
Sign up to save your podcasts
Or


ปลานั้นถือเป็นเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีนและไขมันดีสูง โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวอย่างกรดโอเมก้า 3 ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกายและสมอง นอกจากนี้ ปลายังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยในการทำงานของร่างกาย เช่น วิตามินบี 3 (ไนอาซิน) วิตามินดี เหล็ก และฟอสฟอรัสเป็นต้น
แน่นอนครับ ในยุคที่อุตสหกรรมเฟื่องฟู แน่นอนมลพิษทางน้ำและอากาศก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆมีการปล่อยน้ำเสียที่ปนเปื้อนโลหะหนักเช่นปรอทลงสู่ท้องทะเล ปลาที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นก็อาจปนเปื้อนสารเหล่านี้ตามไปด้วย
สารปรอทนั้นถือเป็นสารพิษชนิดหนึ่งที่ส่งผลเสียต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก ในกรณีที่ร่างกายของมนุษย์ที่รับสารปรอทเข้าไปเป็นจำนวนมากในคราวเดียวจะส่งผลให้เกิดพิษเฉียบพลัน มีอาการไข้ หายใจลำบาก ปอดอักเสบ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีอาการชัก ไตวาย และกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ขณะเดียวกันหากเรารับสารปรอทสะสมทีละเล็กละน้อยเป็นเวลานานก็จะส่งผลให้เกิดพิษทางสมอง ตับ ไต และผิวหนัง ทำให้เกิดประสาทหลอน ภาวะซีด หรือเลือดจางได้ โดยตัวอย่างเหตุการณ์ที่โด่งดังเกี่ยวกับการรับสารปรอทเข้าสู่ร่างกายนั่นคือ การที่โรงงานสารเคมีชิสโซะในญี่ปุ่นได้ปล่อยของเสียลงสู่ชายหาดมินามาตะ เมื่อผู้อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียงจับปลามากินก็ป่วยเป็นโรคมินามาตะ และเมื่อแพทย์ชำแหละสมองของผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคมินามาตะ ก็พบว่าสมองของผู้ป่วยนั้นจะพรุนเหมือนฟองน้ำ เพราะถูกทำลายด้วยสารปรอทนั่นเอง
แล้วเราจะเลือกกินปลาให้ปลอดภัยได้อย่างไร คุณเซี่ยจื่อเหวิน (夏子雯) นักโภชนาการไต้หวันท่านหนึ่งแนะนำว่าให้เลือกรับประทานปลาที่มีไขมันน้อยจะปลอดภัยที่สุด เนื่องจากปรอทจะถูกสะสมอยู่ในบริเวณไขมัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงปลาที่อยู่ปลายบนสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นคือปลาที่มีขนาดใหญ่ อย่างเช่น ปลาทูน่า ปลากระโทงดาบ และปลาฉลาม เป็นต้น เหตุผลก็เป็นเพาะว่า ปรอทจะมีการสะสมเพิ่มขึ้นตามการกินต่อกันเป็นทอดๆในห่วงโซ่อาหาร เมื่อปลาใหญ่เหล่านี้มีการกินปลาที่มีการสะสมของโลหะหนักมากๆ ก็จะทำให้พวกมันมีโลหะหนักสะสมในตัวมากขึ้นตามไปด้วย
By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, ปุณรัศมิ์ ชาญชัยเมธฯ, แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, มนภรณ์ ไชยวุฒิ, Rtiปลานั้นถือเป็นเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีนและไขมันดีสูง โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวอย่างกรดโอเมก้า 3 ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกายและสมอง นอกจากนี้ ปลายังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยในการทำงานของร่างกาย เช่น วิตามินบี 3 (ไนอาซิน) วิตามินดี เหล็ก และฟอสฟอรัสเป็นต้น
แน่นอนครับ ในยุคที่อุตสหกรรมเฟื่องฟู แน่นอนมลพิษทางน้ำและอากาศก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆมีการปล่อยน้ำเสียที่ปนเปื้อนโลหะหนักเช่นปรอทลงสู่ท้องทะเล ปลาที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นก็อาจปนเปื้อนสารเหล่านี้ตามไปด้วย
สารปรอทนั้นถือเป็นสารพิษชนิดหนึ่งที่ส่งผลเสียต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก ในกรณีที่ร่างกายของมนุษย์ที่รับสารปรอทเข้าไปเป็นจำนวนมากในคราวเดียวจะส่งผลให้เกิดพิษเฉียบพลัน มีอาการไข้ หายใจลำบาก ปอดอักเสบ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีอาการชัก ไตวาย และกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ขณะเดียวกันหากเรารับสารปรอทสะสมทีละเล็กละน้อยเป็นเวลานานก็จะส่งผลให้เกิดพิษทางสมอง ตับ ไต และผิวหนัง ทำให้เกิดประสาทหลอน ภาวะซีด หรือเลือดจางได้ โดยตัวอย่างเหตุการณ์ที่โด่งดังเกี่ยวกับการรับสารปรอทเข้าสู่ร่างกายนั่นคือ การที่โรงงานสารเคมีชิสโซะในญี่ปุ่นได้ปล่อยของเสียลงสู่ชายหาดมินามาตะ เมื่อผู้อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียงจับปลามากินก็ป่วยเป็นโรคมินามาตะ และเมื่อแพทย์ชำแหละสมองของผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคมินามาตะ ก็พบว่าสมองของผู้ป่วยนั้นจะพรุนเหมือนฟองน้ำ เพราะถูกทำลายด้วยสารปรอทนั่นเอง
แล้วเราจะเลือกกินปลาให้ปลอดภัยได้อย่างไร คุณเซี่ยจื่อเหวิน (夏子雯) นักโภชนาการไต้หวันท่านหนึ่งแนะนำว่าให้เลือกรับประทานปลาที่มีไขมันน้อยจะปลอดภัยที่สุด เนื่องจากปรอทจะถูกสะสมอยู่ในบริเวณไขมัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงปลาที่อยู่ปลายบนสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นคือปลาที่มีขนาดใหญ่ อย่างเช่น ปลาทูน่า ปลากระโทงดาบ และปลาฉลาม เป็นต้น เหตุผลก็เป็นเพาะว่า ปรอทจะมีการสะสมเพิ่มขึ้นตามการกินต่อกันเป็นทอดๆในห่วงโซ่อาหาร เมื่อปลาใหญ่เหล่านี้มีการกินปลาที่มีการสะสมของโลหะหนักมากๆ ก็จะทำให้พวกมันมีโลหะหนักสะสมในตัวมากขึ้นตามไปด้วย