
Sign up to save your podcasts
Or


“ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความคิดเห็นจากการรับฟัง Podcast ของ Rti ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ!บนเว็บไซต์:https://2023appsurvey.rti.org.tw/th ”
อาการปวดช่องท้องส่วนกลางและช่องท้องส่วนบนเป็นอาการปวดท้องที่พบได้มาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีอวัยวะต่างๆมากมาย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการปวดท้องเหล่านั้น เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง คุณหมอหวังเวยเจี๋ย (王威傑) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวเปิดเผยว่า ช่องท้องส่วนกลางและส่วนบนประกอบไปด้วยกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น ตับอ่อน ช่วงล่างของหัวใจ กะบังลม และหลอดเลือดแดงใหญ่เป็นต้น โดยส่วนใหญ่อาการปวดท้องบริเวณนี้ มักเกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ลำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน หรือจะเป็นการปวดบริเวณกะบังลมเนื่องจากโรคไส้เลื่อน สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ อาจนำมาซึ่งอาการปวดบริเวณช่องท้องได้ นอกจากนี้อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องจากการออกแรงหรือใช้น้ำหนักผิดท่าได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดเมื่อเกิดอาการปวดท้องบริเวณนี้ได้แก่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายและภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด โดยสองภาวะนี้อาจนำไปสู่การเสียชีวิตฉับพลันได้ ดังนั้นหากมีอาการปวดบริเวณช่องท้องส่วนบน ร่วมกับอาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก เหงื่อออก รวมถึงตัวเย็น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีภาวะหัวใจตายเฉียบพลันได้ นอกจากนี้อาการปวดจากภาวะดังกล่าวอาจจะลามไปถึง ช่วงกลางลำตัว หน้าท้องซ้าย ไหล่ซ้าย แขนซ้าย และคอซ้าย เป็นต้น สำหรับภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงใหญ่ได้รับความเสียหาย โดยเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวฉีกขาดและแยกออกจากกัน ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังอวัยวะต่าง ๆ ได้ตามปกติ โดยผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้ายอย่างฉับพลันและรุนแรง มีเหงื่อออกมาก อาจมีอาการปวดคล้ายๆกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแต่แทนที่จะปวดแบบรู้สึกเหมือนถูกกดทับจะเป็นการปวดที่เหมือนกับโดนของแหลมคมแทงเข้าที่หัวใจและปวดลามไปถึงหลัง ระดับความดันโลหิตระหว่างแขนทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบากขณะนอนราบ ปวดขา มีปัญหาเกี่ยวกับการเดิน หรือมีอาการอัมพาตบริเวณขา มีปัญหาด้านการพูด การมองเห็น กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันคล้ายกับอาการของโรคหลอดเลือดสมอง
“ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความคิดเห็นจากการรับฟัง Podcast ของ Rti ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ!บนเว็บไซต์:https://2023appsurvey.rti.org.tw/th ”
By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, ปุณรัศมิ์ ชาญชัยเมธฯ, แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, มนภรณ์ ไชยวุฒิ, Rti“ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความคิดเห็นจากการรับฟัง Podcast ของ Rti ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ!บนเว็บไซต์:https://2023appsurvey.rti.org.tw/th ”
อาการปวดช่องท้องส่วนกลางและช่องท้องส่วนบนเป็นอาการปวดท้องที่พบได้มาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีอวัยวะต่างๆมากมาย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการปวดท้องเหล่านั้น เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง คุณหมอหวังเวยเจี๋ย (王威傑) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวเปิดเผยว่า ช่องท้องส่วนกลางและส่วนบนประกอบไปด้วยกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น ตับอ่อน ช่วงล่างของหัวใจ กะบังลม และหลอดเลือดแดงใหญ่เป็นต้น โดยส่วนใหญ่อาการปวดท้องบริเวณนี้ มักเกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ลำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน หรือจะเป็นการปวดบริเวณกะบังลมเนื่องจากโรคไส้เลื่อน สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ อาจนำมาซึ่งอาการปวดบริเวณช่องท้องได้ นอกจากนี้อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องจากการออกแรงหรือใช้น้ำหนักผิดท่าได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดเมื่อเกิดอาการปวดท้องบริเวณนี้ได้แก่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายและภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด โดยสองภาวะนี้อาจนำไปสู่การเสียชีวิตฉับพลันได้ ดังนั้นหากมีอาการปวดบริเวณช่องท้องส่วนบน ร่วมกับอาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก เหงื่อออก รวมถึงตัวเย็น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีภาวะหัวใจตายเฉียบพลันได้ นอกจากนี้อาการปวดจากภาวะดังกล่าวอาจจะลามไปถึง ช่วงกลางลำตัว หน้าท้องซ้าย ไหล่ซ้าย แขนซ้าย และคอซ้าย เป็นต้น สำหรับภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงใหญ่ได้รับความเสียหาย โดยเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวฉีกขาดและแยกออกจากกัน ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังอวัยวะต่าง ๆ ได้ตามปกติ โดยผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้ายอย่างฉับพลันและรุนแรง มีเหงื่อออกมาก อาจมีอาการปวดคล้ายๆกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแต่แทนที่จะปวดแบบรู้สึกเหมือนถูกกดทับจะเป็นการปวดที่เหมือนกับโดนของแหลมคมแทงเข้าที่หัวใจและปวดลามไปถึงหลัง ระดับความดันโลหิตระหว่างแขนทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบากขณะนอนราบ ปวดขา มีปัญหาเกี่ยวกับการเดิน หรือมีอาการอัมพาตบริเวณขา มีปัญหาด้านการพูด การมองเห็น กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันคล้ายกับอาการของโรคหลอดเลือดสมอง
“ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความคิดเห็นจากการรับฟัง Podcast ของ Rti ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ!บนเว็บไซต์:https://2023appsurvey.rti.org.tw/th ”