
Sign up to save your podcasts
Or


ขัณฑสกร หรือ Saccharin คือ สารให้ความหวานสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ดี ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายประมาณ 300-700 เท่า มักถูกนำมาใช้ในการปรุงแต่งรสชาติและใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารหลายชนิด เช่น น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม ลูกอม แยม เยลลี่ และขนมอบต่างๆเป็นต้น ขัณฑสกรเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการและแคลอรี่ต่ำ จึงอาจใช้ทดแทนความหวานของน้ำตาลได้ และอาจส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคอ้วน รวมถึงผู้ที่ไม่สามารถบริโภคน้ำตาลได้ โดยขัณฑสกรมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์คือ หวานเลี่ยน หวานแหลมติดลิ้น บางคนสัมผัสได้ถึงรสขมเล็กน้อยด้วย อย่างไรก็ตามปริมาณที่แนะนำต่อวันคือไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือไม่ควรเกิน 80-100 มิลลิกรัม/ลิตร/วัน
ประโยชน์ของการใช้ขัณฑสกรมีดังต่อไปนี้
1.อาจช่วยลดน้ำหนัก
เนื่องจากขัณฑสกรเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการและแคลอรี่ต่ำ จึงอาจใช้ทดแทนความหวานของน้ำตาลได้ และอาจส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
2. อาจดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน
โดยขัณฑสกร อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังอาจช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานอาหารที่มีรสหวานได้
3. อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ
น้ำตาลเป็นหนึ่งปัญหาที่ก่อให้เกิดฟันผุ เนื่องจากน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปอาจสะสมอยู่ในช่องปาก จนเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของคราบพลัค (Plaque) ที่ทำลายเคลือบฟันและทำให้เกิดปัญหาฟันผุ ในทางกลับกัน การเปลี่ยนมารับประทานขัณฑสกรแทน อาจทำให้ไม่มีน้ำตาลสะสมในช่องปาก จึงอาจช่วยปกป้องสุขภาพฟันได้
4. อาจช่วยลดความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากการรับประทานน้ำตาล
การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เพิ่มการอักเสบเรื้อรังของเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกาย เพิ่มการสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอลที่อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันพอกตับ ภาวะหัวใจวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น การเปลี่ยนมารับประทานขัณฑสกรซึ่งเป็นสารให้ความหวานและร่างกายไม่ดูดซึมเพื่อใช้เป็นพลังงานแทนการรับประทานน้ำตาล อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการน้ำตาลได้
ทั้งนี้ปัจจุบันขัณฑสกรยังไม่ได้รับการยืนยันถึงอันตรายต่อสุขภาพ แต่อาจมีข้อควรระวังบางประการสำหรับการรับประทานขัณฑสกรมากเกินไป ซึ่งมีดังนี้
1. ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ การรับประทานขัณฑสกรในขณะตั้งครรภ์มากเกินไป อาจเสี่ยงที่จะทำให้สารสังเคราะห์ซึมผ่านรกเข้าไปทำอันตรายกับทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น ในระหว่างตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขัณฑสกรเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ เช่น ทารกเจริญเติบโตช้า คลอดก่อนกำหนด
2. อาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งผิวหนัง มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งศึกษาเกี่ยวกับเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะจากการได้รับโซเดียมไซคลาเมต (Sodium Cyclamate) และขัณฑสกรในปริมาณสูง พบว่า มีเนื้องอกมะเร็งเกิดขึ้นเมื่อสัตว์ทดลองได้รับสารโซเดียมไซคลาเมตและขัณฑสกร ในปริมาณ 2,600 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน เป็นเวลา 105 สัปดาห์ ทั้งนี้ ยังคงเป็นการทดลองในสัตว์ และเป็นงานวิจัยที่ผ่านมานานแล้ว จึงไม่อาจสรุปได้ 100% ว่า ขัณฑสกรมีส่วนช่วยกระตุ้นความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, ปุณรัศมิ์ ชาญชัยเมธฯ, แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, มนภรณ์ ไชยวุฒิ, Rtiขัณฑสกร หรือ Saccharin คือ สารให้ความหวานสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ดี ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายประมาณ 300-700 เท่า มักถูกนำมาใช้ในการปรุงแต่งรสชาติและใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารหลายชนิด เช่น น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม ลูกอม แยม เยลลี่ และขนมอบต่างๆเป็นต้น ขัณฑสกรเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการและแคลอรี่ต่ำ จึงอาจใช้ทดแทนความหวานของน้ำตาลได้ และอาจส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคอ้วน รวมถึงผู้ที่ไม่สามารถบริโภคน้ำตาลได้ โดยขัณฑสกรมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์คือ หวานเลี่ยน หวานแหลมติดลิ้น บางคนสัมผัสได้ถึงรสขมเล็กน้อยด้วย อย่างไรก็ตามปริมาณที่แนะนำต่อวันคือไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือไม่ควรเกิน 80-100 มิลลิกรัม/ลิตร/วัน
ประโยชน์ของการใช้ขัณฑสกรมีดังต่อไปนี้
1.อาจช่วยลดน้ำหนัก
เนื่องจากขัณฑสกรเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการและแคลอรี่ต่ำ จึงอาจใช้ทดแทนความหวานของน้ำตาลได้ และอาจส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
2. อาจดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน
โดยขัณฑสกร อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังอาจช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานอาหารที่มีรสหวานได้
3. อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ
น้ำตาลเป็นหนึ่งปัญหาที่ก่อให้เกิดฟันผุ เนื่องจากน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปอาจสะสมอยู่ในช่องปาก จนเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของคราบพลัค (Plaque) ที่ทำลายเคลือบฟันและทำให้เกิดปัญหาฟันผุ ในทางกลับกัน การเปลี่ยนมารับประทานขัณฑสกรแทน อาจทำให้ไม่มีน้ำตาลสะสมในช่องปาก จึงอาจช่วยปกป้องสุขภาพฟันได้
4. อาจช่วยลดความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากการรับประทานน้ำตาล
การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เพิ่มการอักเสบเรื้อรังของเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกาย เพิ่มการสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอลที่อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันพอกตับ ภาวะหัวใจวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น การเปลี่ยนมารับประทานขัณฑสกรซึ่งเป็นสารให้ความหวานและร่างกายไม่ดูดซึมเพื่อใช้เป็นพลังงานแทนการรับประทานน้ำตาล อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการน้ำตาลได้
ทั้งนี้ปัจจุบันขัณฑสกรยังไม่ได้รับการยืนยันถึงอันตรายต่อสุขภาพ แต่อาจมีข้อควรระวังบางประการสำหรับการรับประทานขัณฑสกรมากเกินไป ซึ่งมีดังนี้
1. ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ การรับประทานขัณฑสกรในขณะตั้งครรภ์มากเกินไป อาจเสี่ยงที่จะทำให้สารสังเคราะห์ซึมผ่านรกเข้าไปทำอันตรายกับทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น ในระหว่างตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขัณฑสกรเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ เช่น ทารกเจริญเติบโตช้า คลอดก่อนกำหนด
2. อาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งผิวหนัง มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งศึกษาเกี่ยวกับเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะจากการได้รับโซเดียมไซคลาเมต (Sodium Cyclamate) และขัณฑสกรในปริมาณสูง พบว่า มีเนื้องอกมะเร็งเกิดขึ้นเมื่อสัตว์ทดลองได้รับสารโซเดียมไซคลาเมตและขัณฑสกร ในปริมาณ 2,600 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน เป็นเวลา 105 สัปดาห์ ทั้งนี้ ยังคงเป็นการทดลองในสัตว์ และเป็นงานวิจัยที่ผ่านมานานแล้ว จึงไม่อาจสรุปได้ 100% ว่า ขัณฑสกรมีส่วนช่วยกระตุ้นความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง