
Sign up to save your podcasts
Or


ตัวอ้วนกลม หน้าตาเป็นมิตร เข้าขากับทุกสรรพสิ่ง เหล่านี้คือข้อดีของ ‘คาปิบาร่า’ เจ้าหนูยักษ์หรือที่แฟนคลับตั้งชื่อเล่นแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะกะปิปลาร้า หมามะพร้าว หมากีวี่ แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ ใดๆ ล้วนมาจากความรักความเอ็นดูเจ้าซุป’ตาร์สายพันธุ์นี้
.
นอกเหนือจากความน่ารัก ต้องบอกว่าคาปิบาร่าคือสัตว์ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะในภาคธุรกิจสวนสัตว์ ยกตัวอย่างกรณีของสวนสัตว์เขาเขียวที่ไม่นานมานี้เพิ่งมีการจัดประกวดตั้งชื่อลูกคาปิบาร่าเกิดใหม่ 3 ตัว ที่กำลังกลายเป็นขวัญใจรายใหม่ต่อจากลูกฮิปโปหมูเด้ง หรือ Izu Shaboten Park สวนสัตว์ในเมืองอิโตะ จังหวัดชิซูโอกะ ที่โด่งดังจากภาพฝูงคาปิบาร่าแช่ในบ่อออนเซ็นท่ามกลางผลส้มยูซุลอยละล่อง
.
พอดแคสต์รายการทรัพย์คัลเจอร์ขอชวนส่งท้ายซีซั่นแรกด้วยการพาไปหาคำตอบว่า ทำไมสิ่งมีชีวิตหน้านิ่งนี้ถึงกลายเป็นขวัญใจคนทั่วทั้งโลกและสร้างมูลค่าต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างคาดไม่ถึง
หนึ่งในสถานที่สุดแมสยุคนี้ที่ไม่ว่าจะเป็นเอกซ์โทรเวิร์ตหรืออินโทรเวิร์ตต้องเคยไปเยือนสักครั้ง ย่อมต้องมี ‘คาเฟ่’ ที่จำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชา โดยเฉพาะ ‘มัทฉะ’ ที่กำลังฮิตติดลมบน หลงใหลให้กับความกลมกล่อมขมกำลังดี มิหนำซ้ำยังได้เพลิดเพลินเช็กอินถ่ายรูปอวดลงโซเชียลฯ เก๋ๆ พอหอมปากหอมคอ
.
แต่ก่อนที่คาเฟ่ร้านชาจะปรากฏขึ้นมาราวกับดอกเห็ดจนเป็นเทรนด์ดังทุกวันนี้ ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1900 กิจการร้านชาแห่งแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นบนเกาะอังกฤษในชื่อเรียกว่า ‘ห้องน้ำชา’ จากการรวมตัวของเหล่าแม่บ้านเพื่อนหญิงพลังหญิง เสิร์ฟน้ำชารสเลิศ เค้ก ขนมจุกจิกทั่วไป ถึงกระนั้นเบื้องหลังบรรยากาศสุดอบอุ่นแลกมาด้วยการต่อสู้ของสิทธิสตรี ท่ามกลางบริบทของสังคมในยุคที่อำนาจ อิสรภาพ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยช้างเท้าหน้าเป็นหลัก
.
ห้องน้ำชาในอดีตหน้าตาเป็นยังไง เหตุใดห้องน้ำชาจึงถูกยกให้เป็นกิจการสำคัญและพื้นที่ปลอดภัยของเพื่อนหญิงพลังหญิง เราขอชวนฟังเรื่องราวสุดเอมพาวเวอร์ เคล้ากลิ่นหอมหวนของชาร้อนๆ ได้ในรายการพ็อดแคสต์ทรัพย์คัลเจอร์ EP.14
ถ้าพูดถึงเครื่องมือซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลัง เข้าถึงง่าย และจับต้องได้มากที่สุด ‘มาสคอต’ น่าจะถูกพูดถึงเป็นลำดับต้นๆ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์มาสคอต ที่มี ‘คุมะมง’ เจ้าหมีขี้เล่นหน้าตายียวน ที่ถูกยกให้เป็นทูตการท่องเที่ยวและเป็นหน้าเป็นตาอยู่บนฉลากสินค้าแทบทุกชิ้นแก่จังหวัดคุมาโมโตะ หรืออย่างบ้านเราที่มี ‘ปาป้า-ทูทู่’ มาสคอตปลาทูลูกครึ่งเอเลี่ยนสุดน่ารัก แห่งเมืองแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม และกล้วยกรุงศรีที่คอยเต้นดุ๊กดิ๊กเรียกแขกตามงานอีเวนต์ต่างๆ
.
เบื้องหลังความคาวาอี้ดูไร้แก่นสารที่ของบรรดามาสคอต กลับแฝงไปด้วยหลักการที่น่าสนใจ ซึ่งสัมพันธ์ต่อทั้งแง่มุมศิลปะ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมท้องถิ่น (local culture) ที่ก่อร่างขึ้นทีละเล็กทีละน้อยนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา และที่สำคัญคือพวกมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อน่ารักไปวันๆ แต่เป็นถึง ‘ผู้กอบกู้’ ชุบชีวิตเมืองที่เคยซบเซาให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง
.
ทำไมมาสคอตถึงมีอิมแพกต์ต่อโลกได้ถึงขนาดนี้ หลักการสร้างมาสคอตจำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งใด มาสคอตตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาคือตัวอะไร เราขอชวนไปหาคำตอบได้ในพ็อดแคสต์รายการทรัพย์คัลเจอร์ EP.13
.
ป.ล.ส่วนใครที่มีเวลาว่างและอยากสัมผัสเหล่าคาแร็กเตอร์มาสคอตโดยศิลปินไทย ขอชวนไปจอยกันได้ที่งาน Character Fest Thailand 2025 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14-17 สิงหาคมนี้ ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถทำความรู้จักกับอีเวนต์ดังกล่าวได้ที่คอนเทนต์นี้น้า https://www.facebook.com/share/p/1JG3HA1g2m/
ในความเชื่อของพุทธศาสนา ‘สุรา’ ถือเป็นเครื่องดื่มมึนเมาที่ควรงดเว้นตามหลักศีลข้อที่ 5 จึงไม่แปลกใจที่วันสำคัญทางพุทธศาสนาเวียนมาคราใด ร้านสะดวกซื้อไปจนถึงร้านขายของชำประจำหมู่บ้านจะต้องติดประกาศห้ามขายสุราตัวโตๆ ในเมื่อปุถุชนคนธรรมดาควรงดเว้น ยิ่งไม่ต้องสืบว่าพระสงฆ์ผู้อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ต้องอยู่ให้ห่างจากน้ำเมาเพียงใด
.
อย่างไรก็ดี ในบริบทวัฒนธรรมของศาสนาอื่นๆ อย่างศาสนาคริสต์ เครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ เช่น ‘เบียร์’ กลับมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตในหมู่นักบุญเบเนดิกต์ ในฐานะเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน และสามารถถนอมไว้ดื่มในช่วงที่น้ำสะอาดขาดแคลน ดังนั้นเบียร์รสนุ่มละมุนลิ้น ณ ทศวรรษ 1360 จึงไม่ได้มาจากชาวบ้านรายใด แต่มาจากฝีมือบาทหลวงที่ตั้งโรงต้มและบ่มเบียร์ในรั้วอาราม จากทำดื่มเองสู่การจำหน่าย พร้อมกับเผยแพร่ความรู้เรื่องฮอปส์ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำเบียร์
.
เหตุใดการบ่มเบียร์ที่เป็นเครื่องดื่มมึนเมาจึงไม่ผิดต่อหลักศาสนาคริสต์ และความรู้เรื่องการทำเบียร์จากสาธุคุณในอดีตได้กลายมาเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมเบียร์ได้อย่างไรนั้น เราขอชวนมาล้อมวงฟังคำตอบไปพร้อมกันได้ในรายการพอร์ดแคสต์ทรัพย์คัลเจอร์ EP.12
รักจะรุ่ง การงานจะเลิศ สุขภาพจะดี แม้กระทั่งเรื่องระดับใหญ่อย่างภัยธรรมชาติที่หลายคนวิตกกังวลกัน เหล่านี้ถูกผูกโยงกับเรื่องของ ‘โหราศาสตร์’ หรือพูดให้เข้าใจง่ายหน่อยก็คือการ ‘ดูดวง’ อีกหนึ่งกิจกรรมสุดแมสที่ไม่ว่าจะเจนเอ็กซ์ เจนวาย เจนซี ไปจนถึงเบบี้บูม ล้วนต้องตรวจสอบดวงชะตาตัวเองสักหน่อยเพื่อความสบายอกสบายใจ
.
แต่ก่อนเราจะมีคอลัมน์ดูดวงบนโซเชียลฯ ของพ่อหมอแม่หมอคนดัง ย้อนกลับไปในทศวรรษที่ผ่านมาเรื่องของการดูดวงนั้นถูกผูกโยงกับอุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ ซึ่งเริ่มมาจากหนังสือพิมพ์ Sunday Express ของอังกฤษ ในปี 1930 ผ่านศาสตร์การทำนายแบบ 12 ราศี โดยนักทำนายมืออาชีพที่มีชื่อว่า ‘ริชาร์ด ฮาร์โรลด์ เนย์เลอร์’ (Richard Harold Naylor) ที่ทำนายแม่นยำโดยบังเอิญ จนบรรณาธิการในตอนนั้นต้องขอให้พ่อหมอรายนี้เปิดเป็นคอลัมน์ประจำ และกลายเป็นคอลัมน์ที่แมสถึงขั้นขีดเส้นใต้ห้ามหยุดพัก
.
ทำไมคอลัมน์ดูดวงของหนังสือพิมพ์ Sunday Express ถึงกลายเป็นรากฐานและมาตรฐานของการทำนายโหราศาสตร์บนสื่อต่างๆ ในทุกวันนี้ ที่ต่อให้วิทยาการของโลกจะก้าวล้ำไปไกลแแค่ไหนก็ยังขาดไม่ได้ แล้วที่บอกว่าแม่นยำนั้นแม่นแค่ไหน จริงหรือเค้ก? ทั้งหมดนี้ขอชวนไปหาคำตอบพร้อมกันได้ในรายการพอดแคสต์ทรัพย์คัลเจอร์ EP.11 กันเต็มๆ โดยไม่ต้องเดา
สถานการณ์โลกช่วงนี้ดูจะร้อนระอุไปด้วยเหตุสงครามและความขัดแย้งทางการเมืองระดับประเทศ จริงอยู่ที่สงครามล้วนเต็มไปด้วยความสูญเสีย ไม่เคยมีใครยินดีกับการพรากชีวิตเพื่อนมนุษย์ ถึงกระนั้นเมื่อไฟสงครามสงบลงสิ่งที่ตามกลับกลายเป็นเรื่องของการกำเนิดสิ่งใหม่ อย่างกรณีของ ‘ฮิโรชิม่า’ ประเทศญี่ปุ่นที่ถูกระเบิดปรมาณูจนราบเป็นหน้ากลองในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ใช้ระยะไม่นานในการฟื้นฟูเมืองและเศรษฐกิจ
.
นอกเหนือจากระบบสาธารณูปโภคที่ฟื้นฟูต่อเนื่องจากการร่วมแรงร่วมใจของแรงงาน ยังมีแบรนด์แบรนด์หนึ่งที่ก่อกำเนิดจากไฟสงครามครั้งนั้น นั่นคือ ‘คาลบี้’ (Calbee) ข้าวเกรียบกุ้งระดับตำนาน หรือที่ชาวแดนอาทิตย์อุทัยเรียกว่า คัปปะเอบิเซน (Kappa Ebisen) ที่ก่อตั้งโดย ทาคาชิ มัตสึโอะ (Takashi Matsuo) ซึ่งเป็นขนมแปรรูปที่ถูกผลิตมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์การขาดแคลนอาหาร
.
ในเมื่อมีขนมมากมายบนโลกแต่ทำไมต้องเป็นข้าวเกรียบกุ้ง แล้วทำไมถึงช่วยกอบกู้ฮิโรชิม่าและญี่ปุ่นจากไฟสงคราม ขอชวนไปฟังคำตอบพร้อมกันได้ในรายการพอดแคสต์ทรัพย์คัลเจอร์ EP.10 ได้เลย
“เลขที่ออกคือ” ว่ากันว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ มีความหวังอยู่ 2 วัน นั่นคือวันที่ 1 และ 16 ของเดือน พร้อมกับตัวเลขจากวงล้อมหัศจรรย์ ที่หากตรงกับสลากบนมืออาจพลิกให้บุคคลนั้นกลายเป็นศรษฐีชั่วพริบตา
.
ใช่แล้ว! เรากำลังพูดถึง ‘หวย’ หรือถ้าเรียกอย่างเป็นทางการหน่อยก็คือสลากกินแบ่งรัฐบาล และถ้าเรียกตามเมืองนอกเมืองนาก็คือล็อตโต้ (Lotto) ซึ่งความจริงแล้วหวยมีมากกว่าแค่เรื่องความมั่งคั่ง แต่ยังเป็นเครื่องมือเสี่ยงโชคที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ตั้งแต่การจัดการตึกรามบ้านช่อง ที่ดิน สินทรัพย์ แม้กระทั่งการหาแนวทางสันติ
.
การ ‘ทอดสลากของโมเสส’ เพื่อจัดสรรดินแดนคานาอันแก่ชาวเผ่าต่างๆ ตามบันทึกของพระคัมภีร์เก่า (Old Testament), จีนยุคราชวงศ์ฮั่นที่ใช้หวยเพื่อระดมทุนสร้างกำแพงเมืองจีน, อังกฤษกับการใช้หวยเพื่อเถลิงสู่เจ้าอาณานิคม ไปจนถึงยุคที่หวยกลายเป็นตัวแทน ‘ความหวัง’ และ ‘สนามความฝัน’ ร่วมกันของเหล่าคนหาเช้ากินค่ำ
.
อะไรทำให้หวยมีอิทธิพลบนหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ถึงเพียงนี้ เราขอชวนมาหาคำตอบแบบไม่ต้องเสี่ยงดวงกันได้ในรายการพอร์ดแคสต์ทรัพย์คัลเจอร์ EP.9
ธงสีรุ้งโบกสะบัดพลิ้วไหว พาเหรดไพรด์ครึกครื้นตระการตา กฎหมายสมรสเท่าเทียมถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ และไม่ว่าเพศไหนๆ ก็จับมือเดินเคียงข้างกันได้โดยไม่ต้องเหนียมอาย
.
เชื่อไหมว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ที่แห่งใดที่ความหลากหลายทางเพศผลิบาน ที่แห่งนั้นมีความเจริญตามมา ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อรองรับการมีอยู่ของผู้คนที่หลากหลาย ยกตัวอย่าง ‘สีลม’ ที่พัฒนาจนกลายเป็น destination ที่ชาว LGBTQIA+ จากทั่วทุกมุมโลกใฝ่ฝันอยากมาสัมผัสสักครั้ง
.
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่การมีอยู่ของชาว LGBTQIA+ จะได้รับการยอมรับ การถือกำเนิดของ ‘ชุมชนเกย์’ หรือ ‘gayborhood’ กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบสักเท่าไหร่นัก แต่กลับก่อร่างสร้างจากพื้นที่เสื่อมโทรมห่างไกลจากผู้คน ทั้งต้องต่อสู้กับนานาข้อจำกัดจากสังคมที่ต่อต้านความหลากหลายทางเพศ โดยชุมชน LGBTQIA+ แห่งแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 1920 ที่กรุงเบอร์ลิน ในสมัยที่ประเทศเยอรมนียังเป็นสาธารณรัฐไวมาร์ (Weimar Republic) และเฟื่องฟูถึงขีดสุดในปี 1970 ในยุโรปและอเมริกา โดยเริ่มวางรากฐานจากกิจการผับบาร์ แล้วค่อยๆ พัฒนากลายเป็นชุมชนในที่สุด
.
เพื่อเป็นการต้อนรับ Pride Month และเฉลิมฉลองให้กับความหลากหลาย รายการพอดแคสต์ ทรัพย์คัลเจอร์ตอนนี้ ขอชวนคุณผู้ฟังไปล้วงลึกประวัติศาสตร์การถือกำเนิดชุมชนชาว LGBTQIA+ ว่าเหตุใดจึงสามารถเปลี่ยนแหล่งผุพังให้กลายเป็นทำเลทองมากมูลค่า ที่นอกจากจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยก็ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและฟื้นฟูเมืองอย่างคาดไม่ถึง
หนึ่งเหรียญ สองมือ และสมาธิจดจ้องคอยกะจังหวะ องค์ประกอบเพียงไม่กี่อย่างแต่กลับทำให้กิจกรรมสามัญอย่าง ‘ตู้คีบ’ กลายเป็นการละเล่นที่ใครต่างก็ยกใจให้ความสนุกกับการได้คีบของรางวัลที่อยู่ภายในตู้ใสสี่เหลี่ยม ไม่ว่าจะตุ๊กตา สนีกเกอร์ ขนม สมาร์ทโฟน และอื่นๆ อีกสารพัด
.
จริงอยู่ที่ยุคนี้ตู้คีบมีสถานะเป็นเครื่องเล่นสามัญของใครหลายคน แต่ในความสามัญนี้กลับมีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1890 ตู้คีบตู้แรกได้ถือกำเนิดขึ้นในชื่อ ‘Erie Digger’ ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากการจำลองรถจักรขุดคลองปานามา (steam shovel) ของอเมริกา ลักษณะเป็นเครนขนาดเล็กที่มีส่วนปลายเป็นพลั่วคล้ายอุ้งมือทำหน้าที่ตักลูกอมในตู้ให้ได้มากที่สุด ก่อนอัพเกรดในปี 1932 โดยมีกลไกขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า มีกติกาจับเวลาระหว่างเล่น และของรางวัลก็อัพเกรดให้ได้ลุ้นมากขึ้น เช่น เหรียญเงิน ไฟแช็ก และเครื่องประดับโลหะ
.
จากตู้คีบซึ่งจริงๆ น่าจะเรียกว่าตู้ตักเสียมากกว่า ได้ถูกยกระดับให้กลายเป็นตู้คีบจริงๆ ที่มีกลไกการบังคับเหมือนตู้คีบที่เราเห็นในปัจจุบันคือมีคันโยกขยับทิศทาง มีปุ่มกดคีบ และขาคีบตุ๊กตาที่หน้าตาเหมือนจานบินมนุษย์ต่างดาว ผู้คนจึงนิยมเรียกว่าตู้คีบนี้ซึ่งพัฒนาโดย SEGA ว่า ‘UFO’ ที่สำคัญคือเครื่องเล่นชนิดนี้ได้รับความนิยมจนยืนหนึ่งในเกมเซ็นเตอร์แทบทุกที่
.
เกริ่นนำกันพอสังเขป รายการพอดแคสต์ทรัพย์คัลเจอร์ขอชวนล้อมวงฟังประวัติศาสตร์การกำเนิดของตู้คีบ ที่มีความน่าสนใจมากกว่าแค่บริบททางวัฒนธรรม แต่ยังมีความสัมพันธ์ในแง่ของโลกธุรกิจในแบบที่คาดไม่ถึง พร้อมแล้วไม่ต้องลุ้น ไปฟังกันได้เลย!
เสื่อผืนหมอนใบ คือนิยามสั้นๆ ของ ‘วิถี’ แรงงานชาวจีนในยุคสมัยก่อน ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อออกมาทำตามความฝันไขว่คว้าหาความมั่งคั่ง ซึ่งหนึ่งในกิจการที่ก่อกำเนิดโดยลูกหลานแดนมังกร นั่นคือกิจการ ‘ร้านซักรีด’ บนผืนแผ่นดินเมริกันชน
จุดกำเนิดความคลีนที่ว่านี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 1851 ตรงกับช่วงที่รัฐแคลิฟอเนียร์ ประเทศสหรัฐฯ เข้าสู่ยุค ‘ตื่นทอง’ (gold rush) แน่นอนว่าวัยรุ่นชาวจีนจำนวนมากแห่แหนมายังพื้นที่ที่ว่าเพื่อตั้งรกราก และหวังใช้โอกาสนี้สร้างฐานะอันมั่นคง แต่ด้วยความที่อ่านเขียนภาษาอังกฤษจึงต้องยึดอาชีพกรรมกรสร้างทางรถไฟเป็นหลัก มิหนำซ้ำยังถูกกดค่าแรงต่ำมากว่ามาตรฐาน เพื่อดิ้นรนหนีจากการถูกดขี่นี้เอง ชาวจีนในสหรัฐฯ จึงมองหาอาชีพใหม่อย่าง ‘รับจ้างซักรีด’ อาชีพที่คนขาวดูแคลนว่าสกปรก แต่พวกเขามองว่าเป็นโอกาส และรอดพ้นจากการถูกรังแก
จากแรงงานอดมื้อกินมื้อนำมาสู่การก่อกำเนิดร้านซักรีดแห่งแรก ที่หัวมุมถนนวอชิงตันในไชน่าทาวน์ในซานฟรานซิสโก โดยนาย Wah Lee ชาวจีนอพยพจากเมืองซียีในกวางตุ้ง ก่อนจะมีร้านซักรีดขยายเพิ่มเติมอีก 20 สาขา และอาชีพนี้ทำให้ชาวอเมริกันมองแรงงานจีนเปลี่ยนไปตลอดกาล
เนื่องในวันแรงงาน 1 พฤษาคมนี้ รายการทรัพย์คัลเจอร์ EP.6 ขอหยิบยกเรื่องราวการกำเนิดธุรกิจร้านซักรีด ผ่านแว่นการต่อสู้ของแรงงานชาวจีนในสหรัฐฯ มาเล่าสู่กันฟัง ตั้งแต่จุดกำเนิด การต่อสู้กับกฎหมายพลเมืองชั้นสองและกฎหมายแรงงานที่ไม่เป็นธรรม ไปจนถึงวันที่กิจการดังกล่าวเข้าสู่ช่วงขาลง
From the publisher's feed