
Sign up to save your podcasts
Or


1. ย้ายงานง่ายขึ้น! ศูนย์บริการการย้ายงานแห่งแรกที่เถาหยวน มีล่าม 4 ภาษาคอยให้บริการ อำนวยความสะดวกการย้ายนายจ้างใหม่แก่แรงงานต่างชาติแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
นครเถาหยวน เนื่องจากเป็นเมืองที่มีแรงงานต่างชาติพำนักอาศัยและทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะย้ายงาน ลดปัญหาอุปสรรคด้านการสื่อสารและสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว กรมพัฒนากำลังแรงงาน สำนักงานเถาหยวน ซินจูและเหมียวลี่ จัดตั้งศูนย์บริการการย้ายงานแห่งแรกของไต้หวันที่นครเถาหยวน โดยมีล่ามภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติคอยให้คำปรึกษาและแนะนำขั้นตอนการย้ายงานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ นายจ้างที่ประสงค์จะจ้างงานลงทะเบียนรับสมัครแรงงานต่างชาติและจัดให้มีการสัมภาษณ์ทุกวัน แรงงานต่างชาติสามารถทำเรื่องด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาล่ามของบริษัทจัดหางาน เป็นแพลตฟอร์มหรือสื่อกลางสำหรับการย้ายงานใหม่และบริการนายจ้างที่ต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติที่ดีและเป็นมิตรอย่างมาก
บรรยากาศภายในศูนยบริการการย้ายงานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เถาหยวน (ภาพจาก lifenews.com.tw)
กรมพัฒนากำลังแรงงาน สำนักงานเถาหยวน ซินจูและเหมียวลี่แถลงว่า เนื่องจากอุปสรรคด้านการสื่อสาร ทำให้ที่ผ่านมา การย้ายงานของแรงงานต่างชาติมักต้องพึ่งพาล่ามบริษัทจัดหางาน แต่ศูนย์บริการการย้ายงานแบบเบ็ดเสร็จ มีล่าม 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์คอยให้บริการ แรงงานต่างชาติสามารถยื่นขอทำเรื่องการย้ายงานด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาล่ามบริษัทจัดหางาน ทั้งนี้ ศูนย์บริการฯ ดังกล่าว เริ่มจัดตั้งและเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 จนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยเหลือให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลการย้ายงานแก่แรงงานต่างชาติไปแล้วกว่า 1,000 ราย และยังมีการลงทะเบียนในฐานข้อมูลสำหรับแรงงานต่างชาติที่ต้องการย้ายงานและนายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานต่างชาติรายใหม่จากในไต้หวัน ประกอบด้วยข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์การทำงานและประเภทงานที่ต้องการหาใหม่ เป็นต้น เมื่อมีนายจ้างต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการจากฐานข้อมูลได้ทันที จากนั้นจะติดต่อกับแรงงานต่างชาติที่ต้องการจะย้ายงาน เพื่อนัดเวลาสัมภาษณ์ ทำให้อัตราความสำเร็จในการย้ายงานค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ล่ามของศูนย์บริการการย้ายงาน ยังมีบริการพาแรงงานต่างชาติไปดูโรงงานและให้นายจ้างสัมภาษณ์ที่โรงงาน ช่วยลดปัญหาและอุปสรรคหลังจากย้ายเข้าทำงานแล้ว แรงงานไทยที่ต้องการสอบถามเรื่องการย้ายงาน ติดต่อได้ที่ 03-3333120 ต่อล่ามไทยกด 5
บรรยากาศภายในศูนยบริการการย้ายงานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เถาหยวน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
ก็เป็นบริการที่ดีสำหรับแรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะย้ายงาน แต่การย้ายงานใช่ว่าอยากย้ายก็ย้าย การย้ายงานในไต้หวันยังไม่เปิดเสรี มีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายรายการที่แรงงานไทยพึงรับรู้ ตามกฎหมายการจ้างงานมาตรา 53 ข้อที่ 4 กำหนดว่า ห้ามแรงงานต่างชาติย้ายงาน ยกเว้นมีสภาพการณ์ข้อใดข้อหนึ่งที่ระบุในกฎหมายการจ้างงานมาตรา 59 ได้แก่
1. นายจ้างที่ว่าจ้าง หรือผู้ป่วยที่ดูแลเสียชีวิตหรือย้ายถิ่นฐานไปประเทศอื่น
2. เรือประมงถูกยึด อับปางหรือซ่อมบำรุงจนไม่สามารถทำงานในตำแหน่งลูกเรือประมงต่อไปได้
3. นายจ้างปิดกิจการ หรือค้างจ่ายค่าจ้างจนต้องยกเลิกสัญญา
4. ประสบปัญหาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เกิดจากความรับผิดชอบของแรงงานต่างชาติ
นอกจากที่กฎหมายกำหนดแล้ว ปัจจุบัน กระทรวงแรงงานอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญาแล้ว สามารถย้ายงานใหม่ได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ต้องยื่นขอทำเรื่องย้ายงานก่อนครบสัญญา 2-4 เดือน หลังจากได้รับอนุมัติแล้วต้องหานายจ้างใหม่ภายในเวลา 60 วัน โดยศูนย์บริการย้ายงานจะให้ความช่วยเหลือหานายจ้างที่เหมาะสม หากไม่สามารถหานายจ้างใหม่ได้ เมื่อครบกำหนด 60 วันต้องเดินทางกลับประเทศ ดังนั้นการย้ายงาน แม้จะครบสัญญาแต่ก็มีความเสี่ยงสูง ยิ่งผู้ที่ต้องการจะย้ายงานระหว่างสัญญา แนะนำเลยว่าอย่าดีกว่า เพราะกฎหมายไม่อนุญาต ยกเว้นแต่นายจ้างเดิมยินยอมเสียโควตาและสามารถหานายจ้างใหม่ได้ ซึ่งก็คือยินยอมย้ายงานทั้ง 3 ฝ่าย แต่ปัจจุบันนายจ้างสามารถนำเข้าแรงงานคนใหม่ได้ตามปกติ ประกอบกับที่ผ่านมา นายจ้างที่รับย้ายงานส่วนใหญ่จะพบว่า แรงงานที่ย้ายงานมาจากนายจ้างรายอื่นมักจะมีปัญหา ซึ่งเกิดจากไม่คุ้นเคยหรือไม่สามารถทำงานได้ในโรงงานใหม่และจะลาออกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้นายจ้างไม่กล้ารับแรงงานผ่านการย้ายงานอีกต่อไป ยกเว้นแรงงานที่โรงงานปิดกิจการ
2. จับ 2 นายจ้างฟาร์มไก่ เจ้าของรางวัลเสินหนงหรือออสการ์ในวงการเกษตรพร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม ทำตัวเป็นแมงดาบังคับลูกจ้างสาวเวียดนามค้ากาม
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สถานีตำรวจหยุนหลินได้รับแจ้งข้อมูลว่า นายหลิน เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ในเมืองหยุนหลิน พร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม นำเข้าแรงงานหญิงเวียดนามมาทำงานในภาคการเกษตร แต่พาไปทำงานอาบอบนวดและขายประเวณี ถูกตำรวจบุกจับดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ บังคับขู่เข็ญและปลอมแปลงเอกสาร
2 นายจ้างฟาร์มไก่ เจ้าของรางวัลเสินหนงหรือออสการ์ในวงการเกษตรพร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม ทำตัวเป็นแมงดาบังคับลูกจ้างสาวเวียดนามค้ากามถูกจับ (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
สำนวนฟ้องของอัยการระบุว่า นายหลินและนายไช่ 2 ชายชาวไต้หวันที่มีชื่อเสียงในวงการเกษตรเมืองหยุนหลิน ทั้งยังเคยได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดในวงการเกษตรของไต้หวัน ได้แก่รางวัลเสินหนงประจำปี 2558 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นรางวัลออสการ์ในวงการเกษตรของไต้หวัน เมื่อต้นปี 2567 มีพลเมืองดีแจ้งความว่า นายหลินและแฟนสาวชาวเวียดนาม พร้อมด้วยนายไช่ เพื่อนของนายหลิน ผู้มีชื่อเสียงในการเพาะปลูกกะหล่ำปลีพันธุ์ไทจง 2 และเป็นเจ้าของรางวัลเสินหนงประจำปี 2560 ผู้ต้องหาทั้ง 3 อาศัยฐานะเจ้าของฟาร์มเกษตรและฟาร์มเลี้ยงไก่ นำเข้าแรงงานหญิงเวียดนามหลายคน เพื่อมาทำงานในภาคการเกษตร แต่บีบบังคับให้ไปหารายได้เสริม ด้วยการทำงานนวดและขายประเวณีในร้านนวดสปาของนายหลิน นอกจากมีการขู่เข็ญบังคับ ยังยึดหนังสือเดินทางของลูกจ้างด้วย ถูกฟ้องในข้อหาค้ามนุษย์ บังคับขู่เข็ญและปลอมแปลงเอกสาร
2 นายจ้างฟาร์มไก่ เจ้าของรางวัลเสินหนงหรือออสการ์ในวงการเกษตรพร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม ทำตัวเป็นแมงดาบังคับลูกจ้างสาวเวียดนามค้ากามถูกจับ (ภาพจาก TVBS)
คดีดังกล่าวสร้างความตะลึงให้แก่วงการเกษตรของไต้หวัน เพราะผู้ได้รับรางวัลเสินหนง ถือเป็นเกียรติสูงสุดของเกษตรกร ถึงขั้นเรียกว่าเป็นรางวัลออสการ์ในภาคการเกษตรของไต้หวันเลยทีเดียว โดยสหกรณ์การเกษตรแต่ละเมือง จะเป็นผู้คัดเลือกเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นส่งเข้าประกวด ทั่วไต้หวันจะได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ได้รับรางวัลเสินหนงปีละเพียง 12 คน เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงเกษตรไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบจัดการคัดเลือกรางวัลเสินหนงออกแถลงการณ์กล่าวว่า การอนุญาตนำเข้าแรงงานภาคการเกษตรนั้น กระทรวงเกษตรเป็นเพียงหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของเกษตรกรผู้ยื่นขอ ส่วนอำนาจการอนุมัติอยู่ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อนำเข้าแล้ว กระทรวงเกษตรและกระทรวงแรงงานจะจัดส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบว่า จัดให้แรงงานต่างชาติทำงานที่ได้รับอนุญาตจริงหรือไม่
นายเฉินจวิ้นจี้ รักษาราชการแทน รมว. กระทรวงเกษตร (ภาพจาก udn.com)
ต่อคดีนี้ นายเฉินจวิ้นจี้ รักษาราชการแทน รมว. กระทรวงเกษตรกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า รางวัลเสินหนง เป็นรางวัลอันทรงเกียรติในวงการเกษตรของไต้หวัน ผู้ได้รับรางวัลถือเป็นเกษตรกรดีเด่น ทั้งในด้านผลงานและคุณธรรม คดีนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการมอบรางวัลแล้วหลายปี กระทรวงเกษตรกำลังพิจารณาแก้กฎหมาย หากพบเจ้าของรางวัลเสินหนงมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือขัดต่อกฎหมาย จะถูกเพิกถอนรางวัลดังกล่าว ขณะเดียวกันยังย้ำว่า แรงงานภาคการเกษตร จะต้องทำงานเกษตรตามที่ได้รับอนุญาตจริง ห้ามไปทำงานอย่างอื่น และได้สั่งการให้หน่วยงานเกษตรท้องที่ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่ทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยจะเพิ่มการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติเหล่านี้มากขึ้น
3. สลด! หนุ่มไทยถือฟรีวีซ่าเข้าไต้หวันลักลอบทำงานที่อี๋หลานเสียชีวิต นายจ้างกลัวถูกจับขนศพทิ้งคลองในป่า โดนจับข้อหาทิ้งศพ จ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
สองสามีภรรยาชาวไทยคู่หนึ่ง มาจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว ลักลอบทำงานอยู่แถวตำบลเจียวซี เมืองอี๋หลาน แต่ผู้เป็นสามีเสียชีวิตในที่พัก ภรรยาตกใจขอความช่วยเหลือจากนายจ้าง แทนที่จะแจ้งความ นายจ้างสั่งภรรยาและผีน้อยสามีภรรยาชาวไทยอีกคู่หนึ่ง ช่วยกันขนศพขึ้นรถเก๋งขับไปทิ้งลงคลองในป่า ระหว่างทางไปสุสานสาธารณะ ญาติติดต่อไม่ได้ขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป ช่วยประสานตำรวจจนพบพฤติกรรมของนายจ้างดังกล่าว นำศพขึ้นมาจากคลอง เบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลที่ชัดเจนหรือถูกฆาตกรรม ตำรวจส่งคดีให้อัยการตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ส่วนนายจ้างรายนี้ถูกจับความผิดฐานทิ้งศพ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องสงสัยเป็นนายหน้าเถื่อน ผิดกฎหมายการจ้างงาน
บ้านพักที่เกิดเหตุ (ภาพจาก TVBS)
โฆษกสถานีตำรวจเจียวซี เมืองอี๋หลานแถลงว่า เมื่อเย็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เวลา 16.50 น. ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป ว่ามีคนไทยร้องขอความช่วยเหลือให้ติดตามญาติ อายุ 30 ปีเศษ ซึ่งสันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้วและได้แจ้งเลขป้ายทะเบียนรถยนต์ของนายจ้าง จากข้อมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ ตำรวจตามตรวจสอบเจ้าของรถถึงที่บ้าน พบเป็นนายหลิน ชายชาวไต้หวันอายุ 44 ปี นายหลินให้การว่า หนุ่มไทยคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้วและนำศพไปทิ้งในคลองทางไปสุสานสาธารณะที่ตำบลเจียวซี ตำรวจจึงให้นายหลิน พร้อมด้วยภรรยาผู้ตาย พาไปยังจุดที่ทิ้งศพและพบร่างไร้วิญญาณของชายไทยดังกล่าว
ภรรยาผู้ตายถูกตำรวจพาไปสอบปากคำ (ภาพจาก TVBS)
ตำรวจเปิดเผยว่า สองสามีภรรยาชาวไทยอายุ 34 ปีคู่นี้ เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว ได้รับการยกเว้นวีซ่า 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2567 แต่อยู่เลยกำหนดและลักลอบทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ในตำบลเจียวซี เมืองอี๋หลาน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน ปกติผู้ตายมีสุขภาพไม่ค่อยดี ดื่มสุราจัด เนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพ ประกอบกับเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่กล้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล ได้แต่ซื้อยาสำเร็จรูปมากิน เมื่อบ่ายวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เสียชีวิตในบ้านพัก ทำเอาภรรยาตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงแจ้งให้นายหลิน ซึ่งเป็นนายจ้างทราบและขอความช่วยเหลือ ด้วยความกลัวจะถูกจับข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แทนที่จะแจ้งความ นายหลินสั่งให้ภรรยาผู้ตายและชาวไทยอีก 2 คน เป็นชายไทยอายุ 42 ปี และหญิงอายุ 48 ปี ซึ่งเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแต่ลักลอบทำงานกับตนเช่นกัน ช่วยกันขนศพผู้ตายขึ้นรถ เพื่อนำไปทิ้งในป่า แรก ๆ ภรรยาและเพื่อนชาวไทยทั้ง 2 คนไม่เห็นด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จำต้องทำตามที่นายจ้างสั่งนั่งรถไปด้วยกัน นำศพไปทิ้งลงคลองในป่า ซึ่งมีลักษณะเป็นฝายกันทราย บริเวณใกล้สุสานสาธารณะสวนซากุระในตำบลเจียวซี เมืองอี๋หลาน
ตำรวจตามwxตรวจสอบถึงที่บ้านของนายหลิน ชายชาวไต้หวันอายุ 44 ปี ผู้เป็นนายจ้างของแรงงานwmpที่เสียชีวิต และควบคุมตัวในข้อหาทิ้งศพและจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต (ภาพจาก udn.com)
ตำรวจกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น บนร่างกายผู้ตายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกฆาตกรรม จึงส่งให้พนักงานอัยการเพื่อชันสูตรศพอย่างละเอียดหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ขณะเดียวกันได้ควบคุมตัวนายหลินและแรงงานไทยทั้ง 3 ส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 247 ข้อ 1 ความผิดฐานทิ้งศพ ต้องระวางโทษจำคุก 6 เดือนขึ้นไป ไม่เกิน 5 ปี สำหรับนายหลินยังถูกตั้งข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องสงสัยทำตัวเป็นนายหน้าเถื่อนรับคนต่างชาติที่ประสงค์จะหางานทำ จากนั้นจัดส่งไปทำงานในที่ต่าง ๆ ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน
ศพแรงงานไทยที่เสียชีวิตถูกนำไปทิ้งลงคลองที่ฝายกันทราย ทางไปสุสานสาธารณะตำบลเจียวซีในเมืองอี๋หลาน (ภาพจาก setn.com)
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. ย้ายงานง่ายขึ้น! ศูนย์บริการการย้ายงานแห่งแรกที่เถาหยวน มีล่าม 4 ภาษาคอยให้บริการ อำนวยความสะดวกการย้ายนายจ้างใหม่แก่แรงงานต่างชาติแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
นครเถาหยวน เนื่องจากเป็นเมืองที่มีแรงงานต่างชาติพำนักอาศัยและทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะย้ายงาน ลดปัญหาอุปสรรคด้านการสื่อสารและสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว กรมพัฒนากำลังแรงงาน สำนักงานเถาหยวน ซินจูและเหมียวลี่ จัดตั้งศูนย์บริการการย้ายงานแห่งแรกของไต้หวันที่นครเถาหยวน โดยมีล่ามภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติคอยให้คำปรึกษาและแนะนำขั้นตอนการย้ายงานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ นายจ้างที่ประสงค์จะจ้างงานลงทะเบียนรับสมัครแรงงานต่างชาติและจัดให้มีการสัมภาษณ์ทุกวัน แรงงานต่างชาติสามารถทำเรื่องด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาล่ามของบริษัทจัดหางาน เป็นแพลตฟอร์มหรือสื่อกลางสำหรับการย้ายงานใหม่และบริการนายจ้างที่ต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติที่ดีและเป็นมิตรอย่างมาก
บรรยากาศภายในศูนยบริการการย้ายงานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เถาหยวน (ภาพจาก lifenews.com.tw)
กรมพัฒนากำลังแรงงาน สำนักงานเถาหยวน ซินจูและเหมียวลี่แถลงว่า เนื่องจากอุปสรรคด้านการสื่อสาร ทำให้ที่ผ่านมา การย้ายงานของแรงงานต่างชาติมักต้องพึ่งพาล่ามบริษัทจัดหางาน แต่ศูนย์บริการการย้ายงานแบบเบ็ดเสร็จ มีล่าม 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์คอยให้บริการ แรงงานต่างชาติสามารถยื่นขอทำเรื่องการย้ายงานด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาล่ามบริษัทจัดหางาน ทั้งนี้ ศูนย์บริการฯ ดังกล่าว เริ่มจัดตั้งและเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 จนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยเหลือให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลการย้ายงานแก่แรงงานต่างชาติไปแล้วกว่า 1,000 ราย และยังมีการลงทะเบียนในฐานข้อมูลสำหรับแรงงานต่างชาติที่ต้องการย้ายงานและนายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานต่างชาติรายใหม่จากในไต้หวัน ประกอบด้วยข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์การทำงานและประเภทงานที่ต้องการหาใหม่ เป็นต้น เมื่อมีนายจ้างต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการจากฐานข้อมูลได้ทันที จากนั้นจะติดต่อกับแรงงานต่างชาติที่ต้องการจะย้ายงาน เพื่อนัดเวลาสัมภาษณ์ ทำให้อัตราความสำเร็จในการย้ายงานค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ล่ามของศูนย์บริการการย้ายงาน ยังมีบริการพาแรงงานต่างชาติไปดูโรงงานและให้นายจ้างสัมภาษณ์ที่โรงงาน ช่วยลดปัญหาและอุปสรรคหลังจากย้ายเข้าทำงานแล้ว แรงงานไทยที่ต้องการสอบถามเรื่องการย้ายงาน ติดต่อได้ที่ 03-3333120 ต่อล่ามไทยกด 5
บรรยากาศภายในศูนยบริการการย้ายงานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เถาหยวน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
ก็เป็นบริการที่ดีสำหรับแรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะย้ายงาน แต่การย้ายงานใช่ว่าอยากย้ายก็ย้าย การย้ายงานในไต้หวันยังไม่เปิดเสรี มีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายรายการที่แรงงานไทยพึงรับรู้ ตามกฎหมายการจ้างงานมาตรา 53 ข้อที่ 4 กำหนดว่า ห้ามแรงงานต่างชาติย้ายงาน ยกเว้นมีสภาพการณ์ข้อใดข้อหนึ่งที่ระบุในกฎหมายการจ้างงานมาตรา 59 ได้แก่
1. นายจ้างที่ว่าจ้าง หรือผู้ป่วยที่ดูแลเสียชีวิตหรือย้ายถิ่นฐานไปประเทศอื่น
2. เรือประมงถูกยึด อับปางหรือซ่อมบำรุงจนไม่สามารถทำงานในตำแหน่งลูกเรือประมงต่อไปได้
3. นายจ้างปิดกิจการ หรือค้างจ่ายค่าจ้างจนต้องยกเลิกสัญญา
4. ประสบปัญหาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เกิดจากความรับผิดชอบของแรงงานต่างชาติ
นอกจากที่กฎหมายกำหนดแล้ว ปัจจุบัน กระทรวงแรงงานอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญาแล้ว สามารถย้ายงานใหม่ได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ต้องยื่นขอทำเรื่องย้ายงานก่อนครบสัญญา 2-4 เดือน หลังจากได้รับอนุมัติแล้วต้องหานายจ้างใหม่ภายในเวลา 60 วัน โดยศูนย์บริการย้ายงานจะให้ความช่วยเหลือหานายจ้างที่เหมาะสม หากไม่สามารถหานายจ้างใหม่ได้ เมื่อครบกำหนด 60 วันต้องเดินทางกลับประเทศ ดังนั้นการย้ายงาน แม้จะครบสัญญาแต่ก็มีความเสี่ยงสูง ยิ่งผู้ที่ต้องการจะย้ายงานระหว่างสัญญา แนะนำเลยว่าอย่าดีกว่า เพราะกฎหมายไม่อนุญาต ยกเว้นแต่นายจ้างเดิมยินยอมเสียโควตาและสามารถหานายจ้างใหม่ได้ ซึ่งก็คือยินยอมย้ายงานทั้ง 3 ฝ่าย แต่ปัจจุบันนายจ้างสามารถนำเข้าแรงงานคนใหม่ได้ตามปกติ ประกอบกับที่ผ่านมา นายจ้างที่รับย้ายงานส่วนใหญ่จะพบว่า แรงงานที่ย้ายงานมาจากนายจ้างรายอื่นมักจะมีปัญหา ซึ่งเกิดจากไม่คุ้นเคยหรือไม่สามารถทำงานได้ในโรงงานใหม่และจะลาออกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้นายจ้างไม่กล้ารับแรงงานผ่านการย้ายงานอีกต่อไป ยกเว้นแรงงานที่โรงงานปิดกิจการ
2. จับ 2 นายจ้างฟาร์มไก่ เจ้าของรางวัลเสินหนงหรือออสการ์ในวงการเกษตรพร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม ทำตัวเป็นแมงดาบังคับลูกจ้างสาวเวียดนามค้ากาม
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สถานีตำรวจหยุนหลินได้รับแจ้งข้อมูลว่า นายหลิน เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ในเมืองหยุนหลิน พร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม นำเข้าแรงงานหญิงเวียดนามมาทำงานในภาคการเกษตร แต่พาไปทำงานอาบอบนวดและขายประเวณี ถูกตำรวจบุกจับดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ บังคับขู่เข็ญและปลอมแปลงเอกสาร
2 นายจ้างฟาร์มไก่ เจ้าของรางวัลเสินหนงหรือออสการ์ในวงการเกษตรพร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม ทำตัวเป็นแมงดาบังคับลูกจ้างสาวเวียดนามค้ากามถูกจับ (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
สำนวนฟ้องของอัยการระบุว่า นายหลินและนายไช่ 2 ชายชาวไต้หวันที่มีชื่อเสียงในวงการเกษตรเมืองหยุนหลิน ทั้งยังเคยได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดในวงการเกษตรของไต้หวัน ได้แก่รางวัลเสินหนงประจำปี 2558 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นรางวัลออสการ์ในวงการเกษตรของไต้หวัน เมื่อต้นปี 2567 มีพลเมืองดีแจ้งความว่า นายหลินและแฟนสาวชาวเวียดนาม พร้อมด้วยนายไช่ เพื่อนของนายหลิน ผู้มีชื่อเสียงในการเพาะปลูกกะหล่ำปลีพันธุ์ไทจง 2 และเป็นเจ้าของรางวัลเสินหนงประจำปี 2560 ผู้ต้องหาทั้ง 3 อาศัยฐานะเจ้าของฟาร์มเกษตรและฟาร์มเลี้ยงไก่ นำเข้าแรงงานหญิงเวียดนามหลายคน เพื่อมาทำงานในภาคการเกษตร แต่บีบบังคับให้ไปหารายได้เสริม ด้วยการทำงานนวดและขายประเวณีในร้านนวดสปาของนายหลิน นอกจากมีการขู่เข็ญบังคับ ยังยึดหนังสือเดินทางของลูกจ้างด้วย ถูกฟ้องในข้อหาค้ามนุษย์ บังคับขู่เข็ญและปลอมแปลงเอกสาร
2 นายจ้างฟาร์มไก่ เจ้าของรางวัลเสินหนงหรือออสการ์ในวงการเกษตรพร้อมแฟนสาวชาวเวียดนาม ทำตัวเป็นแมงดาบังคับลูกจ้างสาวเวียดนามค้ากามถูกจับ (ภาพจาก TVBS)
คดีดังกล่าวสร้างความตะลึงให้แก่วงการเกษตรของไต้หวัน เพราะผู้ได้รับรางวัลเสินหนง ถือเป็นเกียรติสูงสุดของเกษตรกร ถึงขั้นเรียกว่าเป็นรางวัลออสการ์ในภาคการเกษตรของไต้หวันเลยทีเดียว โดยสหกรณ์การเกษตรแต่ละเมือง จะเป็นผู้คัดเลือกเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นส่งเข้าประกวด ทั่วไต้หวันจะได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ได้รับรางวัลเสินหนงปีละเพียง 12 คน เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงเกษตรไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบจัดการคัดเลือกรางวัลเสินหนงออกแถลงการณ์กล่าวว่า การอนุญาตนำเข้าแรงงานภาคการเกษตรนั้น กระทรวงเกษตรเป็นเพียงหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของเกษตรกรผู้ยื่นขอ ส่วนอำนาจการอนุมัติอยู่ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อนำเข้าแล้ว กระทรวงเกษตรและกระทรวงแรงงานจะจัดส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบว่า จัดให้แรงงานต่างชาติทำงานที่ได้รับอนุญาตจริงหรือไม่
นายเฉินจวิ้นจี้ รักษาราชการแทน รมว. กระทรวงเกษตร (ภาพจาก udn.com)
ต่อคดีนี้ นายเฉินจวิ้นจี้ รักษาราชการแทน รมว. กระทรวงเกษตรกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า รางวัลเสินหนง เป็นรางวัลอันทรงเกียรติในวงการเกษตรของไต้หวัน ผู้ได้รับรางวัลถือเป็นเกษตรกรดีเด่น ทั้งในด้านผลงานและคุณธรรม คดีนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการมอบรางวัลแล้วหลายปี กระทรวงเกษตรกำลังพิจารณาแก้กฎหมาย หากพบเจ้าของรางวัลเสินหนงมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือขัดต่อกฎหมาย จะถูกเพิกถอนรางวัลดังกล่าว ขณะเดียวกันยังย้ำว่า แรงงานภาคการเกษตร จะต้องทำงานเกษตรตามที่ได้รับอนุญาตจริง ห้ามไปทำงานอย่างอื่น และได้สั่งการให้หน่วยงานเกษตรท้องที่ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่ทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยจะเพิ่มการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติเหล่านี้มากขึ้น
3. สลด! หนุ่มไทยถือฟรีวีซ่าเข้าไต้หวันลักลอบทำงานที่อี๋หลานเสียชีวิต นายจ้างกลัวถูกจับขนศพทิ้งคลองในป่า โดนจับข้อหาทิ้งศพ จ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
สองสามีภรรยาชาวไทยคู่หนึ่ง มาจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว ลักลอบทำงานอยู่แถวตำบลเจียวซี เมืองอี๋หลาน แต่ผู้เป็นสามีเสียชีวิตในที่พัก ภรรยาตกใจขอความช่วยเหลือจากนายจ้าง แทนที่จะแจ้งความ นายจ้างสั่งภรรยาและผีน้อยสามีภรรยาชาวไทยอีกคู่หนึ่ง ช่วยกันขนศพขึ้นรถเก๋งขับไปทิ้งลงคลองในป่า ระหว่างทางไปสุสานสาธารณะ ญาติติดต่อไม่ได้ขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป ช่วยประสานตำรวจจนพบพฤติกรรมของนายจ้างดังกล่าว นำศพขึ้นมาจากคลอง เบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลที่ชัดเจนหรือถูกฆาตกรรม ตำรวจส่งคดีให้อัยการตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ส่วนนายจ้างรายนี้ถูกจับความผิดฐานทิ้งศพ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องสงสัยเป็นนายหน้าเถื่อน ผิดกฎหมายการจ้างงาน
บ้านพักที่เกิดเหตุ (ภาพจาก TVBS)
โฆษกสถานีตำรวจเจียวซี เมืองอี๋หลานแถลงว่า เมื่อเย็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เวลา 16.50 น. ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป ว่ามีคนไทยร้องขอความช่วยเหลือให้ติดตามญาติ อายุ 30 ปีเศษ ซึ่งสันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้วและได้แจ้งเลขป้ายทะเบียนรถยนต์ของนายจ้าง จากข้อมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ ตำรวจตามตรวจสอบเจ้าของรถถึงที่บ้าน พบเป็นนายหลิน ชายชาวไต้หวันอายุ 44 ปี นายหลินให้การว่า หนุ่มไทยคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้วและนำศพไปทิ้งในคลองทางไปสุสานสาธารณะที่ตำบลเจียวซี ตำรวจจึงให้นายหลิน พร้อมด้วยภรรยาผู้ตาย พาไปยังจุดที่ทิ้งศพและพบร่างไร้วิญญาณของชายไทยดังกล่าว
ภรรยาผู้ตายถูกตำรวจพาไปสอบปากคำ (ภาพจาก TVBS)
ตำรวจเปิดเผยว่า สองสามีภรรยาชาวไทยอายุ 34 ปีคู่นี้ เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว ได้รับการยกเว้นวีซ่า 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2567 แต่อยู่เลยกำหนดและลักลอบทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ในตำบลเจียวซี เมืองอี๋หลาน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน ปกติผู้ตายมีสุขภาพไม่ค่อยดี ดื่มสุราจัด เนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพ ประกอบกับเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่กล้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล ได้แต่ซื้อยาสำเร็จรูปมากิน เมื่อบ่ายวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เสียชีวิตในบ้านพัก ทำเอาภรรยาตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงแจ้งให้นายหลิน ซึ่งเป็นนายจ้างทราบและขอความช่วยเหลือ ด้วยความกลัวจะถูกจับข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แทนที่จะแจ้งความ นายหลินสั่งให้ภรรยาผู้ตายและชาวไทยอีก 2 คน เป็นชายไทยอายุ 42 ปี และหญิงอายุ 48 ปี ซึ่งเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแต่ลักลอบทำงานกับตนเช่นกัน ช่วยกันขนศพผู้ตายขึ้นรถ เพื่อนำไปทิ้งในป่า แรก ๆ ภรรยาและเพื่อนชาวไทยทั้ง 2 คนไม่เห็นด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จำต้องทำตามที่นายจ้างสั่งนั่งรถไปด้วยกัน นำศพไปทิ้งลงคลองในป่า ซึ่งมีลักษณะเป็นฝายกันทราย บริเวณใกล้สุสานสาธารณะสวนซากุระในตำบลเจียวซี เมืองอี๋หลาน
ตำรวจตามwxตรวจสอบถึงที่บ้านของนายหลิน ชายชาวไต้หวันอายุ 44 ปี ผู้เป็นนายจ้างของแรงงานwmpที่เสียชีวิต และควบคุมตัวในข้อหาทิ้งศพและจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต (ภาพจาก udn.com)
ตำรวจกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น บนร่างกายผู้ตายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกฆาตกรรม จึงส่งให้พนักงานอัยการเพื่อชันสูตรศพอย่างละเอียดหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ขณะเดียวกันได้ควบคุมตัวนายหลินและแรงงานไทยทั้ง 3 ส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 247 ข้อ 1 ความผิดฐานทิ้งศพ ต้องระวางโทษจำคุก 6 เดือนขึ้นไป ไม่เกิน 5 ปี สำหรับนายหลินยังถูกตั้งข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องสงสัยทำตัวเป็นนายหน้าเถื่อนรับคนต่างชาติที่ประสงค์จะหางานทำ จากนั้นจัดส่งไปทำงานในที่ต่าง ๆ ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน
ศพแรงงานไทยที่เสียชีวิตถูกนำไปทิ้งลงคลองที่ฝายกันทราย ทางไปสุสานสาธารณะตำบลเจียวซีในเมืองอี๋หลาน (ภาพจาก setn.com)