
Sign up to save your podcasts
Or


ไต้หวันใช้เวลา 13 ปี ผ่านนักวิจัยพัฒนา 5 คน ได้พุทราสายพันธุ์ใหม่ “เสวี่ยลี่雪麗(Shirley)” หวานกรอบ อร่อย ฉ่ำน้ำ เหมาะเป็นของขวัญวันตรุษจีนและส่งขายต่างประเทศ
ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลของพุทราในไต้หวัน พบเห็นมีขายตามท้องตลาด ร้านผลไม้ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ล้วนเป็นพุทราหวาน กรอบ อร่อย มีสีเขียวสดใสคล้ายแอปเปิลขนาดย่อม ใครก็ตามที่อยู่ในไต้หวันคงได้ซื้อมากินกันแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้ซื้อมากินก็ลองซื้อมาชิมดู รับรองว่าต้องติดใจกับความหวานกรอบอร่อยของพุทราแน่นอนเลย แต่ละปีสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไต้หวันประมาณ 2,100 ล้านเหรียญไต้หวัน เป็นผลไม้ที่สำคัญในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเอาไปเป็นของขวัญส่งมอบให้กับญาติสนิทมิตรสหายหรือเซ่นไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษก็เหมาะมาก เพราะว่ารูปลักษณ์สวย อร่อย ถูกปากผู้บริโภค แต่ว่าพุทราที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จะออกผลผลิตมากในช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน และถ้าขายช่วงหลังตรุษจีนไปแล้วราคาของพุทราจะตกลงมาครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นล่าสุดในวันที่ 20 มกราคม 2564 สถาบันวิจัยทางการเกษตร คณะกรรมการการเกษตรได้เปิดตัวพุทราสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องบอกว่าอร่อยที่สุดในบรรดาสายพันธุ์พุทราที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ “พุทราเสวี่ยลี่-雪麗(Shirley)” มีชื่อทางการว่า “ไถหนงหมายเลข 13 ” ซึ่งใช้เวลานานถึง 13 ปีในการปรับปรุงพันธุ์ และผ่านนักวิจัยพัฒนานำไปเพาะปลูกถึง 5 คน จึงประสบความสำเร็จได้พุทราสายพันธุ์ที่สามารถปลูกออกมาขายสู่ท้องตลาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เก็บรักษาไว้ได้นาน มีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย แค่ผลสุกประมาณ 70% ก็จะมีความหวานมากกว่า 14 บริกซ์แล้ว แม้จะหวานมากแต่ก็ไม่หวานเลี่ยนเพราะว่ามีความเปรี้ยวในสัดส่วนที่เหมาะสม เนื้อพุทรากรอบไม่มีรสฝาด ฉ่ำน้ำ เนื้อละเอียด มีน้ำหนักประมาณ 150 กรัม/ผล หากเปรียบเทียบกับพุทราสายพันธุ์จงเยี่ย(中葉) ที่มีความหวาน 12 บริกซ์และปัจจุบันครองสัดส่วนตลาด 70 % ถือว่าเลิศกว่าเยอะเลยทีเดียว
พุทราหวานสายพันธุ์จงเยี่ย-中葉 (ซ้ายมือ)ความหวาน 12 บริกซ์ ส่วนสายพันธุ์เสวี่ยลี่-雪麗 (ขวามือ) ความหวานมากกว่า 14 บริกซ์และผลใหญ่กว่า
สำหรับราคาที่ขายในท้องตลาดขณะนี้ ถ้าเป็นพุทราสายพันธุ์จงเยี่ยซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีมากในท้องตลาดครองสัดส่วน 70% นั้น จะขายกันประมาณชั่งละ 40 เหรียญไต้หวัน( 1 ชั่งเท่ากับ 600 กรัม) แต่ว่าถ้าเป็นสายพันธุ์เสวี่ยลี่จะขายมากกว่า 60 เหรียญไต้หวัน/ชั่ง ยิ่งถ้าเป็นตลาดการประมูลผลไม้เกรดดีจะขายกันในราคามากกว่า 300 เหรียญไต้หวัน/กิโลกรัม หยางตงเจี๋ย(楊東杰) ประธานสมาคมเกษตรเกาสงบอกว่า ผลพุทราเสวี่ยลี่ขนาดใหญ่ กล่องที่บรรจุพุทราน้ำหนัก 3 กิโลกรัม ใส่พุทรา 10-12 ผล จะขายได้ราคา 1,500-2,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งเท่ากับว่ามีราคาประมาณ 150 เหรียญไต้หวัน/ผล นายหยางยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ พุทราไต้หวันก็ส่งไปขายที่สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง มาเก๊าและแคนาดา ล้วนได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูง และในสัปดาห์ถัดไปจะทดลองส่งไปขายที่ประเทศเนเธอแลนด์น้ำหนัก 250 กิโลกรัมเพื่อดูว่าผู้บริโภคชื่นชอบหรือไม่
พุทราเสวี่ยลี่น้ำหนักประมาณ 150 กรัม/ผล ขนาดลูกแอปเปิล
พุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่นี้ ไม่เพีงแต่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคที่ดีแล้ว กิ่งและลำต้นของพุทราก็ยังแข็งแรง และที่สำคัญกิ่งก้านมีหนามสั้นและน้อย เวลาเก็บผลก็สะดวก อีกทั้งกิ่งก้านแข็งแรง หลังจากที่ติดผลแล้วจะไม่หักง่าย และทนต่อลมพัดที่แรง แม้ถูกลมพัดแรงแต่ก็ฟื้นคืนสภาพได้เร็ว เหมาะต่อการเพาะปลูก เกษตรกรดูแลง่าย กัวจั่นหง(郭展宏) ผู้ช่วยนักวิจัยพัฒนาสาขาย่อยของสถานีปรับปรุงพันธุ์ฟ่งซานเมืองเกาสงบอกว่า ช่วงเวลาที่สถานีปรับปรุงพันธุ์ทดลองปลูกเป็นเวลา 6-7 ปี แม้จะเจออากาศหนาวเย็น แต่ผลผลิตของพุทราเสวี่ยลี่ก็ยังคงที่ ผลพุทราไม่สุกในช่วงเวลาที่พร้อมกัน เกษตรกรค่อยๆ เก็บเกี่ยวผลผลิตตามความเหมาะสม นอกจากนี้ นายหูจิ้นเฉิง(胡進成) เกษตรกรผู้ปลูกพุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่ยังบอกว่า โดยปกติแล้ว เวลาที่พุทราออกผลมากเกินไป คุณภาพของผลพุทราก็จะด้อยลง แต่สำหรับพุทราเสวี่ยลี่แล้ว เนื่องจากต้นและกิ่งก้านแข็งแรง แม้จะออกผลเยอะ แต่คุณภาพของผลก็ไม่ได้แย่ลง ปริมาณการผลิตสูงถึง 80% หากเปรียบเทียบกับพุทราสายพันธุ์เจินอ้าย(珍愛)แล้ว พุทราเจินอ้าย 1 ต้นจะให้ผลผลิตประมาณ 120 กก./ปี แต่ถ้าเป็นพุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่จะให้ผลผลิตประมาณ 180-240 กก./ปี ถือว่าผลผลิตของพุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่สูงกว่ามากเลยทีเดียว และนอกจากนี้ ยังไม่มีปัญหาว่าผิวของพุทราจะเปลี่ยนเป็นลายจุดสีน้ำตาลที่อาจทำให้ผู้บริโภคไม่อยากซื้อด้วย สวีหมิ่นจี้(徐敏記) ผู้ช่วยนักวิจัยพัฒนาสถานีปรับปรุงพันธุ์เขตกวนซีบอกว่า จากการทดลองการส่งออกพุทราเสวี่ยลี่ไปตะวันออกกลาง แคนาดา สามารถขนส่งทางเรือที่เก็บรักษาในอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียสได้นานประมาณ 3 สัปดาห์ ก็ไม่ส่งผลต่อคุณภาพของพุทรา แต่ถ้าส่งพุทราเสวี่ยลี่ไปขาสถาบันวิจัยทางการเกษตรยที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 1 องศาเซลเซียสนานถึง 14 วัน จากนั้นผ่านการตรวจโรคของหน่วยงานญี่ปุ่น แล้วค่อยขนส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 วัน คุณภาพของพุทราก็ไม่เปลี่ยน เช่นเดียวกัน ดังนั้นสรุปได้ว่า พุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่เหมาะในการส่งออกไปขายต่างประเทศมาก
กิ่งก้านพุทราเสวี่ยลี่แข็งแรง มีหนามสั้นและน้อย
พุทรา ภาษาจีนเรียกว่า “จ่าว棗” หรือ “จ่าวจื่อ棗子” แต่เนื่องจากมีความหวานดุจน้ำผึ้งก็เลยเรียกพุทราว่า “มี่จ่าว-蜜棗” คำว่า “มี่蜜” ก็แปลว่าหวานแบบน้ำผึ้ง ส่วนคำว่า “จ่าว”ก็แปลว่าพุทรา เพราะฉะนั้นมี่จ่าวก็คือพุทราหวานนั่นเอง และมี่จ่าวก็เป็นสายพันธุ์หนึ่งของพุทราไต้หวันด้วย ทั้งนี้ ไต้หวันเองก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ของพุทรามากมาย นอกจากสายพันธุ์มี่จ่าวแล้ว ก็ยังมีจูเป่า เจินอ้าย เจินมี่ เสวี่ยมี่ จงเยี่ย ซานมู่ เป็นต้น ต้องบอกว่าไต้หวันมีการพัฒนาสายพันธุ์พุทราหลากหลายชนิดมาก ที่มีชื่อเสียงก็เกินกว่า 20 สายพันธุ์แล้ว พุทราเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มากคุณค่า มีเส้นใยอาหารสูง กินแล้วให้ความรู้สึกอิ่มเร็ว ช่วยระบบขับถ่าย มีแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามินซีสูง สำหรับวิตามินซีแล้วจะสูงกว่าสาลี 9 เท่า และสูงกว่าแอปเปิล 20 เท่า
สวนพุทราเสวี่ยลี่
By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rtiไต้หวันใช้เวลา 13 ปี ผ่านนักวิจัยพัฒนา 5 คน ได้พุทราสายพันธุ์ใหม่ “เสวี่ยลี่雪麗(Shirley)” หวานกรอบ อร่อย ฉ่ำน้ำ เหมาะเป็นของขวัญวันตรุษจีนและส่งขายต่างประเทศ
ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลของพุทราในไต้หวัน พบเห็นมีขายตามท้องตลาด ร้านผลไม้ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ล้วนเป็นพุทราหวาน กรอบ อร่อย มีสีเขียวสดใสคล้ายแอปเปิลขนาดย่อม ใครก็ตามที่อยู่ในไต้หวันคงได้ซื้อมากินกันแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้ซื้อมากินก็ลองซื้อมาชิมดู รับรองว่าต้องติดใจกับความหวานกรอบอร่อยของพุทราแน่นอนเลย แต่ละปีสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไต้หวันประมาณ 2,100 ล้านเหรียญไต้หวัน เป็นผลไม้ที่สำคัญในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเอาไปเป็นของขวัญส่งมอบให้กับญาติสนิทมิตรสหายหรือเซ่นไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษก็เหมาะมาก เพราะว่ารูปลักษณ์สวย อร่อย ถูกปากผู้บริโภค แต่ว่าพุทราที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จะออกผลผลิตมากในช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน และถ้าขายช่วงหลังตรุษจีนไปแล้วราคาของพุทราจะตกลงมาครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นล่าสุดในวันที่ 20 มกราคม 2564 สถาบันวิจัยทางการเกษตร คณะกรรมการการเกษตรได้เปิดตัวพุทราสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องบอกว่าอร่อยที่สุดในบรรดาสายพันธุ์พุทราที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ “พุทราเสวี่ยลี่-雪麗(Shirley)” มีชื่อทางการว่า “ไถหนงหมายเลข 13 ” ซึ่งใช้เวลานานถึง 13 ปีในการปรับปรุงพันธุ์ และผ่านนักวิจัยพัฒนานำไปเพาะปลูกถึง 5 คน จึงประสบความสำเร็จได้พุทราสายพันธุ์ที่สามารถปลูกออกมาขายสู่ท้องตลาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เก็บรักษาไว้ได้นาน มีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย แค่ผลสุกประมาณ 70% ก็จะมีความหวานมากกว่า 14 บริกซ์แล้ว แม้จะหวานมากแต่ก็ไม่หวานเลี่ยนเพราะว่ามีความเปรี้ยวในสัดส่วนที่เหมาะสม เนื้อพุทรากรอบไม่มีรสฝาด ฉ่ำน้ำ เนื้อละเอียด มีน้ำหนักประมาณ 150 กรัม/ผล หากเปรียบเทียบกับพุทราสายพันธุ์จงเยี่ย(中葉) ที่มีความหวาน 12 บริกซ์และปัจจุบันครองสัดส่วนตลาด 70 % ถือว่าเลิศกว่าเยอะเลยทีเดียว
พุทราหวานสายพันธุ์จงเยี่ย-中葉 (ซ้ายมือ)ความหวาน 12 บริกซ์ ส่วนสายพันธุ์เสวี่ยลี่-雪麗 (ขวามือ) ความหวานมากกว่า 14 บริกซ์และผลใหญ่กว่า
สำหรับราคาที่ขายในท้องตลาดขณะนี้ ถ้าเป็นพุทราสายพันธุ์จงเยี่ยซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีมากในท้องตลาดครองสัดส่วน 70% นั้น จะขายกันประมาณชั่งละ 40 เหรียญไต้หวัน( 1 ชั่งเท่ากับ 600 กรัม) แต่ว่าถ้าเป็นสายพันธุ์เสวี่ยลี่จะขายมากกว่า 60 เหรียญไต้หวัน/ชั่ง ยิ่งถ้าเป็นตลาดการประมูลผลไม้เกรดดีจะขายกันในราคามากกว่า 300 เหรียญไต้หวัน/กิโลกรัม หยางตงเจี๋ย(楊東杰) ประธานสมาคมเกษตรเกาสงบอกว่า ผลพุทราเสวี่ยลี่ขนาดใหญ่ กล่องที่บรรจุพุทราน้ำหนัก 3 กิโลกรัม ใส่พุทรา 10-12 ผล จะขายได้ราคา 1,500-2,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งเท่ากับว่ามีราคาประมาณ 150 เหรียญไต้หวัน/ผล นายหยางยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ พุทราไต้หวันก็ส่งไปขายที่สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง มาเก๊าและแคนาดา ล้วนได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูง และในสัปดาห์ถัดไปจะทดลองส่งไปขายที่ประเทศเนเธอแลนด์น้ำหนัก 250 กิโลกรัมเพื่อดูว่าผู้บริโภคชื่นชอบหรือไม่
พุทราเสวี่ยลี่น้ำหนักประมาณ 150 กรัม/ผล ขนาดลูกแอปเปิล
พุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่นี้ ไม่เพีงแต่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคที่ดีแล้ว กิ่งและลำต้นของพุทราก็ยังแข็งแรง และที่สำคัญกิ่งก้านมีหนามสั้นและน้อย เวลาเก็บผลก็สะดวก อีกทั้งกิ่งก้านแข็งแรง หลังจากที่ติดผลแล้วจะไม่หักง่าย และทนต่อลมพัดที่แรง แม้ถูกลมพัดแรงแต่ก็ฟื้นคืนสภาพได้เร็ว เหมาะต่อการเพาะปลูก เกษตรกรดูแลง่าย กัวจั่นหง(郭展宏) ผู้ช่วยนักวิจัยพัฒนาสาขาย่อยของสถานีปรับปรุงพันธุ์ฟ่งซานเมืองเกาสงบอกว่า ช่วงเวลาที่สถานีปรับปรุงพันธุ์ทดลองปลูกเป็นเวลา 6-7 ปี แม้จะเจออากาศหนาวเย็น แต่ผลผลิตของพุทราเสวี่ยลี่ก็ยังคงที่ ผลพุทราไม่สุกในช่วงเวลาที่พร้อมกัน เกษตรกรค่อยๆ เก็บเกี่ยวผลผลิตตามความเหมาะสม นอกจากนี้ นายหูจิ้นเฉิง(胡進成) เกษตรกรผู้ปลูกพุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่ยังบอกว่า โดยปกติแล้ว เวลาที่พุทราออกผลมากเกินไป คุณภาพของผลพุทราก็จะด้อยลง แต่สำหรับพุทราเสวี่ยลี่แล้ว เนื่องจากต้นและกิ่งก้านแข็งแรง แม้จะออกผลเยอะ แต่คุณภาพของผลก็ไม่ได้แย่ลง ปริมาณการผลิตสูงถึง 80% หากเปรียบเทียบกับพุทราสายพันธุ์เจินอ้าย(珍愛)แล้ว พุทราเจินอ้าย 1 ต้นจะให้ผลผลิตประมาณ 120 กก./ปี แต่ถ้าเป็นพุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่จะให้ผลผลิตประมาณ 180-240 กก./ปี ถือว่าผลผลิตของพุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่สูงกว่ามากเลยทีเดียว และนอกจากนี้ ยังไม่มีปัญหาว่าผิวของพุทราจะเปลี่ยนเป็นลายจุดสีน้ำตาลที่อาจทำให้ผู้บริโภคไม่อยากซื้อด้วย สวีหมิ่นจี้(徐敏記) ผู้ช่วยนักวิจัยพัฒนาสถานีปรับปรุงพันธุ์เขตกวนซีบอกว่า จากการทดลองการส่งออกพุทราเสวี่ยลี่ไปตะวันออกกลาง แคนาดา สามารถขนส่งทางเรือที่เก็บรักษาในอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียสได้นานประมาณ 3 สัปดาห์ ก็ไม่ส่งผลต่อคุณภาพของพุทรา แต่ถ้าส่งพุทราเสวี่ยลี่ไปขาสถาบันวิจัยทางการเกษตรยที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 1 องศาเซลเซียสนานถึง 14 วัน จากนั้นผ่านการตรวจโรคของหน่วยงานญี่ปุ่น แล้วค่อยขนส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 วัน คุณภาพของพุทราก็ไม่เปลี่ยน เช่นเดียวกัน ดังนั้นสรุปได้ว่า พุทราสายพันธุ์เสวี่ยลี่เหมาะในการส่งออกไปขายต่างประเทศมาก
กิ่งก้านพุทราเสวี่ยลี่แข็งแรง มีหนามสั้นและน้อย
พุทรา ภาษาจีนเรียกว่า “จ่าว棗” หรือ “จ่าวจื่อ棗子” แต่เนื่องจากมีความหวานดุจน้ำผึ้งก็เลยเรียกพุทราว่า “มี่จ่าว-蜜棗” คำว่า “มี่蜜” ก็แปลว่าหวานแบบน้ำผึ้ง ส่วนคำว่า “จ่าว”ก็แปลว่าพุทรา เพราะฉะนั้นมี่จ่าวก็คือพุทราหวานนั่นเอง และมี่จ่าวก็เป็นสายพันธุ์หนึ่งของพุทราไต้หวันด้วย ทั้งนี้ ไต้หวันเองก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ของพุทรามากมาย นอกจากสายพันธุ์มี่จ่าวแล้ว ก็ยังมีจูเป่า เจินอ้าย เจินมี่ เสวี่ยมี่ จงเยี่ย ซานมู่ เป็นต้น ต้องบอกว่าไต้หวันมีการพัฒนาสายพันธุ์พุทราหลากหลายชนิดมาก ที่มีชื่อเสียงก็เกินกว่า 20 สายพันธุ์แล้ว พุทราเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มากคุณค่า มีเส้นใยอาหารสูง กินแล้วให้ความรู้สึกอิ่มเร็ว ช่วยระบบขับถ่าย มีแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามินซีสูง สำหรับวิตามินซีแล้วจะสูงกว่าสาลี 9 เท่า และสูงกว่าแอปเปิล 20 เท่า
สวนพุทราเสวี่ยลี่