
Sign up to save your podcasts
Or


1. เตือน! ปี 67 ไต้หวันจับผู้ลักลอบนำเข้ายาลดความอ้วนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสารต้องห้าม 38 คน แรงงานไทยมากสุด 21 คน ไต้หวัน 7 เวียดนาม 5
แม้จะมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ประเด็นการนำเข้าอาหารเสริม ยาและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ซึ่งไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 แต่ยังมีการตรวจพบเป็นประจำ จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจไต้หวันพบว่า ปี 2567 ตรวจพบชาวต่างชาติจากประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียเกี่ยวข้องในคดีลักลอบนำเข้ายา กาแฟและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีส่วนผสมไซบูทรามีนโดยการส่งผ่านทางพัสดุระหว่างประเทศ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจึงได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ หวังลดความเสี่ยงที่ชาวต่างชาติจะละเมิดและถูกลงโทษตามกฎหมาย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเตือนแรงงานไทยหลีกเลี่ยงนำเข้ายาและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก เพราะอาจมีส่วนผสมของสารเสพติด (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแถลงว่า ไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ซึ่งเดิมใช้รักษาโรคอ้วน โดยออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มสารนอร์เอพิเนฟรินและเซโรโทนินในสมองเพื่อช่วยลดความอยากอาหาร อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เช่นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต อย่างความวิตกกังวลและซึมเศร้า สำนักงานตำรวจจึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์หลีกเลี่ยงการนำเข้า แต่ก็ยังตรวจพบจำนวมากและเป็นประจำ
1 ในแรงงานไทยที่ไทจงถูกจับข้อหานำเข้ายาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 4
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจพบว่า ปี 2567 กรมศุลกากรตรวจพบการลักลอบนำเข้าไซบูทรามีนผ่านทางพัสดุไปรษณีย์และพัสดุระหว่างประเทศจำนวน 36 คดี และส่งต่อให้ตำรวจดำเนินคดี พัสดุดังกล่าวส่วนใหญ่ส่งมาจากประเทศไทย จำนวน 25 คดี ที่เหลือจากเวียดนาม 5 คดี มาเลเซีย 2 คดีและจากกัมพูชา ฮ่องกง ฟิลิปปินส์และมองโกเลียประเทศละ 1 คดี จับผู้ต้องหาที่รับพัสดุรวม 38 คน ในจำนวนนี้ ผู้ต้องหาคนไทยถูกจับมากที่สุด 21 คน รองลงมาคือชาวไต้หวัน 7 คน เวียดนาม 4 คน ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ประเทศละ 2 คน ชาวกัมพูชาและมองโกเลียประเทศละ 1 คน โดยในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นแรงงานต่างชาติหรือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ คาดว่าเกิดจากความไม่รู้กฎหมายของไต้หวัน
1 ในแรงงานไทยที่ไทจงถูกจับข้อหานำเข้ายาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 4
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า ไซบูทรามีนในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย จัดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 และมักพบผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ขณะที่ไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 4 ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ สำหรับชื่อผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่ตรวจยึดได้ ได้แก่ อาหารเสริมลดน้ำหนักโอซี (OZY), กาแฟลดน้ำหนักลี่โซ่ว (Lishou 麗瘦), อาหารเสริมลดน้ำหนักมะระสลิม (MARA SLIM), Honey Q Level Up, COZY S, น้ำสับปะรดดีท็อกซ์ผสมเสาวรสช่วยลดน้ำหนักรูบิสเอสดีท็อกซ์ (RubisS Detox), ITCHA XS, Maya Rm, MAX HEALTH, SERA, MATAINE เป็นต้น
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวเตือนว่า ไต้หวันประกาศให้ไซบูทรามีนเป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2564 หากสั่งซื้อสินค้าทางเว็บไซต์ต่างประเทศ หรือให้ญาติมิตรส่งผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนมาไต้หวัน อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรา 4 วรรค 4 ของกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด จะต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 12 ปี และปรับไม่เกิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานหรือตั้งรกรากในไต้หวันจึงควรระมัดระวังและต้องเคารพกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิด เพราะนอกจากมีความเสี่ยงสูงที่จะติดคุกแล้ว ยังคุกคามสุขภาพตัวเองด้วย
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
แม้ว่าการลดน้ำหนักนั้น สามารถทำได้หลายวิธี แต่การรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่มากที่สุด เพราะวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหาร ทำให้ต้องใช้ตัวช่วยอย่างอาหารเสริมลดน้ำหนัก หรือกาแฟลดความอ้วน ซึ่งมักมีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถ้าเราโชคร้ายอาจเจอกับอาหารเสริมลดน้ำหนักหรือกาแฟลดความอ้วนที่ใส่สารต้องห้ามอย่างไซบูทรามีน จึงต้องระวัง ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักด้วยวิธีกินยาหรือกาแฟลดความอ้วน ได้ทั้งปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ
แรงงานไทยสั่งกาแฟลดน้ำหนักยี่ห้อนี้จากไทย 146 ซอง ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารไซบูทรามีน (ภาพจาก LTN)
2. ตาแหลม! ตำรวจหนานโถวรวบ 2 ผีน้อยไทยสูบบุหรี่ยาเคหน้าร้านสะดวกซื้อหน้าตาเฉย
เหตุการณ์จับ 2 ชายไทยสูบหรี่ผสมยาเสพติดเคตามีนคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบนถนนเฟินเฉ่า ตำบลเฉ่าถุน เมืองหนานโถว ตำรวจสายตรวจจากโรงพักซินกวง 2 นาย ขณะตรวจลาดตระเวนเพื่อเซ็นชื่อในจุดตรวจหรือตู้แดง เหลือบไปเห็นชายชาวต่างชาติ 2 คน มือถือกระป๋องเบียร์กำลังสูบบุหรี่อยู่ที่ลานจอดรถหน้าร้าน เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของบุหรี่แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คล้ายกับบุหรี่แบบมวนเองและมีกลิ่นที่แตกต่างจากบุหรี่ปกติ จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่าชายทั้ง 2 เป็นคนไทย ถือฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแต่อยู่เลยกำหนด จึงใช้แอปแปลภาษาในมือถือสื่อสารและสอบถาม ชายไทยทั้ง 2 จึงยอมส่งมอบบุหรี่ที่มีส่วนผสมของเคตามีนจำนวน 3 มวน และยอมรับว่าได้สูบจริง
ตำรวจสายตรวจพบ 2 ชายไทยสูบหรี่ผสมยาเสพติดเคตามีนที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในตำบลเฉ่าถุน เมืองหนานโถว (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
ตำรวจนำบุหรี่ดังกล่าวไปตรวจสอบยืนยันมีส่วนผสมของเคตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 3 จึงควบคุมตัวกลับไปสอบสวนที่สถานีตำรวจเฉ่าถุน ดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายและดำเนินคดีตามกฎหมายตามผลการตรวจสอบต่อไป ส่วนกรณีอยู่เลยกำหนดวีซ่า ได้ส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนานโถวดำเนินการปรับตามกฎหมาย
เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คล้ายกับบุหรี่แบบมวนเองและมีกลิ่นที่แตกต่างจากบุหรี่ปกติ ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบ (ภาพจากคลิปของสถานีตำรวจหนานโถว)
หลิวเชียนเสียง รองผู้กำกับการสถานีตำรวจเฉ่าถุน กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีไหวพริบและสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้อย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่า จะเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิด ไม่ว่าจะคนท้องถิ่นหรือต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมต้องสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขของสังคม
ชายไทยทั้ง 2 ส่งมอบบุหรี่ที่มีส่วนผสมของเคตามีนจำนวน 3 มวนให้ตำรวจและยอมรับว่าได้สูบจริง (ภาพจากคลิปของสถานีตำรวจหนานโถว)
ทั้งนี้ เคตามีน (ketamine) หรือที่รู้จักกันในหมู่ผู้ใช้ยาเสพติดว่ายาเค เป็นยาเสพติดสังเคราะห์ ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่เดิมถูกคิดค้นเพื่อใช้เป็นยาสลบทางการแพทย์ กลับกลายเป็นยาเสพติดฤทธิ์ร้ายแรงเมื่อถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้เสพอย่างมาก โดยระยะสั้นจะส่งผลให้เกิดอาการซึม วิงเวียนศีรษะ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง เกิดอาการสับสน กระวนกระวาย หวาดระแวง หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำกลายเป็นคนวิกลจริตได้ และการใช้ในปริมาณสูง อาจทำให้สมองและกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน บางรายถึงขั้นเสียชีวิต
ตำรวจนำบุหรี่ดังกล่าวไปตรวจสอบยืนยันมีส่วนผสมของเคตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 3 (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
กฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษของไต้หวัน จัดให้เคตามีน เป็นยาเสพติดประเภทที่ 3 ผู้ใดเสพหรือมีไว้ในครอบครองไม่ได้จำหน่ายในปริมาณไม่เกิน 5 กรัม มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 เหรียญ ต้องเข้ารับการบำบัด และรับการอบรมผลร้ายของยาเสพติดต่อสุขภาพเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ส่วนผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือหลอกล่อให้คนอื่นเสพ มีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี ปรับ 15 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. จับแก๊งค้ากามพร้อม 6 สาวไทยยืนเรียกแขกบนทางเท้า เน้นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญ พบ 1 ในแม่เล้าเป็นนักเรียนหญิงชาวไทย
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ย่านใจกลางเมืองนครไทจง มีหญิงชาวต่างชาติเข้ามาทำงานขายบริการทางเพศจำนวนมาก เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทจงทลายซ่องผิดกฎหมายแห่งหนึ่ง เปิดรับหญิงชาวไทยถือฟรีวีซ่าเดินทางมาค้ากามระยะสั้นในไต้หวัน โดยให้แต่งตัวในชุดเซ็กซี่ไปยืนเรียกแขกตามทางเท้าในอาคาร เน้นโปรโมชั่นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญไต้หวัน โดยอาบน้ำให้ลูกค้าเฉพาะครึ่งล่างอย่างเร่งรีบเพียง 2 นาที แต่เนื่องจากราคาถูกมีลูกค้าประจำแห่กันมาใช้บริการกันมากมาย ตำรวจจับเจ้าของซ่องและพนักงานบริหารได้ 6 คน หญิงไทยขายบริการ 6 คน และลูกค้าชาย 2 คน แม่เล้ารายหนึ่งยังเป็นนักเรียนหญิงชาวไทยที่เดินทางมาศึกษาอย่างถูกกฎหมายในไต้หวัน ตำรวจควบคุมตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีค้ามนุษย์และฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป
หญิงไทยแต่งชุดเซ็กซี่ไปยืนเรียกแขกตามทางเท้าใต้อาคาร ใจกลางเมืองไทจง เน้นโปรโมชั่นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญไต้หวัน (ภาพจาก tw.nextapple.com)
จากการสอบสวนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบว่า กลุ่มค้ากามข้ามชาติที่มีนายไช่ ชายชาวไต้หวันเป็นหัวโจกแก๊งนี้ ได้ร่วมมือกับเพื่อน เช่าห้องชุดชั้น 3 แห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมืองนครไทจง ดัดแปลงเป็นสถานที่ให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมา เพื่อนรับผิดชอบดูแลภายในและรับ-ส่งหญิงสาว รับเงินและจัดหาเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนหญิงชาวไทยที่มาขายบริการในไต้หวันนั้น ถูกจัดหามาโดยนายหน้าชาวไทยรายหนึ่งซึ่งไม่ทราบชื่อ
1 ในหญิงไทยถูกจับขณะขายประเวณี (ภาพจาก tw.nextapple.com)
กลุ่มค้ากามแก๊งนี้จะส่งหญิงไทย 3–4 คนไปยืนเรียกแขกทางเท้าใต้ตึกทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนถึง 05.00 น. โดยคิดค่าบริการ 1,500 เหรียญไต้หวันต่อ 15 นาที จากนั้นจะมีการแบ่งเงินระหว่างหญิงสาว นายหน้าชาวไทย และนายไช่ ภายในเวลาแค่ครึ่งปี กลุ่มค้ากามแก๊งนี้ทำรายได้ประมาณ 685,000 เหรียญไต้หวัน ต่อมาได้ขายกิจการต่อให้กับนายซ่ง ชายชาวไต้หวันอีกรายและนางสาวเผิง นักเรียนไทยที่พำนักในไต้หวันอย่างถูกกฎหมาย โดยยังคงรูปแบบการหากินตามเดิม
1 ในหญิงไทยที่ถูกจับขณะขายประเวณี (ภาพจาก tw.nextapple.com)
เจ้าหน้าที่พบว่า แก๊งนี้ได้โพสต์โฆษณารับสมัครหญิงสาวชาวไทยผ่านเฟซบุ๊ก อ้างว่าสามารถหาเงินได้ครั้งละมากกว่า 100,000 เหรียญไต้หวัน หญิงไทยที่สนใจจะต้องส่งรูปภาพและคลิปเซ็กซี่ พร้อมระบุประเภทบริการที่สามารถให้ได้ หากผ่านการคัดเลือก ก็จะถูกนายหน้าที่ไม่เปิดเผยชื่อจัดการพาเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว และทำงานเต็มที่ภายในช่วงพำนัก 14 วัน ก่อนจะออกเดินทางกลับประเทศตามกำหนด
ภาพส่วนหนึ่งของหญิงไทยที่เดินทางมาขายประเวณีในไทจง ซึ่งต้องส่งรูปภาพและคลิปเซ็กซี่ พร้อมระบุประเภทบริการที่สามารถให้ได้ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสาร แก๊งนี้ยังเตรียมสติกเกอร์มือถือที่เขียนเป็นภาษาจีนว่า 15 นาที 1,500 ให้หญิงสาวใช้ยืนเรียกแขก รวมถึงติดตั้งเครื่องแปลภาษาในกลุ่มแชตภายใน แจกคู่มือการทำงานเป็นภาษาไทย เพื่อให้สื่อสารกับผู้ดูแลได้อย่างราบรื่น และเพื่อทำเวลาเพิ่มจำนวนลูกค้า แก๊งนี้ได้วางระบบการทำงาน SOP ควบคุมเวลาการให้บริการอย่างแม่นยำ โดยให้หญิงสาวตั้งนาฬิกาปลุกทันทีหลังลูกค้าเข้าห้อง และจำกัดเวลาอาบน้ำให้ลูกค้าเฉพาะครึ่งล่างของร่างกายเพียง 2 นาที นอกจากนี้ยังสอนหญิงไทยเรื่องการหลบหนีตำรวจ การสังเกตเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่อาจเข้ามาตรวจสอบ ทำเอาตำรวจถึงกับตะลึงในความเป็นระบบการทำงานไปตาม ๆ กัน
จับแก๊งค้ากามพร้อม 6 สาวไทยยืนเรียกแขกบนทางเท้าในไทจง เน้นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญ พบ 1 ในแม่เล้าเป็นนักเรียนหญิงชาวไทย (ภาพจาก CNA)
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. เตือน! ปี 67 ไต้หวันจับผู้ลักลอบนำเข้ายาลดความอ้วนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสารต้องห้าม 38 คน แรงงานไทยมากสุด 21 คน ไต้หวัน 7 เวียดนาม 5
แม้จะมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ประเด็นการนำเข้าอาหารเสริม ยาและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ซึ่งไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 แต่ยังมีการตรวจพบเป็นประจำ จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจไต้หวันพบว่า ปี 2567 ตรวจพบชาวต่างชาติจากประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียเกี่ยวข้องในคดีลักลอบนำเข้ายา กาแฟและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีส่วนผสมไซบูทรามีนโดยการส่งผ่านทางพัสดุระหว่างประเทศ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจึงได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ หวังลดความเสี่ยงที่ชาวต่างชาติจะละเมิดและถูกลงโทษตามกฎหมาย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเตือนแรงงานไทยหลีกเลี่ยงนำเข้ายาและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก เพราะอาจมีส่วนผสมของสารเสพติด (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแถลงว่า ไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ซึ่งเดิมใช้รักษาโรคอ้วน โดยออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มสารนอร์เอพิเนฟรินและเซโรโทนินในสมองเพื่อช่วยลดความอยากอาหาร อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เช่นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต อย่างความวิตกกังวลและซึมเศร้า สำนักงานตำรวจจึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์หลีกเลี่ยงการนำเข้า แต่ก็ยังตรวจพบจำนวมากและเป็นประจำ
1 ในแรงงานไทยที่ไทจงถูกจับข้อหานำเข้ายาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 4
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจพบว่า ปี 2567 กรมศุลกากรตรวจพบการลักลอบนำเข้าไซบูทรามีนผ่านทางพัสดุไปรษณีย์และพัสดุระหว่างประเทศจำนวน 36 คดี และส่งต่อให้ตำรวจดำเนินคดี พัสดุดังกล่าวส่วนใหญ่ส่งมาจากประเทศไทย จำนวน 25 คดี ที่เหลือจากเวียดนาม 5 คดี มาเลเซีย 2 คดีและจากกัมพูชา ฮ่องกง ฟิลิปปินส์และมองโกเลียประเทศละ 1 คดี จับผู้ต้องหาที่รับพัสดุรวม 38 คน ในจำนวนนี้ ผู้ต้องหาคนไทยถูกจับมากที่สุด 21 คน รองลงมาคือชาวไต้หวัน 7 คน เวียดนาม 4 คน ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ประเทศละ 2 คน ชาวกัมพูชาและมองโกเลียประเทศละ 1 คน โดยในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นแรงงานต่างชาติหรือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ คาดว่าเกิดจากความไม่รู้กฎหมายของไต้หวัน
1 ในแรงงานไทยที่ไทจงถูกจับข้อหานำเข้ายาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 4
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า ไซบูทรามีนในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย จัดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 และมักพบผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ขณะที่ไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 4 ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ สำหรับชื่อผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่ตรวจยึดได้ ได้แก่ อาหารเสริมลดน้ำหนักโอซี (OZY), กาแฟลดน้ำหนักลี่โซ่ว (Lishou 麗瘦), อาหารเสริมลดน้ำหนักมะระสลิม (MARA SLIM), Honey Q Level Up, COZY S, น้ำสับปะรดดีท็อกซ์ผสมเสาวรสช่วยลดน้ำหนักรูบิสเอสดีท็อกซ์ (RubisS Detox), ITCHA XS, Maya Rm, MAX HEALTH, SERA, MATAINE เป็นต้น
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวเตือนว่า ไต้หวันประกาศให้ไซบูทรามีนเป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2564 หากสั่งซื้อสินค้าทางเว็บไซต์ต่างประเทศ หรือให้ญาติมิตรส่งผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนมาไต้หวัน อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรา 4 วรรค 4 ของกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด จะต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 12 ปี และปรับไม่เกิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานหรือตั้งรกรากในไต้หวันจึงควรระมัดระวังและต้องเคารพกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิด เพราะนอกจากมีความเสี่ยงสูงที่จะติดคุกแล้ว ยังคุกคามสุขภาพตัวเองด้วย
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
แม้ว่าการลดน้ำหนักนั้น สามารถทำได้หลายวิธี แต่การรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่มากที่สุด เพราะวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหาร ทำให้ต้องใช้ตัวช่วยอย่างอาหารเสริมลดน้ำหนัก หรือกาแฟลดความอ้วน ซึ่งมักมีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถ้าเราโชคร้ายอาจเจอกับอาหารเสริมลดน้ำหนักหรือกาแฟลดความอ้วนที่ใส่สารต้องห้ามอย่างไซบูทรามีน จึงต้องระวัง ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักด้วยวิธีกินยาหรือกาแฟลดความอ้วน ได้ทั้งปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ
แรงงานไทยสั่งกาแฟลดน้ำหนักยี่ห้อนี้จากไทย 146 ซอง ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารไซบูทรามีน (ภาพจาก LTN)
2. ตาแหลม! ตำรวจหนานโถวรวบ 2 ผีน้อยไทยสูบบุหรี่ยาเคหน้าร้านสะดวกซื้อหน้าตาเฉย
เหตุการณ์จับ 2 ชายไทยสูบหรี่ผสมยาเสพติดเคตามีนคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบนถนนเฟินเฉ่า ตำบลเฉ่าถุน เมืองหนานโถว ตำรวจสายตรวจจากโรงพักซินกวง 2 นาย ขณะตรวจลาดตระเวนเพื่อเซ็นชื่อในจุดตรวจหรือตู้แดง เหลือบไปเห็นชายชาวต่างชาติ 2 คน มือถือกระป๋องเบียร์กำลังสูบบุหรี่อยู่ที่ลานจอดรถหน้าร้าน เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของบุหรี่แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คล้ายกับบุหรี่แบบมวนเองและมีกลิ่นที่แตกต่างจากบุหรี่ปกติ จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่าชายทั้ง 2 เป็นคนไทย ถือฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแต่อยู่เลยกำหนด จึงใช้แอปแปลภาษาในมือถือสื่อสารและสอบถาม ชายไทยทั้ง 2 จึงยอมส่งมอบบุหรี่ที่มีส่วนผสมของเคตามีนจำนวน 3 มวน และยอมรับว่าได้สูบจริง
ตำรวจสายตรวจพบ 2 ชายไทยสูบหรี่ผสมยาเสพติดเคตามีนที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในตำบลเฉ่าถุน เมืองหนานโถว (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
ตำรวจนำบุหรี่ดังกล่าวไปตรวจสอบยืนยันมีส่วนผสมของเคตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 3 จึงควบคุมตัวกลับไปสอบสวนที่สถานีตำรวจเฉ่าถุน ดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายและดำเนินคดีตามกฎหมายตามผลการตรวจสอบต่อไป ส่วนกรณีอยู่เลยกำหนดวีซ่า ได้ส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนานโถวดำเนินการปรับตามกฎหมาย
เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คล้ายกับบุหรี่แบบมวนเองและมีกลิ่นที่แตกต่างจากบุหรี่ปกติ ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบ (ภาพจากคลิปของสถานีตำรวจหนานโถว)
หลิวเชียนเสียง รองผู้กำกับการสถานีตำรวจเฉ่าถุน กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีไหวพริบและสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้อย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่า จะเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิด ไม่ว่าจะคนท้องถิ่นหรือต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมต้องสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขของสังคม
ชายไทยทั้ง 2 ส่งมอบบุหรี่ที่มีส่วนผสมของเคตามีนจำนวน 3 มวนให้ตำรวจและยอมรับว่าได้สูบจริง (ภาพจากคลิปของสถานีตำรวจหนานโถว)
ทั้งนี้ เคตามีน (ketamine) หรือที่รู้จักกันในหมู่ผู้ใช้ยาเสพติดว่ายาเค เป็นยาเสพติดสังเคราะห์ ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่เดิมถูกคิดค้นเพื่อใช้เป็นยาสลบทางการแพทย์ กลับกลายเป็นยาเสพติดฤทธิ์ร้ายแรงเมื่อถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้เสพอย่างมาก โดยระยะสั้นจะส่งผลให้เกิดอาการซึม วิงเวียนศีรษะ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง เกิดอาการสับสน กระวนกระวาย หวาดระแวง หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำกลายเป็นคนวิกลจริตได้ และการใช้ในปริมาณสูง อาจทำให้สมองและกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน บางรายถึงขั้นเสียชีวิต
ตำรวจนำบุหรี่ดังกล่าวไปตรวจสอบยืนยันมีส่วนผสมของเคตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 3 (ภาพจากสถานีตำรวจหนานโถว)
กฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษของไต้หวัน จัดให้เคตามีน เป็นยาเสพติดประเภทที่ 3 ผู้ใดเสพหรือมีไว้ในครอบครองไม่ได้จำหน่ายในปริมาณไม่เกิน 5 กรัม มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 เหรียญ ต้องเข้ารับการบำบัด และรับการอบรมผลร้ายของยาเสพติดต่อสุขภาพเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ส่วนผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือหลอกล่อให้คนอื่นเสพ มีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี ปรับ 15 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. จับแก๊งค้ากามพร้อม 6 สาวไทยยืนเรียกแขกบนทางเท้า เน้นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญ พบ 1 ในแม่เล้าเป็นนักเรียนหญิงชาวไทย
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ย่านใจกลางเมืองนครไทจง มีหญิงชาวต่างชาติเข้ามาทำงานขายบริการทางเพศจำนวนมาก เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทจงทลายซ่องผิดกฎหมายแห่งหนึ่ง เปิดรับหญิงชาวไทยถือฟรีวีซ่าเดินทางมาค้ากามระยะสั้นในไต้หวัน โดยให้แต่งตัวในชุดเซ็กซี่ไปยืนเรียกแขกตามทางเท้าในอาคาร เน้นโปรโมชั่นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญไต้หวัน โดยอาบน้ำให้ลูกค้าเฉพาะครึ่งล่างอย่างเร่งรีบเพียง 2 นาที แต่เนื่องจากราคาถูกมีลูกค้าประจำแห่กันมาใช้บริการกันมากมาย ตำรวจจับเจ้าของซ่องและพนักงานบริหารได้ 6 คน หญิงไทยขายบริการ 6 คน และลูกค้าชาย 2 คน แม่เล้ารายหนึ่งยังเป็นนักเรียนหญิงชาวไทยที่เดินทางมาศึกษาอย่างถูกกฎหมายในไต้หวัน ตำรวจควบคุมตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีค้ามนุษย์และฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป
หญิงไทยแต่งชุดเซ็กซี่ไปยืนเรียกแขกตามทางเท้าใต้อาคาร ใจกลางเมืองไทจง เน้นโปรโมชั่นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญไต้หวัน (ภาพจาก tw.nextapple.com)
จากการสอบสวนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบว่า กลุ่มค้ากามข้ามชาติที่มีนายไช่ ชายชาวไต้หวันเป็นหัวโจกแก๊งนี้ ได้ร่วมมือกับเพื่อน เช่าห้องชุดชั้น 3 แห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมืองนครไทจง ดัดแปลงเป็นสถานที่ให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมา เพื่อนรับผิดชอบดูแลภายในและรับ-ส่งหญิงสาว รับเงินและจัดหาเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนหญิงชาวไทยที่มาขายบริการในไต้หวันนั้น ถูกจัดหามาโดยนายหน้าชาวไทยรายหนึ่งซึ่งไม่ทราบชื่อ
1 ในหญิงไทยถูกจับขณะขายประเวณี (ภาพจาก tw.nextapple.com)
กลุ่มค้ากามแก๊งนี้จะส่งหญิงไทย 3–4 คนไปยืนเรียกแขกทางเท้าใต้ตึกทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนถึง 05.00 น. โดยคิดค่าบริการ 1,500 เหรียญไต้หวันต่อ 15 นาที จากนั้นจะมีการแบ่งเงินระหว่างหญิงสาว นายหน้าชาวไทย และนายไช่ ภายในเวลาแค่ครึ่งปี กลุ่มค้ากามแก๊งนี้ทำรายได้ประมาณ 685,000 เหรียญไต้หวัน ต่อมาได้ขายกิจการต่อให้กับนายซ่ง ชายชาวไต้หวันอีกรายและนางสาวเผิง นักเรียนไทยที่พำนักในไต้หวันอย่างถูกกฎหมาย โดยยังคงรูปแบบการหากินตามเดิม
1 ในหญิงไทยที่ถูกจับขณะขายประเวณี (ภาพจาก tw.nextapple.com)
เจ้าหน้าที่พบว่า แก๊งนี้ได้โพสต์โฆษณารับสมัครหญิงสาวชาวไทยผ่านเฟซบุ๊ก อ้างว่าสามารถหาเงินได้ครั้งละมากกว่า 100,000 เหรียญไต้หวัน หญิงไทยที่สนใจจะต้องส่งรูปภาพและคลิปเซ็กซี่ พร้อมระบุประเภทบริการที่สามารถให้ได้ หากผ่านการคัดเลือก ก็จะถูกนายหน้าที่ไม่เปิดเผยชื่อจัดการพาเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว และทำงานเต็มที่ภายในช่วงพำนัก 14 วัน ก่อนจะออกเดินทางกลับประเทศตามกำหนด
ภาพส่วนหนึ่งของหญิงไทยที่เดินทางมาขายประเวณีในไทจง ซึ่งต้องส่งรูปภาพและคลิปเซ็กซี่ พร้อมระบุประเภทบริการที่สามารถให้ได้ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสาร แก๊งนี้ยังเตรียมสติกเกอร์มือถือที่เขียนเป็นภาษาจีนว่า 15 นาที 1,500 ให้หญิงสาวใช้ยืนเรียกแขก รวมถึงติดตั้งเครื่องแปลภาษาในกลุ่มแชตภายใน แจกคู่มือการทำงานเป็นภาษาไทย เพื่อให้สื่อสารกับผู้ดูแลได้อย่างราบรื่น และเพื่อทำเวลาเพิ่มจำนวนลูกค้า แก๊งนี้ได้วางระบบการทำงาน SOP ควบคุมเวลาการให้บริการอย่างแม่นยำ โดยให้หญิงสาวตั้งนาฬิกาปลุกทันทีหลังลูกค้าเข้าห้อง และจำกัดเวลาอาบน้ำให้ลูกค้าเฉพาะครึ่งล่างของร่างกายเพียง 2 นาที นอกจากนี้ยังสอนหญิงไทยเรื่องการหลบหนีตำรวจ การสังเกตเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่อาจเข้ามาตรวจสอบ ทำเอาตำรวจถึงกับตะลึงในความเป็นระบบการทำงานไปตาม ๆ กัน
จับแก๊งค้ากามพร้อม 6 สาวไทยยืนเรียกแขกบนทางเท้าในไทจง เน้นราคาถูก 15 นาที 1,500 เหรียญ พบ 1 ในแม่เล้าเป็นนักเรียนหญิงชาวไทย (ภาพจาก CNA)