ไลฟ์สไตล์

สารานุกรมสุขภาพประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2566


Listen Later

     นายแพทย์ จาง เจาเจียน ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาล Cathay General Hospital เปิดเผยว่าจากสถิติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความถี่ของการพบผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจวายเฉียบพลันในฤดูร้อนแทบจะไม่ต่างจากฤดูหนาวเลย คุณหมอบอกว่ามีคนไข้ของคุณหมอคนหนึ่ง เป็นพนักงานออฟฟิศเพศชาย อายุ 50 กว่าปี มีอาการหายใจถี่และแน่นหน้าอกเป็นครั้งคราวในระหว่างวันที่มีอากาศร้อนๆ ผู้ป่วยเองเข้าใจว่า อาการดังกล่าวนั้นเกิดจากการที่ตัวเองมีน้ำหนักตัวมาก ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดด้วย จึงคิดว่านั่งพักผ่อนซักพัก อาการเหล่านั้นก็น่าจะหาย นึกไม่ถึงเลยว่า จู่ๆวันหนึ่งก็เกิดมีอาการหายใจไม่ออก เหงื่อแตกท่วมตัว จนสุดท้ายหมดสติไป พอเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงก็พบว่าไม่หายใจ หัวใจและปอดได้หยุดทำงานแล้ว แต่เคราะห์ดีหลังจากทำการช็อกไฟฟ้าหัวใจ 2 ครั้ง เค้ากลับมาหายใจ และหัวใจก็กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังจากที่คุณหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียดก็พบว่า สาเหตุของการหมดสตินั้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันหรือว่าหัวใจวายนั่นเอง

แล้วโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันคืออะไร

     โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันหรือหัวใจวาย เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัวหรือมีไขมันเกาะที่ผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ปริมาณเลือดแดงผ่านได้น้อย ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง จนนำไปสู่การหมดสติและเสียชีวิตได้ในที่สุด

     กล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นภาวะขั้นสุดท้ายของการที่หลอดเลือดแดงโคโรนารีอุดตัน หรือมีการหดตัวอย่างรุนแรงและเป็นเวลานาน ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเสียหายอย่างถาวร เนื่องจากมีจากการขาดออกซิเจนและสารอาหารอย่างรุนแรง เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อหัวใจที่ตายจะหยุดทำงาน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตตั้งแต่แรกจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Ventricular fibrillation) หรืออาจเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายในเวลาต่อมาก็ได้ กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตทันทีสูงถึง  60% โดยมีสาเหตุมาจากการนำไฟฟ้าที่ผิดปกติ จนส่งผลให้หัวใจ เต้นผิดจังหวะ อย่างไรก็ตามหากมีการใช้ไฟฟ้าช็อกหัวใจให้กลับมาเต้นปกติร่วมไปกับการปั๊มหัวใจ และช่วยการหายใจอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้ในขั้นต้นแต่ถ้าผู้ป่วยหมดสติและไม่ได้รับการช่วยชีวิตภายใน 6 นาที สมองจะขาดเลือด ถึงเวลานั้นแม้จะช่วยชีวิตกลับมาได้ ก็จะเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงนิทราตลอดไป

     คุณหมอจางฝากมาเตือนว่า อย่าคิดว่าโรคนี้จะกำเริบในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น อันที่จริงภาวะนี้สามารถกำเริบในฤดูร้อนได้ด้วย สำหรับสาเหตุที่ทำไมคนถึงคิดว่าโรคนี้กำเริบได้ในฤดูหนาวเท่านั้น นั่นก็เป็นเพราะว่า เวลาอากาศหนาว คนมักจะหลบหนาวอยู่ในที่ที่มีอากาศอุ่นๆ เมื่อออกมาสัมผัสกับอากาศเย็นข้างนอก ความแตกต่างของอุณหภูมินี้จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดมีการหดตัวอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันความดันโลหิตก็เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ไขมันที่เกาะเส้นเลือดหลุดออกและเกิดการอุดตันจนกล้ามเนื้อหัวใจตายได้

แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า ตัวเองมีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันหรือไม่ 

     คุณหมอจางเปิดเผยว่า สำหรับบางคนพอแสดงอาการก็อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว บางคนมีปัญหาด้านหลอดเลือดหัวใจมานานแต่ก็ไม่รู้ตัวเนื่องจากไม่ได้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ดังนั้นวิธีที่จะทำให้เรารู้ตัวก็คือต้องหมั่นตรวจสุขภาพ คุณหมอแนะนำว่าคนสุขภาพดีก็ต้องตรวจร่างกายเพื่อยืนยัน ถ้าอายุ 30 ปีขึ้นไปแนะนำให้ตรวจสุขภาพทุกๆ 5 ปี แต่สำหรับผู้ที่อายุเกิน 40 ปีต้องตรวจอย่างน้อย 3 ปีครั้ง ทั้งนี้คุณก็อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ หากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือสัญญาณดังต่อไปนี้

1. สูบบุหรี่

2. มีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้

3. มีน้ำหนักตัวมาก

4. มีค่าความดันเลือดสูง

5. มีค่าไขมันในเลือดสูง

6. มีค่าน้ำตาลในเลือดสูง

7. เพศชายอายุ 40 ปีขึ้นไป

8. เพศหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป

9. มักมีอาการหายใจติดขัด

10. ปวดหรือแน่นหน้าอก

11. ปวดท้องเป็นครั้งคราว 

ทั้งนี้ หากคุณมีอาการหรือพฤติกรรมข้างต้น แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอตรวจและรักษา ก่อนที่มันจะสายจนเกินไป

 

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ไลฟ์สไตล์By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, ปุณรัศมิ์ ชาญชัยเมธฯ, แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, มนภรณ์ ไชยวุฒิ, Rti