ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2564


Listen Later

1. การรับวัคซีนเป็นสิทธิส่วนบุคคล ห้ามนายจ้างหรือบจง. บังคับ พร้อมให้ความช่วยเหลือในการละเบียนนัดหมาย การบังคับให้แรงงานต่างชาติรับวัคซีน หรือให้เขียนหนังสือรับรอง เข้าข่ายบังคับขู่เข็ญและจะถูกเอาผิดทางกฎหมายการจ้างงานด้วย

        นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคเปิดให้ผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ รวมแรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับข้อกำหนด สามารถไปลงทะเบียนในเว็บของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเพื่อนัดหมายรับวัคซีนได้ กระทรวงแรงงานแถลงว่า เนื่องจากการรับวัคซีนไม่ได้เป็นมาตรการบังคับ นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานควรจะอธิบายถึงข้อดีข้อเสียและใช้วิธีส่งเสริม ให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติในการลงทะเบียนนัดหมายรับวัคซีน โดยเคารพในความประสงค์ของแรงงาน ห้ามบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องรับวัคซีนทุกคน

นายจ้างและบจง. ช่วยแรงงานไทยลงทะเบียนและพาไปรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว (ภาพจาก บจง.TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD.)

        กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคได้ทยอยเปิดให้กลุ่มเสี่ยงต่างๆ และประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนได้ที่ระบบแสดงความประสงค์และนัดหมายรับวัคซีนโควิด-19 หลังทะเบียนและได้รับแจ้งทางข้อความสั้น (SMS) แล้ว ให้ลงทะเบียนอีกครั้งเพื่อนัดหมายวันเวลาและสถานที่ฉีดวัคซีน ซึ่งแรงงานต่างชาติสามารถลงทะเบียนในระบบดังกล่าวได้เช่นเดียวกับชาวไต้หวันทุกประการ เมื่อถึงกำหนดวันนัดหมาย ให้เดินทางไปรับวัคซีนตามสถานที่ระบุ แพทย์จะประเมินตามขั้นตอน อาทิ สอบถามประวัติในการรับวัคซีนในอดีต ตรวจอุณหภูมิว่ามีไข้และเคยมีโรคภูมิแพ้หรือไม่ ฯลฯ หลังผู้รับวัคซีนลงชื่อในหนังสือประเมินและยินยอมรับวัคซีนโดยความสมัครใจแล้ว เจ้าหน้าที่พยาบาลจะทำการฉีดวัคซีนให้ตามความประสงค์ และคำนึงถึงการป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อ กระทรวงแรงงานสนับสนุนให้แรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับกำหนด เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว และเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนนัดหมายรับวัคซีนด้วยตนเองของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานได้แปลขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นฉบับภาษาแม่ให้แรงงานต่างชาตินำไปเปรียบเทียบได้ในขณะลงทะเบียน รายละเอียดเกี่ยวกับการลงทะเบียนนัดหมายรับวัคซีน หาดูได้จากในเว็บสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติของกรมพัฒนากำลังแรงงานและไลน์ 1955

แรงงานไทยของบริษัท I HSIN MACHINE CO.,LTD ที่ไทจง นายจ้างและบจง. ช่วยลงทะเบียนและพาไปรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว (ภาพจาก บจง.TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD.)

       กระทรวงแรงงานกล่าวต่อไปว่า กรณีที่แรงงานต่างชาติหลังรับวัคซีนโควิด-19 แล้ว มีอาการข้างเคียง นายจ้างและบริษัทจัดหางานควรช่วยเหลือรีบนำส่งรักษาพยาบาล หากปรากฎอาการข้างเคียงรุนแรงหรือเกิดความเสียหายใดๆ แรงงานต่างชาติมีสิทธิยื่นขอเงินชดเชยจากระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีน ทั้งนี้ ในไต้หวันมีระบบและขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการรับวัคซีนที่ชัดเจนและสมบูรณ์ จึงขอให้แรงงานต่างชาติวางใจและรับวัคซีนได้โดยสบายใจ

3 แรงงานไทยที่เมืองจางฮั่ว ถ่ายภาพหลังนายจ้างและบจง.ช่วยลงทะเบียนและพาไปรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว (ภาพจาก บจง.TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD.)

      ต่อกรณีที่มีนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานบางราย ใช้วิธีให้แรงงานต่างชาติเขียนหนังสือรับรอง บังคับและฝ่าฝืนความประสงค์ในการรับวัคซีนของแรงงานต่างชาติ หรือให้แรงงานต่างชาติต้องสละสิทธิใดๆ กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปัจจุบัน แรงงานต่างชาติได้รับการปฏิบัติและคุ้มครองความเสี่ยงทางการแพทย์เนื่องจากการรับวัคซีนเช่นเดียวกับชาวไต้หวันทุกประการ หากนายจ้างฝืนความประสงค์ของแรงงานต่างชาติ ใช้วิธีบังคับแรงงานต่างชาติให้รับวัคซีนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายอาญามาตรา 304 จะถูกดำเนินคดีความผิดฐานบังคับขู่เข็ญ นอกจากนี้ยังจะถูกลงโทษตามกฎหมายการจ้างงาน ถูกปรับตั้ง 60,000-300,000 เหรียญไต้หวันด้วย

หลังฉีดวัคซีนแล้ว นั่งพักในห้องเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 30 นาที (ภาพจาก บจง.TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD.)

2. แรงงานเวียดนามลักลอบตัดไม้ราคาแพงในป่าที่หนานโถว ถูกชนพื้นเมืองที่ไปล่าสัตว์ยิงดับเพราะคิดว่าเป็นเก้ง คนยิงถูกจับข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยประมาท

      ที่ตำบลเหรินอ้าย เมืองหนานโถว เกิดคดีล่าเก้งแต่ยิงคนตายคดีหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลา 23.30 น. นายหยาง ชายชาวไต้หวันซึ่งเป็นชนพื้นเมือง พร้อมเพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์ไปยังในป่าเพื่อล่าสัตว์ แต่มองพลาด เห็นเงาตะคุ่มของเก้ง ลั่นไกยิง เมื่อเข้าใกล้ตรวจดูไม่ใช่เก้ง แต่เป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายชาวเวียดนาม ที่ลักลอบตัดไม้สงวนราคาแพงกำลังแบกไม้ออกจากป่าถูกยิงเสียชีวิต ผู้ตายมีเพื่อนชาติเดียวกันที่ไปลักลอบตัดไม้ด้วยกันอีก 3 คน ในจำนวนนี้มี 2 คน หนีกระเจิงหลังเสียงปืนดังขึ้น อีก 1 คนเป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย หลังหลบอยู่ 1 คืน วันต่อมาเข้ามอบตัวและแจ้งความญาติของตนถูกคนยิงตาย ตำรวจจับนายหยาง พรานป่ารายนี้มาดำเนินคดี ข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาท และมีการผ่าศพพิสูจน์สาเหตุการตาย ขยายผลโดยออกหมายศาลให้ผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ

ปืนล่าสัตว์ ไฟฉายคาดหัวและลูกเหล็กที่ตำรวจยึดเป็นของกลาง

      ตำรวจกล่าวว่า เมื่อกลางดึกใกล้เที่ยงคืนแล้ว นายหยาง อายุ 23 ปี ชนพื้นเมืองจากหมูบ้านอู่เจ้ในตำบลเหรินอ้าย เมืองหนานโถว สะพายปืนยาวล่าสัตว์พร้อมเพื่อนชนเผ่าเดียวกัน ควบมอเตอร์ไซค์ ไปตามถนนชนบทสายที่ 83 เพื่อล่าสัตว์ เนื่องจากถนนสายดังกล่าว ไม่มีไฟข้างทาง อาศัยแต่แสงจันทร์และไฟฉายคาดหัวที่มีแสงริบหรี่ ได้ยินเสียงในพงหญ้าและเห็นเงาตะคุ่มคิดว่าเก้ง จึงใช้ปืนล่าสัตว์เล็งไปที่เงาดำแล้วลั่นไก ปรากฎว่าไม่ใช่เก้งแต่เป็นคน นายหยางและเพื่อนรีบหนีออกจากที่เกิดเหตุ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตคาที่ เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย อายุ 28 ปี บนหลังยังแบกไม้ปุ่มฮิโนกิ ซึ่งเป็นไม้สงวนราคาแพงหลายก้อน ในวันเดียวกันยังมีเพื่อนแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายร่วมปฏิบัติการลักลอบตัดไม้สงวนอีก 3 คน ในจำนวนนี้มี 2 คนหนีกระเจิงหลังเสียงปืนดังขึ้น อีก 1 คนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย หลบเข้าซ่อนตัวในป่า จนกระทั่งบ่าย 14.00 น. ของวันต่อมา จึงได้เข้าแจ้งความญาติของตนถูกยิงเสียชีวิตในป่า ตำรวจให้แรงงานเวียดนามรายนี้พาเข้าป่าหาร่างผู้ตาย พบเป็นแรงงานเวียดนามถูกยิงเสียชีวิตจริง

ไม้ปุ่มฮิโนกิราคาแพงน้ำหนัก 41.2 กก.ที่แรงงานเวียดนามผู้ตายแบกขนออกจากป่า

      จากการตรวจสอบจากที่เกิดเหตุ บนหลังผู้ตายยังแบกไม้ปุ่มฮิโนกิราคาแพงที่ลักลอบตัดน้ำหนัก 41.2 กก. บนท้องมีแผลถูกกระสุนยิง 1 นัด ตำรวจรีบโทรศัพท์แจ้งสถานีตำรวจจัดเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมแจ้งอัยการเดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ตำรวจแกะรอยจากหลักฐาน จนนำไปสู่การจับกุมนายหยางที่บ้านพัก ยึดปืนล่าสัตว์ 1 กระบอก ลูกเหล็กที่ใช้เป็นลูกปืนจำนวน 27 เม็ด

ยึดของกลางลูกเหล็กที่ใช้เป็นลูกปืนจำนวน 27 เม็ด

      นายหยางให้การว่า เมื่อกลางดึกวันเกิดเหตุ ตนและเพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์ สะพายปืนยาวล่าสัตว์ที่ชนพื้นเมืองทำขึ้นเอง ขณะไปถึงที่เกิดเหตุ มีเสียงคล้ายสัตว์เคลื่อนไหว เนื่องจากความมืด แสงไฟจากไฟฉายที่คาดบนหัวส่องไปและมีแสงสะท้อนคล้ายตาของเก้ง เข้าใจผิดคิดว่าเก้ง จึงเล็งและลั่นไกยิงไป 1 นัด จากนั้นเงียบสนิท ตนคิดว่ายิงไม่ถูกจึงไม่ได้เข้าไปดู จากนั้นขี่มอเตอร์ไซค์จากที่เกิดเหตุ ไม่คิดว่าจะเป็นคนและถูกยิงเสียชีวิต ยืนยันว่า ตนยิงโดยไม่มีเจตนาฆ่าคน เป็นความเข้าใจผิดจริงๆ

ไฟฉายคาดหัวของนายหยาง

      ตำรวจไม่เชื่อคำให้การของนายหยาง ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบและข้อหาฆ่าคน อัยการตรวจสอบหลักฐานและชันสูตรศพผู้ตายแล้ว ตั้งข้อหานายหยาง ฆ่าคนโดยประมาท พร้อมติดตามแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้สงวนและหลบหนีไปอีก 2 คนมาสอบปากคำดำเนินคดี และขยายผลเพื่อตรวจสอบผู้อยู่เบื้อหลังการลักลอบตัดไม้สงวนในครั้งนี้

3. ระวัง อย่าเข้าใกล้! แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย ไปหาเพื่อนในสวนเสาวรส ถูกรั้วไฟแรงสูงกันหมูป่าซ็อตดับอนาถ

      ที่เมืองหนานโถวเกิดเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติเสียชีวิตจากไฟฟ้าแรงสูงช็อต คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อบ่าย 16.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สวนปลูกเสาวรสแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในชนบทห่างไกลจากชุมชน ในตำบลผูหลี่ เมืองหนานโถว แรงงานอินโดนีเซียรายหนึ่ง สันนิษฐานว่า เดินลัดเลาะเข้าไปในสวนผลไม้โดยไม่ได้สังเกตป้ายเตือนให้ระวังไฟแรงสูง ถูกไฟฟ้าช็อตสลบคาที่ หลังถูกเพื่อนร่วมชาติมาพบเรียกรถพยาบาลนำส่งรักษาฉุกเฉิน แต่เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล

แรงงานอินโดนีเซียรายหนึ่ง เดินลัดเลาะเข้าไปในสวนผลไม้โดยไม่ได้สังเกตป้ายเตือนให้ระวังไฟแรงสูง ถูกไฟฟ้าช็อตตายคาที่

      สถานีตำรวจเมืองหนานโถวแถลงว่า แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ อายุ 29 ปี เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนสถานการณ์โควิดจะระบาด และอยู้เลยกำหนดวีซ่าและหางานทำอย่างผิดกฎหมาย ในวันที่เกิดเหตุ แรงงานอินโดนีเซียรายนี้เดินทางไปหาเพื่อนบ้านเดียวกัน ซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎมายเช่นกัน แต่ไม่ได้สังเกตป้ายเตือนที่ปักตามบริเวณรอบสวน ให้ระวังรั้วไฟฟ้าแรงสูง ถูกรั้วไฟแรงสูงในพงญ้าช็อตที่ขาแตกเป็นแผลใหญ่เสียชีวิต แรงงานอินโดนเซียอีกรายซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมายเช่นกัน เมื่อไม่เห็นเพื่อนที่โทรมาแจ้งว่าจะเดินทางมาหา ได้เดินหาตามทาง พบเพื่อนนอนแน่นิ่งในพงหญ้าริมสวน ที่ขามีแผลขนาดใหญ่ จึงรีบโทรหาเพื่อนช่วยประสานกับสายด่วน 119 เมื่อรถพยาบาลมาถึงนำร่างแรงงานอินโดนีเซียรายนี้ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่เสียชีวิตระหว่างทาง

เนื่องจากมีหมูป่าออกมากินผลไม้ในสวนเป็นประจำ ชาวบ้านจึงติดตั้งรั้วไฟฟ้าป้องกันหมูป่า และแขวนและปักป้ายเตือนอันตรายมีไฟแรงสูงห้ามเข้าใกล้เป็นภาษาจีน

      ชาวบ้านในละแวกเดียวกันกล่าวว่า เนื่องจากใกล้ป่า มีหมูป่าออกมากินผลไม้ในสวนเป็นประจำ ชาวบ้านจึงติดตั้งรั้วไฟฟ้าป้องกันหมูป่า และปักป้ายเตือนอันตรายมีไฟแรงสูงห้ามเข้าไกลเป็นภาษาจีน สันนิษฐานว่าผู้ตายคงไม่เห็นหรืออาจอ่านไม่ออก จึงก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ตำรวจกล่าวว่า คดีนี้ หลังอัยการชันสูตรศพแล้ว จะมีการตรวจสอบต่อไปว่า การติดตั้งรั้วไฟฟ้าของชาวสวนผิดกฎหมายไหม

เนื่องจากมีหมูป่าออกมากินผลไม้ในสวนเป็นประจำ ชาวบ้านจึงติดตั้งรั้วไฟฟ้าป้องกันหมูป่า

      เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นอุทาหรณ์สำหรับแรงงานไทยบางรายที่ชอบไปเด็ดมะละกอหรือผลไม้อย่างอื่นในสวนของชาวบ้าน อย่าเด็ดขาด เพราะอาจเจอรั้วไฟแรงสูง หรือไม่ก็มีการฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลง ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต ที่สำคัญอาจถูกจับข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีอาญา ได้ไม่คุ้มเสีย

เนื่องจากมีหมูป่าออกมากินผลไม้ในสวนเป็นประจำ ชาวบ้านจึงติดตั้งรั้วไฟฟ้าป้องกันหมูป่า และปักป้ายเตือนอันตรายมีไฟแรงสูงห้ามเข้าใกล้เป็นภาษาจีน

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti