ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568


Listen Later

1. นายกฯ ไฟเขียวกู้วิกฤตท่องเที่ยว กระทรวงแรงงานเล็งประกาศเงื่อนไขการนำเข้าแรงงานต่างชาติของธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ ครึ่งหลังปีนี้

      นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวในพิธีเปิดงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติไทเป 2025 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ว่า เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น รัฐบาลมีหน้าที่หลัก 3 ประการ นอกจากการสร้างเครือข่ายคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้หลักการให้แรงงานท้องถิ่นมีสิทธิ์และโอกาสก่อนจะมีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น และการปรับปรุงขั้นตอนการเข้าออกเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีของไต้หวัน (ภาพจาก ctee.com.tw)

      ต่อคำพูดของนายกรัฐมนตรีข้างต้น ซึ่งทำให้วงการภาคการท่องเที่ยวตีความว่า รัฐบาลจะเปิดให้ภาคการท่องเที่ยวสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ กระทรวงแรงงานแถลงว่า มีการสำรวจภาวะขาดแคลนแรงงานในแต่ละภาคอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงานได้มีนโยบายเปิดรับแรงงานต่างชาติและเพิ่มค่าจ้างให้แรงงานท้องถิ่นอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นการพิจารณาเชิงระบบ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเท่านั้น

ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก chinatimes.com)

      นายกรัฐมนตรีไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีขณะจัดทำงบประมาณปีถัดไป ต้องบรรจุแนวคิดการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลมีหน้าที่หลัก 3 ข้อในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ :

      1. สร้างระบบคมนาคมขนส่งที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพราะหากไม่มีการคมนาคมที่ดี ก็ยากจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเที่ยวไต้หวัน

      2. ตอบสนองความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลจะผลักดันนโยบายใหม่ในการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ภายใต้หลักการให้แรงงานในประเทศมีสิทธิ์และโอกาสก่อน จะมีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศและธุรกิจการท่องเที่ยว ส่งผลให้คุณภาพการท่องเที่ยวภายในประเทศดีขึ้น

      3. ปรับปรุงขั้นตอนการเข้าออกเมืองให้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกว่าไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก udn.com)

      นายโจวหย่งฮุย อธิบดีกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวกล่าวว่า ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานมานาน โดยเฉพาะงานจัดและทำความสะอาดห้องพัก ผู้ประกอบการเรียกร้องเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาโดยตลอด ขณะนี้ได้บรรลุข้อตกลงและเงื่อนไขกับกระทรวงแรงงานเรียบร้อยแล้ว และได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี จึงคาดว่ากระทรวงแรงงานจะประกาศมาตรการและเงื่อนไขในการนำเข้าแรงงานต่างชาติสำหรับธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก PNN)

      หลังจากซบเซาอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ต้องประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวต่างเรียกร้องขอให้เปิดนำเข้าแรงงานต่างชาติ แม้แต่ สส. ทั้งหลายก็เสนอให้รัฐบาลควรเปิดให้ภาคบริการนำเข้าแรงงานต่างชาติได้อย่างมีเงื่อนไข ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานชี้แจงว่า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการส่งออก ใบสั่งซื้อสินค้าของภาคการผลิตลดน้อยลง ความต้องการด้านแรงงานลดลงตามไปด้วย ภาคบริการแม้จะเรียกร้องมาตลอดว่าขาดแคลนแรงงาน แต่การปรับขึ้นค่าจ้างและแก้ไขสวัสดิการพนักงานของผู้ประกอบการกลับไม่เด่นชัด ดังนั้น นโยบายของกระทรวงแรงงานในปัจจุบันคือ ลดส่วนต่างความต้องการระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้น้อยลง หรือทำอย่างไรให้นายจ้างยอมปรับขึ้นค่าจ้างและปรับปรุงสวัสดิการของลูกจ้างท้องถิ่นก่อน

ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก LTN)

      ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานใน 10 ประเภทกิจการ ได้แก่ ลูกเรือประมงทะเล ผู้อนุบาลองค์กร ผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ภาคการผลิต จ้างเหมาบริการภาคการผลิต ก่อสร้าง ชำแหละเนื้อสัตว์ งานเกษตรและงานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตร สำหรับงานภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ หรือกิจการด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมทั้งพนักงานนวด ไต้หวันยังไม่อนุญาตเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ

ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก gb30life.com)

2. แรงงานกึ่งฝีมือเงื่อนไขเยอะ เรียกร้องยกเลิกจำกัดระยะเวลาทำงาน 12/14 ปีของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานชี้ มีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง

      เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วงหน้ากระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ ซึ่งกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 กำหนดว่า แรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันได้รวมสะสมแล้วห้ามเกิน 12 ปีสำหรับแรงงานภาคการผลิตและ 14 ปี สำหรับแรงงานภาคสวัสดิการสังคม ต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว กระทรวงแรงงานแสดงจุดยืนว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และจะดำเนินการพิจารณาทบทวนอย่างต่อเนื่องในประเด็นระบบการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ

กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติ ชุมนุมประท้วงหน้ากระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อห้ามแรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันเกิน 12/14 ปี (ภาพจาก CNA)

      สหภาพแรงงานผู้ดูแลคนสูงอายุแห่งไต้หวัน (SBIPT) ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย ได้จัดแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในผลงานระยะยาวของแรงงานต่างชาติทั่วไปหรือที่เรียกกันว่าแรงงานระดับ Blue Collar ด้วยการยกเลิกข้อจำกัดในมาตรา 52 แห่งกฎหมายการจ้างงาน ซึ่งจำกัดระยะเวลาการทำงานที่ไม่เป็นธรรม และยุติการเลือกปฏิบัติและการเอารัดเอาเปรียบในเชิงระบบ

กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติ ชุมนุมประท้วงหน้ากระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อห้ามแรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันเกิน 12/14 ปี (ภาพจาก CNA)

      SBIPT ชี้แจงว่า ตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมายการจ้างงาน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 จนถึงปัจจุบัน กฎหมายฉบับนี้ยังคงกำหนดให้แรงงานต่างชาติทั่วไปสามารถทำงานในไต้หวันได้ รวมสะสมสูงสุดเพียง 12 ปี แม้ว่าตำแหน่งผู้อนุบาลจะสามารถขยายได้ถึง 14 ปี หากผ่านเกณฑ์ระบบให้คะแนน แต่การจำกัดระยะเวลาการทำงานยังคงมีอยู่ ทำให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะและมีความผูกพันกับผู้ถูกดูแล จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศตามกฎหมาย แล้วให้นายจ้างนำเข้าแรงงานคนใหม่มาฝึกฝนและทดแทนต่อไป

กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติวิจารณ์ว่า เงื่อนไขการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเยอะและยากมาก แรงงานทั่วไปมีโอกาสน้อยที่จะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ขอให้ยกเลิกข้อห้ามทำงานเกิน 12/14 ปี (ภาพจาก CNA)

      SBIPT ระบุว่า แม้รัฐบาลจะพยายามผลักดันโครงการคงไว้ซึ่งแรงงานที่มีทักษะฝีมือ หรือที่เรียกกันว่าโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 แต่ระบบการกำหนดโควตาและการพิจารณาคัดเลือกแรงงานต่างชาติที่จะยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือขึ้นอยู่กับนายจ้างเป็นหลัก แรงงานไม่มีสิทธิ์ในการเจรจา และบริษัทจัดหางานก็ฉวยโอกาสบังคับให้แรงงานที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือต้องลาออกและเดินทางกลับประเทศเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน จากนั้นค่อยทำเรื่องเดินทางเข้ามาใหม่ เพื่อเก็บค่าหัวคิวรอบใหม่ ทำให้แรงงานต่างชาติที่ต้องการอยู่ต่อจำใจแบกรับภาระหนักขึ้น

สหภาพแรงงานผู้ดูแลคนสูงอายุแห่งไต้หวัน (SBIPT) สมาชิกส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย (ภาพจาก CNA)

      SBIPT เห็นว่า ไต้หวันได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) และอนุสัญญาระหว่างประเทศอื่น ๆ ว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญา CEDAW อย่างแท้จริง

      ด้านสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวัน (TIWA) ระบุว่า ความต้องการแรงงานต่างชาติของสังคมไต้หวันเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติสูงกว่า 820,000 คน รัฐบาลต้องยอมรับความเป็นจริงว่า แรงงานต่างชาติไม่ใช่เพียงแรงงานเสริมหรือทดแทนภาวะขาดแคลนแรงงานอีกต่อไป แต่เป็นแรงงานหลักทั้งในอุตสาหกรรมการผลิตและระบบการดูแลระยะยาวที่รัฐบาลกำลังผลักดัน จึงเสนอข้อเรียกร้อง 3 ประการ ได้แก่ :

      1. ยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงาน 12/14 ปี ของแรงงานต่างชาติโดยไม่มีเงื่อนไข

      2. ปรับปรุงแก้ไขระบบและเงื่อนไขการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือให้มีความเป็นธรรม โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงาน

      3. เปลี่ยนมาใช้ระบบการจ้างตรงแทนระบบการจัดส่งผ่านบริษัทจัดหางานโดยสมบูรณ์

สหภาพแรงงานผู้ดูแลคนสูงอายุแห่งไต้หวัน (SBIPT) สมาชิกส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย (ภาพจาก FB : SBIPT)

      ต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว กระทรวงแรงงานกล่าวว่า หากขยายหรือยกเลิกการจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวัน แรงงานที่อยู่มานานอาจไม่มีโอกาสเปลี่ยนสถานะหรือยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ ไม่เป็นผลดีต่อการคุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานและไม่สอดคล้องกับนโยบายการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมืออยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้

      กระทรวงแรงงานกล่าวว่า หากแรงงานได้รับการเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ แต่ไม่ได้รับค่าจ้างตามสัญญา หรือได้รับค่าจ้างต่ำกว่าที่กำหนด จะมีการลงโทษนายจ้างตามกฎหมาย บังคับให้จ่ายค่าจ้างตามกฎหมาย และจำกัดสิทธิ์การยื่นคำขอในอนาคต พร้อมทั้งอนุญาตให้แรงงานสามารถเปลี่ยนนายจ้างหรือหางานใหม่ผ่านศูนย์จัดหางานของรัฐได้

กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติวิจารณ์ว่า เงื่อนไขการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเยอะและยากมาก แรงงานทั่วไปมีโอกาสน้อยที่จะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เรียกร้องยกเลิกข้อห้ามทำงานเกิน 12/14 ปี (ภาพจาก Rti)

      กระทรวงแรงงานเสริมว่า จนถึงปลายเดือนเมษายนปีนี้ มีแรงงานต่างชาติจำนวนกว่า 46,000 คน ได้รับอนุญาตเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว เฉลี่ยปีละกว่า 10,000 คน และในอนาคตจะมีการพิจารณาทบทวนประเภทงาน โควตา คุณสมบัติและเงื่อนไขของแรงงานกึ่งฝีมืออย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะเพิ่มบทบาทในการจัดการให้ดียิ่งขึ้น

      กระทรวงแรงงานยังกล่าวถึงการยกระดับอัตราการจ้างตรงว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ได้มีการผลักดันโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการจ้างตรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการจ้างตรงของนายจ้างให้ง่ายและลดระยะเวลาลงอย่างจริงจัง

3. อีกแล้ว! ตำรวจจงลี่จับ 29 สาวเอนฯ ชาวไทย ถือฟรีวีซ่าลักลอบทำงานในร้าน KTV

      เมื่อค่ำวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง สถานีตำรวจจงลี่ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เกือบ 40 นาย ปฏิบัติการตรวจสอบพิเศษในสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะสถานบันเทิงที่มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับการลักลอบทำงานของชาวต่างชาติ ปฏิบัติการตรวจสอบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมหญิงไทยจำนวน 29 ราย ซึ่งเดินทางเข้ามาในไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ลักลอบทำงานเป็นสาวเอนเตอร์เทนในสถานบันเทิงประเภท KTV อย่างผิดกฎหมาย ในจำนวนนี้มีบางคนอยู่เลยกำหนดวีซ่า ถูกควบคุมตัวส่งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเถาหยวน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ตำรวจจงลี่จับ 29 สาวเอนฯ ชาวไทย ถือฟรีวีซ่าลักลอบทำงานในร้าน KTV (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)

      นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมนายหน้าชาวไต้หวัน 2 ราย ที่มีพฤติกรรมจัดหาหญิงต่างชาติเดินทางมาทำงานอย่างผิดกฎหมายเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ถูกควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีต่อไป

ตำรวจจงลี่จับ 29 สาวเอนฯ ชาวไทย ถือฟรีวีซ่าลักลอบทำงานในร้าน KTV (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)

      โฆษกสถานีตำรวจจงลี่เปิดเผยว่า ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการป้องกันอาชญากรรม การค้ามนุษย์ และการลักลอบทำงานของชาวต่างชาติในช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะในสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง เช่น KTV ผับ บาร์และสถานบันเทิงยามค่ำคืน ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้ขบวนการผิดกฎหมายแฝงตัวก่ออาชญากรรมได้ จึงได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบสถานที่เสี่ยงในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงเจตจำนงในการปราบปรามอาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

ตำรวจจงลี่จับ 29 สาวเอนฯ ชาวไทย ถือฟรีวีซ่าลักลอบทำงานในร้าน KTV (ภาพจากสถานีตำรวจจงลี่)

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti