ขุนพล แรงงานไทย

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2565


Listen Later

1. เที่ยวบินจากเวียดนามมีอัตราการติดเชื้อโควิดสูง ศบค. ไต้หวันสั่งผู้เดินทางมากับ 3 สายการบินเวียดนาม ต้องตรวจเพิ่ม ATK ภายใน 6 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง

      ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 7 เม.ย. นี้ว่า เนื่องจากการตรวจเชื้อโควิดผู้โดยสารเที่ยวบินจากเวียดนามในสนามบิน มีอัตราส่วนเป็นบวกในระดับสูงมาก เพื่อป้องกันผู้โดยสารติดเชื้อจากต่างประเทศจำนวนมาก ส่งผลให้ระบบป้องกันโรคของไต้หวันแบกรับภาระหนัก ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป จนถึงวันที่ 6 พ.ค. 65 ขอให้เที่ยวบิน 3 สายการบินเวียดนาม ได้แก่ เวียดนามแอร์ไลน์, เวียดเจ็ทแอร์ และ Bamboo Airways ให้ความร่วมมือดังนี้ :

แรงงานเวียดนามกำลังรอผลตรวจ PCR ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจากudn.com)

      ผู้โดยสารนอกจากต้องแสดงใบรับรองผลตรวจโควิดเป็นลบด้วยเทคนิค PCR ก่อนขึ้นเครื่องภายใน 2 วันแล้ว ยังเพิ่มการตรวจ ATK โดยเจ้าหน้าที่สายการบิน ก่อนขึ้นเครื่องภายใน 6 ชั่วโมง และหากพบสายการบินใด มีผลตรวจโควิดเป็นบวก ณ ท่าอากาศยานในอัตราสูง ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวเช่นกัน

เครื่องบินโดยสารของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์

      ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคกล่าวว่า สำหรับเที่ยวบินจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลีและประเทศอาเซียนอื่น ๆ ยังคงใช้วิธีตรวจเชื้อโควิดผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานตามเดิม แต่หากพบสายการบินใด มีผลตรวจโควิดเป็นบวกในอัตราสูง จะต้องเพิ่มมาตรการตรวจ ATK โดยเจ้าหน้าที่ของสายการบินนั้น ๆ ก่อนขึ้นเครื่องภายใน 6 ชั่วโมงดังกล่าว

แรงงานเวียดนามกำลังรอผลตรวจ PCR ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจากudn.com)

      ตลอดช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์การระบาดของโรคโควิดรอบใหม่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยยืนยันในไต้หวันเพิ่มขึ้นวันละหลายร้อยราย ขณะที่ผู้โดยสารติดเชื้อจากต่างประเทศก็มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเช่นกัน อย่างเมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้โดยสารที่ติดเชื้อจากต่างประเทศมีจำนวน 194 ราย อัตราการติดเชื้อซึ่งตรวจพบ ณ ท่าอากาศยานสูงถึง 4.85% มาจากเวียดนามมากที่สุด ในจำนวนนี้ มีเที่ยวบินหนึ่งที่บินมาจากเวียดนาม ตรวจพบอัตราส่วนการติดเชื้อ ณ ท่าอากาศยานสูงถึง 20.34% อีกเที่ยวบินหนึ่งสูงถึง 10.00%

แรงงานเวียดนามกำลังรอผลตรวจ PCR ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจากudn.com)

      ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันจึงประกาศตั้งแต่ 7 เม.ย. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 6 พ.ค. 65 ช่วงระยะเวลา 1 เดือน ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินของ 3 สายการบินเวียดนามดังกล่าว นอกจากต้องแสดงใบรับรองผลตรวจ PCR เป็นลบก่อนขึ้นเครื่องภายใน 2 วันแล้ว ยังต้องเพิ่มการตรวจ ATK โดยเจ้าหน้าที่สายการบิน ก่อนขึ้นเครื่องภายใน 6 ชั่วโมง และหากพบสายการบินใด มีผลตรวจโควิดเป็นบวก ณ ท่าอากาศยานในอัตราสูง ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวเช่นกัน

ผู้โดยสารเที่ยวบินจากเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงาน ถูกตรวจพบติดเชื้อโควิดในอัตราสูง

2. มีหลักประกันมากขึ้น! กฎหมายประกันและคุ้มครองแรงงานที่ประสบอุบัติเหตุ มีผล 1 พ.ค. นี้เป็นต้นไป กรณีเสียชีวิตในหน้าที่ ทายาทจะได้รับเงินทดแทนรายเดือนจากปัจจุบัน 3,000 TWD. เป็นต่ำสุดเดือนละ 12,625 TWD. ผู้อนุบาลก็มีสิทธิ์

      กรมประกันภัยแรงงาน กระทรวงแรงงาน ประกาศเมื่อวันที่ 29 มีนาคมนี้ว่า กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งผ่านสภานิติบัญญัติเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว หลังทยอยประกาศกฎหมายลูก 24 ฉบับแล้ว จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พ.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติเป็นต้นไป นอกจากแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติที่ได้รับการคุมครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานและกองทุนประกันภัยแรงงานเดิมจำนวน 10.55 คนแล้ว แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานในสถานประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานต่ำกว่า 4 คน ซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับให้เอาประกันภัยแรงงานจำนวน 3.3 แสนคน และแรงงานต่างชาติในครัวเรือน 2.1 แสนคน รวมทั้งหมด 11.09 ล้านคน เมื่อโชคร้ายประสบอุบัติเหตุเจ็บป่วย ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตจากการทำงาน จะได้รับเงินชดเชยหรือเงินทดแทนมากกว่าเดิม

กฎหมายประกันและคุ้มครองแรงงานที่ประสบอุบัติเหตุ มีผล 1 พ.ค. นี้เป็นต้นไป

       ไต้หวันผ่านกฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งเป็นกฎหมายที่รวมการป้องกัน ชดเชยเยียวยา และบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้แรงงานที่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุจากการทำงานไว้ในฉบับเดียวกัน ครอบคลุมแรงงานทุกคน ทั้งแรงงานท้องถิ่น แรงงานต่างชาติและผู้อนุบาล ผู้ช่วยงานบ้านที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน รวมถึงแรงงานในสถานประกอบการที่ต่ำว่า 4 คน กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาฯ ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว แต่เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายลูกรองรับ ดังนั้น หลังจากทยอยประกาศกฎหมายลูก 24 ฉบับแล้ว จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พ.ค. นี้เป็นต้นไป ถือเป็นของขวัญและหลักประกันมอบให้ผู้ใช้แรงงานในวันแรงงานแห่งชาติ

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน

      สำหรับอัตราเบี้ยประกันอยู่ที่ 0.18% ของวงเงินค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน ต่ำสุด 25,250 เหรียญ สูงสุด 72,800 เหรียญ อัตราเบี้ยประกันตั้งแต่ 45-153 เหรียญต่อคนต่อเดือน สามารถจ่ายเป็นรายไตรมาสได้ กำหนดให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเบี้ยประกันทั้งหมด ผู้ใช้แรงงานไม่ต้องเสียแต่อย่างใด และการประกันภัยกรณีประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน เป็นประกันภัยบังคับ คุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างเข้าทำงาน หากนายจ้างรายใดไม่ได้เอาประกันดังกล่าวให้กับลูกจ้าง จะถูกลงโทษปรับเป็นรายครั้ง ครั้งละ 20,000-100,000 เหรียญ จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย และจะถูกประกาศรายชื่อนายจ้างที่ฝ่าฝืนระเบียบกฎหมายให้สาธารณชนทราบ

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้งเจียงในนครนิวไทเป

      เดิมกองทุนประกันภัยแรงงาน มีระบบประกันอุบัติเหตุจากการทำงานอยู่แล้ว โดยนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเบี้ยประกันทั้งหมดคือ 0.18% ของวงเงินที่เอาประกัน แต่สหพันธ์แรงงานและหน่วยงานที่ห่วงใยสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงานเห็นว่า ระบบประกันอุบัติเหตุจากการทำงานในกองทุนประกันภัยแรงงานในปัจจุบัน ยังให้การคุ้มครองไม่เพียงพอ อีกทั้งไม่ได้ครอบคลุมถึงธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างแรงงานต่ำกว่า 4 คนและผู้ใช้แรงงานในครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ จึงเคลื่อนไหวผลักดันให้มีการบัญญัติกฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน หากโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุแล้ว แรงงานจะได้รับเงินชดเชยหรือทายาทจะได้รับเงินทดแทนมากขึ้น รวมถึงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายสำหรับแรงงานที่ประสบอุบัติเหตุและทุพพลภาพ เช่นกรณีเสียชีวิต ทายาทของแรงงานที่เสียชีวิต จากเดิมที่รับเงินทดแทนรายเดือนๆ ละ 3,000 เหรียญ จะได้รับอย่างต่ำเป็นเดือนละ 12,652 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัว จนกว่าจะสูญสิ้นคุณสมบัติ

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน

3. อดีตแรงงานไทยฝีมือเชื่อมชั้นครู ตกหลังคาเสียชีวิตที่เถาหยวน ผลงานชิ้นสุดท้าย ร่วมเชื่อมโครงเหล็กกล้าเทพธิดาแห่งทะเล ประติมากรรมขนาดใหญ่ในงานเทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2019 ที่ผิงตง

      นายอุดร โฆษิต อายุ 48 ปี หรือที่รู้จักในนามดอน ช่างเชื่อม อดีตแรงงานไทยฝีมือดี เคยร่วมงานเชื่อมกับประติมากรชื่อดังของไต้หวัน เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา หลังเกิดอุบัติเหตุขณะรับงานซ่อมแซมหลังคาบ้านที่หนานข่าน เขตหลูจู๋ นครเถาหยวน พลัดตกลงมาจากความสูงประมาณตึก 2 ชั้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังส่งรักษาฉุกเฉิน แพทย์ไม่สามารถกู้ชีวิตได้ เนื่องจากหัวกระแทกพื้นซีเมนต์อย่างแรง

คุณอุดร โฆษิต หรือดอน ช่างเชื่อม อดีตแรงงานไทยที่มีฝีมือเชื่อมสุดยอด ตกหลังคาเสียชีวิตแล้วที่เถาหยวน

      เมื่อต้นปี 2562 นายอุดร เคยรับการสัมภาษณ์จากรายการไขปัญหาแรงงาน เล่าถึงประวัติการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของตนว่า ไม่เคยเรียนหรือทำงานช่างเชื่อมมาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่น เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานเป็นช่างเชื่อมอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์ที่บริษัทซันหยางมอเตอร์ที่เถาหยวน (มอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ SYM) เป็นเวลา 5 ปี สามารถเชื่อมวัสดุต่าง ๆ ได้ทุกอย่าง ต่อมาได้แต่งงานกับหญิงชาวไต้หวันและย้ายมาตั้งรกรากที่เถาหยวน

ดอน ช่างเชื่อม กับ อจ.หวางเหวินจื้อ ประติมากรชื่อดังของไต้หวัน (ซ้าย) ถ่ายภาพหน้าผลงาน เทธดาแห่งทะเล ในงานเทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2019 ณ อ่าวต้าเผิงวาน เมืองผิงตง

      หลังแต่งงานมาอยู่ไต้หวันแล้ว รับงานเชื่อมทุกที่ เมื่ออาจารย์หวางเหวินจื้อ (王文志) ประติมากรชื่อดังของไต้หวันมาพบเห็น ชื่นชมในฝีมือเชื่อม จึงดึงไปร่วมทีม โดยฝากผลงานไว้มากมายหลายชิ้น ผลงานชิ้นใหญ่ล่าสุด ได้แก่ เทพธิดาแห่งทะเล ประติมากรรมขนาดใหญ่สูง 15 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่หลอมรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ใช้เหล็กกล้าหนัก 5 ตันเป็นโครงสร้าง และเปลือกหอยนางรม 300,000 ชิ้นนำมาร้อยเป็นกระโปรง ตั้งตระหง่านอยู่ที่อ่าวต้าเผิง เป็น 1 ใน 2 โคมไฟหลักของเทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2019 และได้กลายเป็นแลนด์มาร์คอย่างถาวรแห่งใหม่ของเมืองผิงตง

เครื่องบิน Taoyuan Air One ผลงานของ อจ.หวางเหวินจื้อ ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟความเร็วสูง ที่ชิงผู่ เขตจงลี่ นครเถาหยวน โดยมีดอน ช่างเชื่อม เป็น 1 ในทีมช่างเชื่อม

4. แรงงานเวียดนามร่วมขบวนการล่ากิ้งก่ายักษ์ จับเป็นซื้อขายกันสูงถึงตัวละ 20,000 เหรียญ กองการเกษตรห่วงจะถูกนำไปเลี้ยงกลายเป็นช่องโหว่การแพร่ระบาด

      กิ้งก่ายักษ์สีเขียว หรือกรีนอีกัวน่า เป็น 1 ในสัตว์พันธุ์ต่างถิ่นที่กำลังระบาดหนักตามพื้นที่ไร่นาแถวภาคกลางและใต้ของเกาะไต้หวัน เนื่องจากปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี แพร่พันธุ์เร็ว ไม่มีศัตรูธรรมชาติและชอบขุดเจาะคันนา ฝายกั้นน้ำเป็นที่อยู่อาศัย รวมทั้งชอบกินต้นกล้าหรือยอดผักผลไม้เป็นอาหาร สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เกษตรกร

 กิ้งก่ายักษ์สีเขียว หรือกรีนอีกัวน่า สัตว์พันธุ์ต่างถิ่นที่กำลังระบาดหนักตามพื้นที่ไร่นาแถวภาคกลางและใต้ของเกาะไต้หวัน

      ก่อนหน้านี้ กองการเกษตรเมืองต่าง ๆ เปิดให้ประชาชนสมัครอบรมทางออนไลน์เรียนรู้วิธีกำจัดที่ถูกต้อง ตามหลักกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ รวมทั้งแหล่งที่อยู่และช่วงเวลาที่เปิดให้กำจัด ซึ่งจะเปิดเป็นระยะ แต่ช่วงนี้ ปรากฏแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานเวียดนามเข้าร่วมขบวนการล่ากิ้งก่ายักษ์สีเขียว พวกเขาเรียนรู้วิธีล่ากิ้งก่ายักษ์ด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ในกลุ่มแรงงานเวียดนาม มีคนรับซื้อกิ้งก่ายักษ์ตัวเป็น ๆ ที่ยังมีชีวิตในราคาสูงถึง 20,000 เหรียญ เกรงว่า จะถูกนำไปเลี้ยงและแพร่พันธุ์ กลายเป็นช่องโหว่ของการกำจัดสัตว์เลื้อยคลานต่างถิ่นเหล่านี้

แรงงานเวียดนามร่วมขบวนการล่ากิ้งก่ายักษ์ จับเป็นซื้อขายกันสูงถึงตัวละ 20,000 เหรียญ กองการเกษตรห่วงจะถูกนำไปเลี้ยงกลายเป็นช่องโหว่การแพร่ระบาด

      ยูทูปเบอร์ไต้หวันรายหนึ่งตามไปดูแรงงานเวียดนามจับกิ้งก่ายักษ์ที่ริมแม่น้ำเอ้อหลินในเมืองจางฮั่ว แรงงานเวียดนามรายนี้เล่าว่า ตนอาศัยช่วงวันหยุดขี่รถจักรยานไฟฟ้ามาจากนิคมอุตสาหกรรมจางปิน เพื่อมาจับกิ้งก่ายักษ์โดยเฉพาะ รายได้งามทีเดียว โดยเฉพาะจับตัวเป็นๆ มีเพื่อนแรงงานชาติเดียวกันรับซื้อในราคาตัวละ 20,000 เหรียญไต้หวัน นำไปเลี้ยงเพื่อให้ออกไข่ ฟักเป็นตัวอ่อนนำไปขาย แรงงานเวียดนามรายนี้เล่าว่า เขาเรียนรู้วิธีการล่ากิ้งก่ายักษ์จากยูทูป โดยไปหาซื้อเครื่องมือ เช่น หนังสติ๊กยิงปลา ฉมวกแทงปลา อุปกรณ์ตกปลาครบชุดจากร้านขายสินค้าโลหะภัณฑ์ เหตุที่มาล่าแถวนี้ เพราะมีกิ้งก่ายักษ์สีเขียวชุกชุม ยูทูปเบอร์ชาวไต้หวันดูวิธีการล่าที่ช่ำชองของเขา ใช้หนังสติ๊กยิงฉมวกออกไปยังเป้าหมาย ซึ่งเป็นกิ้งก่ายักษ์ตัวหนึ่งที่อยู่ห่างประมาณ 10 เมตรอย่างแม่นยำ แรงงานเวียดนามรายนี้กล่าวว่า เทคนิคการจับตายกิ้งก่าไม่ยาก แต่ราคาไม่ดี ตัวละไม่กี่ร้อยเหรียญ การจับเป็นจะยากกว่า นั่นราคาดีมาก ตัวละ 20,000 เหรียญ ถามว่าใครรับซื้อ แรงงานเวียดนามรายนี้กล่าวว่า เพื่อนแรงงานชาติเดียวกัน

ยูทูปเบอร์ไต้หวันรายหนึ่งตามไปดูแรงงานเวียดนามจับกิ้งก่ายักษ์ที่ริมแม่น้ำเอ้อหลินในเมืองจางฮั่ว

     กองการเกษตร เมืองจางฮั่วกล่าวว่า ได้มอบหมายให้สมาคมอนุรักษ์นกป่าจางฮั่ว เป็นผู้กำจัดกิ้งก่ายักษ์สีเขียวที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่จางฮั่ว ขั้นตอนการกำจัดเป็นไปตามกฎหมาย และกฎหมายไม่ได้จำกัดแรงงานต่างชาติเข้าร่วมการกำจัด แต่กังวลต่อสภาพการณ์ที่มีการซื้อขายกิ้งก่ายักษ์ตัวเป็น ๆ เจ้าหน้าที่กองการเกษตรกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีคนรับซื้อกิ้งก่ายักษ์ไปเพาะพันธุ์หรือไม่ ป้องกันเกิดช่องโหว่การกำจัดสัตว์เลื้อยคลานต่างถิ่นเหล่านี้

ปี 2564 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว เมืองผิงตงมีการกำจัดกิ้งก่ายักษ์ไปแล้ว 19,733 ตัว

      หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วเจ้ากิ้งก่ายักษ์สีเขียวหรือกรีนอีกัวน่าเหล่านี้ มันมาจากไหน ไต้หวันไม่ใช่เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ชนิดนี้ คำตอบคือ มีชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อยนิยมซื้อสัตว์ต่างถิ่นชนิดนี้มาเลี้ยง บางคนเลี้ยงได้ไม่นานเบื่อไม่อยากเลี้ยงต่อ เอาไปปล่อยทิ้งในพื้นที่ไร่นาหรือคลองระบายน้ำ เนื่องจากมีความทนและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ประกอบกับไต้หวันไม่ใช่เป็นถิ่นกำเนิดดั้งเดิม จึงไม่มีศัตรูธรรมชาติ ทำให้มันขยายพันธุ์ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่เมืองผิงตง ปี 2564 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว เมืองผิงตงมีการกำจัดกิ้งก่ายักษ์ไปแล้ว 19,733 ตัว มากกว่า 8,420 ตัวของเมื่อปี 2563 ถึง 2.3 เท่า อย่างไรก็ตาม มีบางคนเคยนำไปผัดทำเป็นอาหาร แต่ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำ เพราะในตัวกิ้งก่ายักษ์มีพยาธิจำนวนมาก พยาธิบางชนิดทนความร้อนได้สูง คุกคามสุขภาพของคนได้

ปี 2564 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว เมืองผิงตงมีการกำจัดกิ้งก่ายักษ์ไปแล้ว 19,733 ตัว

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ขุนพล แรงงานไทยBy อโศก ศรีจันทร์, Rti