ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2567


Listen Later

1. เหอเพ่ยซาน ว่าที่ รมว. กระทรวงแรงงานคนใหม่ รับตำแหน่ง 20 พ.ค. กลุ่ม NGO เรียกร้องคุ้มครองแรงงานต่างชาติ ป้องกันการขูดรีด

          ไล่ชิงเต๋อ (賴清德) ว่าที่ประธานาธิบดีไต้หวันสาธารณรัฐจีนคนที่ 16 มีกำหนดจะทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 โดยแต่งตั้งให้จั๋วหรงไท่ (卓榮泰) ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่จัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งในวันเดียวกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติ ได้แก่กระทรวงแรงงานได้ รมว. คนใหม่แทนที่สวี่ หมิงชุน (許銘春) ได้แก่ เหอเพ่ยซาน (何佩珊) ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาบริหารมาเป็นเวลานานถึง 8 ปี

สวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานที่กำลังจะพ้นวาระในวันที่ 20 พ.ค. 67 หลังจากดำรงตำแหน่งมานาน 6 ปี 2 เดือน

          ต่อปัญหาแรงงานต่าง ๆ ที่หลายฝ่ายให้ความสนใจและห่วงใย โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูประบบการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญผู้ใช้แรงงานที่มีแนวโน้มล้มละลาย เหอเพ่ยซาน ว่าที่ รมว. คนใหม่กล่าวให้คำมั่นว่า ตราบใดที่ยังมีรัฐบาล กองทุนบำเหน็จบำนาญผู้ใช้แรงงานจะไม่มีวันล้มละลายอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลนอกจากพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว ยังมีการปฏิรูประบบการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญผู้ใช้แรงงาน ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนฯ 267,000 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ กองทุนฯ มีรายรับ 110,000 ล้านเหรียญไต้หวัน และจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมปีนี้ ยอดรายได้สะสมกองทุนฯ มีมากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน และรัฐบาลจะปฏิรูประบบการเงินของกองทุนฯ อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ต้องกังวลในประเด็นนี้

          อย่างไรก็ตาม ทั้งพรรคฝ่ายค้านและกลุ่มแรงงานเรียกร้องให้ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่ แก้ปัญหาแรงงานในประเด็นต่าง ๆ ในจำนวนนี้ สหภาพแรงงานนครเถาหยวนกล่าวว่า ปีนี้ครบรอบปีที่ 40 ของการประกาศใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน แต่ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันยังคงประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย อาทิ ค่าจ้างต่ำ ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานเกินไป ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ต้องการให้ปรับอัตราค่าทำงานล่วงเวลาหรือค่าโอทีให้สูงขึ้น เพิ่มการประกันสิทธิประโยชน์การเกษียณอายุ ฯลฯ ซืออี้เสียง (施逸翔) เลขาธิการสมาคมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนไต้หวัน (Taiwan Association for Human Rights) กล่าวคาดหวังว่า ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่จะจดจำบทเรียนที่สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้แรงงานจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในฐานะผู้ประสานงานฝ่ายรัฐบาลขณะแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานส่วนที่เกี่ยวกับวันหยุดพักและชั่วโมงทำงาน ซึ่งกลุ่มแรงงานเห็นว่าทำให้สูญเสียผลประโยชน์

สหภาพแรงงานจากเมืองต่าง ๆ เรียกร้อง รมว. กระทรวงแรงงานคนใหม่แก้ไขข้อผิดพลาดด้านนโยบายแรงงานในสมัยไล่ชิงเต๋อเป็นนายกรัฐมนตรี (ภาพจาก news.ltn.com.tw)

          ในส่วนของสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาตินั้น เฉินเพ่ยจวิน (陳佩君) สมาคมสวัสดิการสังคมชาวไต้หวัน (Association of Taiwan people social welfare) ฝากความหวังไว้กับว่าที่ รมว. กระทรวงแรงงานคนใหม่ 3 ประการ ได้แก่ :

1. ปกป้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ด้วยการอนุญาตให้ย้ายงานได้โดยเสรี

2. ให้ความสำคัญต่อกลุ่มแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน อย่างผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้านเป็นต้น

3. จัดระบบและขั้นตอนเงื่อนไขการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ให้นายจ้างยินดีว่าจ้างและแรงงานต่างชาติยินยอมทำงานในตำแหน่งแรงงานกึ่งฝีมืออย่างเต็มใจ แก้ไขมาตรการที่เอื้อต่อการขูดรีดแรงงานต่างชาติ

          ส่วนหลี่เจิ้งซิน (李正新) นักสังคมสงเคราะห์จากศูนย์บริการและห่วงใยสังคม (Rerum Novarum Center) กล่าวคาดหวังว่า รมว. กระทรวงแรงงานคนใหม่ นอกจากต้องมีวิสัยทัศน์ด้านมุมมองต่อมิติโลก สิทธิมนุษยชน ยินยอมรับฟังเสียงสะท้อนของผู้ใช้แรงงานและช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังควรรับฟังข้อเสนอแนะของฝ่ายต่าง ๆ และใส่ใจปัญหาของแรงงานต่างชาติ อาทิ ทบทวนระบบการนำเข้าหรือการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ เพิ่มการคุมเข้มการนำเข้าแรงงานต่างชาติตั้งแต่ประเทศต้นทาง ป้องกันแรงงานต่างชาติถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในอัตราที่แพง กลายเป็นภาระหนี้สินหนักอึ้งและส่งผลต่อการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ

          ดูเหมือนว่า ว่าที่ รมว. กระทรวงแรงงานคนใหม่ มีภาระหน้าที่ทั้งของแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติที่ต้องทำและสะสางมากมาย ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่ง ก็ต้องจับตามองดูกันต่อไปว่า จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมศักดิ์ศรีหรือไม่ สำหรับประวัติโดยย่อของ เหอเพ่ยซาน รมว. กระทรวงแรงงานคนใหม่ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2510 ปัจจุบันอายุ 57 ปี จบการศึกษาปริญญาโท คณะสื่อสารมวลชนจากมหาวิทยาลัยคาทอลิกฝู่เหริน (Fu Jen Catholic University : FJU) เข้ารับตำแหน่งทางการเมือง เป็นรอง ผอ. คณะกรรมการนโยบายและการประสานงานของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ระหว่างปี พ.ศ. 2553-2559 และขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาบริหาร ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

2. ครบรอบ 30 ปี จ่อทบทวนกฎหมายการจ้างงาน เพิ่มโทษ 3 เท่านายจ้างและ บจง. ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ห้ามนำเข้าแรงงานต่างชาติหากมีการคุกคามสิทธิประโยชน์

          เนื่องในโอกาสประกาศใช้กฎหมายการจ้างงานครบรอบ 30 ปี สวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานรายงานต่อคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติว่า จะมีการทบทวนปรับปรุงกฎหมายการจ้างงานทุกด้าน อาทิ ด้านการส่งเสริมการทำงาน ห้ามการเลือกปฏิบัติและการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติเป็นต้น

กลุ่ม NGO ชุมนุมเมื่อ 16 มกราคม 2565 เรียกร้องแก้กฎหมายเปิดให้แรงงานต่างชาติย้ายงานได้โดยเสรี (ภาพจาก tcnn.org.tw)

          สืบเนื่องจากการหลบหนีกลายเป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายมียอดจำนวนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันมี 756,831 คน ขณะที่มีแรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบสูงถึง 85,229 คน เฉลี่ยแรงงานต่างชาติทุก 9 คน มี 1 คนที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ ส่งผลให้หน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สภาตรวจสอบ ฝ่ายตรวจสอบและความมั่นคง รวมถึงนักการฝ่ายค้านถึงขั้นกล่าวว่า แรงงานผิดกฎหมายกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติไปแล้ว รมว. กระทรวงแรงงานต้องไปรายงานต่อสภาฯ เกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมถึงการทบทวนกฎหมายการจ้างงาน ด้วยการเพิ่มโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมาย และนายจ้าง บริษัทจัดหางานที่มีแรงงานต่างชาติในสังกัดหลบหนีเป็นจำนวนมาก ฯลฯ

ผู้อนุบาลต่างชาติเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก (ภาพจาก udn.com)

          สวี่หมิงชุนกล่าวว่า กฎหมายการจ้างงานฉบับปัจจุบัน ซึ่งประกาศใช้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว กำหนดบทลงโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษปรับ 150,000-750,000 เหรียญ บริษัทจัดหางานที่จัดหาคนงานอย่างผิดกฎหมายหรือนายหน้าเถื่อน ระวางโทษปรับ 100,000-500,000 เหรียญ หากทำธุรกิจจัดหางานโดยผิดกฎหมายมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีและปรับ 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน ในอนาคตจะมีการปรับแก้กฎหมายเพิ่มโทษหนักขึ้น 3 เท่าสำหรับผู้ให้ที่พักพิง ว่าจ้างชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตและจะคิดคำนวณค่าปรับเป็นรายหัวแทนรายครั้งที่ตรวจพบ บริษัทจัดหางานหรือนายจ้างที่มีพฤติกรรมจัดหางานโดยผิดกฎหมาย จะเพิ่มโทษปรับจากปัจจุบัน 100,000-500,000 เหรียญเป็น 300,000-1,500,000 เหรียญ และจะคิดค่าปรับเป็นรายหัวเช่นกัน

          นอกจากนี้  ร่างแก้ไขกฎหมายการจ้างงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังห้ามนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานเก็บเอกสารส่วนตัวของคนหางานหรือแรงงานต่างชาติอย่างเด็ดขาด สำหรับนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานที่ทำร้าย ล่วงละเมิดหรือคุกคามแรงงานต่างชาติ เมื่อถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด จะเพิกถอนสิทธิ์ในการว่าจ้างหรือทำธุรกิจจัดหางานจากปัจจุบัน 2 ปีเป็น 5 ปี ผู้กระทำผิดซ้ำซากห้ามว่าจ้างและทำธุรกิจจัดหางานตลอดชีพ

3. โดนหนัก! นายจ้างไต้หวันที่ขับรถแบคโฮทุบรถตำรวจเละเป็นเศษเหล็กเพื่อปกป้องผีน้อยไทย ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 2 เดือน

          คดีที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นครนิวไทเป เมื่อกลางปี 2566 ขับรถ SUV ไปตรวจสอบแรงงานผิดกฎหมายในโรงงานรีไซเคิลแห่งหนึ่งในเขตอู๋กู่ นครนิวไทเป แต่ถูกเจ้าของโรงงานขัดขวาง ควักมีดออกมาข่มขู่ตำรวจและขับรถขุดตักหรือรถแบคโฮทุบรถ SUV ของตำรวจกลายเป็นเศษเหล็ก ขัดขวางการเข้าจับกุมนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยู่เลยกำหนดและทำงานอย่างผิดกฎหมาย ถูกตำรวจจับและดำเนินคดีหลายข้อหา ได้แก่พยายามฆ่า ใช้กำลังช่วยเหลือผู้ทำผิดกฎหมายหลบหนี ขู่เข็ญบังคับ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ฯลฯ เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นนิวไทเปตัดสินจำคุกนายจ้างรายนี้ 1 ปี 2 เดือน ข้อหาใช้กำลังช่วยเหลือผู้ทำผิดกฎหมายหลบหนี

สภาพรถ  SUV ของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองถูกเจ้าของโรงงานรีไซเคิลขับรถแบคโฮทุบเป็นเศษเหล็ก (ภาพจาก chinatimes.com)

          คดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นครนิวไทเป ได้รับแจ้งข้อมูลโรงงานรีไซเคิลแห่งหนึ่งในเขตอู๋กู่ นครนิวไทเป ว่าจ้างนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมาย จึงจัดส่งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 นาย ขับรถ SUV ทั่วไปไม่ใช่รถตำรวจไปตรวจสอบยังโรงงานรีไซเคิลดังกล่าว แต่เจอนายเย่ เจ้าของโรงงานขี้โมโห ชักมีดออกมาข่มขู่และขัดขวางการเข้าจับกุมของตำรวจ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยถือโอกาสหลบหนีไปได้ ไม่เพียงแค่นั้น นายจ้างอารมณ์ดุดันรายนี้ ยังใช้ก้อนอิฐขว้างปาถูกใส่ตำรวจจนหัวร้างข้างแตกไปสองนาย และยังขึ้นไปขับรถขุดตักหรือรถแบคโฮทุบและบีบอัดรถ SUV ของตำรวจเละเป็นก้อนเหล็ก ถูกจับในฐานะผู้ต้องหาซึ่งหน้า ขณะสอบปากคำ นายเย่ให้การว่า เนื่องจากกลัวต้องเสียค่าปรับฐานว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตในอัตราแพง ทำให้ตนมีอาการคลั่ง ถูกอัยการสั่งฟ้องดำเนินคดี

สภาพรถ  SUV ของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองถูกเจ้าของโรงงานรีไซเคิลขับรถแบคโฮทุบเป็นเศษเหล็ก (ภาพจาก setn.com)

          ศาลท้องถิ่นนครนิวไทเป หลังตรวจสอบคดีนี้แล้วเห็นว่า นายเย่ขัดขวางการใช้อำนาจรัฐ คุกคามความปลอดภัยของเจ้าพนักงาน ไม่สามารถลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59 ประกอบกับนายเย่เคยมีประวัติฝ่าฝืนกฎหมายหลายคดี อาทิ กฎหมายการจัดการของเสียเป็นต้น จึงควรลงโทษหนักเพื่อให้เกิดความเข็ดหลาบ อย่างไรก็ตาม ศาลคำนึงถึงผู้ต้องหาให้การสารภาพและร่วมมือโดยดี และได้แสดงเจตนาประนีประนอมและชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในที่สุด ศาลจึงตัดสินจำคุก 1 ปี 2 เดือน ข้อหาเดียว ได้แก่ ข้อหาใช้กำลังช่วยเหลือผู้ทำผิดกฎหมายหลบหนี และอนุญาตให้อุทธรณ์ได้

ตำรวจควบคุมตัวนายเย่ ส่งดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่า ใช้กำลังช่วยเหลือผู้ทำผิดกฎหมายหลบหนี ขู่เข็ญบังคับ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน

          คดีนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ทำงานอย่างผิดกฎหมายรายนี้ ชื่อนายบุญธรรม อายุ 38 ปี ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หลังจากที่หลบหนีไปได้ 3-4 วัน และให้การว่า ตนเพิ่งจะเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวโดยได้รับการยกเว้นวีซ่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 หลังเดินทางเข้าไต้หวันแล้วก็เข้าทำงานในโรงงานแห่งนี้ทันที ตำรวจสันนิษฐานจะต้องมีนายหน้าเถื่อนคอยจัดการและจัดส่งอยู่เบื้องหลัง จึงได้ส่งข้อมูลให้ฝ่ายไทยช่วยตรวจสอบเพื่อขยายผลตรวจจับขบวนการหลอกแรงงานไทยเดินทางเข้าไต้หวันทำงานอย่างผิดกฎหมายต่อไป

4. ปล้นกันเอง! แรงงานเวียดนามดื่มฉลองวันแรงงานในบ้านเช่า ถูกผู้ร้ายใช้ปืนจี้ปล้นทรัพย์ 1.8 แสน ตำรวจไทจงรวบ 8 ผู้ร้ายใน 10 ชม. ที่แท้เป็นคนชาติเดียวกัน

          ที่ไทจง เกิดเหตุการณ์จี้ปล้นทรัพย์แรงงานต่างชาติคดีหนึ่ง แรงงานเวียดนามกลุ่มหนึ่ง ขณะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉลองวันแรงงานโต้รุ่งเมื่อรุ่งเช้าวันที่ 1 พ.ค. ถูกวายร้ายมือถือปืนกลุ่มหนึ่งจำนวน 5 คนบุกเข้าไปในบ้านเช่าปลดทรัพย์แรงงานเวียดนาม ได้เงินสดไป 180,000 เหรียญ สร้อยคอทองอีก 1 เส้น จากนั้นขึ้นรถเก๋งที่จอดรออยู่หนีหายไป แต่ในจำนวนนี้ มี 1 คนที่เป็นคนชาติเดียวกัน ถูกผู้เสียหายฉุดไว้หนีขึ้นรถไม่ทัน โดนรุมประชาทัณฑ์ปางตาย ก่อนที่ชาวบ้านในละแวกเดียวกันจะแจ้งความถูกตำรวจจับตัวไป

ตำรวจรุดไปที่เกิดเหตุหลังรับแจ้งมีการจี้ปล้นทรัพย์แรงงานเวียดนามที่เขตชิงสุ่ย นครไทจง ขณะดื่มสุราฉลองวันแรงงานโต้รุ่งเมื่อรุ่งเช้าวันที่ 1 พ.ค. สามารถรวบ 8 ผู้ร้ายได้ในเวลา 10 ชม. ที่แท้เป็นคนชาติเดียวกัน (ภาพจากคลิปตำรวจไทจง)

          โฆษกสถานีตำรวจชิงสุ่ย นครไทจงแถลงว่า ได้รับแจ้งแก๊งผู้ร้ายหลายคนถือปืนบุกเข้าไปจี้ปล้นทรัพย์ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ย่านถนนเกาเหม่ย เขตชิงสุ่ย นครไทจง จึงจัดส่งกำลังตำรวจรุดไปที่เกิดเหตุ จับ 1 ในผู้ต้องหาที่ตกหล่นเป็นแรงงานเวียดนามถูกผู้เสียหายซ้อมจนได้รับบาดเจ็บและจับตัวเอาไว้ จากการตรวจสอบ แรงงานเวียดนามกลุ่มผู้เสียให้การว่า ขณะเกิดเหตุ พวกตนกำลังนั่งล้อมวงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ที่ชั้น 1 ของบ้านเช่าซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ มีรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งขับมาจอดข้างถนนหน้าบ้าน มีผู้ร้าย 5 คนเดินลงจากรถและเข้ามาในบ้าน จากนั้นชักปืนสั้นออกมายิงไปที่เพดาน 1 นัดและขู่ว่า ห้ามกระดุกกระดิก จากนั้นค้นตัวกวาดเงินสดไป 180,000 เหรียญและสร้อยคอทองคำ 1 เส้น แล้วเดินออกจากบ้านพักขึ้นรถขับหนีไปในตัวเมือง แต่มีผู้ร้ายคนหนึ่งถูกแรงงานเวียดนามผู้เสียหายฉุดไว้ทำให้ไม่ทันขึ้นรถ โดนรุมประชาทัณฑ์อาการบาดเจ็บที่ศีรษะก่อนถูกจับไว้ได้ พบว่าเป็นคนชาติเดียวกัน ตำรวจมาถึงส่งผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บรายนี้ไปรักษาที่โรงพยาบาล หลังรับการรักษาจากแพทย์แล้วไม่มีอันตรายถึงชีวิต และในที่เกิดเหตุตำรวจตรวจพบปลอกกระสุนปืน 1 นัด

แรงงานเวียดนามในไทจง มักจะอวดรวยโชว์เงินเป็นฟ่อนหลังดื่มสุรา เป็นเหตุนำไปสู่เหตุการณ์จี้ปล้นทรัพย์

          ตำรวจได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ ตรวจสอบพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้ต้องที่จับได้และผู้เสียหาย รวมทั้งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบนถนนบริเวณที่เกิดเหตุและเส้นทางการหลบหนีของผู้ร้ายกลุ่มนี้ จนทราบชื่อและข้อมูลผู้ต้องหาทั้งหมด และพบว่าขับรถหนีขึ้นเหนือไปกบดานซ่อนตัวอยู่ที่เมืองซินจู๋ จึงจัดส่งกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบไปดักซุ่มที่หน้าอพาร์ตเมนต์หลังหนึ่ง เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อได้โอกาสจึงจู่โจมห้องเช่าในอพาร์ตเมนต์หลังดังกล่าว จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ยึดปืนสั้นที่ผ่านการดัดแปลงแต่มีอนุภาพในการทำลาย 1 กระบอก กระสุน 1 นัด เงินสดที่ได้มาจากการจี้ปล้นผู้เสียหายและยาเสพติดจำพวกยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นขยายผลตามจับผู้ต้องหาได้อีก 1 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาแก๊งนี้ได้ทั้งหมด 8 คน จากการตรวจสอบนายฮา แรงงานเวียดนามเป็นหัวโจกในคดีปล้นครั้งนี้ เนื่องจากหมั่นไส้ 1 ในผู้เสียหายที่มักจะอวดโชว์เงินสดที่จะโอนกลับบ้านเป็นฟ่อน จึงวางแผนปล้นผู้เสียหายดังกล่าว นอกจากนายฮาแล้ว แก๊งเวียดนามเข้าพัวพันคดีปล้นครั้งนี้ ยังมีแรงงานเวียดนาม 5 คน ในจำนวนนี้มี 3 คนที่เป็นแรงงานผิดกฎหมาย และยังมีเพื่อนชาวไต้หวันอีก 2 คน ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ส่งให้สำนักงานอัยการไทจงดำเนินคดีข้อหาปล้นชิงทรัพย์ มีอาวุธปืนและยาเสพติดไว้ในครอบครอง ฯลฯ

ตำรวจไทจงรวบ 8 ผู้ร้ายแรงงานเวียดนามที่ปล้นทรัพย์คนชาติเดียวกันได้ภายในเวลา 10 ชม.

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti