ที่นี่ไต้หวัน

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 18 ก.พ.2568


Listen Later

   ต่อกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นจะเข้าใกล้การผลิตปลาไหลผสมเทียมในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เลี่ยวจวิ้นถิง(廖峻廷) ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทลี่เซิง(利生生-AQUAMARINE GREEN BIOTECH CO., LTD.) ซึ่งตั้งอยู่ในสวนเทคโนโลยีการเกษตรของกระทรวงเกษตรในเมืองผิงตง กล่าวด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของไต้หวันที่จะพัฒนาลูกปลาไหลผสมเทียมและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลาไหลด้วย โดยชี้ว่า ถ้าสามารถจัดการในขั้นตอนต้นน้ำได้สำเร็จ ก็จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมในขั้นปลายน้ำทั้งหมดให้ขยายตัวตามไปด้วย เขาบอกว่า"นี่คือธุรกิจที่เผาเงินจำนวนมาก" ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาไหลญี่ปุ่นในระบบผสมเทียม 

บ. AQUAMARINE GREEN BIOTECH

   มีคำถามว่า 10 ปีถือว่ายาวหรือสั้น? ก็ต้องบอกว่า ถ้าเทียบกับญี่ปุ่น ย้อนกลับไปในปี 1973 ญี่ปุ่นสามารถผลิตไข่ปลาไหลที่ได้รับการปฏิสนธิเป็นครั้งแรก และใช้เวลาอีก 29 ปี จนในปี 2002 สามารถเลี้ยงตัวอ่อนไปจนถึงระยะ "ปลาไหลใส" (Glass Eel) และในปี 2010 จึงประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาไหลเทียมจนสามารถเลี้ยงจนโตเต็มวัยได้ครบวงจร และขณะนี้ยังคงเดินหน้าเพื่อลดต้นทุนระยะปลาไหลใสต่อไป ส่วนบริษัทหลี่เซิงที่ก่อตั้งในปี 2013 ยังคงเดินหน้าต่อไปเช่นกัน โดยในปี 2024 สามารถเพาะพันธุ์ลูกปลาไหลผสมเทียมตัวแรกของไต้หวันสำเร็จ และตั้งเป้าลดต้นทุนและผลิตลูกปลาไหลในเชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคตด้วย

   สำหรับญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมา ได้พัฒนาวิธีการที่ทำให้ต้นทุนการเพาะพันธุ์ลูกปลาไหลอยู่ที่ 1,800 เยนต่อตัว แต่หากต้องการทำกำไร ต้นทุนจะต้องลดลงเหลือต่ำกว่า 200 เยน  คุณเลี่ยวจวิ้นถิง บอกว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปริมาณการจับลูกปลาไหลในธรรมชาติลดลง ทำให้ราคาลูกปลาไหลอยู่ที่ประมาณ 600 เยนต่อตัว และในช่วงที่จับได้มาก ราคาจะลดลงเหลือเพียง 100 เยนต่อตัว ดังนั้นเป้าหมายระยะยาวของบริษัทลี่เซิงคือการลดต้นทุนให้ต่ำกว่า 100 เยนต่อตัว เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืน เพราะว่าคุณไม่สามารถตั้งสมมติฐานได้ว่าลูกปลาไหลจะขายได้เฉพาะช่วงที่ราคาสูงเท่านั้น แต่หากสามารถลดต้นทุนให้ต่ำกว่า 200 เยนต่อตัวได้ก่อน บริษัทลี่เซิงก็พร้อมจะเริ่มการผลิตลูกปลาไหลในปริมาณมากทันที
   คุณเลี่ยวจวิ้นถิง อดีตเคยเป็นวิศวกรระดับแนวหน้า เคยทำงานกับ เรียลเทก เซมิคอนดักเตอร์(Realtek Semiconductor) ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิปที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน รวมถึงเคยร่วมงานกับ Actions Semiconductor(炬力)บริษัทในประเทศจีนที่ถือหุ้นใหญ่โดยตระกูลเย่ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ Realtek เขายังมีส่วนร่วมในสิทธิบัตรหลายรายการและการบริหารบริษัท และปัจจุบันผู้ถือหุ้นหลักของลี่เซิงส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

คุณเลี่ยวจวิ้นถิง  ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทลี่เซิง

   คุณเลี่ยวจวิ้นถิง ได้เล่าถึงช่วงเวลาทำงานใน Realtek ว่า เขาเป็นผู้ออกแบบชิปสำหรับเครื่องอ่านการ์ด (Card Reader) และนำทีมจนทำให้ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง โดยใช้เวลาเกือบ 10 ปี โดย 8 ปีแรกมุ่งเน้นแต่การวิจัยและพัฒนา ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทำให้เขาและผู้ถือหุ้นยอมรับการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล โดยหวังว่าการวิจัยและพัฒนาจะนำไปสู่ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีและความได้เปรียบในตลาด หลังจากทำงานกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ถึงสองแห่ง เขาตัดสินใจเกษียณก่อนวัยในช่วงอายุ 40 กว่าๆ เพื่อพิจารณาทิศทางการสร้างธุรกิจใหม่ เขาบอกว่า เมื่อ 10 ปีก่อน มองว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวันจะแข็งแกร่งต่อไป เขาและหุ้นส่วนจึงต้องการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงและสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจไต้หวัน นอกเหนือจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคม

   เขาบอกว่า สิ่งที่เหมาะสมสำหรับไต้หวันในการลงทุนคืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ เมื่อรวมกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จะสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด และเชื่อว่าแนวโน้มเป็นเช่นนี้ และตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง ซึ่งก่อนก่อตั้งบริษัทหลี่เซิง เขาและทีมงานใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการวิจัยและสำรวจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพในด้านยาและสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ พวกเขามองว่าการพัฒนายาใหม่ใช้เวลานานเกินไป ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งนักลงทุนจำนวนน้อยไม่สามารถรองรับได้ ขณะที่อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์มีบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติหลายแห่งครอบครองทั้งเทคโนโลยีและเงินทุน ทำให้การแข่งขันยากมาก และการวิจัยเกี่ยวกับสัตว์บกในหลายประเทศค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งไต้หวันก็มีพัฒนาการที่ดีเช่นกัน ดังนั้น พวกเขาจึงหันไปให้ความสนใจกับสัตว์น้ำแทน

ปลาไหลสายพันธุ์ญี่ปุ่น

   คุณเลี่ยวจวิ้นถิง กำหนดเกณฑ์สำคัญสองข้อสำหรับการลงทุน ได้แก่ ตลาดต้องใหญ่พอ และต้องมีอุปสรรคในการเข้าถึงสูงพอ อุปสรรคที่สูงช่วยลดการแข่งขันเกินควร ในขณะที่อุตสาหกรรมการประกอบและผลิตอิเล็กทรอนิกส์มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ เพราะอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมค่อนข้างต่ำ ทำให้มีคู่แข่งจำนวนมาก ส่วนตลาดที่ใหญ่ หมายถึงโอกาสในการสร้างมูลค่าที่สูง เขาบอกว่า ตลาดปลาน้ำจืดส่วนใหญ่เป็นตลาดระดับภูมิภาค ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วถูกตัดออกไป ยกเว้นปลาน้ำจืดบางชนิดที่อาจพัฒนาเป็นธุรกิจข้ามชาติ เช่น ปลาไนล์ทิลาเปีย หรือปลานิลไต้หวัน ซึ่งอุตสาหกรรมนี้มีการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้ว หากเปรียบเทียบกับปลาน้ำจืด สัตว์น้ำในทะเลมีหลายชนิดที่สามารถตอบสนองตลาดสากลได้ เขาตั้งคำถามว่า ตลาดปลาทูน่าและปลาแซลมอนใหญ่ไหม? เขาตอบว่า “ใหญ่มาก” แล้วล็อบสเตอร์มีตลาดขนาดใหญ่ไหม? เขาตอบว่า “มี” ส่วนปลาไหลก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นปลาน้ำจืด แต่แท้จริงแล้วเป็นปลาที่อพยพไปเติบโตในทะเล ดังนั้น การเพาะพันธุ์ปลาไหลด้วยการผสมเทียมจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของไต้หวัน ซึ่งเป็นการเดินตามรอยความสำเร็จของญี่ปุ่นในการพัฒนาธุรกิจสัตว์น้ำขั้นสูง

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ที่นี่ไต้หวันBy รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti