
Sign up to save your podcasts
Or


หัวไชเท้า เป็นพืชฤดูหนาวที่มีคุณค่าทางอาหารสูง หัวไชเท้าในหน้าหนาวในไต้หวันทั้งหาง่ายและรสชาติดี มื้อเช้าอาจจะกินขนมผักกาด (ไชเถ่าก้วยทอด) มื้อว่างอาจเลือกกินขนมเปี๊ยะไส้หัวไชเท้าซอย ส่วนมื้อเย็นอาจจะปิดท้ายด้วยซุปร้อนๆ จากหัวไชเท้า แถมวันหยุดยังสนุกกับการออกไปเก็บหัวไชเท้าได้อีก นอกจากนี้ หัวไชเท้ายังนำมารังสรรค์เมนูอื่นได้มากมาย เช่น โอเด้ง หม้อไฟ ฯลฯ นอกจากหัวไชเท้าสีขาวที่เราคุ้นเคยแล้ว ยังมีแบบสีแดง สีเขียว และสีม่วงสดใสหลากหลายอีกด้วย กินได้ทุกส่วนตั้งแต่ใต้ดินจนถึงยอดนั่นเลย อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์มักจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ "ข้อห้ามในการกินหัวไชเท้า" ซึ่งบอกว่าไม่ควรกินคู่กับส้ม แอปเปิล แครอท หรือเห็ดหูหนู
หัวไชเท้าหน้าหนาวของไต้หวันอร่อย(photo:pixabay)
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพืชผัก บอกว่า “ผิดอย่างมหันต์” ทั้งนี้มีข่าวลือมากมายในโลกออนไลน์เกี่ยวกับข้อห้ามในการกินหัวไชเท้าขาว เช่น "หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับผลไม้ที่มีความเป็นกรด" โดยอ้างว่าการผสมกันจะทำให้เกิดสารไซยาไนด์ที่อาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ และหัวไชเท้าห้ามกินคู่กับแครอท เพราะสารแอนติออกซิแดนท์ในหัวไชเท้าจะทำลายวิตามินซีในแครอท
หลินอวี้เหิง(林煜恒) นักวิจัยจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไทจง บอกว่า ผลไม้ไม่มีการแบ่งประเภทเป็นกรดหรือด่างในเชิงวิทยาศาสตร์ การกล่าวว่าผลไม้ที่เป็นกรดจะทำปฏิกิริยากับหัวไชเท้าจึงไม่เป็นความจริง สารแอนติออกซิแดนท์ในหัวไชเท้าคือวิตามินซีเอง ดังนั้น การกล่าวว่าวิตามินซีในหัวไชเท้าจะทำลายวิตามินซีในแครอทนั้น "ผิดอย่างสิ้นเชิง"
เกาฮุ่ยซัน(高慧珊) หัวหน้าฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลต้าถงเมืองเกาสง อธิบายเพิ่มเติมว่า ผลไม้ไม่ได้แบ่งเป็นกรดหรือด่างในเชิงโภชนาการ แต่ในกระบวนการย่อยอาหาร ผักและผลไม้มักจะปล่อยไอออน เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยสร้างสภาวะ "ด่าง" ในร่างกาย
หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับแครอท จริงหรือไม่
หัวไชเท้าทำให้ต่อมไทรอยด์โตขึ้นจริงหรือไม่? เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องหัวไชเท้าอาจทำให้ต่อมไทรอยด์โตขึ้น โภชนาการเกาฮุ่ยซัน บอกว่า หัวไชเท้าเป็นผักในกลุ่มตระกูลกะหล่ำ (Cruciferous vegetables) มักมีสารประกอบไซยาโนเจนที่อาจยับยั้งการดูดซึมไอโอดีน ซึ่งในกรณีที่คนขาดไอโอดีนและบริโภคผักในกลุ่มนี้ในปริมาณมากและเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดอาการบวมโตของต่อมไทรอยด์ได้ อย่างไรก็ตาม เธอเน้นว่า ในไต้หวันมีการเติมไอโอดีนในเกลือปรุงอาหาร อีกทั้งร่างกายต้องอยู่ในภาวะขาดไอโอดีนอย่างหนักและบริโภคผักตระกูลกะหล่ำในปริมาณมหาศาล จึงจะเกิดอาการนี้ขึ้น ดังนั้น การบริโภคหัวไชเท้าในปริมาณปกติแทบไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ต่อมไทรอยด์โตขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือในโลกออนไลน์ว่า "หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับเห็ดหูหนู" เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือโรคผิวหนัง รวมถึง "ห้ามกินหัวไชเท้าขาวคู่กับโสม" เพราะจะลดประสิทธิภาพของโสม
หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับโสม จริงหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีห้ามกินหัวไชเท้าคู่กับโสมจริงหรือ? หลินหย่าเอิน บอกว่า ความเชื่อที่ว่าการกินหัวไชเท้าขาวกับโสมจะลดประสิทธิภาพของโสมอาจมาจากมุมมองของแพทย์แผนจีน แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวไชเท้าขาวไม่สามารถกินคู่กับโสมได้ในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม การบริโภคมากเกินไปอาจทำให้แน่นท้อง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาลำไส้ควรระมัดระวัง บางคนอาจรู้สึกแน่นท้องหรือมีอาการไม่สบายหลังจากกินหัวไชเท้าขาว เนื่องจากการบริโภคหัวไชเท้าในปริมาณมากในครั้งเดียวอาจกระตุ้นการผลิตก๊าซในลำไส้ เนื่องจากใยอาหารช่วยเพิ่มกิจกรรมของจุลินทรีย์ในลำไส้ แต่ถ้าบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมตามสภาพร่างกาย หัวไชเท้าขาวไม่มีข้อจำกัดในการบริโภคเป็นพิเศษ
โหยวเหว่ยหมิง ชี้ว่า หัวไชเท้ามีใยอาหารสูง และหากกินแบบดิบ จะมีสารเคมีที่อาจกระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้มากขึ้น ดังนั้น ควรบริโภคหัวไชเท้าในปริมาณที่เหมาะสม และแนะนำให้ปรุงก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการลำไส้แปรปรวนหรือลำไส้ไวต่อสิ่งกระตุ้น ควรควบคุมปริมาณการบริโภคเพื่อหลีกเลี่ยงอาการไม่สบาย เช่น ท้องเสีย อย่างไรก็ตาม หัวไชเท้าอุดมด้วยใยอาหาร วิตามิน แคลเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยในการเผาผลาญและต่อต้านอนุมูลอิสระ และหัวไชเท้าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวมีรสหวานและสารที่ทำให้เผ็ดร้อนลดลง ทำให้เป็นช่วงที่หัวไชเท้ามีคุณภาพและรสชาติที่ดีที่สุด
By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiหัวไชเท้า เป็นพืชฤดูหนาวที่มีคุณค่าทางอาหารสูง หัวไชเท้าในหน้าหนาวในไต้หวันทั้งหาง่ายและรสชาติดี มื้อเช้าอาจจะกินขนมผักกาด (ไชเถ่าก้วยทอด) มื้อว่างอาจเลือกกินขนมเปี๊ยะไส้หัวไชเท้าซอย ส่วนมื้อเย็นอาจจะปิดท้ายด้วยซุปร้อนๆ จากหัวไชเท้า แถมวันหยุดยังสนุกกับการออกไปเก็บหัวไชเท้าได้อีก นอกจากนี้ หัวไชเท้ายังนำมารังสรรค์เมนูอื่นได้มากมาย เช่น โอเด้ง หม้อไฟ ฯลฯ นอกจากหัวไชเท้าสีขาวที่เราคุ้นเคยแล้ว ยังมีแบบสีแดง สีเขียว และสีม่วงสดใสหลากหลายอีกด้วย กินได้ทุกส่วนตั้งแต่ใต้ดินจนถึงยอดนั่นเลย อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์มักจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ "ข้อห้ามในการกินหัวไชเท้า" ซึ่งบอกว่าไม่ควรกินคู่กับส้ม แอปเปิล แครอท หรือเห็ดหูหนู
หัวไชเท้าหน้าหนาวของไต้หวันอร่อย(photo:pixabay)
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพืชผัก บอกว่า “ผิดอย่างมหันต์” ทั้งนี้มีข่าวลือมากมายในโลกออนไลน์เกี่ยวกับข้อห้ามในการกินหัวไชเท้าขาว เช่น "หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับผลไม้ที่มีความเป็นกรด" โดยอ้างว่าการผสมกันจะทำให้เกิดสารไซยาไนด์ที่อาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ และหัวไชเท้าห้ามกินคู่กับแครอท เพราะสารแอนติออกซิแดนท์ในหัวไชเท้าจะทำลายวิตามินซีในแครอท
หลินอวี้เหิง(林煜恒) นักวิจัยจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไทจง บอกว่า ผลไม้ไม่มีการแบ่งประเภทเป็นกรดหรือด่างในเชิงวิทยาศาสตร์ การกล่าวว่าผลไม้ที่เป็นกรดจะทำปฏิกิริยากับหัวไชเท้าจึงไม่เป็นความจริง สารแอนติออกซิแดนท์ในหัวไชเท้าคือวิตามินซีเอง ดังนั้น การกล่าวว่าวิตามินซีในหัวไชเท้าจะทำลายวิตามินซีในแครอทนั้น "ผิดอย่างสิ้นเชิง"
เกาฮุ่ยซัน(高慧珊) หัวหน้าฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลต้าถงเมืองเกาสง อธิบายเพิ่มเติมว่า ผลไม้ไม่ได้แบ่งเป็นกรดหรือด่างในเชิงโภชนาการ แต่ในกระบวนการย่อยอาหาร ผักและผลไม้มักจะปล่อยไอออน เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยสร้างสภาวะ "ด่าง" ในร่างกาย
หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับแครอท จริงหรือไม่
หัวไชเท้าทำให้ต่อมไทรอยด์โตขึ้นจริงหรือไม่? เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องหัวไชเท้าอาจทำให้ต่อมไทรอยด์โตขึ้น โภชนาการเกาฮุ่ยซัน บอกว่า หัวไชเท้าเป็นผักในกลุ่มตระกูลกะหล่ำ (Cruciferous vegetables) มักมีสารประกอบไซยาโนเจนที่อาจยับยั้งการดูดซึมไอโอดีน ซึ่งในกรณีที่คนขาดไอโอดีนและบริโภคผักในกลุ่มนี้ในปริมาณมากและเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดอาการบวมโตของต่อมไทรอยด์ได้ อย่างไรก็ตาม เธอเน้นว่า ในไต้หวันมีการเติมไอโอดีนในเกลือปรุงอาหาร อีกทั้งร่างกายต้องอยู่ในภาวะขาดไอโอดีนอย่างหนักและบริโภคผักตระกูลกะหล่ำในปริมาณมหาศาล จึงจะเกิดอาการนี้ขึ้น ดังนั้น การบริโภคหัวไชเท้าในปริมาณปกติแทบไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ต่อมไทรอยด์โตขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือในโลกออนไลน์ว่า "หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับเห็ดหูหนู" เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือโรคผิวหนัง รวมถึง "ห้ามกินหัวไชเท้าขาวคู่กับโสม" เพราะจะลดประสิทธิภาพของโสม
หัวไชเท้าห้ามกินคู่กับโสม จริงหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีห้ามกินหัวไชเท้าคู่กับโสมจริงหรือ? หลินหย่าเอิน บอกว่า ความเชื่อที่ว่าการกินหัวไชเท้าขาวกับโสมจะลดประสิทธิภาพของโสมอาจมาจากมุมมองของแพทย์แผนจีน แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวไชเท้าขาวไม่สามารถกินคู่กับโสมได้ในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม การบริโภคมากเกินไปอาจทำให้แน่นท้อง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาลำไส้ควรระมัดระวัง บางคนอาจรู้สึกแน่นท้องหรือมีอาการไม่สบายหลังจากกินหัวไชเท้าขาว เนื่องจากการบริโภคหัวไชเท้าในปริมาณมากในครั้งเดียวอาจกระตุ้นการผลิตก๊าซในลำไส้ เนื่องจากใยอาหารช่วยเพิ่มกิจกรรมของจุลินทรีย์ในลำไส้ แต่ถ้าบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมตามสภาพร่างกาย หัวไชเท้าขาวไม่มีข้อจำกัดในการบริโภคเป็นพิเศษ
โหยวเหว่ยหมิง ชี้ว่า หัวไชเท้ามีใยอาหารสูง และหากกินแบบดิบ จะมีสารเคมีที่อาจกระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้มากขึ้น ดังนั้น ควรบริโภคหัวไชเท้าในปริมาณที่เหมาะสม และแนะนำให้ปรุงก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการลำไส้แปรปรวนหรือลำไส้ไวต่อสิ่งกระตุ้น ควรควบคุมปริมาณการบริโภคเพื่อหลีกเลี่ยงอาการไม่สบาย เช่น ท้องเสีย อย่างไรก็ตาม หัวไชเท้าอุดมด้วยใยอาหาร วิตามิน แคลเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยในการเผาผลาญและต่อต้านอนุมูลอิสระ และหัวไชเท้าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวมีรสหวานและสารที่ทำให้เผ็ดร้อนลดลง ทำให้เป็นช่วงที่หัวไชเท้ามีคุณภาพและรสชาติที่ดีที่สุด