้างในไทจงส่งเข้ารับการฝึกอบรมและทดสอบหลักสูตรขับรถยก

          ส่วนการฝึกอบรมเสริมทักษะสำหรับผู้อนุบาล 20 ชั่วโมงนั้น กระทรวงแรงงานโดยความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ได้จัดตั้งเว็บไซต์เสริมทักษะและเทคนิคสำหรับผู้อนุบาลโดยเฉพาะ ผู้อนุบาลสามารถเข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติมเทคนิคการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุจากเว็บไซต์ของกรมพัฒนากำลังแรงงานได้ที่ : https://fw.wda.gov.tw/wda-employer/home/e-training โดยต้องใช้ข้อมูลบัตรประกันสุขภาพลงทะเบียนก่อน เมื่อเรียนรู้หรือรับการอบรมเสริมทักษะทางออนไลน์จนครบ 20 ชั่วโมง สามารถดาวน์โหลดใบรับรองจากในเว็บไซต์นำไปประกอบการยื่นขอยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือได้

นายจ้างส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจขั้นตอนการยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือ กระทรวงแรงงานจะจัดประชุมประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างทราบขั้นตอนการยื่นขอ 3 ช่วงเวลา

          ส่วนการอบรมและการทดสอบทักษะฝีมือสำหรับแรงงานภาคการผลิต รวมถึงวิธีการการยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ภายในปีนี้ กระทรวงแรงงานมีโครงการจัดประชุมชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้แก่นายจ้างได้รับทราบ 3 ช่วงเวลา ช่วงแรกจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม กระทรวงแรงงานจัดประชุมชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้แก่นายจ้างภาคการผลิตและนายจ้างผู้อนุบาลในองค์กรจำนวน 29 รอบ สหพันธ์การจัดหางานจัดขึ้นสำหรับบริษัทจัดหางาน 4 รอบ ช่วงที่ 2 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม และช่วงที่ 3 ตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคม โดยหวังว่า จะช่วยให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานทราบวิธีและขั้นตอนการยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือและดำเนินการยื่นขอได้โดยสะดวกราบรื่น

ล่ามกำลังอธิบายให้แรงงานไทยที่นายจ้างในไทจงส่งเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรขับรถยกและควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้า

2. 7 แรงงานเวียดนามลักลอบตัดไม้หวงห้าม ศาลลงโทษปรับเงิน 34.6 ล้านเหรียญ ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับติดคุกแทนในอัตรา 3,000 เหรียญต่อวัน รวมเบ็ดเสร็จ ติดคุกเฉลี่ยคนละ 6 ปี

          6 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย รับจ้างตัดไม้ฮิโนกิ ซึ่งเป็นไม้สงวนราคาแพง กลางป่าลึกที่เมืองฮัวเหลียน ตัดไม้ปุ่มต้นฮิโนกิจำนวน 76 ท่อน น้ำหนักรวม 130.61 กก. จากนั้น เรียกเพื่อนร่วมชาติอีกคนขับรถพาพวกตน พร้อมลำเลียงไม้ที่ลักลอบตัดลงจากภูเขา แต่ถูกตำรวจป่าไม้สกัดจับ ถูกดำเนินคดี ศาลท้องถิ่นฮัวเหลียนตัดสินจำคุกแรงงานเวียดนามทั้ง 6 คนละ 1 ปี 5 เดือน ปรับเงินอีกคนละ 5.2 ล้านเหรียญ ส่วนโชเฟอร์ถูกจำคุก 1 ปี 1 เดือน ปรับ 3.4 ล้านเหรียญ รวมค่าปรับทั้ง 7 คน สูงถึง 34.6 ล้านเหรียญ หากไม่มีเงินเสียค่าปรับ สามารถใช้การติดคุกแทนได้ในอัตราวันละ 3,000 เหรียญ รวมเบ็ดเสร็จ ต้องติดคุกเฉลี่ยคนละ 6 ปี

6 แรงงานเวียดนามลักลอบตัดไม้หวงห้ามที่ป่าลึกในฮัวเหลียน แล้วให้เพื่อนชาติเดียวกันขับรถมารับ ถูกจับทั้ง 7 คนพร้อมของกลาง ศาลลงโทษปรับเงิน 34.6 ล้านเหรียญ

          ในคำพิพากษาของศาลท้องถิ่นฮัวเหลียนระบุว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2564 จำเลยทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายถูกชาวไต้หวันไม่ทราบชื่อขับรถพาไปส่งเชิงภูเขาที่ตำบลซินเฉิง ในเมืองฮัวเหลียน จากนั้นเดินเข้าป่าลึกบนภูเขา ลักลอบตัดต้นสนไซเพรส หรือไม้หอมฮิโนกิ ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามราคาแพง โดยตัดไม้ปุ่มฮิโนกิ 76 ท่อน น้ำหนัก 130.61 กก. ราคาท้องตลาดประมาณ 342,851 เหรียญ หลังตัดเสร็จ จำเลยทั้ง 6 ขนท่อนไม้ปุ่มออกจากป่า และโทรเรียกนายห่วง เพื่อนชาติเดียวกัน ซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมายเช่นกัน แต่ยึดอาชีพทำงานขับรถรับจ้างมารับพวกตนทั้ง 6 พร้อมลำเลียงไม้ปุ่มราคาแพง นัดพบกันที่ถนนบริเวณภูเขาเหอหวนซาน แต่ถูกตำรวจตรวจพบสกัดและจับได้ทั้งหมด

แรงงานเวียดนามถูกจับข้อหาลักลอบตัดไม้หวงห้าม ขณะรอให้ปากคำที่สถานีตำรวจ

          นายห่วงอ้างว่า ตนไม่มีส่วนรับรู้เรื่องการตัดไม้ทำลายป่า และไม่รู้ด้วยว่า ลูกค้าทั้ง 6 ขนไม้ใส่ท้ายรถ ในวันเกิดเหตุ ตนได้รับโทรศัพท์แจ้งให้ไปรับลูกค้า โดยไม่ทราบว่าทั้ง 6 มีไม้ผิดกฎหมายติดมาด้วย ผู้พิพากษากล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ว่า มีการขนไม้หนักถึง 130.61 กก. ใส่ในท้ายรถเก๋ง แสดงว่านายห่วงสมรู้ร่วมคิดและให้การเท็จ ตัดสินจำคุก 1 ปี 1 เดือน ปรับ 3.4 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยคิดจาก 10 เท่าของมูลค่าไม้ ส่วนจำเลยทั้ง 6 ตัดสินจำคุกคนละ 1 ปี 5 เดือน และปรับเงิน 15 เท่าของมูลค่าไม้สงวนที่ลักลอบตัด เฉลี่ยคนละ 5.2 ล้านเหรียญ รวมค่าปรับทั้ง 7 คน เป็นเงิน 34.6 ล้านเหรียญไต้หวัน หากจำเลยไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้ สามารถใช้การติดคุกแทนได้ในอัตราวันละ 3,000 เหรียญ หรือติดคุกคนละ 1,733 วัน หรือ 4 ปี 8 เดือน รวมกับโทษจำคุก 1 ปี 5 เดือน แต่ละคนต้องจำคุก 6 ปี 1 เดือน

ร้านขายเฟอร์นิเจอร์และศิลปะไม้แกะสลักที่ซานเสีย นครนิวไทเป ถูกจับข้อหารับซื้อไม้หวงห้ามจากแก๊งมอดไม้

          จากการรายงานของสำนักงานตำรวจไต้หวันกล่าวว่า ปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า 4 เดือนแรกของปีนี้สามารถทลายคดีลักลอบตัดไม้หวงห้ามได้ 62 คดี ยึดของกลางที่เป็นไม้หวงห้ามได้ 54 ตัน จับผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้หวงห้ามได้ 115 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 14 คน จากการวิเคราะห์พบว่า แรงงานเวียดนามเหล่านี้ เกือบทั้งหมดมาจากเวียดนามเหนือ หรือที่อดีตเรียกว่า เวียดกง ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะสภาพภูมิประเทศของเวียดนามเหนือละม้ายคล้ายคลึงกับป่าลึกในไต้หวัน แรงงานเวียดนามเหล่านี้มีความคุ้นเคย อีกทั้งมีความสามารถพิเศษแยกแยะประเภทของไม้ได้อย่างแม่นยำ และมีเทคนิคในการขนย้าย เพื่อหลีกเลี่ยงถูกจับกุม แต่ตำรวจป่าไม้มีการตั้งด่านสกัดจับตามทางออกภูเขามากกว่า 50 จุด เพื่อปราบปรามพฤติกรรมตัดไม้ทำลายป่าของแก๊งมอดไม้

4 เดือนแรกของปีนี้ ตำรวจทลายคดีลักลอบตัดไม้หวงห้ามได้ 62 คดี ยึดของกลางได้ 54 ตัน จับผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้หวงห้ามได้ 115 คน

3. ต่อสัญญาโควิดอีก 1 ปี ! แรงงานต่างชาติที่มีอายุงานสะสม 12/14 ปี และจะครบสัญญาก่อน 31 ธ.ค. 65 ต่อสัญญากับนายจ้างเดิมได้อีก 1 ปี 

          เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายกฎหมายเยียวยาผู้ได้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อไปอีก 1 ปี ซึ่งผ่านสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 65 กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวัน มีอายุงานสะสมครบ 12 ปีสำหรับแรงงานในภาคการผลิต หรือ 14 ปี สำหรับแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม หากสัญญาจ้างครบกำหนดก่อนวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้ สามารถต่อสัญญาจ้างกับนายจ้างเดิมได้อีก 1 ปี จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน คาดการณ์ว่า แรงงานต่างชาติที่มีอายุงานสะสมครบ 12/14 ปี และครบกำหนดสัญญาจ้างในช่วงเวลาผ่อนผัน ได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าว มีประมาณ 35,320 คน

          ท่ามกลางการระบาดลุกลามบานปลายของสถานการณ์โควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทาง กระทรวงแรงงานอาศัยอำนาจในกฎหมายเยียวยาผู้ได้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มาตรา 7 หากได้รับอนุญาตจาก ผอ. ศูนย์บัญชาการควบคุมโรค กระทรวงแรงงานสามารถขยายระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติต่อไปได้ ที่ผ่านมาเคยอนุญาตให้ขยายสัญญาจ้างกับนายจ้างเดิมต่อไปแล้ว 4 ครั้ง รวมระยะเวลา 2 ปี และเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติได้ขยายผลการใช้กฎหมายเยียวยาผู้ได้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 66 กระทรวงแรงงานพิจารณาถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดในปัจจุบัน และความสามารถในการตรวจคัดกรองเชื้อจากผู้เดินทางทางเข้าประเทศ รวมถึงแรงงานสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุงานสะสมครบ 12 ปี สำหรับแรงงานในภาคการผลิต หรือ 14 ปี สำหรับแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม และสัญญาจ้างครบกำหนดก่อนวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้ ขยายการต่อสัญญาจ้างนายเดิมได้อีก 1 ปี ทั้งนี้รวมผู้ที่เคยได้รับการต่อสัญญาจ้างในลักษณะเดียวกันมาแล้ว

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นที่ต้องการของสังคมไต้หวันเป็นอย่างมาก

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ผู้มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมา หากนายจ้างและแรงงานต่างชาติยินยอมร่วมกัน สามารถให้นายจ้างยื่นขอต่อสัญญากับแรงงานต่างชาติได้อีก 1 ปีต่อกระทรวงแรงงานทางออนไลน์ ก่อนหรือหลังครบกำหนดสัญญา 30 วัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้อนุบาลในครัวเรือนที่ทำงานกับนายจ้าง สัญญาจ้างฉบับปัจจุบันจะครบกำหนดในวันที่ 15 ก.ค. 65 และมีอายุงานสะสมครบ 14 ปีแล้ว สามารถต่อสัญญาได้อีก 1 ปี จนถึงวันที่ 15 ก.ค. 2566

แรงงานต่างชาติที่มีอายุงานสะสมครบ 12/14 ปี หากหมดสัญญาจ้างก่อน 31 ธ.ค. 65 สามารถต้อสัญญากับนายเดิมได้อีก 1 ปี

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิดและมีกฎหมายเยียวยาผู้ได้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อนุญาตให้แรงงานต่างชาติขยายการต่อสัญญาจ้างกับนายจ้างเดิมมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา จนถึงเดือนเมษายน 2565 มีแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบระยะเวลา 12/14 ปี และได้รับอนุญาตขยายสัญญาจ้างกับนายจ้างเดิมแล้ว จำนวน 32,861 คน/ครั้ง

แรงงานต่งชาตินิยมใช้ห้องโถงสถานีรถไฟไทเปเป็นจุดนัดพบ

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti