ที่นี่ไต้หวัน

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 ก.พ.2568


Listen Later

   อย่าดูถูกเจ้าฟักทองจิ๋วเหล่านี้! ไม่ว่าจะเป็น "เสี่ยวเฮย" (小黑ฟักทองเขียวเข้ม), "เสี่ยวไป๋" (小白ฟักทองขาว), "จวี๋หวาน" (橘丸ฟักทองส้ม) และ "อวี้ฮุย" (玉輝ฟักทองเขียวอ่อน) ฟักทองพอดีมือเหล่านี้กำลังปฏิวัติโต๊ะอาหารและตลาดของขวัญ ด้วยความสะดวกในการปรุงอาหาร แถมยังจัดเป็นชุดของขวัญ 4 สีที่ดูดีมีเสน่ห์ ตอบโจทย์ครอบครัวเล็กและคนรักสุขภาพ คุณสวี่จวิ้นเจี๋ย (許竣傑) จากบริษัทโนนยู ซีด (Known-You Seed Co., Ltd.) เผยว่า ฟักทองจิ๋วเกิดจากกระแสครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการฟักทองขนาดพอเหมาะ และยังตอบโจทย์ตลาดของขวัญ ด้วยการเก็บได้นาน แถมรสชาติดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกง่ายและขายดีขึ้นทุกวัน

ฟักทองลูกเล็ก เสริมโชคลาภ

   คำว่า “จิ๋ว” สำหรับฟักทอง ก็หมายถึงฟักทองที่มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 500-600 กรัม หรือขนาดพอดีมือจับได้ อย่างไรก็ตาม คุณสวี่จวิ้นเจี๋ยได้ชี้แจงว่า คำว่าฟักทองจิ๋วนี้เป็นเพียงคำที่ใช้เรียกตามความเคยชิน ไม่ใช่คำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด และด้วยลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ ฟักทองจิ๋วจะไม่มีวันโตจนกลายเป็นฟักทองขนาดใหญ่ ในขณะที่ฟักทองใหญ่ที่ยังไม่โตเต็มที่ (baby pumpkin) ก็ไม่สามารถนำมาแทนฟักทองจิ๋วได้ เพราะยังไม่ถึงระยะที่เหมาะสมสำหรับการบริโภค

   สำหรับฟักทองสายพันธุ์ “เสี่ยวเฮย” (ฟักทองดำ) และ “เสี่ยวหง” (ฟักทองแดง) ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย เฉินเหวินอวี้(陳文郁) ผู้ก่อตั้งบริษัท โนนยู ซีด เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ในยุคนั้นฟักทองผลเล็กยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จนกระทั่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทนต่อโรคและมีคุณภาพสูงขึ้น เช่น “อวี้ฮุย” (玉輝ฟักทองเขียว), “จินฝู” (金福ฟักทองทองคำ) และ “จวี๋หวั่น” (橘丸ฟักทองส้ม) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาต่อยอดจากเสี่ยวหง(小紅) ซึ่งในบรรดาฟักทองเหล่านี้ “อวี้ฮุย” มีจุดเด่นที่ระดับความหวานสูงสุดถึง 14 °Bx ใกล้เคียงกับความหวานของมันเทศ และยังมีกลิ่นหญ้าสดที่อ่อนกว่า จึงเป็นฟักทองที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง

ฟักทองเขียวเข้มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุด

   อย่างไรก็ตาม หากต้องพูดถึงดาวเด่นแห่งฟักทองจิ๋ว “เสี่ยวเฮย小黑” ยังคงครองตำแหน่งนี้อย่างภาคภูมิ เนื่องจากผู้บริโภคในไต้หวันคุ้นเคยกับฟักทองพันธุ์สีเข้ม ซึ่งมีลักษณะเฉพาะแบบฟักทองเกาลัด เมื่อมองแล้วจะให้ความรู้สึกอร่อย อีกทั้งเสี่ยวเฮยยังมีคุณภาพที่เสถียรและเป็นที่ยอมรับในตลาดสูง นอกจากนี้ ยังได้รับความนิยมจากเกษตรกร เนื่องจากให้ผลผลิตต่อเนื่องและมีอัตราการติดผลที่ดีมาก ซึ่งกระแสความนิยมของฟักทองจิ๋วไม่ได้จำกัดแค่ในไต้หวันเท่านั้น แต่ยังเริ่มเป็นที่ชื่นชอบในตลาดต่างประเทศอีกด้วย

   เจิ้งหย่าหลิง(鄭雅玲) และสามีของเธอ คุณเซี่ยหมิงเฟิง(謝明峰) เจ้าของฟาร์ม “เซี่ยหนานกัว謝南瓜” ในตำบลโฟ่งหลิน เมืองฮัวเหลียน(花蓮鳳林) ซึ่งเป็นฟาร์มฟักทองที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ได้ปลูกฟักทองพันธุ์อาเฉิง(阿成南瓜)เพื่อจำหน่ายให้กับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Carrefour, PX Mart และ Costco มานานกว่าสิบปี โดยเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน ลูกค้าที่ว่าจ้างปลูกเริ่มมีความต้องการฟักทองจิ๋วเพิ่มขึ้น คุณเจิ้งหย่าหลิงมองว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอบโจทย์ครอบครัวขนาดเล็ก อีกทั้งผู้บริโภคในประเทศเริ่มตระหนักถึงคุณประโยชน์ของฟักทองที่ไม่แพ้มันเทศ และยังสามารถนำฟักทองจิ๋วไปย่างหรืออบซึ่งเหมาะกับเมนูสุขภาพและการลดน้ำหนัก ส่งผลให้ฟักทองจิ๋วยิ่งเป็นที่นิยม ซึ่งในปัจจุบัน พื้นที่ปลูกของฟาร์ม "เซี่ยหนานกัว" ขนาด 50 เฮกตาร์(312.5ไร่) โดย 1/3 ได้ถูกเปลี่ยนมาปลูกฟักทองจิ๋วแทน อีกทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตยังขอให้ลดขนาดของฟักทองอาเฉิงดั้งเดิมให้มีน้ำหนักไม่เกิน 1,000 กรัม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าฟักทองจิ๋วกำลังกลายเป็นสินค้าที่มีตลาดขนาดใหญ่

ฟักทองสีส้มปลูกยากที่สุด

   อู๋อิงซิ่น(吳英信) เกษตรกรในเขตเหรินอู่ นครเกาสง(高雄仁武) ที่ปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่เป็นหลัก ได้จัดสรรพื้นที่ 6 เฟิน (ประมาณ 1.5 ไร่) เพื่อปลูกฟักทองขนาดกลาง เช่น อีผิ่น(一品) และ ตงเซิง(東昇) รวมถึงฟักทองจิ๋ว เสี่ยวเฮย เล็กน้อยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยจะเก็บเกี่ยวในช่วงก่อนและหลังตรุษจีน นับเป็นรายได้โบนัสช่วงปลายปี และในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาสร้างฐานลูกค้าประจำที่มั่นคง โดยเมื่อลูกค้าสั่งซื้อมะเขือเทศเชอร์รี่แบบจัดส่งถึงบ้าน เขาจะนำฟักทองมาขายควบคู่ไปด้วย ทำให้การจำหน่ายมีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าฟักทองเสี่ยวเฮยตัวปลอมเริ่มมีมากขึ้นในตลาด เกษตรกรและผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการเลือกซื้อ

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ที่นี่ไต้หวันBy รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti