
Sign up to save your podcasts
Or


1. กระทรวงแรงงานไต้หวันจะมีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศเป็นครั้งแรก มอบโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมกับแรงงานดีเด่นชาวไต้หวันในวันที่ 29 เม.ย. นี้
ในช่วงก่อนถึงวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. ของทุกปี กระทรวงแรงงานไต้หวันจะทำการคัดเลือกแรงงานดีเด่นระดับประเทศ และทำพิธีมอบโลประกาศเกียรติคุณ แต่ที่ผ่านมา จะมีเพียงแรงงานดีเด่นท้องถิ่นเท่านั้น ปีนี้พิเศษ จะมีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่น 5 คน โดยแบ่งเป็นแรงงานต่างชาติภาคการผลิต 3 คน ผู้อนุบาล 2 คน มอบโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลในวันที่ 29 เม.ย. ศกนี้ พร้อมๆ กับแรงงานท้องถิ่น
3 แรงงานไทยได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นนครนิวไทเปประจำปี 2557
หวงฉีหย่า รองอธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์เปิดเผยว่า การมอบโล่เกียรติคุณแด่แรงงานดีเด่นของกระทรวงแรงงาน ไม่มีการแบ่งสายอาชีพและไม่แบ่งเชื้อชาติ ดังนั้นเริ่มตั้งแต่ปีนี้ จะมีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 5 คน มอบโล่เกียรติคุณพร้อมๆ กับแรงงานดีเด่นท้องถิ่น 51 คนในวันที่ 29 เม.ย. นี้ ก่อนถึงวันแรงงาน
ที่ผ่านมา เกือบทุกเมืองมีการคัดเลือกแรงงานดีเด่นเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเป็นการคัดเลือกและจัดโดยกองแรงงานท้องที่และองค์กรตัวแทนของนายจ้าง แต่การคัดเลือกแรงงานดีเด่นที่กระทรวงแรงงานจัดขึ้นเป็นระดับประเทศ และที่ผ่านมาจะคัดเลือกแต่แรงงานท้องถิ่นเท่านั้น ปีนี้เป็นปีแรกที่เพิ่มแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศ แต่มีโควตาเพียง 5 คน โดยแบ่งเป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 3 คน ภาคสวัสดิการสังคมได้แก่ผู้อนุบาล 2 คน ต้องจับตามองดูกันต่อไปว่า แรงงานไทยจะมีโอกาสได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศหรือไม่ ในส่วนขอผู้อนุบาลโอกาสคงน้อย เพราะผู้อนุบาลไทยมีจำนวนน้อยมาก ส่วนในภาคการผลิตพอมีลุ้น แต่มีโควตาเพียง 3 คนเท่านั้น
4 แรงงานไทยได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นของอุตสาหกรรมสิ่งทอเมื่อปี 2562
ตามกฎระเบียบ วิธีคัดเลือกแรงงานดีเด่นระดับประเทศ จะต้องส่งประกวดโดยกองแรงงานท้องที่ สหภาพแรงงานและองค์กรตัวแทนของนายจ้างเท่านั้น เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าประกวดแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนกระทรวงแรงงานและนักวิชาการเป็นผู้ประเมินและคัดเลือกแรงงานดีเด่นต่อไป
รองอธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์เปิดเผยว่า พิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศปีนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายนนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่น จะได้รับประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญ หลังเสร็จพิธี จะได้เข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินด้วย
5 แรงงานไทยได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นของสมาคมผ้าไหมและสิ่งทอไต้หวัน ประจำปี 2563 ถ่ายภาพร่วมกับ น.ส. วรัตม์สุดา ศรัทตต์ รอง ผอ. รักษาการ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป
2. สื่อวิจารณ์มาตรการเข้ามอบตัวแล้วปล่อย ส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายแห่เข้ามอบตัวแล้วไปทำงานต่ออย่างถูกกฎหมาย ทำตัวเลขการหลบหนีพุ่งไม่หยุด สตม. แจงสถานกักกันล้น และลั่นจะตรวจจับเด็ดขาด
สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้ประเทศผู้ส่งออกแรงงานหยุด ลดหรือยกเลิกเที่ยวบิน แรงงานต่างชาติเดินทางกลับประเทศลำบาก พลอยส่งผลให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ถูกตรวจพบ ซึ่งเดิมถูกส่งกลับประเทศทุกสัปดาห์ ล้นสถานกักกัน จนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจำเป็นต้องออกมาตรการ ให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่เข้ามอบตัว สามารถไปพักนอกสถานกักกันได้ โดยมีญาติพี่น้องหรือชาวไต้หวันค้ำประกัน แต่มาตรการนี้ไม่ค่อยได้ผล สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงประกาศมาตรการลดความแออัดในสถานกักกันฉบับใหม่ ให้แรงงานต่างชาติที่เข้ามอบตัว สามารถไปพักนอกสถานกักกันได้โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน พูดง่ายๆ คือเข้ามอบตัวเสร็จ ก็ไปพำนักนอกสถานกักกันได้ เพื่อรอให้มีเที่ยวบินกลับประเทศ แต่ปรากฎว่า แรงงานต่างชาติเหล่านี้ หลังมีใบรายงานตัวแล้ว มีจำนวนไม่น้อยไปรับจ้างทำงานในไซต์งานก่อสร้างและสถานประกอบการต่างๆ ต่อไป โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับอีก เพราะตนมีหลักฐานเข้ารายงานตัว เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติหลบหนี ทำงานอย่างถูกกฎหมายได้
แรงงานต่างชาติเพศชายที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมากที่สุด ได้แก่เวียดนาม
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สตม. แถลงว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่เข้ามอบตัว และได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยอยู่นอกสถานกักกันชั่วคราว เพื่อรอการเดินทางกลับประเทศ ระหว่างนี้ ห้ามทำงานอย่างเด็ดขาด โดย สตม. จะตรวจจับอย่างเข้มงวด ผู้กระทำผิดกฎหมายจะถูกปรับ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนนายจ้างจะถูกปรับ 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองปลอมตัวเป็นคนงานเข้าไปในไซต์งานเพื่อกวาดจับแรงงานต่างชาติที่ทำงานอย่างผิกฎหมาย
ข้อมูล สตม. พบว่า ณ สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างและยังไม่ถูกตรวจพบ จำนวน 51,256 คน ถือเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียหลบหนีมากที่สุด 24,799 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนี 48.38% แรงงานเพศหญิงอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาล หลบหนีสูงถึง 20,645 คน แรงงานอินโดนีเซียเพศชายหลบหนี 4,154 คน อันดับสองได้แก่เวียดนาม หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 23,165 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนี 45.19% ในจำนวนนี้แรงงานเวียดนามเพศชายหลบหนี 14,362 คน เพศหญิงหลบหนี 8,803 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ 2,387 คน และอันดับสุดท้ายแรงงานไทย ซึงมีจำนวนหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบเพิ่มขึ้นเป็น 904 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 754 คน เพศหญิง 150 คน
คนงานต่างชาติผิดกฎหมายถูกจับขณะออกไปหาซื้ออาหาร
ด้านบริษัทจัดหางานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเริ่มบอกกันปากต่อปากว่า สตม. มีมาตรการพิเศษ เข้ารายงานตัวแล้ว ไม่ต้องถูกกักกันและไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน สามารถออกมาอยู่นอกสถานกักกันได้ และช่วงระหว่างนี้ ไปหางานทำได้โดยไม่ต้องกลัวถูกจับ เพราะมีใบมอบตัวพกไว้ติดตัว และผู้อนุบาลหลบหนีมากที่สุด ทำให้นายจ้างจำนวนมากเดือดร้อน เพราะไม่สามารถนำเข้าหรือหาคนใหม่มาแทนที่ได้
แรงงานต่างชาติเพศหญิงที่หลบหนีมากที่สุด ได้แก่ผู้อนุบาลอินโดนีเซีย
บริษัทจัดหางานเปิดเผยว่า ปัญหาของผู้อนุบาลต่างชาติ ไม่เพียงแต่เรื่องหลบหนีเท่านั้น ยังมีการขอย้ายไปทำงานในโรงงานเพิ่มมากขึ้น หากนายจ้างปฏิเสธ จะใช้วิธีอู้งานหรือดูแลผู้ป่วยแบบมาใส่ใจ จนนายจ้างต้องยอมให้ย้ายงานได้ บางรายเพิ่งเดินทางมาได้ไม่นาน นายจ้างออกค่ากักตัวให้ไปหลายหมื่น แต่ทำงานได้เพียง 1-2 เดือน ก็ตื้อขอโอนย้ายไปทำงานในโรงงาน นายจ้างจำเป็นต้องยอม เพราะเกรงจะมีปัญหาในการดูแลคนป่วยหรือคนสูงอายุ สภาพการณ์ข้างต้น เริ่มรุนแรงขึ้น ต้นเหตุมาจากกระทรวงแรงงานมีกฎระเบียบ อนุญาตให้ผู้อนุบาลย้ายไปทำงานในภาคการผลิตได้ แต่แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตจะย้ายไปทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลไม่ได้ เพราะตำแหน่งผู้อนุบาลต้องผ่านการฝึกอบรมการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุมากกว่า 100 ชั่วโมง และที่ดึงดูดให้ผู้อนุบาลย้ายไปทำงานในโรงงานมากขึ้น เพราะค่าจ้างสูงกว่า ซึงได้ตามค่าจ้างขั้นต่ำคือ 24,000 เหรียญ ขณะที่ผู้อนุบาลได้เพียง 17,000 เหรียญ ในโรงงานยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำโอทีด้วย มีเวลาทำงานและพักผ่อนที่แน่นอน
ผู้อนุบาลอินโดนีเซียมีจำนวนประมาณ 200,000 คน ครองสัดส่วนร่วม 80% ของผู้อนุบาลในไต้หวัน
ด้านนายเสวียเจี้ยนจง ผอ. สำงานบริหารแรงงานข้ามชาติกล่าวว่า ได้รับคำร้องจากผู้อนุบาลขอโอนย้ายไปทำงานในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจริง โดยในปี 2562 มีคำร้องเพียง 66 ราย ปี 2563 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 287 ราย และ 2 เดือนแรกของปีนี้ มีคำร้องขอโอนย้ายไปทำงานในโรงงานแล้ว 49 ราย สำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ คือเพิ่มค่าจ้างของผู้อนุบาลให้สูงขึ้น หลังจากที่มีการปรับเพิ่มจากปี 2557 ปรับเพิ่มจาก 15,840 เหรียญ เป็น 17,000 เหรียญ จนถึงขณะนี้ เป็นเวลา 7 ปีแล้ว ยังไม่มีการขยับ ประเทศผู้ส่งออกแรงงานมีการเสนอให้ปรับค่าจ้างผู้อนุบาลเพิ่มขึ้น ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังอยูระหว่างหารือเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
ผู้อนุบาลอินโดนีเซียมีจำนวนประมาณ 200,000 คน ครองสัดส่วนร่วม 80% ของผู้อนุบาลในไต้หวัน
3. ทลายผับฉาวหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน จับ 5 เอเย่นต์ยาเสพติด ตรวจฉี่แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ปรับหนักเจ้าของผับ
สถานีตำรวจเถาหยวน ได้รับแจ้งว่า ไทยโอเค ผับหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของแรงงานต่างชาติ มีการจำหน่ายยาเสพติดอีก หลังตรวจสอบข้อมูลแล้ว เมื่อกลางดึกวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา สนธิกำลังตำรวจจากหน่วยต่างๆ นับร้อยนาย ภายใต้การนำของพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการ ศาลท้องถิ่นเถาหยวน บุกจู่โจมผับดังกล่าว ยึดยาเสพติดพาราเมทอกซีเมทแอมเฟตามีน หรือ PMMA จำนวน 10 เม็ด ยาเสพติดในรูปซองกาแฟ 41 ซอง เคตามีนหรือยาเค และสนับมือ จับเอเย่นต์จำหน่ายยาเสพติดได้ 5 คน และจับขาแดนซ์ 91 คนกลับไปตรวจปัสสาวะที่โรงพัก ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 75 คน แรงงานไทย 6 คน ชาวไต้หวัน 15 คน และยังจับ 1 ในกลุ่มแรงงานเวียดนามเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนที่ศาลออกหมายจับด้วย
ทลายผับฉาวหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน จับ 5 เอเย่นต์ยาเสพติด ตรวจฉี่แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ปรับหนักเจ้าของผับ
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติค่อนข้างรุนแรง ตำรวจเถาหยวนจับตาเพ่งเล็งร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ เป็นพิเศษ โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง ส่งให้ตำรวจปราบปรามคดีอาญาวางแผนจับกุม
ก่อนหน้านี้ คือเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2563 ที่เขตหลูจู๋ก็เคยมีผับขนาดใหญ่ ปล่อยให้ลูกค้าซึ่งเป็นแรงงานเวียดนามขายและเสพยาเสพติดในผับ ซึ่งเป็นผับเถื่อนไม่ได้จดทะเบียน เจ้าของผับเป็นชาวเวียดนาม ถูกจับดำเนินคดี และจับลูกค้าที่เป็นขาแดนซ์ ขาดื่ม ทั้งหมด 122 คน นำกลับโรงพักตรวจปัสสาวะ โดยในจำนวนนี้ 80% มีปฏิกิริยาเป็นบวก
โฆษกสถานีตำรวจเถาหยวนแถลงว่า ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษมาตรา 31 วรรค 1 ร้านค้าหรือสถานบันเทิงที่ปล่อยให้ลูกค้า ค้าหรือมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้าน โดยไม่แจ้งความ มีโทษปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน ในกรณีร้ายแรง จะถูกสั่งปิด ห้ามเปิดให้บริการอีกต่อไป
ทลายผับฉาวหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน จับ 5 เอเย่นต์ยาเสพติด ตรวจฉี่แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ปรับหนักเจ้าของผับ
ด้านสำนักงานอัยการเถาหยวนเตือนว่า ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กำหนดให้ร้านค้าหรือสถานบริการ มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบไม่ให้มีการค้าหรือเสพยาเสพติด หากละเลยหรือฝ่าฝืน เจ้าของร้านอาหารหรือเจ้าของสถานบริการ จะต้องรับผิดชอบ โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1,000,000 เหรียญไต้หวัน และสถานที่ให้บริการอาจถูกสั่งปิดชั่วคราวหรือถาวร และเตือนแรงงานต่างชาติหลีกเลี่ยงไปยังสถานบริการที่มีปัญหา ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นทาสยาเสพติดและอาจถูกจับกุม ขณะเดียวกันก็เรียกร้องร่วมด้วยช่วยกัน หากพบมีการค้าหรือเสพยาเสพติด ให้แจ้งความได้ที่สายด่วน 110 หรือโทรศัพท์ 02-2393-2393
แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ถูกจับไปโรงพักตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
นายเจิ้งเหวินชั่น ผู้ว่าการนครเถาหยวน สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างยาเสพติดเด็ดขาด เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้ร่วมกิจกรรมที่สามารถลดความเครียดและผ่อนคลายอารมณ์ได้จริงๆ โดยปลอดอบายมุขและยาเสพติด หากสถานที่ให้บริการใดฝ่าฝืนกฎหมายในลักษณะร้ายแรง จะสั่งตัดน้ำตัดไฟ หรือสั่งรื้อถอนสถานบันเทิงผิดกฎหมาย เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีแก่แรงงานต่างชาติ
By อโศก ศรีจันทร์, Rti1. กระทรวงแรงงานไต้หวันจะมีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศเป็นครั้งแรก มอบโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมกับแรงงานดีเด่นชาวไต้หวันในวันที่ 29 เม.ย. นี้
ในช่วงก่อนถึงวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. ของทุกปี กระทรวงแรงงานไต้หวันจะทำการคัดเลือกแรงงานดีเด่นระดับประเทศ และทำพิธีมอบโลประกาศเกียรติคุณ แต่ที่ผ่านมา จะมีเพียงแรงงานดีเด่นท้องถิ่นเท่านั้น ปีนี้พิเศษ จะมีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่น 5 คน โดยแบ่งเป็นแรงงานต่างชาติภาคการผลิต 3 คน ผู้อนุบาล 2 คน มอบโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลในวันที่ 29 เม.ย. ศกนี้ พร้อมๆ กับแรงงานท้องถิ่น
3 แรงงานไทยได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นนครนิวไทเปประจำปี 2557
หวงฉีหย่า รองอธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์เปิดเผยว่า การมอบโล่เกียรติคุณแด่แรงงานดีเด่นของกระทรวงแรงงาน ไม่มีการแบ่งสายอาชีพและไม่แบ่งเชื้อชาติ ดังนั้นเริ่มตั้งแต่ปีนี้ จะมีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 5 คน มอบโล่เกียรติคุณพร้อมๆ กับแรงงานดีเด่นท้องถิ่น 51 คนในวันที่ 29 เม.ย. นี้ ก่อนถึงวันแรงงาน
ที่ผ่านมา เกือบทุกเมืองมีการคัดเลือกแรงงานดีเด่นเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเป็นการคัดเลือกและจัดโดยกองแรงงานท้องที่และองค์กรตัวแทนของนายจ้าง แต่การคัดเลือกแรงงานดีเด่นที่กระทรวงแรงงานจัดขึ้นเป็นระดับประเทศ และที่ผ่านมาจะคัดเลือกแต่แรงงานท้องถิ่นเท่านั้น ปีนี้เป็นปีแรกที่เพิ่มแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศ แต่มีโควตาเพียง 5 คน โดยแบ่งเป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 3 คน ภาคสวัสดิการสังคมได้แก่ผู้อนุบาล 2 คน ต้องจับตามองดูกันต่อไปว่า แรงงานไทยจะมีโอกาสได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศหรือไม่ ในส่วนขอผู้อนุบาลโอกาสคงน้อย เพราะผู้อนุบาลไทยมีจำนวนน้อยมาก ส่วนในภาคการผลิตพอมีลุ้น แต่มีโควตาเพียง 3 คนเท่านั้น
4 แรงงานไทยได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นของอุตสาหกรรมสิ่งทอเมื่อปี 2562
ตามกฎระเบียบ วิธีคัดเลือกแรงงานดีเด่นระดับประเทศ จะต้องส่งประกวดโดยกองแรงงานท้องที่ สหภาพแรงงานและองค์กรตัวแทนของนายจ้างเท่านั้น เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าประกวดแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนกระทรวงแรงงานและนักวิชาการเป็นผู้ประเมินและคัดเลือกแรงงานดีเด่นต่อไป
รองอธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์เปิดเผยว่า พิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศปีนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายนนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่น จะได้รับประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญ หลังเสร็จพิธี จะได้เข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินด้วย
5 แรงงานไทยได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นของสมาคมผ้าไหมและสิ่งทอไต้หวัน ประจำปี 2563 ถ่ายภาพร่วมกับ น.ส. วรัตม์สุดา ศรัทตต์ รอง ผอ. รักษาการ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป
2. สื่อวิจารณ์มาตรการเข้ามอบตัวแล้วปล่อย ส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายแห่เข้ามอบตัวแล้วไปทำงานต่ออย่างถูกกฎหมาย ทำตัวเลขการหลบหนีพุ่งไม่หยุด สตม. แจงสถานกักกันล้น และลั่นจะตรวจจับเด็ดขาด
สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้ประเทศผู้ส่งออกแรงงานหยุด ลดหรือยกเลิกเที่ยวบิน แรงงานต่างชาติเดินทางกลับประเทศลำบาก พลอยส่งผลให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ถูกตรวจพบ ซึ่งเดิมถูกส่งกลับประเทศทุกสัปดาห์ ล้นสถานกักกัน จนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจำเป็นต้องออกมาตรการ ให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่เข้ามอบตัว สามารถไปพักนอกสถานกักกันได้ โดยมีญาติพี่น้องหรือชาวไต้หวันค้ำประกัน แต่มาตรการนี้ไม่ค่อยได้ผล สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงประกาศมาตรการลดความแออัดในสถานกักกันฉบับใหม่ ให้แรงงานต่างชาติที่เข้ามอบตัว สามารถไปพักนอกสถานกักกันได้โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน พูดง่ายๆ คือเข้ามอบตัวเสร็จ ก็ไปพำนักนอกสถานกักกันได้ เพื่อรอให้มีเที่ยวบินกลับประเทศ แต่ปรากฎว่า แรงงานต่างชาติเหล่านี้ หลังมีใบรายงานตัวแล้ว มีจำนวนไม่น้อยไปรับจ้างทำงานในไซต์งานก่อสร้างและสถานประกอบการต่างๆ ต่อไป โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับอีก เพราะตนมีหลักฐานเข้ารายงานตัว เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติหลบหนี ทำงานอย่างถูกกฎหมายได้
แรงงานต่างชาติเพศชายที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมากที่สุด ได้แก่เวียดนาม
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สตม. แถลงว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่เข้ามอบตัว และได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยอยู่นอกสถานกักกันชั่วคราว เพื่อรอการเดินทางกลับประเทศ ระหว่างนี้ ห้ามทำงานอย่างเด็ดขาด โดย สตม. จะตรวจจับอย่างเข้มงวด ผู้กระทำผิดกฎหมายจะถูกปรับ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนนายจ้างจะถูกปรับ 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองปลอมตัวเป็นคนงานเข้าไปในไซต์งานเพื่อกวาดจับแรงงานต่างชาติที่ทำงานอย่างผิกฎหมาย
ข้อมูล สตม. พบว่า ณ สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างและยังไม่ถูกตรวจพบ จำนวน 51,256 คน ถือเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียหลบหนีมากที่สุด 24,799 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนี 48.38% แรงงานเพศหญิงอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาล หลบหนีสูงถึง 20,645 คน แรงงานอินโดนีเซียเพศชายหลบหนี 4,154 คน อันดับสองได้แก่เวียดนาม หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 23,165 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนี 45.19% ในจำนวนนี้แรงงานเวียดนามเพศชายหลบหนี 14,362 คน เพศหญิงหลบหนี 8,803 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ 2,387 คน และอันดับสุดท้ายแรงงานไทย ซึงมีจำนวนหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบเพิ่มขึ้นเป็น 904 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 754 คน เพศหญิง 150 คน
คนงานต่างชาติผิดกฎหมายถูกจับขณะออกไปหาซื้ออาหาร
ด้านบริษัทจัดหางานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเริ่มบอกกันปากต่อปากว่า สตม. มีมาตรการพิเศษ เข้ารายงานตัวแล้ว ไม่ต้องถูกกักกันและไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน สามารถออกมาอยู่นอกสถานกักกันได้ และช่วงระหว่างนี้ ไปหางานทำได้โดยไม่ต้องกลัวถูกจับ เพราะมีใบมอบตัวพกไว้ติดตัว และผู้อนุบาลหลบหนีมากที่สุด ทำให้นายจ้างจำนวนมากเดือดร้อน เพราะไม่สามารถนำเข้าหรือหาคนใหม่มาแทนที่ได้
แรงงานต่างชาติเพศหญิงที่หลบหนีมากที่สุด ได้แก่ผู้อนุบาลอินโดนีเซีย
บริษัทจัดหางานเปิดเผยว่า ปัญหาของผู้อนุบาลต่างชาติ ไม่เพียงแต่เรื่องหลบหนีเท่านั้น ยังมีการขอย้ายไปทำงานในโรงงานเพิ่มมากขึ้น หากนายจ้างปฏิเสธ จะใช้วิธีอู้งานหรือดูแลผู้ป่วยแบบมาใส่ใจ จนนายจ้างต้องยอมให้ย้ายงานได้ บางรายเพิ่งเดินทางมาได้ไม่นาน นายจ้างออกค่ากักตัวให้ไปหลายหมื่น แต่ทำงานได้เพียง 1-2 เดือน ก็ตื้อขอโอนย้ายไปทำงานในโรงงาน นายจ้างจำเป็นต้องยอม เพราะเกรงจะมีปัญหาในการดูแลคนป่วยหรือคนสูงอายุ สภาพการณ์ข้างต้น เริ่มรุนแรงขึ้น ต้นเหตุมาจากกระทรวงแรงงานมีกฎระเบียบ อนุญาตให้ผู้อนุบาลย้ายไปทำงานในภาคการผลิตได้ แต่แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตจะย้ายไปทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลไม่ได้ เพราะตำแหน่งผู้อนุบาลต้องผ่านการฝึกอบรมการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุมากกว่า 100 ชั่วโมง และที่ดึงดูดให้ผู้อนุบาลย้ายไปทำงานในโรงงานมากขึ้น เพราะค่าจ้างสูงกว่า ซึงได้ตามค่าจ้างขั้นต่ำคือ 24,000 เหรียญ ขณะที่ผู้อนุบาลได้เพียง 17,000 เหรียญ ในโรงงานยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำโอทีด้วย มีเวลาทำงานและพักผ่อนที่แน่นอน
ผู้อนุบาลอินโดนีเซียมีจำนวนประมาณ 200,000 คน ครองสัดส่วนร่วม 80% ของผู้อนุบาลในไต้หวัน
ด้านนายเสวียเจี้ยนจง ผอ. สำงานบริหารแรงงานข้ามชาติกล่าวว่า ได้รับคำร้องจากผู้อนุบาลขอโอนย้ายไปทำงานในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจริง โดยในปี 2562 มีคำร้องเพียง 66 ราย ปี 2563 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 287 ราย และ 2 เดือนแรกของปีนี้ มีคำร้องขอโอนย้ายไปทำงานในโรงงานแล้ว 49 ราย สำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ คือเพิ่มค่าจ้างของผู้อนุบาลให้สูงขึ้น หลังจากที่มีการปรับเพิ่มจากปี 2557 ปรับเพิ่มจาก 15,840 เหรียญ เป็น 17,000 เหรียญ จนถึงขณะนี้ เป็นเวลา 7 ปีแล้ว ยังไม่มีการขยับ ประเทศผู้ส่งออกแรงงานมีการเสนอให้ปรับค่าจ้างผู้อนุบาลเพิ่มขึ้น ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังอยูระหว่างหารือเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
ผู้อนุบาลอินโดนีเซียมีจำนวนประมาณ 200,000 คน ครองสัดส่วนร่วม 80% ของผู้อนุบาลในไต้หวัน
3. ทลายผับฉาวหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน จับ 5 เอเย่นต์ยาเสพติด ตรวจฉี่แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ปรับหนักเจ้าของผับ
สถานีตำรวจเถาหยวน ได้รับแจ้งว่า ไทยโอเค ผับหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของแรงงานต่างชาติ มีการจำหน่ายยาเสพติดอีก หลังตรวจสอบข้อมูลแล้ว เมื่อกลางดึกวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา สนธิกำลังตำรวจจากหน่วยต่างๆ นับร้อยนาย ภายใต้การนำของพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการ ศาลท้องถิ่นเถาหยวน บุกจู่โจมผับดังกล่าว ยึดยาเสพติดพาราเมทอกซีเมทแอมเฟตามีน หรือ PMMA จำนวน 10 เม็ด ยาเสพติดในรูปซองกาแฟ 41 ซอง เคตามีนหรือยาเค และสนับมือ จับเอเย่นต์จำหน่ายยาเสพติดได้ 5 คน และจับขาแดนซ์ 91 คนกลับไปตรวจปัสสาวะที่โรงพัก ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 75 คน แรงงานไทย 6 คน ชาวไต้หวัน 15 คน และยังจับ 1 ในกลุ่มแรงงานเวียดนามเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนที่ศาลออกหมายจับด้วย
ทลายผับฉาวหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน จับ 5 เอเย่นต์ยาเสพติด ตรวจฉี่แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ปรับหนักเจ้าของผับ
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติค่อนข้างรุนแรง ตำรวจเถาหยวนจับตาเพ่งเล็งร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ เป็นพิเศษ โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง ส่งให้ตำรวจปราบปรามคดีอาญาวางแผนจับกุม
ก่อนหน้านี้ คือเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2563 ที่เขตหลูจู๋ก็เคยมีผับขนาดใหญ่ ปล่อยให้ลูกค้าซึ่งเป็นแรงงานเวียดนามขายและเสพยาเสพติดในผับ ซึ่งเป็นผับเถื่อนไม่ได้จดทะเบียน เจ้าของผับเป็นชาวเวียดนาม ถูกจับดำเนินคดี และจับลูกค้าที่เป็นขาแดนซ์ ขาดื่ม ทั้งหมด 122 คน นำกลับโรงพักตรวจปัสสาวะ โดยในจำนวนนี้ 80% มีปฏิกิริยาเป็นบวก
โฆษกสถานีตำรวจเถาหยวนแถลงว่า ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษมาตรา 31 วรรค 1 ร้านค้าหรือสถานบันเทิงที่ปล่อยให้ลูกค้า ค้าหรือมั่วสุมเสพยาเสพติดในร้าน โดยไม่แจ้งความ มีโทษปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน ในกรณีร้ายแรง จะถูกสั่งปิด ห้ามเปิดให้บริการอีกต่อไป
ทลายผับฉาวหน้าสถานีรถไฟเถาหยวน จับ 5 เอเย่นต์ยาเสพติด ตรวจฉี่แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ปรับหนักเจ้าของผับ
ด้านสำนักงานอัยการเถาหยวนเตือนว่า ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กำหนดให้ร้านค้าหรือสถานบริการ มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบไม่ให้มีการค้าหรือเสพยาเสพติด หากละเลยหรือฝ่าฝืน เจ้าของร้านอาหารหรือเจ้าของสถานบริการ จะต้องรับผิดชอบ โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1,000,000 เหรียญไต้หวัน และสถานที่ให้บริการอาจถูกสั่งปิดชั่วคราวหรือถาวร และเตือนแรงงานต่างชาติหลีกเลี่ยงไปยังสถานบริการที่มีปัญหา ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นทาสยาเสพติดและอาจถูกจับกุม ขณะเดียวกันก็เรียกร้องร่วมด้วยช่วยกัน หากพบมีการค้าหรือเสพยาเสพติด ให้แจ้งความได้ที่สายด่วน 110 หรือโทรศัพท์ 02-2393-2393
แรงงานเวียดนามและไทย 91 คน ถูกจับไปโรงพักตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
นายเจิ้งเหวินชั่น ผู้ว่าการนครเถาหยวน สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างยาเสพติดเด็ดขาด เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้ร่วมกิจกรรมที่สามารถลดความเครียดและผ่อนคลายอารมณ์ได้จริงๆ โดยปลอดอบายมุขและยาเสพติด หากสถานที่ให้บริการใดฝ่าฝืนกฎหมายในลักษณะร้ายแรง จะสั่งตัดน้ำตัดไฟ หรือสั่งรื้อถอนสถานบันเทิงผิดกฎหมาย เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีแก่แรงงานต่างชาติ