
Sign up to save your podcasts
Or


1. นายจ้างเรียกร้องลดขั้นตอนและผ่อนปรนเกณฑ์ค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ขอให้รวมค่าโอทีด้วย เพื่อเพิ่มจำนวนการว่าจ้าง ทั้งนี้ ณ 9 เม.ย. ภาคการผลิตอนุมัติแล้ว 2,243 คน เป็นแรงงานไทย 550 คน
กระทรวงแรงงานประกาศโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันติดต่อกัน 6 ปีหรือแรงงานต่างชาติที่เคยทำงานในไต้หวันและมีอายุงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป มีทักษะฝีมือและได้รับค่าจ้างตามเกณฑ์ที่ทางการกำหนด นายจ้างสามารถว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลาในการทำงาน 12/14 ปี อีกต่อไป แต่การว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือดังกล่าว มีกฎระเบียบหรือเงื่อนไขที่ค่อนข้างสูง นอกจากเงื่อนไขด้านทักษะแล้ว ยังมีเงื่อนไขด้านค่าจ้าง อย่างเช่นภาคการผลิต นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างประจำ 33,000 เหรียญ หรือเพิ่มอีก 2,000 เหรียญ เป็น 35,000 เหรียญ เพื่อไม่ต้องแนบหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ นายจ้างจำนวนหนึ่งคำนึงต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น แม้จะมีความต้องการอย่างมาก แต่ยอมสละสิทธิ์ ไม่สามารถว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือได้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดจำนวนการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ซึ่งกระทรวงแรงงานตั้งเป้าปีละ 10,000 คน เป็นไปอย่างเชื่องช้า ด้วยเหตุนี้ นายจ้างจำนวนมากจึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานผ่อนปรนเกณฑ์หรือเงื่อนไขค่าจ้างดังกล่าว จากค่าจ้างประจำเป็นค่าจ้างรวม โดยรวมค่าโอทีเข้าไว้ด้วย
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไต้หวันเสนอต่อนายเฉินเจี้ยนเหริน นากยกรัฐมนตรีซึ่งนำ 17 รัฐมนตรีจากกระทรวงต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอปัญหาและอุปสรรคที่วงการค้าและอุตสาหกรรมในไต้หวันประสบพบเจอทั้งหมด 25 ปัญหาและข้อเสนอเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหา 55 รายการ ในจำนวนนี้ มีข้อเสนอเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานถึง 5 รายการ และวิธีเพิ่มการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือเป็น 1 ในประเด็นสำคัญ สมาคมฯ เสนอว่า ควรผ่อนปรนเงื่อนไขด้านค่าจ้าง ที่ให้ใช้เกณฑ์ค่าจ้างจากค่าจ้างประจำไม่รวมค่าโอที ให้เป็นค่าจ้างรวมโอทีด้วย โดยใช้ค่าโอทีรวมก่อนหน้า 1 ปีหรือครึ่งปีเป็นฐานคำนวณ นอกจากนี้ ขอให้ลดขั้นตอนที่สลับซับซ้อน ยกเลิกข้อบังคับก่อนการว่าจ้าง ต้องไปประกาศรับสมัครที่ศูนย์จัดหางานของรัฐ หากทำได้เช่นนี้ เชื่อว่าจะจูงใจนายจ้างจำนวนมากว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ และตัวเลขการว่าจ้างจะพุ่งขึ้นทันที
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไต้หวันกล่าวว่า ปัจจุบัน แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่คุณสมบัติด้านอายุงาน กล่าวคือทำงานในไต้หวันติดต่อกัน 6 ปีขึ้นไป มีจำนวน 208,000 คน แต่มีการยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือในจำนวนน้อยมาก สาเหตุสำคัญเป็นเพราะเกณฑ์ค่าจ้างที่สูงเกินไป ตามกำหนดต้องเป็นค่าจ้างประจำเท่านั้น ได้แก่เงินเดือนพื้นฐานและเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ที่ได้รับเป็นประจำทุกเดือน ไม่รวมค่าโอที จึงเสนอให้ใช้เกณฑ์ค่าจ้างรวมโอที ขณะเดียวลดขั้นตอนการยื่นขอให้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะขอให้ยกเลิกการรับสมัครแรงงานในประเทศก่อนการยื่นขอ หากสามารถทำได้เช่นนี้ คาดจะมีนายจ้างจำนวนมากยินดีว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานกึ่งฝีมือ ต้องเป็นผู้มีทักษะการทำงานตามที่กำหนด ค่าจ้างจึงต้องสัมพันธ์กับทักษะฝีมือหากได้รับค่าจ้างต่ำเกินไป จะไม่เป็นผลดีต่อการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีทักษะฝีมือมาทำงานในไต้หวัน ส่วนเกณฑ์ค่าจ้างใช้ค่าจ้างประจำหรือค่าจ้างรวม ยึดตามมาตรฐานของสำนักงานสถิติและบัญชีกลางเป็นหลัก
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
ตามเงื่อนไขของกระทรวงแรงงาน แรงงานกึ่งฝีมือภาคการผลิตจะต้องผ่านการสอบและมีใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ได้แก่ใบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานภาคการผลิต ซึ่งมีทั้งหมด 85 สาขา ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร 80 ชม. ที่ได้รับการรับรองจากกรมอุตสาหกรรมหรือได้รับการรับรองภาคปฏิบัติ โดยผ่านการรับรองจากกรมอุตสาหกรรมเช่นกันอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่หากว่านายจ้างจ่ายค่าจ้างประจำเพิ่มขึ้น 2,000 เหรียญ คือเพิ่มจาก 33,000 เหรียญ เป็น 35,000 เหรียญ ไม่ต้องแนบหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ ทำให้นายจ้างจำนวนมากเลิกล้มแผนการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ เพราะคำนึงต้นทุนการผลิต ทั้งที่มีความต้องการ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานพยายามผ่อนปรนมากขึ้น อย่างเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ประกาศผ่อนปรนเงื่อนไขด้านทักษะ อนุญาตให้สถานประกอบการจัดหลักสูตรอบรมกันเองเป็นเวลา 80 ชม. แทนการใช้หลักสูตรของกรมอุตสาหกรรม ก็สามารถใช้เป็นเงื่อนไขด้านทักษะที่จะใช้ยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือได้ คาดจะดึงดูดนายจ้างให้ว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือเพิ่มมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถาน นครเถาหยวน
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ วันที่ 9 เมษายน 2566 มีนายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ 7,808 ราย ได้รับอนุมัติแล้ว5,510 ราย ในจำนวนนี้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการหรือผู้อนุบาล 4,604 ราย ส่วนภาคการผลิตได้รับอนุมัติแล้ว 3,201 ราย แบ่งเป็นแรงงานเวียดนาม 726 คน ฟิลิปปินส์ 706 คน แรงงานไทย 550 คน อินโดนีเซีย 261 คน
แรงงานไทยเข้ารับการฝึกอบรมและทดสอบการขับรถยกที่ภาคกลาง (ภาพจากศูนย์เพิ่มผลผลิตไต้หวัน : CPC)
2. สภาฯ แก้กฎหมายลดช่วงเวลายื่นขอนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนคนเก่าที่หลบหนีลงเหลือ 1-3 เดือน ไม่ต้องรอถึง 3-6 เดือน คาดมีผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย นายจ้างผู้อนุบาลกว่า 1,000 ครัวเรือนได้รับประโยชน์
ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีประมาณ 10,000 คนเศษ ปัจจุบันพุ่งสูงถึง 83,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อนุบาลสูงกว่า 31,000 คน ตามกฎระเบียบในปัจจุบัน หากแรงงานต่างชาติหลบหนี แม้จะไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง นายจ้างผู้อนุบาลต้องรอเวลา 3 เดือน สถานประกอบการต้องรอเวลา 6 เดือน จึงจะยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนได้ ช่วงระหว่างนี้ ไม่สามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติได้ สร้างความเดือดร้อนแก่นายจ้างเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลมาดูแลคนป่วยหรือผู้สูงอายุ ต้องรอเวลา 3 เดือนกว่าจึงจะว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้ มีการเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดในช่วงระหว่างรอดังกล่าวมาตลอด
นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลมาดูแลคนป่วยหรือผู้สูงอายุ หากผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนี รอเวลาเดือนเดียวก็สามารถว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้
เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติได้ผ่านการพิจารณาญัตติแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 58 ลดช่วงเวลาในการรอ 3-6 เดือน หากผู้อนุบาลหลบหนี นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 1 เดือน ส่วนนายจ้างภาคการผลิตสามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 3 เดือน คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบการกว่า 2,000 รายและนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลกว่า 1,000 รายได้รับประโยชน์
สัดส่วนการหลบหนีของลูกเรือประมงต่างชาติสูงเป็นอันดับ 3 รองจากภาคการผลิตและผู้อนุบาลในครัวเรือน
สวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวว่า กระทรวงแรงงานคำนึงถึงความต้องการของภาคธุรกิจและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศการ รวมถึงหลักมนุษยธรรม สนับสนุนลดช่วงเวลารอคอยการว่าจ้างผู้อนุบาลคนใหม่ทดแทนคนเก่าที่หลบหนีไปจากปัจจุบัน 3 เดือนเหลือ 1 เดือน สถานประกอบการภาคการผลิตลดลงจาก 6 เดือนเหลือ 3 เดือน ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างประชากรในไต้หวันเปลี่ยนแปลงไปมาก ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย อัตราการเกิดตกต่ำ ทำให้ในแต่ละปีประชากรวัยกำลังแรงงานลดลงปีละ 180,000 คน ครอบครัวที่มีผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุต้องมีผู้อนุบาลดูแล หากผู้อนุบาลคนเดิมหลบหนีและไม่สามารถนำเข้าคนใหม่มาทดแทนได้ทันท่วงที จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก บางรายอาจต้องลาออกจากงานมาดูแลญาติที่ป่วย กลายเป็นภาระครอบครัวและส่งกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจด้วย ดังนั้น คณะกรรมการที่ปรึกษาและหารือนโยบายแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานจึงเสนอให้ลดช่วงเวลาในการรอคอย 3-6 เดือน หากผู้อนุบาลหลบหนี นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 1 เดือน ส่วนนายจ้างภาคการผลิตสามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 3 เดือน
ตำรวจตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
3. ชาวไต้หวันเดือด! 3 แรงงานเวียดนามฆ่าเก้งเป็นอาหาร สันนิษฐานฆ่าน้องแมว น้องหมาด้วย กองอนุรักษ์สัตว์ นครนิวไทเปประกาศตามล่า
กลุ่มอนุรักษ์สัตว์แจ้งความว่า แรงงานเวียดนามกลุ่มหนึ่ง เช่าห้องพักอยู่อาศัยที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตซี่จื่อ นครนิวไทเป เพื่อนบ้านได้ยินเสียงโหยหวนของสัตว์เป็นประจำ สันนิษฐานว่า ฆ่าสัตว์กินเป็นอาหาร จึงแอบถ่ายคลิปส่งกลุ่มอนุรักษ์สัตว์แจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปเคาะประตูห้องพักที่ต้องสงสัย แต่ไม่มีคนมาเปิดประตู จึงประสานเจ้าของบ้าน ตามตัวคนเช่าห้อง ซึ่งเป็นหญิงเวียดนามเช่นกัน เปิดประตูเข้าไปในห้องพักถึงกับผงะ กลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งไปทั้งห้อง หน้าต่างเปิดทิ้งไว้ สันนิษฐานปีนหน้าต่างหนีออกจากห้องไปแล้วขณะที่ตำรวจมาเคาะห้องให้เปิดประตู ภายในห้องพบซากสัตว์จำพวก ขน กระดูก กะโหลก ฯลฯ เจ้าหน้าที่ส่งไปกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจ ยืนยันว่า เป็นเก้ง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่มักจะพบเห็นได้ในพื้นที่ป่าของนครนิวไทเป นอกจากนี้ ขนสัตว์ที่ส่งไปพิสูจน์ ยังสันนิษฐานว่า มีขนของน้องแมว น้องหมารวมอยู่ด้วย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ตำรวจไปเคาะประตูห้องพักที่ต้องสงสัย แต่ไม่มีคนมาเปิดประตู
จากการสอบปากคำเจ้าของบ้านบอกว่า รู้จักแต่แรงงานหญิงเวียดนามผู้เช่าห้องพักที่ตำรวจตามตัวมาเปิดประตู และแรงงานหญิงเวียดนามรายนี้ให้การอ้างว่า ตนให้เพื่อนเช่าห้องต่อ ส่วนแรงงานชาติเดียวกันทั้ง 3 ตนไม่รู้จัก เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกต่อหนึ่ง ตำรวจกำลังตรวจสอบว่า หญิงเวียดนามรายนี้ให้การเท็จหรือไม่? หากมีส่วนรู้เห็น จะถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฆ่าสัตว์ป่า ต้องระวางโทษปรับสูง 300,000 เหรียญ
คดีดังกล่าว กลายเป็นประเด็นทางการเมือง เมื่อสมาชิกสภาเทศบาลนครนิวไทเป สังกัดพรรคดีพีพีจัดแถลงข่าวเปิดคลิป 3 แรงงานเวียดนามฆ่าถลกหนังสัตว์ สันนิษฐานเป็นน้องแมว น้องหมาเพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารถึง 5 คลิป และกล่าวหาตำรวจดำเนินคดีล่าช้า ปล่อยให้แรงงานต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายลอยนวล ด้านตำรวจและกองอนุรักษ์สัตว์ นครนิวไทเปกล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจสอบและไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุตั้งแต่วันแรกที่ได้รับแจ้ง แต่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ อย่างไรก็ตาม พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 เป็นแรงงานเวียดนามเพศชายที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ได้มีการประกาศให้เข้ามอบตัว หากใครที่รู้เบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลต่อสถานีตำรวจได้
ชาวบ้านแอบถ่ายคลิป 3 แรงงานเวียดนามฆ่าถลกหนังสัตว์เพื่อปรุงเป็นอาหาร สันนิษฐานเป็นน้องแมว น้องหมา
เก้ง เป็นสัตว์กีบ รูปร่างคล้ายกวาง แต่ตัวเล็กกว่า สามารถพบเห็นได้ในพื้นที่ป่าของนครนิวไทเป แม้จะเป็นสัตว์ป่าทั่วไป ไม่ใช่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่พฤติกรรมการล่า ทำร้าย ทารุณหรือฆ่าสัตว์ป่า เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากเป็นการฆ่าสัตว์ป่าคุ้มครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 100,000-500,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้กระทำผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ด้วยการฆ่า ทารุณสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัขและแมว มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับเงิน 200,000- 2,000,000 เหรียญไต้หวันหรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ซื้อขาย หรือกินเนื้อสุนัข มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 – 250,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายการจ้างงาน ประกาศรายชื่อให้สาธารณชนได้รับทราบและถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป
ตำรวจตรวจพบซากกะโหลกของสัตว์
นอกจากกฎหมายคุ้มครองสัตว์แล้ว กระทรวงแรงงานเตือนว่า ห้ามขโมยผลิตผลป่าไม้ ทั้งไม้และของป่าอย่างอื่น ผู้ใดลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ร่วมขนย้าย ช่วยผู้อื่นเก็บรักษาหรือรับซื้อไม้หรือของป่าทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญาและโทษปรับฐานคุกคามระบบนิเวศและภูมิทัศน์ทางธรรมชาติอันล้ำค่า นอกจากโทษจำคุกสูงสุด 10.5 ปี และมีโทษปรับ 1.5-30 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว เมื่ออัยการสั่งฟ้องหรือศาลตัดสินมีความผิด กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายการจ้างงาน ถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป จึงเตือนว่าอย่างทำผิดกฎหมาย หากท่านทราบเบาะแสการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า หรือฆ่าสัตว์ โปรดโทรศัพท์แจ้งความได้ที่ 0800-000-930 รางวัลนำจับสูงสุด 3 ล้านเหรียญไต้หวัน
ตำรวจบันทึกปากคำแรงงานหญิงเวียดนามผู้เช่าห้องพัก
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. นายจ้างเรียกร้องลดขั้นตอนและผ่อนปรนเกณฑ์ค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ขอให้รวมค่าโอทีด้วย เพื่อเพิ่มจำนวนการว่าจ้าง ทั้งนี้ ณ 9 เม.ย. ภาคการผลิตอนุมัติแล้ว 2,243 คน เป็นแรงงานไทย 550 คน
กระทรวงแรงงานประกาศโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันติดต่อกัน 6 ปีหรือแรงงานต่างชาติที่เคยทำงานในไต้หวันและมีอายุงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป มีทักษะฝีมือและได้รับค่าจ้างตามเกณฑ์ที่ทางการกำหนด นายจ้างสามารถว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลาในการทำงาน 12/14 ปี อีกต่อไป แต่การว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือดังกล่าว มีกฎระเบียบหรือเงื่อนไขที่ค่อนข้างสูง นอกจากเงื่อนไขด้านทักษะแล้ว ยังมีเงื่อนไขด้านค่าจ้าง อย่างเช่นภาคการผลิต นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างประจำ 33,000 เหรียญ หรือเพิ่มอีก 2,000 เหรียญ เป็น 35,000 เหรียญ เพื่อไม่ต้องแนบหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ นายจ้างจำนวนหนึ่งคำนึงต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น แม้จะมีความต้องการอย่างมาก แต่ยอมสละสิทธิ์ ไม่สามารถว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือได้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดจำนวนการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ซึ่งกระทรวงแรงงานตั้งเป้าปีละ 10,000 คน เป็นไปอย่างเชื่องช้า ด้วยเหตุนี้ นายจ้างจำนวนมากจึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานผ่อนปรนเกณฑ์หรือเงื่อนไขค่าจ้างดังกล่าว จากค่าจ้างประจำเป็นค่าจ้างรวม โดยรวมค่าโอทีเข้าไว้ด้วย
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไต้หวันเสนอต่อนายเฉินเจี้ยนเหริน นากยกรัฐมนตรีซึ่งนำ 17 รัฐมนตรีจากกระทรวงต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอปัญหาและอุปสรรคที่วงการค้าและอุตสาหกรรมในไต้หวันประสบพบเจอทั้งหมด 25 ปัญหาและข้อเสนอเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหา 55 รายการ ในจำนวนนี้ มีข้อเสนอเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานถึง 5 รายการ และวิธีเพิ่มการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือเป็น 1 ในประเด็นสำคัญ สมาคมฯ เสนอว่า ควรผ่อนปรนเงื่อนไขด้านค่าจ้าง ที่ให้ใช้เกณฑ์ค่าจ้างจากค่าจ้างประจำไม่รวมค่าโอที ให้เป็นค่าจ้างรวมโอทีด้วย โดยใช้ค่าโอทีรวมก่อนหน้า 1 ปีหรือครึ่งปีเป็นฐานคำนวณ นอกจากนี้ ขอให้ลดขั้นตอนที่สลับซับซ้อน ยกเลิกข้อบังคับก่อนการว่าจ้าง ต้องไปประกาศรับสมัครที่ศูนย์จัดหางานของรัฐ หากทำได้เช่นนี้ เชื่อว่าจะจูงใจนายจ้างจำนวนมากว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ และตัวเลขการว่าจ้างจะพุ่งขึ้นทันที
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไต้หวันกล่าวว่า ปัจจุบัน แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่คุณสมบัติด้านอายุงาน กล่าวคือทำงานในไต้หวันติดต่อกัน 6 ปีขึ้นไป มีจำนวน 208,000 คน แต่มีการยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือในจำนวนน้อยมาก สาเหตุสำคัญเป็นเพราะเกณฑ์ค่าจ้างที่สูงเกินไป ตามกำหนดต้องเป็นค่าจ้างประจำเท่านั้น ได้แก่เงินเดือนพื้นฐานและเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ที่ได้รับเป็นประจำทุกเดือน ไม่รวมค่าโอที จึงเสนอให้ใช้เกณฑ์ค่าจ้างรวมโอที ขณะเดียวลดขั้นตอนการยื่นขอให้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะขอให้ยกเลิกการรับสมัครแรงงานในประเทศก่อนการยื่นขอ หากสามารถทำได้เช่นนี้ คาดจะมีนายจ้างจำนวนมากยินดีว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานกึ่งฝีมือ ต้องเป็นผู้มีทักษะการทำงานตามที่กำหนด ค่าจ้างจึงต้องสัมพันธ์กับทักษะฝีมือหากได้รับค่าจ้างต่ำเกินไป จะไม่เป็นผลดีต่อการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีทักษะฝีมือมาทำงานในไต้หวัน ส่วนเกณฑ์ค่าจ้างใช้ค่าจ้างประจำหรือค่าจ้างรวม ยึดตามมาตรฐานของสำนักงานสถิติและบัญชีกลางเป็นหลัก
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
ตามเงื่อนไขของกระทรวงแรงงาน แรงงานกึ่งฝีมือภาคการผลิตจะต้องผ่านการสอบและมีใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ได้แก่ใบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานภาคการผลิต ซึ่งมีทั้งหมด 85 สาขา ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร 80 ชม. ที่ได้รับการรับรองจากกรมอุตสาหกรรมหรือได้รับการรับรองภาคปฏิบัติ โดยผ่านการรับรองจากกรมอุตสาหกรรมเช่นกันอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่หากว่านายจ้างจ่ายค่าจ้างประจำเพิ่มขึ้น 2,000 เหรียญ คือเพิ่มจาก 33,000 เหรียญ เป็น 35,000 เหรียญ ไม่ต้องแนบหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ ทำให้นายจ้างจำนวนมากเลิกล้มแผนการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ เพราะคำนึงต้นทุนการผลิต ทั้งที่มีความต้องการ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟ้ฟ้าสายสีเขียวนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานพยายามผ่อนปรนมากขึ้น อย่างเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ประกาศผ่อนปรนเงื่อนไขด้านทักษะ อนุญาตให้สถานประกอบการจัดหลักสูตรอบรมกันเองเป็นเวลา 80 ชม. แทนการใช้หลักสูตรของกรมอุตสาหกรรม ก็สามารถใช้เป็นเงื่อนไขด้านทักษะที่จะใช้ยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือได้ คาดจะดึงดูดนายจ้างให้ว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือเพิ่มมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถาน นครเถาหยวน
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ วันที่ 9 เมษายน 2566 มีนายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ 7,808 ราย ได้รับอนุมัติแล้ว5,510 ราย ในจำนวนนี้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการหรือผู้อนุบาล 4,604 ราย ส่วนภาคการผลิตได้รับอนุมัติแล้ว 3,201 ราย แบ่งเป็นแรงงานเวียดนาม 726 คน ฟิลิปปินส์ 706 คน แรงงานไทย 550 คน อินโดนีเซีย 261 คน
แรงงานไทยเข้ารับการฝึกอบรมและทดสอบการขับรถยกที่ภาคกลาง (ภาพจากศูนย์เพิ่มผลผลิตไต้หวัน : CPC)
2. สภาฯ แก้กฎหมายลดช่วงเวลายื่นขอนำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนคนเก่าที่หลบหนีลงเหลือ 1-3 เดือน ไม่ต้องรอถึง 3-6 เดือน คาดมีผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย นายจ้างผู้อนุบาลกว่า 1,000 ครัวเรือนได้รับประโยชน์
ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีประมาณ 10,000 คนเศษ ปัจจุบันพุ่งสูงถึง 83,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อนุบาลสูงกว่า 31,000 คน ตามกฎระเบียบในปัจจุบัน หากแรงงานต่างชาติหลบหนี แม้จะไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง นายจ้างผู้อนุบาลต้องรอเวลา 3 เดือน สถานประกอบการต้องรอเวลา 6 เดือน จึงจะยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนได้ ช่วงระหว่างนี้ ไม่สามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติได้ สร้างความเดือดร้อนแก่นายจ้างเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลมาดูแลคนป่วยหรือผู้สูงอายุ ต้องรอเวลา 3 เดือนกว่าจึงจะว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้ มีการเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดในช่วงระหว่างรอดังกล่าวมาตลอด
นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลมาดูแลคนป่วยหรือผู้สูงอายุ หากผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนี รอเวลาเดือนเดียวก็สามารถว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้
เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติได้ผ่านการพิจารณาญัตติแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 58 ลดช่วงเวลาในการรอ 3-6 เดือน หากผู้อนุบาลหลบหนี นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 1 เดือน ส่วนนายจ้างภาคการผลิตสามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 3 เดือน คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบการกว่า 2,000 รายและนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลกว่า 1,000 รายได้รับประโยชน์
สัดส่วนการหลบหนีของลูกเรือประมงต่างชาติสูงเป็นอันดับ 3 รองจากภาคการผลิตและผู้อนุบาลในครัวเรือน
สวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวว่า กระทรวงแรงงานคำนึงถึงความต้องการของภาคธุรกิจและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศการ รวมถึงหลักมนุษยธรรม สนับสนุนลดช่วงเวลารอคอยการว่าจ้างผู้อนุบาลคนใหม่ทดแทนคนเก่าที่หลบหนีไปจากปัจจุบัน 3 เดือนเหลือ 1 เดือน สถานประกอบการภาคการผลิตลดลงจาก 6 เดือนเหลือ 3 เดือน ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างประชากรในไต้หวันเปลี่ยนแปลงไปมาก ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย อัตราการเกิดตกต่ำ ทำให้ในแต่ละปีประชากรวัยกำลังแรงงานลดลงปีละ 180,000 คน ครอบครัวที่มีผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุต้องมีผู้อนุบาลดูแล หากผู้อนุบาลคนเดิมหลบหนีและไม่สามารถนำเข้าคนใหม่มาทดแทนได้ทันท่วงที จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก บางรายอาจต้องลาออกจากงานมาดูแลญาติที่ป่วย กลายเป็นภาระครอบครัวและส่งกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจด้วย ดังนั้น คณะกรรมการที่ปรึกษาและหารือนโยบายแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานจึงเสนอให้ลดช่วงเวลาในการรอคอย 3-6 เดือน หากผู้อนุบาลหลบหนี นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 1 เดือน ส่วนนายจ้างภาคการผลิตสามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนได้ในเวลา 3 เดือน
ตำรวจตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
3. ชาวไต้หวันเดือด! 3 แรงงานเวียดนามฆ่าเก้งเป็นอาหาร สันนิษฐานฆ่าน้องแมว น้องหมาด้วย กองอนุรักษ์สัตว์ นครนิวไทเปประกาศตามล่า
กลุ่มอนุรักษ์สัตว์แจ้งความว่า แรงงานเวียดนามกลุ่มหนึ่ง เช่าห้องพักอยู่อาศัยที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตซี่จื่อ นครนิวไทเป เพื่อนบ้านได้ยินเสียงโหยหวนของสัตว์เป็นประจำ สันนิษฐานว่า ฆ่าสัตว์กินเป็นอาหาร จึงแอบถ่ายคลิปส่งกลุ่มอนุรักษ์สัตว์แจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปเคาะประตูห้องพักที่ต้องสงสัย แต่ไม่มีคนมาเปิดประตู จึงประสานเจ้าของบ้าน ตามตัวคนเช่าห้อง ซึ่งเป็นหญิงเวียดนามเช่นกัน เปิดประตูเข้าไปในห้องพักถึงกับผงะ กลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งไปทั้งห้อง หน้าต่างเปิดทิ้งไว้ สันนิษฐานปีนหน้าต่างหนีออกจากห้องไปแล้วขณะที่ตำรวจมาเคาะห้องให้เปิดประตู ภายในห้องพบซากสัตว์จำพวก ขน กระดูก กะโหลก ฯลฯ เจ้าหน้าที่ส่งไปกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจ ยืนยันว่า เป็นเก้ง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่มักจะพบเห็นได้ในพื้นที่ป่าของนครนิวไทเป นอกจากนี้ ขนสัตว์ที่ส่งไปพิสูจน์ ยังสันนิษฐานว่า มีขนของน้องแมว น้องหมารวมอยู่ด้วย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ตำรวจไปเคาะประตูห้องพักที่ต้องสงสัย แต่ไม่มีคนมาเปิดประตู
จากการสอบปากคำเจ้าของบ้านบอกว่า รู้จักแต่แรงงานหญิงเวียดนามผู้เช่าห้องพักที่ตำรวจตามตัวมาเปิดประตู และแรงงานหญิงเวียดนามรายนี้ให้การอ้างว่า ตนให้เพื่อนเช่าห้องต่อ ส่วนแรงงานชาติเดียวกันทั้ง 3 ตนไม่รู้จัก เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกต่อหนึ่ง ตำรวจกำลังตรวจสอบว่า หญิงเวียดนามรายนี้ให้การเท็จหรือไม่? หากมีส่วนรู้เห็น จะถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฆ่าสัตว์ป่า ต้องระวางโทษปรับสูง 300,000 เหรียญ
คดีดังกล่าว กลายเป็นประเด็นทางการเมือง เมื่อสมาชิกสภาเทศบาลนครนิวไทเป สังกัดพรรคดีพีพีจัดแถลงข่าวเปิดคลิป 3 แรงงานเวียดนามฆ่าถลกหนังสัตว์ สันนิษฐานเป็นน้องแมว น้องหมาเพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารถึง 5 คลิป และกล่าวหาตำรวจดำเนินคดีล่าช้า ปล่อยให้แรงงานต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายลอยนวล ด้านตำรวจและกองอนุรักษ์สัตว์ นครนิวไทเปกล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจสอบและไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุตั้งแต่วันแรกที่ได้รับแจ้ง แต่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ อย่างไรก็ตาม พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 เป็นแรงงานเวียดนามเพศชายที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ได้มีการประกาศให้เข้ามอบตัว หากใครที่รู้เบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลต่อสถานีตำรวจได้
ชาวบ้านแอบถ่ายคลิป 3 แรงงานเวียดนามฆ่าถลกหนังสัตว์เพื่อปรุงเป็นอาหาร สันนิษฐานเป็นน้องแมว น้องหมา
เก้ง เป็นสัตว์กีบ รูปร่างคล้ายกวาง แต่ตัวเล็กกว่า สามารถพบเห็นได้ในพื้นที่ป่าของนครนิวไทเป แม้จะเป็นสัตว์ป่าทั่วไป ไม่ใช่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่พฤติกรรมการล่า ทำร้าย ทารุณหรือฆ่าสัตว์ป่า เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากเป็นการฆ่าสัตว์ป่าคุ้มครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 100,000-500,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้กระทำผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ด้วยการฆ่า ทารุณสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัขและแมว มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับเงิน 200,000- 2,000,000 เหรียญไต้หวันหรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ซื้อขาย หรือกินเนื้อสุนัข มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 – 250,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายการจ้างงาน ประกาศรายชื่อให้สาธารณชนได้รับทราบและถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป
ตำรวจตรวจพบซากกะโหลกของสัตว์
นอกจากกฎหมายคุ้มครองสัตว์แล้ว กระทรวงแรงงานเตือนว่า ห้ามขโมยผลิตผลป่าไม้ ทั้งไม้และของป่าอย่างอื่น ผู้ใดลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ร่วมขนย้าย ช่วยผู้อื่นเก็บรักษาหรือรับซื้อไม้หรือของป่าทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญาและโทษปรับฐานคุกคามระบบนิเวศและภูมิทัศน์ทางธรรมชาติอันล้ำค่า นอกจากโทษจำคุกสูงสุด 10.5 ปี และมีโทษปรับ 1.5-30 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว เมื่ออัยการสั่งฟ้องหรือศาลตัดสินมีความผิด กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายการจ้างงาน ถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป จึงเตือนว่าอย่างทำผิดกฎหมาย หากท่านทราบเบาะแสการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า หรือฆ่าสัตว์ โปรดโทรศัพท์แจ้งความได้ที่ 0800-000-930 รางวัลนำจับสูงสุด 3 ล้านเหรียญไต้หวัน
ตำรวจบันทึกปากคำแรงงานหญิงเวียดนามผู้เช่าห้องพัก